ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    เล่มที่ 2 บทที่ 43 ร่วมเดินทาง

            “แกร่ก!” ขณะที่ชายหนุ่มแซ่ซ่างกวนมองแผ่นหลังของเย่เฟิงไกลออกไป พลันหยกชิ้นหนึ่งปรากฏในมือก่อนจะถูกเขาบดขยี้ สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเยือกเย็นสลักลึกลงกระดูก เขาซ่างกวนหงคือศิษย์แห่งสำนักแสงอรุณ ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นรวมชี่ที่ 3 การแข่งขันใหญ่ปลายปีของสำนักยุทธ์ในอีกสามเดือน นามของเขาอาจไปอยู่ในรายนามขั้นรวมชี่

            วันนี้มีคนเข่นฆ่าศิษย์ร่วมสำนักของเขาไปห้าคนในแดนทดสอบหุบเขาเทียนเสวียน ทั้งยังพูดจาท้าทายเขา แต่เพราะกฎของแดนทดสอบ เขาจึงทำได้เพียงมองดูโดยมิอาจทำอะไรอีกฝ่ายได้ นี่ทำให้ซ่างกวนหงมิอาจระบายโทสะที่อยู่ในใจออกไปได้ ไม่ว่าสำนักหรือสำนักยุทธ์ก็ไม่มีใครกล้ายั่วยุเขามานานแล้ว ดังนั้นเมื่อใดที่เขาหาโอกาสได้ เย่เฟิงต้องตายคามือเขาแน่นอน

            ตลอดการเดินทางของเย่เฟิง เขาไม่มีทางเก็บเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้มาใส่ใจ และยิ่งไม่นึกเสียใจภายหลัง หากอีกฝ่ายต้องการแก้แค้นและฆ่าเขา เช่นนั้นเย่เฟิงก็จะทำให้อีกฝ่ายชดใช้ด้วยราคาแสนเจ็บปวด แม้ต้องล่วงเกินซ่างกวนหงที่อยู่ขั้นรวมชี่และทั้งสำนักแสงอรุณแล้วอย่างไรเล่า?

            เขาเย่เฟิงยึดมั่นในปณิธานของตนเสมอมา ไม่ว่าใครก็มิอาจเปลี่ยนแปลงสิ่งนี้ได้

            ผ่านไปอีกหนึ่งชั่วยาม เย่เฟิงยังคงเดินลึกเข้าไปในหุบเขา เพราะต้องระวังสัตว์อสูร และมนุษย์ที่อาจจู่โจมเข้ามาได้ทุกเวลา เขาจึงกำหอกมังกรเงินประกายแน่น

            ในช่วงเวลานี้เย่เฟิงพบเจอสัตว์อสูรลอบโจมตีนับครั้งไม่ถ้วน ส่วนใหญ่อยู่ระดับแปดไม่ก็ระดับเก้า พลังแกร่งกล้า ทว่าพลังของเย่เฟิงต่างจากผู้ฝึกยุทธ์ขั้นบ่มเพาะกายาทั่ว ๆ ไป ดังนั้นพวกสัตว์อสูรที่ลอบโจมตีจึงถูกเขาฆ่าทั้งหมด ส่วนผู้เข้าทดสอบหลายคนด้อยกว่าเย่เฟิงจึงตายอย่างน่าอนาถ และระหว่างทางเย่เฟิงก็พบเจอไม่น้อย

            ที่นี่ยังไม่พ้นจากพรมแดนของหุบเขาเทียนเสวียน แต่ก็ถือว่าเป็นที่ที่อันตรายมาก หากเข้าไปยังส่วนลึกที่แท้จริงจะมีบททดสอบอะไรรออยู่

            ขณะนั้นบางแห่งในหุบเขา มีสองเงาร่างกำลังปะทะกับสัตว์อสูรวานรระดับเก้าตนหนึ่ง สองคนนี้ก็คือหญิงชุดเหลืองและหญิงชุดขาวที่เย่เฟิงเจอก่อนหน้านี้

            สัตว์อสูรวานรระดับเก้ามีพลังโจมตีที่น่าหวาดกลัว แม้หญิงสาวทั้งสองจะร่วมมือกันจัดการก็ยังผลาญพลังงานไปมาก ตอนนี้พวกนางตัวเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ บนเสื้อผ้ามีรอยขาดหลายแห่งเผยให้เห็นผิวขาวนวล

            “ศิษย์พี่ พวกเราควรทำอย่างไรดี?” หญิงชุดเหลืองเอ่ยถามด้วยความร้อนใจ นางอยู่เพียงขั้นบ่มเพาะกายาที่ 7 แค่การโจมตีเดียวของสัตว์อสูรวานร นางก็รับไม่ไหวแล้ว

            “สัตว์อสูรวานรตนนี้ไม่ได้มีแค่พลังโจมตีที่แกร่งกล้า แต่พลังป้องกันยังน่าทึ่ง เราสองคนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมัน เห็นทีต้องหาจังหวะหนีแล้ว” หญิงชุดขาวกล่าวพลางปาดเหงื่อ

            “โฮก!” วานรยักษ์คำรามพร้อมวาดมือ หญิงชุดเหลืองหลบด้วยความรวดเร็ว แม้ไม่ถูกโจมตีโดยตรง แต่กรงเล็บของมันกรีดผ่านหน้าอกนางจนเลือดซึมออกมา

            หญิงชุดเหลืองตื่นตกใจจนใบหน้าขาวซีด หุบเขาเทียนเสวียนอันตรายกว่าที่คาดไว้มาก นางและศิษย์พี่เจออันตรายไม่หยุดหย่อน กว่าจะมาถึงที่นี่ก็ลำบากเอาการ ส่วนวานรตรงหน้าก็มิใช่คู่ต่อสู้ของพวกนางสองคน

            “ศิษย์น้อง เจ้าเป็นอะไรไหม!” หญิงชุดขาวเอ่ยถามด้วยความตกใจ

            “ไม่เป็นไร แต่ข้าเริ่มจะทนไม่ไหวแล้ว ท่านรีบหาวิธีเร็วเข้า” หญิงชุดเหลืองกล่าวด้วยเสียงสะอึกสะอื้น นางอายุเพียง 15-16 ปี และยังไม่เคยมีประสบการณ์เช่นนี้มาก่อน การเผชิญหน้ากับความโหดเหี้ยมของวานรก็ยังทำให้หญิงชุดเหลืองเริ่มจิตใจสับสน

            “ศิษย์น้อง เจ้าต้องอดทนไว้” หญิงชุดขาวมองสถานการณ์ของหญิงชุดเหลืองออก จึงตวัดดาบออกไป

            “โฮก!” วานรแผดเสียงคำรามก่อนจะใช้กรงเล็บต่อต้านดาบของหญิงชุดขาว พร้อมใช้กรงเล็บอีกข้างโจมตีหญิงชุดเหลือง

            “อ้าก!” หญิงชุดเหลืองกรีดร้องด้วยความตกใจ ด้วยการโจมตีนี้ของวานรยักษ์ ดูเหมือนนางจะไม่มีทางรอด

            “ศิษย์น้อง!” หญิงชุดขาวตื่นตกใจ ก่อนจะใช้ตัวขวางบริเวณด้านหน้าหญิงชุดเหลืองพร้อมตวัดดาบออกไป เพื่อต่อต้านการโจมตีอันบ้าคลั่งของวานร

            “เคร้ง!” กรงเล็บวานรตะปบดาบจนหลุดจากมือของหญิงชุดขาว การโจมตีนี้เพียงพอจะฉีกกระชากร่างของหญิงสาวสองคนนี้ให้แหลกเป็นชิ้น ๆ ได้

            “ข้าจะตายหรือ?” หญิงชุดขาวเผยสีหน้าสิ้นหวัง ด้วยการโจมตีนี้ดูเหมือนว่าจะมีเพียงความตายที่รอนางอยู่ หญิงชุดเหลืองก็สิ้นหวังเช่นเดียวกัน นางเพิ่งอายุ 16 ปี กำลังอยู่ในวัยเจริญเติบโต ทว่ากลับต้องมาตายอยู่ที่นี่อย่างนั้นหรือ

            “ฟิ้ว!” ขณะที่หญิงสาวทั้งสองกำลังสิ้นหวัง พลันมีลำแสงสายหนึ่งอัดแน่นด้วยพลังทำลายล้างทะลวงอากาศมา

            “วูบ” ลำแสงที่น่าสะพรึงกลัวนั่นทะลวงผ่านหัวของวานรจนเลือดพุ่งกระฉูดราวกับน้ำพุ ก่อนที่ร่างจะล้มลงไปกองกับพื้น ครู่ต่อมาหญิงสาวทั้งสองลืมตาขึ้น พบว่ายังไม่ตาย มีคนช่วยพวกนางไว้

            นาทีต่อมามีเงาร่างหน้าตาหล่อเหลาปรากฏในสายตาของพวกนาง ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นเย่เฟิงที่บังเอิญผ่านมาทางนี้

            “พวกเจ้าเป็นไรไหม!” เย่เฟิงถามพวกนาง ก่อนหน้านี้หญิงชุดขาวได้แนะนำเรื่องราวเกี่ยวกับหุบเขาเทียนเสวียนให้กับเขา แล้วเขาจะไม่ช่วยเหลือได้อย่างไร

            “ไม่เป็นไร ศิษย์น้อง ไม่นึกว่าจะเป็นเจ้าที่ช่วยพวกเราไว้ ขอบคุณมาก” หญิงชุดขาวกล่าวพลางยิ้มให้เย่เฟิง แต่ในใจกลับรู้สึกตกใจในพลังของเย่เฟิง

            “หึ!” หญิงชุดเหลืองเห็นเย่เฟิงปรากฏตัว นางกลับไม่เอ่ยขอบคุณแม้แต่นิดเดียว เพียงแค่นเสียงอย่างเย็นชา “ก็แค่ฉกฉวยโอกาส คิดว่าเก่งนักหรือ? ถ้าเจ้าไม่ปรากฏตัว ข้ากับศิษย์พี่ก็ฆ่าสัตว์อสูรนี่ได้เหมือนกัน”

            “งั้นหรือ?” เย่เฟิงขมวดคิ้ว เขาไม่เข้าใจหญิงชุดเหลืองผู้นี้ว่าทำไมถึงชอบหาเรื่องเขา

            “แน่นอน เจ้าอยู่ขั้นบ่มเพาะกายาที่ 6 ถ้าข้ากับศิษย์พี่ไม่ตรึงเจ้าสัตว์อสูรนี่ไว้ คิดว่าเจ้าจะจัดการมันได้เหรอ?” หญิงชุดเหลืองดูแคลน ดูเหมือนว่านางได้หลงลืมความสิ้นหวังเมื่อครู่นี้ไปแล้ว และการที่เย่เฟิงช่วยเหลือนางสองคนราวกับเป็นเรื่องสมเหตุสมผล

            “ศิษย์น้อง ทำไมเจ้าพูดจาเยี่ยงนี้? เมื่อครู่หากไม่ได้ศิษย์น้องคนนี้ช่วยพวกเราไว้ พวกเราคงถูกกรงเล็บวานรฆ่าตายไปแล้ว ยังไม่รีบขอบคุณเขาอีก?” หญิงชุดขาวกล่าว

            “ศิษย์พี่ ข้าว่าท่านถูกคนผู้นี้ทำเสน่ห์ใส่แล้ว เขาอยู่แค่ขั้นบ่มเพาะกายาที่ 6 จะฆ่าสัตว์อสูรระดับเก้าได้อย่างไร? ก็แค่ฉวยโอกาสตอนพวกเราตรึงสัตว์อสูรไว้” หญิงชุดเหลืองยังคงยืนกรานความคิดของตัวเอง คิดว่าเย่เฟิงแค่บังเอิญฆ่าสัตว์อสูรได้เท่านั้น

            “เอาเถอะ ไม่พูดแล้ว ข้าจะไปเก็บชิ้นส่วนสัตว์อสูร” หญิงชุดเหลืองหมดความอดทน จากนั้นนางไปที่ด้านหน้าศพสัตว์อสูรวานรเพื่อเก็บชิ้นส่วนของมัน ทำให้หญิงชุดขาวส่ายหัวเบา ๆ และส่งยิ้มขอโทษให้เย่เฟิง

            ครู่ต่อมาหญิงชุดเหลืองเดินกลับมาพร้อมกับเยาตานวานรและกระดูกอักขระ จากนั้นนางส่งเยาตานให้หญิงชุดขาวพร้อมกล่าวว่า “ศิษย์พี่ ท่านเก็บเยาตานนี่ไป ส่วนข้าจะเก็บกระดูกอักขระ”

            หญิงชุดขาวรับเยาตานมา จากนั้นหมุนตัวและส่งมันไปให้เย่เฟิง ซึ่งดวงตาคู่นั้นของนางเผยความจริงใจไร้ความกังขาใด ๆ “ศิษย์น้อง เจ้าเป็นคนฆ่าสัตว์อสูร รับเยาตานนี้ไปเถอะ!”

            “ศิษย์พี่ เยาตานเป็นของท่าน จะให้เขาทำไม?” หญิงชุดเหลืองได้ยินเช่นนั้นก็คิ้วขมวดย่นอย่างไม่พอใจ เยาตานของสัตว์อสูรระดับเก้าเป็นสิ่งล้ำค่า ไม่ใช่ว่าจะให้ใครก็ได้

            “ศิษย์น้องคนนี้เป็นคนฆ่าสัตว์อสูรก็ย่อมเป็นเขาทั้งหมด ศิษย์น้อง ถ้าเจ้าอยากได้กระดูกอักขระก็ต้องถามความคิดเห็นคนอื่นก่อน” หญิงชุดขาวกล่าว

            “ถามความคิดเห็นของเขาน่ะหรือ?” หญิงชุดเหลืองแสยะยิ้ม และมองเย่เฟิงด้วยสายตาดูแคลน “เขาฆ่าสัตว์อสูรแล้วอย่างไร? ถ้าเราสองคนไม่ผลาญพลังงานของมันก่อน เขาก็เป็นได้แค่อาหารของมัน สามคนฆ่าสัตว์อสูร ทุกคนก็ย่อมได้ส่วนแบ่ง เยาตานและกระดูกอักขระเป็นของเราสองคน ส่วนหนังสัตว์ที่เหลือก็เป็นของเขา”

            ชิ้นส่วนของสัตว์อสูรระดับเก้าเป็นสมบัติล้ำค่าที่ค่อนข้างหายาก โดยเฉพาะเยาตานและกระดูกอักขระ เป็นสองวัสดุที่มีราคามากที่สุด ส่วนหนังสัตว์อสูรไม่ค่อยมีประโยชน์มากนักสำหรับผู้ฝึกยุทธ์ แต่หญิงชุดเหลืองผู้นี้กลับบอกว่าจะให้หนังสัตว์กับเย่เฟิง นี่เป็นการดูถูกเย่เฟิงแบบไร้เสียงอย่างไม่ต้องสงสัย

            “เยาตาน เจ้าเก็บไว้ ของสิ่งนี้ไม่ค่อยมีประโยชน์กับข้าเท่าไรนัก” เย่เฟิงส่งคืนเยาตานในมือของหญิงชุดขาว เพราะเขาไม่ขาดแคลนของสิ่งนี้อยู่แล้ว

            “จะได้อย่างไร...” หญิงชุดขาวไม่ยอม แต่กลับเห็นสีหน้าแน่วแน่ของเย่เฟิง นางจึงไม่ดื้อดึงต่อและเก็บเยาตานไว้

            “นับว่ารู้ความ!” หญิงชุดเหลืองกล่าวเสียงเย็น แต่เย่เฟิงยิ้มอย่างไม่ใส่ใจและไม่อยากทะเลาะกับอีกฝ่าย

            “ศิษย์น้อง ในหุบเขาแห่งนี้เต็มไปด้วยอันตราย เจ้ายินดีเดินทางไปกับพวกเราหรือไม่?” หญิงชุดขาวกล่าวด้วยแววตาคาดหวัง ทำให้เย่เฟิงประหลาดใจแต่ไร้ซึ่งคำพูด มีบางอย่างในตัวของหญิงชุดเหลืองผู้นั้นทำให้เย่เฟิงรู้สึกรังเกียจ

            “ศิษย์น้อง เจ้าวางใจได้ เราสองคนไม่ถ่วงแข้งถ่วงขาเจ้าหรอก หากไม่ไหวจริง ๆ เราสองคนจะใช้ยันต์เคลื่อนย้าย และให้เจ้าไปคนเดียว” หญิงชุดขาวกล่าวด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน เหมือนนางดูออกว่าเย่เฟิงไม่ใช่คนธรรมดา

            “ได้!” เย่เฟิงพยักหน้า อีกฝ่ายพูดมาขนาดนี้แล้ว มีหรือเขาจะปฏิเสธ

            “คิดว่าอยู่คนเดียวรึไง? ศิษย์พี่ข้าให้เจ้าร่วมเดินทางถือว่าเป็นเกียรติยศของเจ้า แต่กลับกล้าลังเลงั้นหรือ?” หญิงชุดเหลืองพูดจาก้าวร้าว และไม่เห็นเย่เฟิงอยู่ในสายตาแม้แต่นิดเดียว

            “ในเมื่อต้องการสหายร่วมเดินทาง เช่นนั้นก็นับข้าไปอีกด้วยแล้วกัน!” ขณะนั้นมีเสียงสดใสดังขึ้น ก่อนจะเห็นเงาร่างหนึ่งเดินมาหาพวกเย่เฟิง ชายหนุ่มผู้นี้ดูไม่ธรรมดา ใบหน้าแฝงกลิ่นอายชั่วร้าย อาภรณ์สีขาวที่สวมใส่ก็ดูงามสง่า

            พวกเย่เฟิงหันไปมองชายหนุ่มผู้นี้และมองสำรวจครู่หนึ่ง จากนั้นแววตาของหญิงชุดเหลืองทอประกายพลางจ้องมองชายหนุ่มผู้นั้นด้วยใจเต้นโครมคราม

            หญิงชุดขาวยังไม่ทันมีปฏิกิริยาใด ๆ หญิงชุดเหลืองก็ยิ้มให้ชายชุดสีขาวผู้นั้นพร้อมกล่าวว่า “คุณชายอยากร่วมเดินทางไปกับพวกเราย่อมไม่มีปัญหา แต่ขอบังอาจถามได้หรือไม่ว่าท่านชื่อแซ่อะไร?”


    คล้ายกับเรื่องชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต ที่คุณอ่าน

    ประชันยุทธ์สะท้านฟ้า

    ประชันยุทธ์สะท้านฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.58M 3137
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    จอมยุทธ์ซุปตาร์

    จอมยุทธ์ซุปตาร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    280K 462
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    364K 318
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984