ตอนที่ 1 : ราชโองการสีเื
ลมหนาวแห่งขุนเขาพัดกรรโชกแรงราวกับเสียงสะอื้นของภูตผี ณ หน้าผาสูงชันหลังจวนอัครมหาเสนาบดีตระกูลเม่ย กลิ่นคาวเืคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
ร่างของชายฉกรรจ์ชุดดำห้าคนนอนกระอักเือยู่บนพื้นดิน ขาทั้งสองข้างของพวกมันถูกหักสะบั้นด้วยวิชาต่อสู้มือเปล่าที่เฉียบขาด ทว่าผู้ที่ลงมือกลับกำลังทรุดฮวบลงข้างโขดหิน กระอักเืสีดำคล้ำออกมาคำโต
เม่ยหลิน กัดฟันแน่นจนกรอด แววตาดุจพยัคฆ์ลำบากจ้องมองสตรีที่ยืนอยู่เบื้องหน้า เม่ยอิง น้องสาวต่างมารดาที่บัดนี้สวมชุดหรูหรา ในมือกำ 'ราชโองการสมรส' ที่ฮ่องเต้เพิ่งประทานให้แก่ตระกูลเม่ยเมื่อ่เย็น
"พี่หญิง... วิชาของท่านช่างล้ำเลิศนัก ถูกพิษสลายปราณ ที่ข้าให้สาวใช้คนสนิทผสมลงในน้ำชาไปนับชั่วยาม ก็ยังอุตส่าห์เด็ดชีพองครักษ์เงาของข้าไปได้ถึงห้าคน" เม่ยอิงเหยียดยิ้มเ็า ขณะก้าวข้ามกองเืเข้ามาใกล้
เม่ยหลินพยายามรวบรวมลมปราณ ทว่าจุดตันเถียนกลับว่างเปล่า ความเ็ปแล่นริ้วไปตามเส้นชีพจรราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง นางรู้ตัวดีว่าพลาดท่าตกหลุมพรางเสียแล้ว นางอาจรับมือกับนักฆ่าได้สิบคน แต่ไม่อาจสู้กับคนทรยศที่อยู่ข้างกาย
"เ้าคิดหรือ ว่าราชโองการฉบับนั้น จะทำให้เ้าได้เป็ฮูหยินแม่ทัพเถียนเฟิง"
เม่ยหลินแค่นเสียงลอดไรฟัน แม้ไร้เรี่ยวแรงแต่ความเย่อหยิ่งในสายตาหาได้ลดลงไม่
"เหตุใดจะไม่ได้เล่า" เม่ยอิงย่อตัวลงตรงหน้า ชูขวดกระเบื้องสีดำในมือขึ้น
"ราชโองการระบุเพียงบุตรสาวตระกูลเม่ย หากคืนนี้ท่านหายสาบสูญไป ข้าย่อมกลายเป็คุณหนูใหญ่แทน แต่ข้าจะไม่ยอมให้ท่านรอดไปพูดความจริงได้หรอก ยาขวดนี้คือพิษจันทร์ดับ มันจะแผดเผาเส้นเสียงและกัดกินใบหน้างดงามของท่านจนไม่เหลือเค้าเดิม"
สิ้นคำพูดเม่ยอิงพยักหน้า องครักษ์เงาอีกสามคนที่เหลือรอดก็พุ่งเข้ามากดไหล่เม่ยหลินไว้กับพื้น เม่ยหลินดิ้นรนสุดกำลัง นางซัดข้อศอกกระแทกหน้าองครักษ์ผู้หนึ่งจนฟันหักกระเด็น
แต่ในสภาพที่ไร้ลมปราณ นางไม่อาจต้านทานเรี่ยวแรงของชายฉกรรจ์อีกสองคนที่เหลือได้
เม่ยอิงบีบกรามพี่สาวอย่างแรงจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ก่อนจะกรอกพิษร้ายลงไปในลำคอ
ความร้อนดุจลาวาไหลทะลักลงสู่คอหอย เม่ยหลินเบิกตากว้าง ความเ็ปแผดเผาเส้นเสียงจนนางไม่อาจเปล่งเสียงใดออกมาได้นอกจากเสียงสำลักเื ใบหน้าของนางเริ่มปวดแสบปวดร้อนราวกับถูกสาดด้วยน้ำกรด
"สับคอนางเสีย แล้วค่อยโยนศพลงไปให้แร้งกาจิกกิน!" เม่ยอิงสั่งการด้วยแววตาอำมหิต นางไม่้าให้เกิดข้อผิดพลาดใดๆ
องครักษ์เงาพยักหน้ารับ มันชักดาบเล่มเขื่องออกมา ประกายโลหะสะท้อนแสงจันทร์เยียบเย็น ก่อนจะเงื้อดาบขึ้นสุดแขนหมายจะบั่นคอเม่ยหลินให้ขาดสะบั้นในดาบเดียว
เม่ยหลินที่นอนกระอักเือยู่บนพื้นรู้ดีว่า นางไม่อาจใช้ลมปราณต้านทานดาบนี้ได้แน่
ทว่า เื้ันางห่างไปเพียงครึ่งก้าวคือหน้าผาไร้ก้นบึ้ง
หากอยู่ตรงนี้ย่อมหัวหลุดจากบ่า แต่หากร่วงหล่นลงไปในความมืดมิด อย่างน้อยนางก็ยังเป็ผู้กำหนดชะตาชีวิตตนเอง
‘ถ้าข้าต้องตาย พวกเ้าจะไม่มีวันได้เห็นแม้แต่ซากศพของข้า!’
ในเสี้ยววินาทีที่ดาบกำลังจะฟันลงมา เม่ยหลินกัดฟันรีดเร้นพละกำลังเฮือกสุดท้ายทางร่างกาย ถีบเท้าเข้าที่หัวเข่าขององครักษ์เงาจนมันเสียหลัก ดาบที่ฟันลงมาจึงพลาดเป้าไปเฉี่ยวเพียงหัวไหล่ เืสาดกระเซ็น
อาศัยจังหวะชุลมุนนั้น เม่ยหลินทิ้งน้ำหนักตัวหงายหลังพุ่งออกจากขอบผาด้วยตนเอง มือที่เปื้อนเืของนางตวัดคว้าปิ่นทองคำบนศีรษะของเม่ยอิงที่ยืนชะโงกหน้าอยู่ใกล้ๆ กระชากติดมือมาอย่างแรง
"กรี๊ดดด นังบ้าเอ๊ย!" เม่ยอิงกรีดร้องลั่นเมื่อผมเผ้าหลุดลุ่ยและเกือบถูกลากตกลงไปด้วย โชคดีที่องครักษ์คว้าตัวนางไว้ได้ทัน
ร่างของเม่ยหลินร่วงหล่นสู่ก้นเหว สายลมกรีดร้องผ่านโสตประสาท ความเ็ปจากพิษร้ายกัดกินร่างกาย
ทว่าในมือของนางยังคงกำปิ่นทองคำของศัตรูไว้แน่น
ฉึก!
กร๊อบ!
ร่างของนางกระแทกเข้ากับกิ่งไม้ใหญ่ กระดูกซี่โครงหักสะบั้น ก่อนจะร่วงลงกระแทกโขดหินริมน้ำ เืสีสดไหลทะลักย้อมชุดสีอ่อนจนกลายเป็สีแดงฉาน สติสัมปชัญญะของนางกำลังจะดับสูญ
ในวินาทีที่เืของนางไหลไปัักับ 'กำไลหยกเก่าแก่' ที่สวมติดข้อมือมาั้แ่เกิด กำไลวงนั้นพลันเปล่งแสงสีเขียวเยือกเย็น มันดูดกลืนหยาดเืของนาง ก่อนที่รอยแยกของมิติจะแหวกออกกลางอากาศ ดูดกลืนร่างที่แหลกเหลวของเม่ยหลินเข้าไปอย่างไร้ร่องรอย...
ทิ้งไว้เพียงรอยเืจางๆ บนโขดหินเื้ั ท่ามกลางความเงียบสงัดของหุบเขามรณะ