ระรินดาวถูกเหวี่ยงลงโซฟาตัวยาวอย่างแรงเธอพยายามระงับอาการสั่นกลัวเพื่อไม่ให้เขามองด้วยสายตาเย้ยหยันสะใจอย่างในตอนนี้
คนเริ่มสติแตกเพราะไม่เข้าใจอะไรเลยสักอย่างกับสถานการณ์ที่เจอกำลังหมกมุ่นอยู่กับคำถามที่ประดังมาพร้อมกัน
อะไรคือ ‘สิ่งเลวร้าย’ ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของเขา!
ใช่ฝีมือบิดาเธอตามคำกล่าวอ้างหรือไม่!
แล้วทำไมเอริซาต้องทำกับเธออย่างนี้!
หลากข้อสงสัยที่ทำให้หญิงสาวต้องขบคิดหัวแทบะเิแต่ยิ่งคิดกลับยิ่งรู้สึกสะท้อนลึก เมื่อทุกอย่างส่อเค้าเด่นชัด
มันอาจเป็ความจริง!
ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่ต้องมาตกอยู่ในสภาพแบบนี้ชะตากรรมที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ในเมื่อ ‘ความรับผิดชอบอันใหญ่หลวง’ถูกปัดมาถึงตัวเอง
มือเล็กกำสร้อยคอของขวัญที่เพิ่งรับมาจากนีห์ยะไว้แน่น
อัลฟาล
เธอจะทำอย่างไรดี เพราะหากเื่ที่เขาพูดเป็ความจริงนั่นก็หมายความว่าอัลฟาลกำลังตกที่นั่งลำบาก
และถ้าการมาที่นี่ของเธอมันจะช่วยถ่วงเวลาไม่ให้ผู้ชายใจร้ายคนนี้ไปรบกวนอัลฟาลที่กำลังอาการน่าเป็ห่วงได้..น่าจะดี
“ข้อเสนอที่คุณว่าฉันอยากให้คุณช่วยขยายความให้ฟังหน่อย”
แน่นอนว่าเธอควรรู้!
เมอยาฟหย่อนตัวนั่งฝั่งตรงข้าม ดวงตาเข้มจัดของเขาแฝงรอยประหลาดไม่ต่างจากถ้อยคำ
“เอ..ชักสงสัยแล้วว่า พ่อลูกไม่คุยกันให้รู้เื่ก่อนมาหรือว่าไม่มีใครบอกอะไรเธอเลย” เขาคงประเมินเอาจากท่าทีของเธอกระมัง
ทำยังไงดี
“บอกเหมือนกันค่ะ แต่เป็ฉันเองที่ไม่ได้ตั้งใจฟังเท่าไหร่พูดให้ถูกก็คือฟังไม่รู้ความมากกว่า เพราะส่วนใหญ่ฉันพูดแต่ภาษาไทย นานๆถึงใช้ภาษาท้องถิ่นสักที”
“แต่เธอก็พูดได้ดีนี่”
“แค่ดีแต่พูด เื่ฟังยังไม่เท่าไหร่หรอกค่ะ หากคุณจะกรุณาช่วยบอกฉันอีกรอบละกัน” เขาทิ้งลมหายใจหนักคล้ายบอกว่าเอาบุญ
“พ่อเธอเป็หนี้ฉันจำนวนมหาศาลมันเทียบเท่าเกือบทั้งหมดของธุรกิจตระกูลเธอนั่นแหละและฉันก็ขอทวงคืนทั้งหมดโดยไม่มีการผ่อนผันใดๆ ทั้งสิ้น” คนฟังตัวร้อนฉ่า
“ทำไมคะ! ก็พ่อฉันกับพ่อคุณเป็เพื่อนกัน ทำไมคุณต้องบีบคั้นกันอย่างนี้”
“เพื่อน!” เขาตะคอกเสียงลั่น มันทำให้หญิงสาวเริ่มไม่มั่นใจในความสัมพันธ์
“เป็พ่อฉันฝ่ายเดียวมั้งที่คิดอย่างนั้น!”
“แล้วคุณรู้ได้ยังไง คุณตัดสินแทนคนอื่นไม่ได้หรอกนะ”คนฟังดีดตัวคล้ายไม่พอใจ ระรินดาวพลันสลดลง
“ขอโทษค่ะ ฉันแค่ออกความเห็น ไม่ได้จะความหมายว่าอะไรทั้งนั้น”เมื่อเห็นว่าเขาทิ้งแผ่นหลังพิงดังเดิม เธอจึงลอบผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก
“ฉันไม่รู้ว่าในอดีตเกิดอะไรขึ้นบ้างไม่รู้ว่าพ่อฉันทำอะไรกับครอบครัวคุณไว้ แต่มันคงมากมายจนคุณอยากทวงคืนและถ้าหากการมาของฉันจะสามารถทดแทนเื่ราวในครั้งก่อนได้..ฉันก็ไม่ขัดข้องขอเพียงคุณให้อภัยและยกโทษให้ท่าน” คนกอดอกนิ่งรับฟังด้วยท่าทีสงบ หากแต่ภายในกลับรู้สึกแปรปรวนอย่างบอกไม่ถูกดวงตาคมส่งประกายจัดจ้าน
ถูกใจกับคำว่า ‘ไม่ขัดข้อง’
“น่าสน..เพราะถ้าเธออยู่กับฉันจนครบหนึ่งปีตามสัญญา หนี้สินทั้งหมดของบ้านเธอก็มีอันยุติลงเช่นกัน”ระรินดาวเริ่มขยับตัวเมื่ออีกฝ่ายไม่เพียงแค่พูดแต่พาตัวเข้ามาใกล้ด้วยนี่สิ
“แล้วแน่ใจเหรอ..ที่ว่าเธอ..ไม่มีอะไรขัดข้อง”คนฟังกลืนน้ำลายลงคอดังเอื้อก
ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย!
“คือ..ฉันหมายถึง..ว๊าย!” โซฟาราคาแพงลิ่วย่อมไม่ธรรมดามันปรับระดับเองอัตโนมัติทันทีที่รับน้ำหนักแรงจนหญิงสาวแผ่หลาหน้าหงาย
ส่วนคนที่ยังค้างอยู่ท่าเดิมคงได้หัวเราะร่วนไปแล้วถ้าไม่อยู่ในสถานการณ์อึมครึมเช่นนี้
เมอยาฟเหยียดตัวขึ้นมายืนนิ่งนึกตำหนิตัวเองว่าเกือบไปแล้ว..เกือบห้ามใจไม่อยู่
อย่าลืมสิ!ว่าผู้หญิงคนนี้เป็ใคร
เมื่อคิดได้มือหนาก็กระชากคนตัวเล็กให้ลงมากองกับพื้นอย่างไม่ปราณี
“โอ๊ย! ฉันเจ็บนะ”แม้ว่าพื้นจะปูด้วยพรมเนื้อดีทั้งห้อง แต่หล่นลงมาดังแอ่กแบบนี้ก็ไม่ไหวเหมือนกัน
“เอาล่ะ! เป็อันว่าที่เธอพูดเมื่อกี้ฉันจะถือว่าเป็การยอมรับข้อเสนอการชดใช้หนี้สินทั้งหมดตามสัญญาแล้วต่อไปอย่าริอาจแตะต้องโซฟาฉันอีก ที่ของเธอคือพื้นเท่านั้น”ระรินดาวเงยหน้ามองอีกฝ่ายอย่างประจักษ์แจ้ง
ตอนนี้เธอเริ่มแน่ใจแล้วว่า..คนที่โกหกคือเอริซา
ไม่มีงานเลี้ยงฉลองครบรอบสิบห้าปีในการทำธุรกิจ
ไม่มีงานรื่นเริง
ไม่มีอะไรทั้งนั้นแม้กระทั่ง..มิตร
แล้วอะไร..ที่ทำให้เขาโกรธเคืองบิดาได้เพียงนี้
อัลฟาลทำอะไรเขาไว้คะ
“ฉันจะยึดพาสปอร์ต กระเป๋าเงินและโทรศัพท์มือถือเธอเพื่อเป็หลักประกันว่าเธอจะไม่คิดหนี”
“นี่คุณ!” เขาตวาดฉับ
“หุบปาก! เธอไม่มีสิทธิ์ต่อรองอะไรทั้งนั้น”คนตัวโตย่อลงมาอยู่ระดับเดียวกับคนที่พื้นอย่างเป็ต่อ คำขู่ทำเธอกัดฟันแน่น
“และขอเตือน..อย่าได้คิดหนี เพราะเธออยู่ในถิ่นของฉันอยู่ในสายตาของฉันตลอดเวลา บอกเลย..ว่าไม่ทางพ้นมือฉันไปได้” ระรินดาว อดหลุดปากค่อนขอดไม่ได้
“ก็เล่นยึดไปหมดอย่างนี้ใครจะไปไหนรอด และขอบอกไว้เลยเหมือนกันว่า..ต่อให้มีทางไปฉันก็คงไม่ไปถ้าไม่ได้ใช้หนี้ให้พ่อให้หมดก่อนต่อให้คุณจิกใช้ฉันสารพัดฉันก็จะทนทำให้จนได้นั่นล่ะ
ว่าแต่คุณเถอะ..อย่าเพิ่งเบื่อฉันจนรีบส่งคืนก่อนครบกำหนดละกัน ไม่อย่างนั้นฉันจะถือว่าคุณเป็ฝ่ายผิดสัญญาเองมีผลให้หนี้สินทั้งหมดของพ่อฉันหมดไปด้วยเหมือนกัน” เมอยาฟนิ่งอึ้ง
ช่างใจกล้าท้าทายเหลือเกิน
อุปมาอุปไมยไอ้เพื่อนยากแล่นปราดเข้าหัวอย่างรู้งาน
"ยอมรับนะว่าลูกสาวบ้านนั้นน่ะสวยๆ ทุกคนแต่เหมือนไม่ค่อยจะกลมกล่อมเอาเสียเลยนายว่าไหม ไอ้คนที่หวานก็หวานสนิทเสียดายนะมีครอบครัวไปแล้ว คนที่เค็มก็เค็มจัดจนน่าขนลุกส่วนไอ้คนที่เปรี้ยวก็เปรี้ยวสุดขีด เห็นแล้วเข็ดฟันนี่ถ้าจับสามสาวมาปั่นมูลีเน็กรวมกันให้ออกมาเป็อีกคนได้นะ โอ้โหห..สุดยอด!”
คงเป็แบบนี้มั้ง
ภายนอกที่ดูอ่อนหวานน่าทะนุถนอมและมีเสน่ห์ชวนมองกลับแฝงความเข้มแข็งกล้าหาญ และหยิ่งทระนงไว้ภายใน
ผู้หญิงคนนี้..
“อวดดี! เก่งนักใช่ไหม ได้! แล้วฉันจะคอยดูอย่าลืมคำพูดตัวเองซะก่อนล่ะ”