มินตราเดินทางมาถึงออฟฟิศในเช้าวันใหม่ด้วยความรู้สึกว้าวุ่น เธอรู้ดีว่าตัวเองควรจดจ่ออยู่กับงาน แต่ความคิดเกี่ยวกับคริสเตียนยังคงวนเวียนในหัวไม่หยุด ทั้งความใกล้ชิดที่เขามอบให้ และคำพูดที่เธอไม่แน่ใจว่ามันหมายถึงอะไร เธอหายใจลึกพยายามสะกดจิตใจตัวเองให้สงบ
เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะดังขึ้น เธอรีบหยิบมันขึ้นมารับ เสียงทุ้มต่ำของคริสเตียนดังขึ้นทันที
“เข้ามาที่ห้องประชุม…”
“หวังว่าคุณจะไม่ลืมคำพูดของผมเมื่อวาน…ในลิฟต์”
เสียงของเขาดังขึ้นแล้วตัดสายไปโดยไม่รอคำตอบ มินตรารีบลุกจากโต๊ะพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ ขณะที่เดินไปที่ห้องประชุม เธอพยายามเตรียมใจรับสิ่งที่จะเกิดขึ้น
เมื่อเธอเปิดประตูเข้าไป เธอพบว่าคริสเตียนนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ แต่สิ่งที่ทำให้เธอประหลาดใจนั่นก็คือการปรากฏตัวของแอนโทนี่ลอว์เรนซ์ คู่แข่งทางธุรกิจของเขา แอนโทนี่นั่งไขว่ห้างอยู่ด้วยท่าทีผ่อนคลาย ดวงตาของเขาหยุดอยู่ที่เธอทันทีที่เธอเข้ามา
“เธอมาเร็วดีนี่”
แอนโทนี่พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มบางๆ
มินตราก้มหน้าหลบสายตาของเขา ก่อนจะเดินไปยืนอยู่ด้านหลังคริสเตียนอย่างระมัดระวัง
คริสเตียนปรายตามองแอนโทนี่ด้วยสายตาเ็า
“นายควรสนใจเื่ที่เรากำลังคุย มากกว่าพยายามเสียเวลาไปกับผู้หญิงที่ไม่เกี่ยวข้อง”
“แน่ใจเหรอว่าเธอไม่เกี่ยวข้อง?”
แอนโทนี่เลิกคิ้ว รอยยิ้มของเขาแฝงความหมายที่ทำให้มินตรารู้สึกไม่ปลอดภัย
...
การประชุมดำเนินไปท่ามกลางบรรยากาศที่กดดัน แอนโทนี่ไม่ละเว้นโอกาสที่จะตั้งคำถามเชิงท้าทายต่อแผนการของคริสเตียน ขณะที่คริสเตียนตอบโต้ด้วยความมั่นใจและน้ำเสียงที่เฉียบขาด มินตราได้แต่นั่งเงียบจดทุกอย่างลงในสมุดบันทึก
หลังการประชุมจบลง มินตรารีบเก็บเอกสารของตัวเอง ขณะที่กำลังจะเดินออกจากห้อง แอนโทนี่ก็ขยับเข้ามาใกล้
“คุณดูเหมือนมืออาชีพมากเลยนะ”
เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
มินตราเงยหน้ามองเขา แต่ไม่ได้พูดอะไร
“ผมแค่สงสัยว่าเ้านายของคุณไว้ใจคุณได้แค่ไหน...”
เขากล่าวต่อพร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้เธอรู้สึกอึดอัด
“ฉันเป็แค่เด็กฝึกงาน คุณน่าจะรู้นะคะ”
มินตราตอบสั้นๆ พลางหลบสายตา เพราะเธอยังจำคำพูดของคริสเตียนได้เป็อย่างดี ว่าห้ามยุ่งกับใคร…
“บางที…คุณอาจมีพร์บางอย่างที่ผมเดาว่าอาจจะทำให้ใครบางคนประทับใจมาก…ซึ่งผมก็สนใจซะด้วยสิ”
คำพูดของเขาเต็มไปด้วยนัย
ทันใดนั้น เสียงเข้มของคริสเตียนก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
“โทนี่…นายอย่าหวังว่ามินตราจะเป็เหมือนกับคนทรยศคนนั้น หยุดความพยายามที่น่ารังเกียจนั่นซะ”
แอนโทนี่หันไปมองคริสเตียนด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์
“ฉันก็แค่แสดงความชื่นชม ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ใครไม่พอใจ”
คริสเตียนเดินเข้ามายืนข้างมินตรา ดวงตาของเขาคมกริบจนบรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความกดดัน
หลังจากแอนโทนี่กลับไปแล้ว บรรยากาศการทำงานของมินตราก็ดูอึดอัดอย่างผิดสังเกต เธอรับรู้ได้ถึงความไม่พอใจที่แผ่ออกมาจากคริสเตียน แต่เธอจะทำอะไรได้?ในเมื่อเธอเป็เพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ อีกทั้งเธอยังเป็แค่เด็กฝึกงาน จึงไม่มีความกล้ามากพอที่จะเดินหลีกออกจากคู่แข่งทางธุรกิจของเ้านายของเธอ
วันนั้นทั้งวันคนทั้งสองแทบไม่ได้คุยกันอีกเลยจนกระทั่ง…
่ค่ำ ก่อนที่มินตราจะเตรียมตัวกลับบ้านพัก
ลานจอดรถชั้นใต้ดินเงียบสงบจนเสียงรองเท้าส้นสูงของเธอดังสะท้อนชัดในความเงียบ คริสเตียนแทบจะลากเธอออกมาจากลิฟต์โดยสารชั้นใต้ดินด้วยท่าทีที่เต็มไปด้วยความโกรธ ทุกก้าวย่างของเขาหนักแน่นจนเธอรู้สึกถึงแรงกดดันที่แทบจะห่อหุ้มเธอทั้งตัว
เมื่อถึงมุมที่ปลอดสายตาผู้คน คริสเตียนปล่อยแขนของเธอทันที แรงปล่อยทำให้มินตราเซไปข้างหน้าเล็กน้อย เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาคมกริบของเขาเต็มไปด้วยประกายแห่งความโกรธและอารมณ์ที่คุกรุ่น
“คุณคิดจะทำอะไร?”
น้ำเสียงของเขาต่ำและหนักแน่นจนมินตราสะดุ้ง
“ฉันไม่ได้ทำอะไร...”
เธอตอบเสียงแ่ แต่ข้อมือของเธอยังรู้สึกถึงไอร้อนจากการจับแน่นของเขาเมื่อครู่
“ไม่ได้ทำอะไร?”
คริสเตียนแค่นเสียงหัวเราะเยาะในลำคอ ดวงตาของเขามองลึกลงไปในดวงตาของเธอเหมือนจะค้นหาความจริง
“คุณไม่เข้าใจเหรอว่าผมไม่้าให้ใครมายุ่งกับคุณ?”
“แต่เขาแค่เข้ามาคุยกับฉัน…ก็เท่านั้น!”
มินตรารีบอธิบาย แต่คำพูดของเธอหยุดชะงัก เมื่อเขาก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างทั้งสองแทบไม่มี
มินตราถอยหลังตามสัญชาตญาณจนแผ่นหลังของเธอชนกับเสาค้ำชั้นใต้ดินขนาดใหญ่ที่ปิดบังร่างของทั้งคู่จนมิด ดวงตาสีเทาเข้มของเขาจ้องลึกเข้ามาอย่างไม่ลดละ ลมหายใจของเขาร้อนผ่าวมันอยู่ใกล้เกินไปจนเธอรู้สึกเหมือนหัวใจจะหยุดเต้น
“จำไว้นะ…ผมไม่อนุญาตให้ใคร...”
เสียงของเขาต่ำและแฝงไปด้วยความก้าวร้าว
“...ยุ่งกับสิ่งที่เป็ของผม”
คำพูดสุดท้ายของเขาทำให้มินตราหายใจสะดุด ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความใ ก่อนที่เธอจะทันได้พูดอะไร เขาก็โน้มตัวเข้ามาใกล้ ริมฝีปากของเขากดลงมาที่ริมฝีปากของเธออย่างไม่ทันได้ตั้งตัว
มินตราเบิกตากว้างในตอนแรก แต่ความร้อนแรงและความแน่วแน่ในจูบนั้นกลับทำให้เธอเหมือนถูกตรึงอยู่กับที่ มือใหญ่ของเขาประคองใบหน้าของเธออย่างมั่นคง ขณะที่อีกมือโอบเอวเธอแน่นจนเธอรู้สึกถึงความแข็งแกร่งที่โอบล้อมเธอไว้
จูบของเขาเต็มไปด้วยความเรียกร้อง ริมฝีปากของเขาเคลื่อนไหวอย่างเร่าร้อนจนเธอไม่สามารถปฏิเสธได้ หัวใจของเธอเต้นแรงจนเธอรู้สึกเหมือนมันจะหลุดออกมานอกอก ความอุ่นจากตัวเขาแผ่ซ่านจนเธอไม่สามารถหลีกหนีได้เลยในวินาทีนั้น
“คุณ…คุณคริส...”
มินตราเปล่งเสียงออกมาอย่างขาดห้วง ขณะที่เขาผละออกเพียงเล็กน้อยเพื่อสบตากับเธอ
“ในเมื่อเป็ผู้ช่วยส่วนตัวของผมแล้ว…ห้ามติดต่อกับคู่แข่งคนอื่นๆ อีกต่อไป”
เสียงกระซิบของเขาหนักแน่น โดยเฉพาะคำว่า ผู้ช่วยส่วนตัว มันทำให้เธอรู้สึกถึงความพิเศษมากว่าคำว่าเด็กฝึกงาน
คริสเตียนมองดูเธอด้วยความพอใจในระยะประชิดก่อนที่เขาจะกดจูบลงมาอีกครั้ง มันทั้งเร่าร้อนและลึกซึ้งกว่าเดิม
มินตรารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน ริมฝีปากของเขาส่งผ่านความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย มือของเธอที่พยายามผลักเขาในตอนแรกกลับอ่อนแรงลงเรื่อยๆ จนกลายเป็เพียงการััที่ไร้เรี่ยวแรง
ไม่รู้ว่านานเพียงใด ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด มินตราดูเหมือนจะลืมเลือนวันเวลาไปแล้วชั่วคราว จนกระทั่งร่างสูงของเขาค่อยๆ ผละออก และวินาทีนี้เองที่เธอรู้สึกได้ถึงความด้านชาจากริมฝีปากของเธอ
ร่างเพรียวบางยืนตัวสั่นอยู่ด้านหลังเสาค้ำใต้ดิน ใบหน้าแดงซ่านและดวงตาสะท้อนความสับสนที่ปะปนกับความรู้สึกวาบหวาม เธอหอบหายใจ ขณะที่เขายังคงจ้องมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
“จำไว้...”
เสียงของเขาหนักแน่นและเยือกเย็น
“คุณเป็ของผมแล้ว…นับจากวันนี้ไป”
มินตรามองเขาอย่างตื่นตระหนก เธอไม่รู้ว่าควรตอบกลับเขาอย่างไร แต่ในใจของเธอที่เต้นรัวนั้นกลับสะท้อนบางสิ่งที่เธอไม่กล้ายอมรับ
คริสเตียนยืนนิ่งอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปปล่อยให้มินตรายืนพิงเสาอยู่ตามลำพัง หัวใจของเธอยังเต้นรัว และััของเขายังคงติดตรึงอยู่ทุกอณูของความรู้สึก...ราวกับย้ำว่าเธอไม่มีทางหนีจากแรงดึงดูดนี้ได้อีกแล้ว
มินตราไม่พูดอะไร เธอทำได้เพียงก้มหน้าหลบสายตาของเขา หัวใจเต้นแรงจนเธอรู้สึกเหมือนมันจะหลุดออกจากอก
คืนนั้น เธอกลับบ้านด้วยความรู้สึกที่ทั้งสับสนและหวาดหวั่น เธอไม่เข้าใจเลยว่าคริสเตียนมองเธอในฐานะอะไร และทำไมเธอถึงรู้สึกตอบสนองต่อเขาในแบบที่ไม่ควรจะเป็