บทที่ 22 ฉันไม่เคยเห็นใครกล้าเหิมเกริมกับฉัน!
ตอนกลางคืน ชางโหยวถูกหลิวชิงจัดการอย่างหนัก ทั้งคุกเข่า ทั้งสาบานต่อฟ้า เขาเล่าให้หลิวชิงฟังเื่ที่ได้จัดการส่งเลขาหลี่ไปร่วมงานเลี้ยงค้ามนุษย์ และยังสาบานว่าชาตินี้จะรักหลิวชิงเพียงคนเดียว
หลิวชิงเห็นท่าทางจริงจังของชางโหยวก็ทำเป็เชื่อใจเขาไปก่อน
เธอประกาศก้องว่า "พรุ่งนี้ฉันจะไปฉีกนังนั่นให้เละ!"
กล้าจีบสามีของฉันงั้นเหรอ? คงไม่รู้สินะว่าหลิวชิงเป็ใคร ตอนเรียนมหาวิทยาลัยฉันเคยได้แชมป์เทควันโดระดับประเทศมาแล้ว!
เมื่อชางโหยวได้ยินว่าหลิวชิงจะไปบริษัท เขาได้แต่พยักหน้ารับ ไม่กล้าคัดค้านแต่อย่างใด
ที่จริงแล้วเขาไม่ได้มีใจให้เลขาหลี่เลยสักนิด ตลอดมาเป็แค่เลขาหลี่ที่คิดไปเองฝ่ายเดียว ที่ชางโหยวเก็บเธอไว้ข้างกายเพราะความสามารถในการทำงานของเธอใช้ได้ เขาจะเก็บไว้แค่คนที่มีความสามารถในการทำงานเท่านั้น
หลิวชิงรู้ว่าชางโหยวไม่มีทางกล้าโกหกเธอแน่ ในที่สุดเธอก็ปล่อยให้ชางโหยวไปพักผ่อน
พระจันทร์เสี้ยวลอยเด่นอยู่บนฟ้า ประดับประดาด้วยดวงดาวมากมาย
เด็กทั้งสองที่อยู่บนระเบียงชั้นสาม หลังจากจดบันทึกเสร็จแล้ว ต่างแยกย้ายกันกลับห้องไปนอน
วันต่อมา
ชางโหยวแต่งตัวเรียบร้อยแล้วออกไปทำงาน ชางจื่อก็ไปโรงเรียน
ส่วนหลิวชิงแต่งตัวให้ถังโย่วโย่วอย่างพิถีพิถัน
"โย่วโย่ว วันนี้ป้าจะพาหนูไปจัดการผู้หญิงคนนั้น!"
"เยี่ยมเลยค่ะ!" ถังโย่วโย่วตั้งตารอมานานแล้ว
เธอรู้ดีว่าแม้ภายนอกหลิวชิงจะดูเป็คนไม่ค่อยใส่ใจอะไร แต่ความสามารถของเธอก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าผู้หญิงคนอื่น ๆ คุณหนูที่เกิดมาในตระกูลผู้ดี จะเป็คนซื่อ ๆ ได้อย่างไร?
หลังจากแต่งตัวให้ถังโย่วโย่วเสร็จ หลิวชิงสวมเสื้อโค้ตตัวยาวที่ดูมีออร่าเต็มเปี่ยม แล้วจูงมือถังโย่วโย่วออกจากคฤหาสน์
ทั้งสองคนนั่งรถเบนท์ลีย์ไปถึงบริษัทพร้อมกับชางโหยว
หลังจากที่หลิวชิงแต่งงานกับชางโหยว เธอแทบจะไม่ได้มาที่บริษัทอีกเลย ดังนั้นทั้งสองคนจึงถูกพนักงานต้อนรับขัดขวาง
"ขอโทษนะคะคุณผู้หญิง คุณ..." พนักงานต้อนรับเห็นหลิวชิงก็รู้ทันทีว่าเธอเป็ผู้หญิงที่ไม่ควรยุ่งด้วย
เมื่อมองสำรวจเสื้อผ้าและเครื่องประดับบนตัวเธอ ล้วนเป็สินค้าใหม่ล่าสุดของฤดูกาลนี้ทั้งสิ้น พอเห็นท่าทางดุดันของหลิวชิง และเด็กน้อยในอ้อมแขนของเธอ นี่มันเด็กที่อยู่ในอ้อมแขนของประธานชางเมื่อวานไม่ใช่หรือ? ความคิดหนึ่งค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในใจของพนักงานต้อนรับ
นี่คงไม่ใช่ภรรยาของประธานชางใช่ไหม?
หลิวชิงสวมแว่นกันแดดขนาดใหญ่บนใบหน้า เห็นเพียงโครงหน้าที่งดงามและริมฝีปากสีแดงที่ดูเ็า แล้วเธอก็เอ่ยปากด้วยน้ำเสียงเ็าและเต็มไปด้วยความหยิ่งทะนง "ยังไง? นี่มันบริษัทของฉัน ฉันเข้าไปไม่ได้งั้นเหรอ?"
"..." คำพูดของหลิวชิงยืนยันความคิดของพนักงานต้อนรับ
เมื่อภรรยาเ้าของบริษัทมาถึง พนักงานต้อนรับไม่กล้าที่จะประมาท รีบเดินออกมาจากหลังเคาน์เตอร์ โค้งคำนับให้กับหลิวชิงแล้ววิ่งเหยาะ ๆ ไปข้างหน้าเพื่อกดปุ่มลิฟต์ให้
"เชิญค่ะ คุณผู้หญิง"
หลิวชิงมองเธอผ่านแว่นกันแดดสองสามครั้ง ก่อนจะอุ้มถังโย่วโย่วเดินเข้าไปด้วยท่าทางสง่างาม
ทั้งสองคนเดินขึ้นลิฟต์ ไม่นานก็มาถึงชั้นผู้บริหาร หลิวชิงเดินตามเส้นทางที่ถังโย่วโย่วบอก แล้วตรงไปยังพื้นที่สำนักงาน
พอพวกเธอเพิ่งก้าวเข้าไปในพื้นที่สำนักงาน ก็ได้ยินเสียงผู้หญิงที่แหลมและยโสโอหังดังขึ้น
"น้องจาง เธอยังทำอะไรได้ดีอีกบ้าง? ฉันว่าเธอไม่ต้องทำแล้วละ ไปที่ฝ่ายบุคคลรับใบลาออกซะ ทำอะไรก็ไม่เป็เื่ มีแต่พังกับพัง ใครกันนะที่รับเธอเข้ามาทำงาน? เป็คนไร้ประโยชน์จริง ๆ"
ถังโย่วโย่วได้ยินเสียงนั้นก็รู้ทันทีว่าเป็เลขาหลี่ เธอรีบพูดกับหลิวชิงว่า "ป้าคะ คนนี้แหละคือเลขาหลี่"
เมื่อได้ยินคำพูดของถังโย่วโย่ว หลิวชิงก็ปล่อยพลังออกมาเต็มที่ ดูสิ เธอยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าบริษัทมีคนแบบนี้อยู่ ถ้าไม่รู้จักคงคิดว่าเธอเป็ภรรยาประธานบริษัทเสียอีก ช่างหยิ่งผยองเสียจริง
"โย่วโย่ว ลงมาก่อน ปล่อยให้ป้าจัดการเธอคนนี้เอง!"
การที่จะมาจีบชางโหยวก็แล้วไป แต่เมื่อวานผู้หญิงไร้ยางอายคนนี้ยังกล้ามารังแกถังโย่วโย่วอีก อีกฝ่ายคงไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วสินะ!
"ค่ะ!" ถังโย่วโย่วพยักหน้าอย่างตื่นเต้น โย่วโย่วลงมาจากอ้อมกอดของหลิวชิง แล้วเปลี่ยนมาจับมือแทน
หลิวชิงสวมรองเท้าส้นสูงประดับเพชร เดินเข้าไปในพื้นที่สำนักงาน ตอนนั้นเลขาหลี่หันหลังให้เธอ กำลังดุว่าเด็กฝึกงานเสี่ยวจางที่อยู่ตรงหน้า
พนักงานออฟฟิศต่างเห็นผู้หญิงที่มีออร่าน่าเกรงขามเดินเข้ามาตามระเบียงทางเดิน พวกเขายังสงสัยว่าผู้หญิงคนนี้เป็ใคร แต่เมื่อพวกเขาเห็นหลิวชิงจูงมือถังโย่วโย่วอยู่ พวกเขาก็รู้ทันที
นี่คือภรรยาประธานบริษัทที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก หลิวชิง หลังจากคุณหนูตระกูลหลิวแต่งงานกับชางโหยวก็กลายเป็ภรรยาตระกูลชาง
์! ภรรยาประธานบริษัทมาปรากฏตัวแล้ว คราวนี้ต้องมีเื่สนุกให้ดูแน่ ๆ
"คุณกำลังทำอะไรอยู่?"
หลิวชิงยืนอยู่ด้านหลังเลขาหลี่ เธอสวมรองเท้าส้นสูงและมีความสูง 172 เิเ สูงกว่าเลขาหลี่หนึ่ง่ศีรษะเต็ม ๆ
ความเย็นะเืแผ่ซ่านมาจากด้านหลัง แต่เลขาหลี่ยังไม่ทันตระหนักถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ อีกทั้งเสียงของหลิวชิงก็เป็เสียงที่เธอไม่คุ้นเคย เลขาหลี่จึงตอบโดยไม่หันหลังกลับมามอง "ทำอะไรงั้นเหรอ? ไม่เห็นหรือไงว่าฉันกำลังดุพนักงานใหม่อยู่? แล้วคุณเป็ใครมาจากไหนถึงกล้ามายุ่งกับฉัน?"
แน่นอนว่าเธอทำตัวเหิมเกริมมาก แต่ก็ยังไม่พอที่จะมาเทียบกับหลิวชิง
ทุกคนได้ยินคำพูดของเลขาหลี่แล้วต่างพากันเหงื่อตก เลขาหลี่คนนี้ช่างทะนงตัวเกินไปแล้ว เมื่อวานที่เธอไม่ได้ถูกไล่ออก เธอก็คิดว่าตัวเองเหนือกว่าคนอื่น แต่ไม่คิดว่าวันนี้เ้าของตัวจริงจะมา ดูซิว่าเธอจะตายยังไง!
หลิวชิงเหลือบตาเ็ามองแล้วยิ้มเยาะออกมา
ไม่เคยมีใครกล้าทำตัวไร้มารยาทต่อหน้าเธอแบบนี้มาหลาปีแล้ว
หลิวชิงยกมือขึ้นคว้าผมของเลขาหลี่ แล้วบังคับให้เธอหันหน้ามา
"ฉันเป็ใครงั้นเหรอ? ภรรยาท่านประธานอย่างฉันยังไม่รู้เลยว่าในบริษัทนี้มีคนสำคัญอย่างเธอด้วย?"
เลขาหลี่ถูกหลิวชิงจับผมไว้ ความเ็ปแล่นไปทั่วหนังศีรษะจนต้องร้องครางออกมา เธอเงยหน้าขึ้นมองเห็นใบหน้างดงามไร้ที่ติของหลิวชิงก็ชะงักไปชั่วขณะ
"ภรรยาท่านประธาน?"
เลขาหลี่ชะงักอยู่กับที่ด้วยความใ เธอคือภรรยาของประธานงั้นหรือ? ไม่… ไม่น่าจะเป็ไปได้ ทำไมถึงได้สวยขนาดนี้? ประธานไม่เคยพาภรรยาออกมาข้างนอกเลย ตอนแรกเลขาหลี่คิดว่าหลิวชิงคงจะเป็คนแก่หน้าตาไม่สดใส ไม่คิดว่าวันนี้จะได้เห็นว่าใบหน้าของหลิวชิงนั้นสามารถเอาชนะนักแสดงสาวรุ่นใหม่ในวงการบันเทิงได้ทั้งหมด
เลขาหลี่แสดงท่าทีหวาดกลัว "คุณ...ปล่อยฉันนะ"
"ปล่อยเธอเหรอ?" หลิวชิงหัวเราะเยาะเย้ย
เขามองสำรวจการแต่งกายของเธอั้แ่หัวจรดเท้า เห็นว่าวันนี้เลขาหลี่แต่งตัวโป๊ยิ่งกว่าเดิม กระโปรงสั้นจนแทบจะยาวเท่ากับกางเกงในแล้ว!
ท่าทางแบบนี้ไม่เหมือนมาทำงาน แต่เหมือนมาขายตัวมากกว่า!
"แน่ล่ะ นังแพศยา!"
หลิวชิงหัวเราะเยาะ ยกมือขึ้นตบหน้าเลขาหลี่ทันที เสียงนั้นดังกังวานไปทั่วบริเวณ
เพียะ!
"อ๊าย!" เลขาหลี่ถูกตบเข้าให้หนึ่งทีก็กรีดร้องด้วยความใ แทบจะทรงตัวไม่อยู่ แต่หลิวชิงคว้าผมเธอแล้วดึงกลับมา
"ตบครั้งนี้แทนแม่ที่สั่งสอนเธอ เลี้ยงลูกบุญธรรมมาตั้ง 18 ปี แต่เธอกลับคิดทำเื่ชั่วช้าลับ ๆ ล่อ ๆ แบบนี้!"
หลิวชิงพูดจบก็ยกมือขึ้นตบอีกครั้ง
เพียะ!
"ตบนี้เป็การสั่งสอนให้เธอรู้ว่า ฉันไม่เคยชอบให้ใครมาทำตัวเหิมเกริมกับฉัน"
แล้วก็ตามมาด้วยเสียงตบอีกครั้ง
เพียะ!
"ตบครั้งนี้เป็การสั่งสอนให้เธอรู้ว่า เมื่อวานเธอไปล่วงเกินคนที่ไม่ควรล่วงเกิน ด้วยสถานะของเธอน่ะ แม้แต่สาวใช้ที่คอยล้างเท้าก็ยังไม่คู่ควร!"
หลังจากตบไปสามที หลิวชิงก็ปล่อยมือ จนร่างของเลขาหลี่ล้มลง เธอสะบัดข้อมือ พลางคิดว่าเป็ภรรยาเศรษฐีมาหลายปี นาน ๆ จะได้ยืดเส้นยืดสายสักครั้ง กลับทำให้ข้อมือเมื่อยไปหมด
เลขาหลี่โดนตบสามทีจนหัวหมุนตาลาย ผมเผ้ายุ่งเหยิง แถมยังโดนตบต่อหน้าพนักงานออฟฟิศมากมาย เธอรีบกุมหัวแล้วกรีดร้อง "กรี๊ด!! ช่วยด้วย!"