บทที่2
สวมบทบาท
ตอนนี้ถ้าให้เธอเลือกระหว่างการไม่รับผิดชอบกับการถูกเกลียดก็ไม่มีอะไรที่แตกต่างกันเลย ถ้าเธอเป็พระเอกเธอคงไม่ทนกับเื่แบบนี้อย่างแน่นอน
กุลจิราพอจะเดาได้ทันทีว่าตอนจบที่น่าอนาถของนางร้ายอาจมาจากพระเอกก็ได้
อย่างไรก็ตามตอนนี้ยังเป็่ต้นของนิยาย เธอยังคงมีโอกาสเธอเข้ามาก่อนที่นางร้ายจะมีจุดจบที่น่าอนาถแต่สถานการณ์ในตอนนี้อาจเป็เพียงจุดเริ่มต้นของเส้นทางสู่ความตายของนางร้ายและเป็เื่ที่พระเอกไม่มีวันให้อภัยนางร้าย
เมื่อก่อนพระเอกแค่รังเกียจนางร้ายเท่านั้นยังไม่ถึงจุดที่้าจะทำอะไรกับนางร้าย ตราบใดที่เธอไม่ฆ่าตัวตายแล้วก็ไม่ไปยุ่งวุ่นวายกับพระเอก เธอควรอยู่ให้ห่างจากพระเอกอาจจะให้เหตุผลไปว่าเธอหมดความหวังกับพระเอกแล้ว บางทีเธออาจจะเปลี่ยนจุดจบที่น่าอนาถของนางร้ายได้!
ตราบใดที่เธอไม่ไปเกี่ยวข้องกับพระเอกเธอก็ไม่ต้องใช้สมองคิดหาทางจับพระเอก หาเื่กลั่นแกล้งนางเอกและเื่วุ่นวายของความรักพระนาง นี่อาจจะเป็ทางรอดของเธอก็ได้!
กุลจิราทบทวนความคิดเสร็จแล้วก็ชำเลืองมองรูปร่างหน้าตาของพระเอกด้วยความพึงพอใจพระเอกเกิดมาเป็คนบาปโดยแท้จริง หล่อเหลาไม่เกรงใจใครสามารถทำให้หัวใจสาวหวั่นไหวได้ง่าย
พีรดนย์กัดฟันถาม “เธอมองอะไร?” เมื่อเขาเห็นสายตาของกุลจิราที่กวาดไปทั่วร่างเขาด้วยท่าทางพึงพอใจ
เธอไม่เพียงแต่ทำให้เขาโกรธมากจนอยากลงมือสั่งสอนเธอแล้วเขายังรู้สึกรังเกียจเธอมากอีกด้วย
เธอพูดพล่ามแต่เื่ไร้สาระแล้วยังสายตาจ้องมองเขา ทำไมมองเขาแบบนั้น?
ภายในห้องพักเกิดความเงียบที่ชวนให้อึดอัด
กุลจิรารีบอธิบาย “พี่ดนค่ะฟังกุลอธิบายก่อน แม้ว่ากุลจะทำให้พี่โมโห แต่ที่กุลทำแบบนี้เพราะกุลรักพี่มากยังไงก็ตาม พี่ก็ได้กุลไปแล้ว นอกจากนี้ เรายังมีสัญญาแต่งงานกันั้แ่เด็กพี่จะทำกับกุลแบบนี้ไม่ได้นะคะ ถ้าไม่คิดจะรับผิดชอบกุลจริง ๆเราลองมาพูดคุยตกลงกันก่อนดีไหมคะ?”
คำพูดของกุลจิราเป็เหมือนน้ำมันราดบนไฟ
สีหน้าของพีรดนย์แย่ลงเขาขมวดคิ้วแน่น “ตกลงเื่อะไร?”
กุลจิรารีบพูดทันที“พี่ดนบอกว่ากุลไม่คู่ควรกับพี่ ถ้าพี่้าให้กุลออกไปจากชีวิตพี่กุลก็จะออกไปจากชีวิตพี่โดยไม่ให้พี่เห็นอีกเลยค่ะ”
พีรดนย์ “...”
กุลจิรารีบพูดอ้อม ๆแฝงความหมายที่เธอ้าจะสื่อให้เขารับรู้ “แต่กุลรักพี่มาก พอกุลคิดถึงวันที่ไม่มีพี่กุลก็ไม่มีความสุขกับชีวิตที่เหลือแล้วค่ะ”
ในตอนนี้หากเขาไม่รู้ว่าเธอ้าอะไร่ชีวิตที่ผ่านมาหลายปีของเขาก็คงไร้ประโยชน์!
ผู้หญิงคนนี้บอกว่าจะไม่ตามตอแยเขาอีกเขาไม่เชื่อ เป็เื่ที่เป็ไปไม่ได้ แต่เขาจะให้เงินเธอเพื่อตัดรำคาญและเห็นแก่พ่อแม่ของเธอ!
พีรดนย์เค้นเสียงหัวเราะออกมาเขาี้เีจะคุยกับเธออีกต่อไป “เธอ้าเท่าไหร่ สิบล้านพอไหม?”
พอกุลจิราได้ยินตัวเลขนี้หูของเธอก็ตั้งทันที แต่เธอไม่ได้พูดอะไร
เขามองสีหน้าเศร้าสลดของเธอแล้วพูดอย่างใจเย็น “เธอคิดว่าสูญเสียความบริสุทธิ์ แต่ฉันต้องอยู่อย่างหวาดระแวงผู้หญิง!”
จากนั้นเขาก็เห็นเธอตัวสั่นและร้องไห้หนักกว่าเดิม
เขาร้อนใจยิ่งกว่าเดิม“เธอคงไม่คิดที่จะเรียกร้องไม่มีวันสิ้นสุดหรอกนะ!”
เธอพูดเสียงสั่น กลั้นสะอื้นเอาไว้“ยี่สิบล้าน ถ้าพี่ดนให้กุลยี่สิบล้าน กุลจะเก็บความรักของกุลที่มีต่อพี่เอาไว้ในส่วนลึกของหัวใจทันทีค่ะ!”
พีรดนย์ “...”
ในวัยเด็ก คุณครูถามกุลจิราว่า“เด็กหญิงกุลจิรา หนูมีความฝันไหม? โตขึ้นหนูอยากทำอะไร?”
กุลจิราตอบว่า “มีค่ะความฝันของหนูคือเมื่อหนูโตขึ้น หนูจะเป็ผู้หญิงที่ร่ำรวย ซื้ออาคารสองสามหลัง แล้วเก็บเงินค่าเช่าค่ะ!”
ตอนนั้นเด็ก ๆ ใครก็ฝันอยากเป็หมอตำรวจและพยาบาล แต่ความฝันของกุลจิรา ดูจะ...ก็ดีอยู่นะ!
พอกุลจิราเติบโตขึ้นก็พบว่าแม้ความฝันของเธอจะดีมากแค่ไหนแต่การทำให้ความฝันเป็จริงก็ไม่ใช่เื่ง่าย ก็เหมือนกับเป็การฝันกลางวัน
กุลจิราทำงานหนักมาตลอดทั้งเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย หลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัยเปิดด้วยความยากลำบากเธอก็เข้าไปทำงานเป็พนักงานการเงินตำแหน่งเล็ก ๆ ในบริษัทที่มีชื่อเสียงงานของเธอยุ่งมาก
เธอต้องทำงานอย่างน้อยสิบชั่วโมงต่อวันนอนก็ดึก เงินเดือนก็หมดไปกับครีมบำรุงรอบดวงตาราคาแพง
กุลจิรามีหน้าตาสวยคมเข้มมาั้แ่เด็กหลังจากอดนอนอยู่สองสามคืน ภาพสะท้อนในกระจกก็ทำให้เธอใ เธอมีทั้งสิวสภาพผิวของเธอก็แย่ลง และระดับความสวยของเธอก็ดิ่งลง เพื่อรักษาความสวยของเธอไว้กุลจิราผู้ตระหนี่จึงสูญเสียเงินไปกับผลิตภัณฑ์ดูแลผิวราคาแพง
เธอซื้อเอสเซนส์ที่กำลังดังที่สุดของแบรนด์ดังพอนำมาใช้ผลลัพธ์ก็ออกมาสมกับราคาั้แ่นั้นมากุลจิราก็ซื้อผลิตภัณฑ์ดูแลผิวของแบรนด์นี้มาตลอด
จนกระทั่งในวันหนึ่ง เธอถูกเชิญออกเหตุผลเพราะเธอยักยอกเงินหลายครั้ง แต่ความจริงเป็หัวหน้าของเธอที่เป็คนทำแต่ด้วยหัวหน้าเป็ญาติกับฝ่ายบุคคล ความผิดจึงมาตกที่เธอเด็กกำพร้าที่ไม่มีเื้ัคอยสนับสนุน หัวหน้าเห็นว่าเธอเป็เด็กกำพร้าไม่มีใคร จึงคิดว่าคงไม่มีปัญหาในภายหลังจึงบอกให้ฝ่ายบุคคลเชิญเธอออกจากงานโดยที่เธอไม่สามารถโต้แย้งอะไรได้!
วันนั้นกุลจิราร้องไห้ตลอดทั้งคืน ความคิดของเธอสับสนวุ่นวาย อารมณ์ก็ซับซ้อนไปหมดหลังจากตั้งสติได้ก็คิดเอาไว้ว่าวันพรุ่งนี้เธอจะเริ่มหางานที่ดีกว่านี้หรือลองซื้อลอตเตอรีเผื่อเธอจะถูกบ้าง เธอคิดว่าถ้าเธอรวยเธอจะใช้ชีวิตให้มีความสุขและคบกับผู้ชายดี ๆ สักคน
กุลจิราไม่คิดว่าความร่ำรวยที่เธอได้มาจะมาถึงเร็วขนาดนี้
เธอยืนมองเช็คยี่สิบล้านในมือเธอไม่เคยเห็นมาก่อน เธอมองเช็คใบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยที่น้ำตายังคงไหลพรากเธอเกือบจะหัวเราะออกมาดัง ๆ ด้วยความดีใจแล้ว
เพียงชั่วข้ามคืนเธอก็มีเงินยี่สิบล้านแล้ว!
เงินยี่สิบล้านถ้าเทียบตามเงินเดือนเดิมของเธอ หนึ่งหมื่นห้าพันบาทต่อเดือนเธอจะต้องทำงานทั้งชีวิตโดยไม่กินไม่ดื่มเพื่อหาเงินจำนวนนี้ แต่ตอนนี้เธอมีแล้ว!
พีรดนย์เสนอเงินสิบล้านให้เธอเธอแค่ลองขอยี่สิบล้านดูเท่านั้น เผื่อว่าจะมีการต่อรองเกิดขึ้นแต่พีรดนย์หยิบเช็คออกมาเขียนโดยไม่พูดอะไรสักคำ!
ด้วยเงินยี่สิบล้านที่เธอมีตอนนี้เธอก็มีความสุขมาก เธอรับเช็คด้วยรอยยิ้มกว้าง
เมื่อพีรดนย์กำลังจะเดินจากไปเธอก็ก้าวไปบริการเปิดประตูห้องช่วยเขาด้วยความยินดี!
พีรดนย์เหลือบมองกุลจิราเขาขัดใจกับท่าทีประจบประแจงของเธอ “ยี่สิบล้านคือความเมตตาครั้งสุดท้ายของฉันที่มีต่ออดีตคู่หมั้นอย่างเธออย่าให้ฉันเห็นหน้าเธออีก”
พีรดนย์ทั้งรำคาญ ทั้งรังเกียจผู้หญิงคนนี้จนความอดทนของเขาจะหมดอยู่แล้ว!
กุลจิราก้มหัวลงและไม่พูดอะไรแต่ภายในใจกลับพูดว่าไม่ต้องห่วงหรอกค่ะคุณพระเอกฉันจะไปท่องเที่ยวกับหนุ่มน้อยหน้าตาดี ตอนนี้เธอมีเงินตั้งยี่สิบล้านและยังมีรายรับอีกเดือนละล้านฉันจะไปคิดถึงคุณอีกทำไม?
…
กุลจิราเก็บเช็คมูลค่ายี่สิบล้านอันมีค่าลงในกระเป๋าถือของนางร้ายอย่างระมัดระวังและพร้อมที่จะเช็กเอาท์หลังจากเก็บข้าวของเรียบร้อยแล้ว
ขณะนั้นเองก็มีผู้หญิงที่อยู่ในชุดเดรสสีดำถือกระเป๋าหลุยส์ผลักประตูเดินเข้ามาอย่างเร่งรีบ ตามมาด้วยผู้ชายหน้าตาดีอีกคนหนึ่ง
ผู้หญิงในชุดเดรสสีดำรีบพูดขึ้นทันที “เป็อย่างไรบ้าง เธอทำสำเร็จหรือเปล่า?”
ผู้หญิงคนนั้นยื่นมือออกมาจับมือของกุลจิราสีหน้าท่าทางเคร่งเครียด ราวกับว่าพวกเขามีความสัมพันธ์อันดีกับนางร้าย
กุลจิราลังเลอยู่ครู่หนึ่งค้นหาความทรงจำของนางร้ายผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้คือรินรดาเพื่อนสนิทที่ดูเหมือนจะหวังดีต่อนางร้าย
กุลจิราหยุดชะงักชั่วคราวลอบสังเกตผู้หญิงคนนี้ สีหน้าของรินรดาดูมีความขัดแย้งกันอย่างมาก
ผู้ชายอีกคนที่เดินเข้ามาก็พูดว่า “ครั้งนี้เธอพยายามอย่างมากอาจจะสำเร็จก็ได้ ใช่ไหมกุล?”
กุลจิราหันมาสนใจผู้ชายที่กำลังพูดผู้ชายคนนี้น่าจะชื่อธนิน เพื่อนสนิทอีกคนของนางร้าย เขามีใบหน้าค่อนไปทางสวยแต่พอเขายิ้มก็กลายเป็คนน่ารัก
ในนิยายนางร้ายมีเพื่อนสนิทสองคนผู้ชายหนึ่งคน ผู้หญิงหนึ่งคน พวกเขามักจะคอยช่วยเหลือให้คำแนะนำแก่นางร้ายมาตลอด
แต่เท่าที่กุลจิราสังเกตดูเพื่อนสองคนนี้ไม่ใช่เพื่อนแท้ที่หวังดีต่อนางร้าย
ตามคำอธิบายในนิยายเดิมนางร้ายเป็คนที่ฉลาด แต่หูเบา เชื่อคนง่ายพวกเขาทั้งหมดต่างมีจุดจบที่ไม่ดีเพราะนางเอก นางเอกมีฐานะยากจนมีนิสัยชอบช่วยเหลือผู้อื่น น่ารัก มีไหวพริบ และมีความกล้าหาญตามแบบฉบับของนางเอก
นางร้ายไม่เพียงไม่มีโชคเหมือนนางเอกเท่านั้นแต่นางร้ายยังถูกเพื่อนสนิททั้งสองคนหักหลังอีกด้วยต่อหน้านางร้ายพวกเขาเสแสร้งเป็ห่วงเป็ใย ลับหลังก็คอยแทงข้างหลังนางร้ายดังนั้นคนที่โชคร้ายคือนางร้ายทุกครั้งส่วนพวกเขาทั้งสองหลบอยู่ด้านหลังและไม่คิดจะช่วยอะไรนางร้ายเลย
ต่อหน้านางร้าย รินรดามักแสดงออกถึงความห่วงใยและสนับสนุนอย่างชัดเจน มักจะคอยพูดด้วยประโยคที่มีความขัดแย้งเสมอ(เธอจะจับพีรดนย์สำเร็จหรือเปล่า?) (เธอจะไม่ตามจับพีรดนย์แล้วเหรอ?)
ส่วนธนินก็มักจะแสดงความเห็นอกเห็นใจคอยปลอบโยนนางร้ายด้วยท่าทางที่จริงใจ แต่เธอแค่มองแวบแรกก็รู้ว่าพวกเขาไม่ใช่คนดี
ถึงความคิดของนางร้ายจะมีแต่แผนการที่ร้ายกาจแต่นางร้ายก็จริงใจต่อเพื่อนสนิททั้งสองคนนี้มากรายรับที่ได้รับจากทรัสต์ของนางร้ายครึ่งหนึ่งมักถูกนำไปใช้กับเพื่อนสนิททั้งสองคน
กระเป๋าและเสื้อผ้าของรินรดาก็เป็นางร้ายซื้อให้ไปทานอาหารที่ร้านไหนนางร้ายก็เป็คนจ่ายนางร้ายถือว่าพวกเขาเป็เพื่อนสนิทและหวังดีต่อเธอต่อหน้าทั้งสองคนก็ทำตัวเป็เพื่อนสนิทที่ดีแต่ลับหลังพวกเขาคอยแทงข้างหลังนางร้ายคอยแต่เอาเื่ของนางร้ายมาพูดจาเยาะเย้ยตลอด
บางครั้งก็ว่านางร้ายโง่มากถูกพวกเขาหลอกก็ยังไม่รู้ตัวอีก พวกเขามักชอบแอบไปหลบดูความโชคร้ายของนางร้ายอยู่ด้านหลังมองนางร้ายที่ถูกประณามและถูกรุมด่าทอเพราะไปแกล้งนางเอก
เมื่อเห็นว่านางร้ายไม่มีความหวังที่จะจับพระเอกได้เพื่อนสนิททั้งสองก็หักหลังนางร้ายทันที และเป็สาเหตุที่ทำให้นางร้ายต้องติดคุก
ตอนที่เธออ่านนิยายถึงตอนนี้อารมณ์โมโหของเธอก็พุ่งสูง เธอด่าพวกเขาว่าชั่วช้า ถ้าเื่แบบนี้เกิดขึ้นกับเธอเธอคงเสียความรู้สึกและเสียใจมาก
กุลจิราไม่ใช่นางร้ายในนิยายเธอไม่้าให้ใครมาเอาเปรียบเธอเหมือนนางร้ายในนิยาย
“เฮ้อ...”เธอจงใจถอนหายใจเสียงดัง เธอไม่มีทางบอกความจริงว่าได้เงินมาจากพีรดนย์ยี่สิบล้าน“พี่ดนพึ่งออกไป เขาดูโกรธมาก ครั้งนี้ฉันทำเกินไปหรือเปล่า? ความจริงพี่ดนอาจจะไม่ชอบฉันจริง ๆ ก็ได้”
น้ำเสียงของรินรดาแฝงไปด้วยความหงุดหงิด“เกิดอะไรขึ้น?” วินาทีต่อมารินรดาก็รู้ว่าไม่เหมาะสม
รินรดารีบเปลี่ยนน้ำเสียงและเกลี้ยกล่อมกุลจิราไปด้วย“เธอไม่ต้องเสียใจนะ เธอแค่ไม่ได้พยายามให้มากพอ เธอลืมไปแล้วเหรอเธอเป็คู่หมั้นของเขา เื่เล็กน้อยแค่นี้เขาไม่โกรธหรอก ถ้าเขาไม่ชอบเธอก็ให้เวลาเขาหน่อย เดียวเขาก็ชอบเธอเอง เธอควรหาเวลาอยู่กับเขาให้มากขึ้นไม่มีใครต้านทานเสน่ห์ของเธอได้หรอกนะ”
รินรดาพยายามกล่อมให้กุลจิราลุกขึ้นสู้เพื่อตามจับพีรดนย์อีกครั้ง “ถ้าคราวนี้ไม่สำเร็จก็ไม่เป็ไร เธอกลับไปพักผ่อนก่อนถึงอย่างไรพวกเราก็อยู่ข้างเธอ”
ธนินเดินไปตรงหน้ากุลจิรา “ใช่แล้วพวกเราจะหาวิธีให้เธอเอง และฉันจะหาโอกาสให้เธอไปพบพีรดนย์ให้เร็วที่สุด”
กุลจิรา “...”
ไม่เนียนไปเรียนมาใหม่!
อยากให้เธอตายเร็วขึ้นใช่ไหม?
ในที่สุดกุลจิราก็เข้าใจแล้วว่าความมั่นใจของนางร้ายมาจากไหนมาจากทักษะการล้างสมองของเพื่อนสนิททั้งสองของนางร้ายนี่เอง!
แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์!
...
ตอนนี้กุลจิราไม่มีแรงจัดการกับความสัมพันธ์ของเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อสองคนนี้เธอแทบรอไม่ไหวที่จะกลับไปมีความสุขจากการใช้เงินที่ได้มา!
ตามเนื้อเื่ในนิยายนางร้ายต้องนั่งแท็กซี่กลับห้องพักเธอเลยเรียกรถแท็กซี่กลับห้องพักตามเนื้อเื่ไปก่อน
พอกุลจิราเปิดประตูห้องเข้าไปก็พบว่าภายในห้องสกปรกมากเต็มไปด้วยขยะ แทบจะไม่มีที่ให้เดิน
ห้องพักใจกลางเมืองที่มีพื้นที่มากกว่าหนึ่งร้อยตารางเมตรมีสองห้องนอน หนึ่งห้องนั่งเล่น หนึ่งห้องครัว สองห้องน้ำค่าเช่าเดือนละห้าหมื่นบาท
นางร้ายต้องมาอาศัยอยู่ที่นี่อย่างช่วยไม่ได้เพราะสภาพการเงินของเธอไม่ได้ดีเหมือนเดิม
กุลจิราวางกระเป๋าไว้บนโซฟาเดินตรงไปที่ห้องครัว ค้นหาไม้กวาดเพื่อเริ่มทำความสะอาดห้อง
ต่อจากนี้ไปเธอจะใช้ชีวิตเพื่อตัวเธอเอง จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพระนาง แล้วใช้เงินของเธออย่างมีความสุขบางทีอาจจะหาเงินจากความชอบของตัวเองอย่างมีความสุข และหาผู้ชายดี ๆสักคนใช้ชีวิตร่วมกัน นี่มันชีวิตที่สมบูรณ์แบบอย่างที่เธอใฝ่ฝันไว้!
กุลจิราใช้เวลาเกือบทั้งวันในการทำความสะอาดห้องทั้งหมด
พอมองไปยังห้องที่สะอาดเรียบร้อยจัดเก็บของอย่างเป็ระเบียบ เธอก็รู้สึกภูมิใจมาก
เมื่อก่อนกุลจิราอาศัยอยู่ในห้องที่มีค่าเช่าเดือนละห้าพันบาทแล้วยังอยู่ห่างจากบริษัทที่เธอทำงานเธอต้องใช้เวลาเดินทางไปทำงานเกือบหนึ่งชั่วโมง เมื่อเทียบกับสภาพปัจจุบันตอนนั้นถือว่าแย่กว่ามาก
ห้องพักในปัจจุบันของเธอ ถือว่าเป็ห้องพักที่หรูหรามากสำหรับเธอ
กุลจิรารู้สึกเหนื่อยล้าไปหมดเธอเดินไปห้องน้ำ ในห้องน้ำมีอ่างอาบน้ำ กุลจิราเลือกบาธบอมกลิ่นลาเวนเดอร์แล้วโยนลงในอ่างอาบน้ำ บาธบอมยี่ห้อนี้มีราคาแพงมาก
กุลจิราใช้เวลาอาบน้ำอย่างมีความสุข
หลังจากอาบน้ำจนสบายตัวกุลจิราก็มองดูตัวเองในกระจกอย่างละเอียด ผิวขาวเนียนเรียบเหมือนผิวเด็กจนเธอมองไม่เห็นแม้แต่รูขุมขน นางร้ายแต่งหน้าเข้มและหนามากแม้จะในตอนกลางวันเธอคิดว่าสภาพผิวของนางร้ายคงแย่มากแต่เธอคาดไม่ถึงว่าผิวของนางร้ายจะดีมากขนาดนี้
ผิวที่นุ่มนิ่มเนียนเรียบไม่เพียงแต่เฉพาะบนใบหน้าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผิวกายด้วยทุกที่ั้แ่หัวจรดเท้าไร้รอยไฝฝ้า ใบหน้าของนางร้ายมีส่วนคล้ายกับกุลจิราอีกด้วย
เพียงแต่ผิวของเธอเป็สีน้ำผึ้งและไม่ดีเท่ากับของนางร้าย แม้ว่าเธอจะสวยคมมากแค่ไหนแต่เมื่อเทียบกับใบหน้าที่ไร้ที่ติในกระจก ถึงจะดูคล้ายกันมากแค่ไหนแต่ใบหน้าในกระจกดูสวยและอ่อนเยาว์กว่ามากเป็ความสวยที่ต้องหันมามองเวลาเดินออกไปนอกบ้าน
มีทั้งความสวยและมีความร่ำรวยรวมเป็หนึ่งเดียวเธอบอกเลยว่าเธอพอใจมาก!
หลังจากชื่นชมรูปร่างหน้าตาจนเป็ที่พอใจแล้วเธอก็เดินไปห้องนอน ก่อนหน้านี้ตอนที่จัดเก็บบ้าน เธอเห็นว่ามีเสื้อผ้าในตู้ไม่มากนักนางร้ายคงไม่ซื้อเสื้อผ้าราคาถูกมาใช้แน่ เพราะกลัวเสียหน้ายอมซื้อน้อยลงดีกว่าสวมเสื้อผ้าราคาถูก รองเท้าและกระเป๋าก็คงเช่นเดียวกัน
ตู้เสื้อผ้าจึงดูว่างเปล่าอยู่บ้าง
ส่วนสกินแคร์ก็ใกล้จะหมดแล้วนางร้ายมีรายรับเดือนละหนึ่งล้านบาท ถูกเพื่อนสนิทที่แสนดีสองคนขูดรีดไปครึ่งหนึ่งแล้วยังมีค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยอื่น ๆ อีกมาก
ตอนนี้ในกระเป๋านางร้ายมีเงินเหลือไม่ถึงห้าพันดังนั้นนางร้ายจึงรีบร้อนที่จะจับพระเอกให้ได้
กุลจิราวางแผนการเงินของเธอตอนนี้เธอมีเงินแล้ว พรุ่งนี้เธอจะไปซื้อของใช้ประจำวัน
เพราะตอนนี้เธอเป็ผู้หญิงที่มีเงินยี่สิบล้านเธอสามารถซื้ออะไรก็ได้ที่เธอ้า!
เธอกำลังคิดถึงวิธีที่จะใช้เงินของเธออย่างไรดี!