ย้อนยุคสู่ปี 80 พร้อมระบบ: อย่าริอาจมาแหย่แม่ชาเขียว

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 51 ค้นพบโบราณวัตถุ

            เสียงของเธอค่อนข้างดังจนผู้คนโดยรอบเริ่มสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวทางด้านนี้

            “เสิ่นเหยานี่เป็นบ้าไปแล้วหรือเปล่า ต่อให้จะรักเมียแค่ไหนก็ไม่น่าตามใจจนเสียคนขนาดนี้มั้ง?”

            “นี่มันช่วงพักเที่ยง งานในนาก็ยังทำไม่เสร็จเลยยังจะมีแก่ใจมาดูรูมดอะไรกันอีกล่ะนั่น?”

            บางคนก็อดรนทนไม่ได้เอ่ยจิกกัดด้วยน้ำเสียงประชดประชันว่า

            “ก็แหงล่ะ เจียงอิ๋งอิ๋งเขานั่งรถยนต์คันเล็กกลับมาเชียวนะหอบเนื้อหอบหนังมาตั้งเท่าไหร่!”

            “จุ๊ๆ อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยฉันได้ยินมาว่าตั้งแต่เจียงอิ๋งอิ๋งแต่งเข้าบ้านเสิ่นตระกูลเสิ่นก็ได้กินเนื้อกันทุกวันเลยนะ!”

            “จะเป็นไปได้ยังไง? เจียงอิ๋งอิ๋งเอาเงินมาจากไหนนักหนาถึงได้กินเนื้อทุกวัน?สินเดิมจะมีมากแค่ไหน กินไปเรื่อยๆ มันก็ต้องหมด!”

            เจียงอิ๋งอิ๋งหาได้สนใจเสียงซุบซิบเหล่านั้นไม่สายตาของเธอจดจ้องไปยังรูมดนั้นเขม็ง พร้อมกับกำชับเสิ่นเหยาไม่ขาดปาก“คุณเบามือหน่อยนะ ขุดลงไปแค่เมตรเดียวก็พอค่ะ”

            แค่ดูรูมดยังข้อแม้เยอะขนาดนี้!

            ใบหน้าของเสิ่นเหยายิ่งมืดครึ้มลงกว่าเดิมทว่าเขาก็ยังคงผ่อนแรงลงตามที่เธอบอก

            เขาเป็นคนแรงเยอะเพียงแค่ขุดไปสามสี่ที หลุมลึกประมาณหนึ่งเมตรก็ปรากฏขึ้น

            เจียงอิ๋งอิ๋งเหลือบไปเห็นเงาสีทองแดงวับๆแวมๆ จึงรีบร้องบอกทันที “พี่เหยา หยุดก่อนค่ะ!”

            เสิ่นเสี่ยวอวิ๋นแค่นเสียงเหอะออกมาคำหนึ่ง“ทำไม ในนั้นมีทองหรือไง?”

            เจียงอิ๋งอิ๋งลอบยิ้มที่มุมปากเธอย่อตัวลงแล้วใช้ปลายนิ้วค่อยๆ เกลี่ยดินรอบๆ ออกอย่างระมัดระวังจนกระทั่งเครื่องทองแดงที่สลักลวดลายวิจิตรบรรจงปรากฏแก่สายตาทุกคน

            นี่คือโบราณวัตถุชิ้นหนึ่งแถมยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์และดูเก่าแก่มีอายุ...

            แววตาของเสิ่นเหยาพลันเคร่งขรึมขึ้นเขาก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวเพื่อหยิบเครื่องทองแดงชิ้นนั้นขึ้นมาเสิ่นหลิงที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับอุทานออกมาด้วยความตกใจ“พี่เหยา นี่มันของล้ำค่านี่นา!”

            ขณะที่เธอทำท่าจะขยับเข้าไปดูใกล้ๆเสิ่นเหยากลับถอยหลังหนีหนึ่งก้าว แล้วยัดของสิ่งนั้นใส่อ้อมกอดของเจียงอิ๋งอิ๋งพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นชา “นี่เป็นของเธอ!”

            ใบหน้าของเสิ่นหลิงเปลี่ยนเป็นสีคล้ำสลับแดงเธอเม้มริมฝีปากแน่น ทั้งอับอายทั้งริษยา “ฉันแค่จะขอดูหน่อยเดียวเอง...”

            ในตอนนี้ไม่ใช่แค่เสิ่นหลิงเท่านั้น แต่ชาวบ้านที่กำลังทำงานในนาต่างก็กรูกันเข้ามาล้อมวง

            เสิ่นหงชุ่ยสืบเท้าเข้ามาอย่างรวดเร็วดวงตาเป็นประกายวาววับพลางโพล่งเสียงดัง “เจียงอิ๋งอิ๋งของล้ำค่านี่ขุดได้จากที่ดินของส่วนรวมนะ เธออย่าคิดจะฮุบไว้คนเดียวเชียว!”

            นี่ไม่ใช่กระต่ายป่าสักตัวที่จะเอามาทำกินให้หายอยากไปมื้อหนึ่ง!

            ดูจากน้ำหนักที่หนักอึ้งขนาดนี้ไม่แน่ว่าอาจจะขายได้เงินมหาศาล!

            “นั่นสิ ของแบบนี้ต้องตกเป็นของทุกคน!”

            “เสิ่นเหยา สายตาชาวบ้านเขาก็มองกันอยู่นะ!”

            วัตถุเพียงชิ้นเดียวกลับดึงดูดใจผู้คนจนหลงลืมความเหน็ดเหนื่อยจากการทำนาแต่ละคนแทบจะถลาเข้ามาแย่งชิงไปจากมือ!

            หลี่เสวี่ยเหลียนถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างนึกรังเกียจ“ลูกสะใภ้ฉันบอกให้ขุด ลูกชายฉันเป็นคนลงแรงแล้วมันเกี่ยวอะไรกับพวกแกไม่ทราบ!”

            เสิ่นหงชุ่ยแสยะยิ้ม“พี่สะใภ้ ของในดินนี่ไม่ว่าใครจะเป็นคนขุดขึ้นมามันก็ต้องเป็นของหมู่บ้านเรา! ถ้าพี่คิดจะฮุบไว้คนเดียว ฉันจะไปฟ้องผู้ใหญ่บ้าน!”

            “อย่าคิดว่าเกี่ยวดองกับผู้ใหญ่บ้านแล้วจะมาทำหน้ามืดตามัวฮุบของไปเป็นของตัวเองได้นะ!”

            “ใช่ๆ ของพรรค์นี้จะปล่อยให้ใครคนใดคนหนึ่งครอบครองไม่ได้!”

            ฝูงชนต่างวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่ล้อมกรอบครอบครัวของหลี่เสวี่ยเหลียนเอาไว้ตรงกลาง

            เสิ่นเหยายืนบังหน้าเจียงอิ๋งอิ๋งไว้น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบถึงขีดสุด “ใครอยากจะแย่งก็เข้ามา!”

            สิ้นคำพูดของเขาบรรยากาศโดยรอบเงียบกริบไปชั่วครู่ ทว่าเพียงครู่เดียวเท่านั้นเสียงเซ็งแซ่ก็ดังขึ้นอีกครั้ง

            “พ่อหนุ่มเสิ่น นี่แกหมายความว่ายังไง? จะหาเรื่องวางมวยหรือไง?”

            “ที่ดินตรงนี้ไม่ใช่ของบ้านแกนะ!”

            คนรอบข้างมีทั้งคนแก่คนหนุ่มทั้งชายและหญิง ต่อให้เสิ่นเหยาจะเก่งกาจแค่ไหนก็ไม่สามารถลงไม้ลงมือเพราะเรื่องนี้ได้ ยิ่งไปกว่านั้นบางคนยังมีศักดิ์เป็นผู้ใหญ่กว่าเขามากนัก

            ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดเจียงอิ๋งอิ๋งกลับหลุดขำออกมาเบาๆ พลางยกมือปิดปาก

            “ของทุกคนอะไรกันคะ? ของสิ่งนี้จะมูลค่าสูงหรือไม่นั้นพักไว้ก่อนแต่มันไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่งแน่นอน!”

            เมื่อเธอพูดจบทุกคนต่างก็ตกตะลึง

            เสิ่นเหยามองเธอด้วยสายตาที่ซับซ้อนก่อนจะกระซิบถาม “เธอจะยอมยกให้พวกเขาหรือ?”

            ฝ่ายเสิ่นหงชุ่ยกลับยิ้มแก้มปริ“ฉันว่าแล้วเชียวว่าลูกสาวผู้ใหญ่บ้านต้องพอจะรู้ความอยู่บ้างของนี่เอาไปขายแล้วต้องเอาเงินมาแบ่งกัน! ที่ดินตรงนี้มีที่นาของพวกเราแค่ห้าบ้านงั้นก็ต้องแบ่งกันแค่ห้าบ้านถึงจะถูก!”

            พูดจบเธอก็ยื่นมืออันละโมบออกมาหวังจะคว้าของไป

            ทว่าใบหน้าของเจียงอิ๋งอิ๋งที่ยังเปื้อนยิ้มเมื่อครู่กลับเปลี่ยนเป็นเย็นชาขึ้นมาทันที“น้าหงชุ่ยคะ น้าจะเอาไปขายงั้นหรือ? นี่กะจะส่งพวกเราทั้งห้าบ้านเข้าไปนอนในคุกหรือไง?”

            “น้าเคยเข้าไปอยู่มาแล้ว อยากจะกลับไปนอนในนั้นอีกรอบก็เรื่องของน้าเถอะค่ะแต่พวกเราเป็นครอบครัวที่บริสุทธิ์สะอาด ไม่อยากจะไปเหยียบที่แบบนั้นหรอกนะ!”

            ใบหน้าแก่ชราของเสิ่นหงชุ่ยพลันเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำสลับขาวซีดเรื่องที่เธอถูกคุมตัวอยู่ที่สถานีตำรวจท้องที่อยู่หลายวันนั้น แม้ทุกคนจะรู้ดีแต่ก็ไม่มีใครกล้าเอามาพูดต่อหน้าเพราะเห็นแก่หน้าค่าตาทว่าเจียงอิ๋งอิ๋งกลับขุดคุ้ยออกมาพูดอย่างโต้งๆ!

            นี่มันเท่ากับเหยียบหน้ากันชัดๆเธอแทบอยากจะพุ่งเข้าไปฉีกปากเจียงอิ๋งอิ๋งเสียเดี๋ยวนี้“แกหมายความว่ายังไง? พูดไปพูดมาก็แค่อยากจะฮุบไว้คนเดียวล่ะสิ!”

            เจียงอิ๋งอิ๋งแค่นยิ้มเย็น“ของสิ่งนี้คือโบราณวัตถุน้าทราบไหมคะว่าโทษของการค้าโบราณวัตถุเป็นการส่วนตัวน่ะมันหนักแค่ไหน? มันไม่ได้จบแค่ติดคุกไม่กี่วันหรอกนะ แต่มันต้องติดคุกกันเป็นปีๆ!”

            “น้าบอกให้ทุกคนเอาไปขายแบ่งเงินกัน นี่จงใจจะส่งคนเข้าคุกชัดๆ!”

            เสิ่นหงชุ่ยจะไปรู้เรื่องพวกนี้ได้อย่างไรเธอไม่เชื่อคำพูดนั้นเลยสักนิด “ไม่ขาย? งั้นของชิ้นนี้จะเอาไปไว้ที่ไหน? จะเอาไปเก็บไว้ที่บ้านแกงั้นหรือ?”

            “ฉันไม่กล้าเก็บไว้หรอกค่ะ”

            เจียงอิ๋งอิ๋งส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ“เดี๋ยวฉันจะไปหาพ่อ แล้วให้แจ้งตำรวจมาจัดการ! นี่คือโบราณวัตถุต้องส่งมอบให้เป็นสมบัติของรัฐ!”

            ใบหน้าเล็กๆของเธอดูมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว ทำให้สีหน้าของเสิ่นเหยาผ่อนคลายลงตามไปด้วย“ใครอยากเข้าคุก ก็ลองก้าวเข้ามาแย่งดู!”

            ชาวบ้านต่างมองหน้ากันไปมาอย่างลังเล

            ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเคยได้ยินเสียงประกาศตามสายของหมู่บ้านอยู่บ้างว่าโบราณวัตถุนั้นห้ามครอบครองเป็นส่วนตัว...

            เสิ่นหงชุ่ยเริ่มใจเสียแต่ก็ยังไม่ยอมแพ้ “ใครจะไปรู้ว่าแกจะเอาไปส่งจริงๆหรือเปล่า! ถ้าแกแอบเก็บไว้เองจะทำยังไง?”

            เจียงอิ๋งอิ๋งปรายตามองเธอ“ฉันจะเอาไปที่หมู่บ้านเดี๋ยวนี้แหละ ถ้าน้าไม่สบายใจก็ตามมาดูได้เลย!”

            งานในนายังคงรออยู่แต่ดูเหมือนโบราณวัตถุชิ้นนี้จะน่าสนใจกว่ามาก

            ในที่สุดทั้งห้าบ้านจึงตกลงกันว่าจะส่งตัวแทนบ้านละหนึ่งคนตามเจียงอิ๋งอิ๋งไปรอตำรวจที่หมู่บ้าน

            เสิ่นเหยามองดูมัดข้าวบนบ่าพลางลังเล

            เขาเป็นแรงงานชายเพียงคนเดียวของบ้านจะปล่อยเวลาให้เสียเปล่าไม่ได้

            แต่จะให้เจียงอิ๋งอิ๋งไปคนเดียวเขาก็ไม่วางใจเลยแม้แต่น้อย

            หลี่เสวี่ยเหลียนค้อนขวับใส่ลูกชาย“มัวยืนบื้อทำไมล่ะ ไม่รีบตามอิ๋งอิ๋งไปล่ะ? คนเยอะขนาดนั้นถ้าเกิดโดนใครเขารังแกขึ้นมาจะทำยังไง?”

            เสิ่นเหยาวางข้าวลงบนเกวียนลาก“แม่ครับ ผมจะรีบไปรีบกลับนะ”

            “ไม่เสียเวลาไปแม้แต่นิดเดียวหรอกน่า แม่กับน้องแกทำกันเองได้”

            เสิ่นเสี่ยวอวิ๋นรีบตบอกรับคำทันที“พี่คะ รีบไปปกป้องพี่สะใภ้เถอะ!”

            คนกลุ่มหนึ่งมุ่งหน้าไปพบเจียงชางหรูอย่างรวดเร็ว

            โบราณวัตถุชิ้นนั้นช่างแตกต่างจากของเก่าทั่วไปพอยกขึ้นมาถือในมือกลับให้ความรู้สึกหนักอึ้งและเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายแห่งประวัติศาสตร์

            เจียงชางหรูถึงกับอ้าปากค้างจนบุหรี่ในปากร่วงหล่นลงมา“นี่ไปเอามาจากไหนกัน?”

            เจียงอิ๋งอิ๋งส่งของให้เขา“พ่อคะ พี่เสิ่นเป็นคนขุดขึ้นมาได้ค่ะ”

            เสิ่นเหยามองเธอปราดหนึ่งก่อนจะเสริมว่า“อิ๋งอิ๋งเป็นคนค้นพบครับ”

            ส่วนเรื่องที่ว่าพบได้อย่างไรนั้นเขาไม่ได้เอ่ยถึง

            ของสิ่งนี้คงจะเป็นของล้ำค่าจริงๆ!เจียงชางหรูรีบหากระดาษมาห่อหุ้มไว้อย่างหนาแน่นหลายชั้นก่อนจะผูกติดไว้กับรถจักรยานแล้วปั่นมุ่งหน้าไปยังสถานีตำรวจในตัวอำเภอทันที...

            ด้วยความที่อยากรู้ผลลัพธ์ใจจะขาดแม้จะเป็นช่วงที่งานล้นมือเพียงใดกลุ่มคนเหล่านั้นก็ยังคงดึงดันนั่งรออยู่ที่หน้าสำนักงานส่วนกลางของหมู่บ้านเป็นเวลานานกว่าหนึ่งชั่วโมง...

             

    คล้ายกับเรื่องย้อนยุคสู่ปี 80 พร้อมระบบ: อย่าริอาจมาแหย่แม่ชาเขียว ที่คุณอ่าน