‘คุณเชื่อในพรหมลิขิตหรือไม่’ มันเป็คำถามที่ติดอยู่ในใจฉันมาตลอด จนฉันอายุย่างเข้าสามสิบปี ซึ่งฉันพยายามหาความหมายของมัน หรือแม้แต่ความหมายของความรัก
พรหมลิขิตจะมาหาเราในตอนไหน เราจะรู้ได้อย่างไรว่ามันคือพรหมลิขิต มันเกิดจากการกระทำของเราเอง หรือคนบนฟ้าเป็คนลิขิตเราไว้แล้ว แต่ฉันไม่ได้เชื่ออย่างนั้น
มนุษย์เราก็มี ความโลภ โกรธ หลง กิเลส ตัณหา นี้แหละคือโลก ฉันท่องเที่ยวอยู่ในโลกที่กว้างใหญ่ มาเกือบสองปี และฉันยังไม่เคยเจอเลยว่าพรหมลิขิตคือใคร ใครลิขิตเรา หรือเราลิขิตตนเอง
จนกระทั่งวันหนึ่ง ฉันได้ออกไปท่องเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น ใน่ฤดูใบไม้ผลิ เป็่เวลาที่นิยมมากที่สุดสำหรับการท่องเที่ยวในญี่ปุ่นทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ส่วนสาธารณะที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมายและซุปเปอร์มาร์ทเก็ต ก็มีคนจำนวนไม่น้อยไปจำจ่ายใช้ส่อยตามสินค้าที่เขา้า ตามชั้นที่เรียงซ้อนกัน ไม่ว่าจะเป็ขนมขบเคียว ข้าวของเครื่องใช้ เครื่องดื่มมากมาย และรวมไปถึงของสดใหม่ตลอดวัน
ฉันที่ยังยืนอยู่ใต้ต้นซากุระที่เบ่งบาน ดอกซากุระเป็ดอกไม้ประจำชาติของญี่ปุ่น ในแง่ของตำนาน ซากุระเกิดขึ้นมา เพราะเทวนารีองค์หนึ่ง คือ โคโนะฮานะ ซากุยะ ฮิเมะ เชื่อกันว่า เป็พระนาง ที่เป็ผู้ริเริ่มปลูกต้นซากุระขึ้นเป็ครั้งแรก จึงได้ตั้งชื่อตามพระนามของนาง
วันหนึ่งพระนางได้พบเทพนินิงิที่ชายทะเล และได้ตกหลุมรักซึ่งกันและกัน เทพนินิงิได้ขอพระนาง โอโฮยามัทซูมิ เพื่อขอนางมาเป็ชายา
ในตอนนั้นโอโฮยามัทซูมิ ได้เสนอธิดาอีกพระองค์หนึ่ง ซึ่งเป็เทพีแห่งก้อนหิน แต่เทพนินิงิไม่ยอม ยืนกรานในรักมั่นที่มีต่อเทวี แห่งซากุระ ในที่สุดจึงได้วิวาห์ดังปรารถนา
และมันมีคำเชื่อที่ว่า ใครอยากพบรักแท้ หรือเนื้อคู่ ให้ลองมาขอพรที่ใต้ต้นซากุระ ในเวลาโพล้เพล้
แต่ในครั้งนี้ฉันจะลองเชื่อดูสักครั้ง ดอกซากุระได้ล่นร่วงลงมาอยู่บนมือในขณะที่ฉันกำลังเล่นโทรศัพท์ เพื่อเช็คอินในโซเชียลว่าฉันกำลังอยู่ที่ไหน ฉันมองกลีบดอกซากุระนั้นที่มีสีชมพู และหยิบออก เพื่อเอามาไว้บนฝามือแทน ฉันค่อย ๆ หลับตาลงอย่างช้า ๆ และอธิฐานในใจว่า ‘ถ้าตำนานเป็เื่จริง ฉันขอให้ได้เจอเนื้อคู่ รักแท้ หรือพรหมลิขิตในเร็ววัน’
เมื่ออธิฐานเสร็จ ฉันก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ในระหว่างที่ฉันค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้น พลันสายตาของฉันเห็นผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังมองมาทางฉันเช่นเดียวกับฉันที่มองเขา
เขามีรูปร่าง ไม่ใหญ่มากนัก ส่วนสูงก็คงราว ๆ ร้อยแปดสิบเซ็นซิเมตร สิผิวขาว ทรงผมรองทรงสูงสีน้ำตาล แต่งตัวสบาย ๆ เสื้อยืดสีดำ สวมเสื้อฮู๊ตสีเทา กางเกงยีนสีน้ำเงินเข้ม เหมือนจะเป็ลูกครึ่ง ฉันสังเกตได้จากรูปร่างและลักษณะของเขา
ชายคนเดิมได้ก้าวขามาทางฉัน ซึ่งฉันอยู่ห่างจากเขาออกไปประมาณห้าร้อยเมตร เสียงหัวใจที่อยู่ในอกข้างซ้ายมันกลับเต้นไม่เป็จังหวะ นี่ฉันเพิ่งอธิฐานไปยังไม่ถึงห้านาทีเลยนะ คำอธิฐานจะแสดงผลออกมาเร็วขนาดนี้เลยเหรอ หรือว่าตำนานคงเป็เื่จริง คงไม่หรอกมั่ง อะไรมันจะบังเอิญขนาดนั้นกัน ไร้สาระ! นา
ฉันปัดไล่ความคิดออกจากศีรษะ พร้อมกับก้าวขาเดินออกไปจากจุดที่ยืนอยู่ เริ่มหนาวอีกแล้วซิ คงต้องรีบกลับที่พักอย่างไวเลย
“นี่คุณ” น้ำเสียงทุมต่ำของบุคคลปริศนา พร้อมกับมีมือใครบางคนจับแขนฉันไว้ และฉันค่อย ๆ หันหน้าไปตามเสียงเรียกอย่างช้า ๆ เขาคือผู้ชายคนนั้นที่ฉันเห็น
“มีอะไรรึเปล่าคะ?” ฉันยิงคำถามเป็ภาษาอังกฤษ พร้อมกับสีหน้าที่งง ส่วนเขาก็ปล่อยมือออกจากแขนฉันทันที
“ผมเป็ลูกครึ่งครับ พูดไทยได้” เขาส่งยิ้มมาให้ฉันอย่างเป็มิตร พร้อมั์ตาสีน้ำตาล
“อ๋อค่ะ มีอะไรกับฉันรึเปล่าค่ะ”
“พะ...พอดีว่าผมมาเที่ยวที่นี้คนเดียว ผมพยายามมองหาใครสักคนที่มาจากประเทศเดียวกัน” เขาทำหน้าหงอยด้วยน้ำเสียงที่ดูเศร้า “ผมอยากจะขอคุณเป็เพื่อน และมาเป็เพื่อนเที่ยวกับผม” เขาเอ่ยปากเชิญชวนพร้อมกับ้าเพื่อนเที่ยวเพิ่ม
“ดะ...ได้ค่ะ” ฉันตอบออกไปด้วยน้ำเสียงที่สั่นด้วยความงง และสีหน้าไม่เข้าใจเล็กน้อย
นิยายเื่สั้นเื่แรกค่ะ ได้ลงขายเป็ที่เรียบร้อยแล้วนะคะ เข้าไปทดลองอ่านกันได้ค่ะ รับคำติชมและคำแนะนำค่ะ

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNDkyMjIyIjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NjoiMTIwNTg2Ijt9