“ญาติทางฝั่งแม่ ใครเหรอครับ” เจมส์มีญาติทางต่างจังหวัดค่อนข้างเยอะ ดังนั้นหากไม่ระบุบให้แน่ชัดก็คงไม่รู้ว่าใคร
“ป้าพรลุงจันทร์น่ะ ตอนเด็กๆ เจมส์ก็เคยเจอกับก้อย อิง เนม ไม่ใช่เหรอ ตอนนี้พวกเขาโตมีงานทำกันหมดแล้วนะ แถมบางคนยังมีครอบครัวด้วย เขาจะขึ้นมาเที่ยวที่พัทยาแม่บอกว่าติดงานที่ร้านเลยไปเที่ยวไม่ได้ ฝากให้พ่อดูแลหน่อยน่ะ”
เจมส์พยักหน้าเข้าใจ ตอนนี้งานที่ร้าน Burger Queen ของแม่ดวงแก้วเป็นไปได้ด้วยดี แฮมเบอร์เกอร์ที่ไม่ใช่เนื้อแท้ขายดิบขายดี กระทั่งมีคนมาซื้อสูตร แต่ก็นั่นแหละเป็นไปไม่ได้ที่จะขาย
“งั้นพ่อเอาเรือ'AMERIA'ไปก็แล้วกัน” เจมส์เสนอ
เต๋ารีบส่ายหน้า “เรือหรูขนาดนั้นลูกจะให้พ่อขับได้ยังไง เอางี้ลูกเองก็มาด้วยสิ จะได้หยุดพักผ่อนไปในตัวไง ถือซะว่าพรุ่งนี้เป็นวันรวมญาติฝั่งแม่”
“ก็ได้ครับ ผมเตรียมเรือส่วนพ่อเตรียมของส่วนต่างๆ เองแล้วกันนะครับ”
“ได้สิไม่มีปัญหา พรุ่งนี้เจอกัน 9 โมงเช้า อย่าลืมน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรเด็ดของร้านหมูกระทะลูกล่ะ”
“ได้ครับ”
ความจริงช่วงนี้เขายุ่งมาก ไหนจะเรื่องไวน์ไหนจะเรื่องเรือ แต่ก็อย่างพ่อพูดนั่นแหล่ะ ผ่อนคลายบ้างจะเป็นไรไป
ไม่นานเกินรอปลายฝนยกหม้อไฟออกมาตั้งไว้บนโต๊ะกับหุ่นกะลาสีสองคน
กลิ่นหอมและสีสันของน้ำซุปกระตุ้นต่อมรับรสของเจมส์ อดไม่ได้ต้องกลืนน้ำลายลงคอ
ปลายฝนขยับเก้าอี้ให้เจมส์แล้วดึงตัวเขาเข้ามานั่ง จากนั้นเธอนั่งข้างๆ แล้วหยิบตะเกียบขึ้นมา
“กินกันเถอะค่ะ ยังร้อนๆ อยู่เลย”
“อื้ม กลิ่นหอมจัง แถมบรรยากาศยังดี”
”กินบนเรือแบบนี้วิเศษมากเลย แม้แต่ในโรงแรมระดับ 6 ดาวก็ไม่สามารถเทียบกับที่นี่ได้ ชักจะอยากให้ถึงวันเปิดตัวเรือ'ธันเดอร์โบ๊ท'เร็วๆแล้วสิคะ”
ปลายฝนหัวเราะหวานแล้วเริ่มตักหม้อไฟใส่ถ้วยของตัวเองและของเขา
ระหว่างนั่งทานหม้อไฟเจมส์พูดว่า “พรุ่งนี้ผมต้องพาญาติทางฝั่งแม่ไปแล่นเรือ คุณจะไปด้วยไหม”
“หืม...คงไม่สะดวกมั้งคะ ฉันไม่รู้จักใครที่นั่นไปก็เป็นตัวเกะกะเปล่าๆ”
จริงอยู่ที่ปลายฝนเข้ากับคนได้ง่าย โดยเฉพาะลูกค้าในร้าน แต่เพราะนั่นคือหน้าที่ไงแต่ถ้าหากให้เธอต้องปั้นหน้ายิ้มรับคนอื่น มันค่อนข้างลำบากและต่างกันเยอะพอสมควร
“งั้นเหรอ อยู่แต่บนเรือผมกลัวว่าคุณจะเบื่อน่ะ”
“ไม่เบื่อหรอกค่ะ ที่นี่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันอาจจะออกไปไหนมาไหนไม่ได้แบบในเมือง แต่ว่ามันดีกว่าห้องแคบๆ ในบ้านหรือคอนโดเยอะเลย นอกจากนั้นคุณยังมีเรือลำเล็ก เจ็ตสกี ถ้าหากฉันเบื่อเดี๋ยวก็เอาออกไปขับเองนั่นแหละค่ะ ไม่สินั่งซ้อนพวกเขาต่างหาก”
หุ่นกะลาสีคือคนที่ปลายฝนเอ่ยถึง
นอกจากเรื่องอาหารบนเรือแล้วพวกเขายังขับเรือเล็ก ว่ายน้ำเป็น ปฐมพยาบาลเบื้องต้นเป็น มีทักษะรอบด้านหากเกิดเรื่องไม่คาดฝันในทะเลไว้แก้เหตุการณ์คับขัน
เจมส์ไม่บังคับให้ปลายฝนไป มันก็อย่างที่เธอบอก บางครั้งเราควรไปเที่ยวกันแต่ญาติๆ หากพาคนนอกไปมีหวังได้หลบอยู่แต่ในมุมคนเดียว ทำงานกร่อยหมด
หม้อไฟถูกซัดจนเกลี้ยง ด้วยฝีมือของเชฟมิชลินสตาร์มีใครบ้างไม่อยากกินจนอิ่ม เจมส์เองก็เช่นกันดังนั้นจะเห็นได้ว่าท้องของเขาตอนนี้แน่นมาก
“อิ่มจัง” ปลายฝนกล่าวก่อนจะมองหม้อที่เหลือแต่น้ำซุปหน่อยนึง
“เดี๋ยวฉันไปล้างก่อนนะคะ”
เจมส์คว้าข้อมือเธอไว้แล้วส่ายหน้า “ไม่ต้องหรอก ปล่อยให้คนอื่นทำไป คุณนั่งอยู่กับผมที่นี่แหละ หรือไม่ก็...ไปอาบน้ำด้วยกัน”
อาบน้ำด้วยกัน...แม้จะตัดสินใจเรื่องดังกล่าวแล้วก็ตาม แต่พออีกฝ่ายพูดออกมาโต้งๆ ปลายฝนก็เขินเป็นเหมือนกันนะ
“เอ่อ...เขาบอกว่ากินอิ่มอย่าเพิ่งรีบอาบน้ำ ดังนั้นตอนนี้ฉันว่าเราอย่าเพิ่งอาบดีกว่าค่ะ นั่งดูวิวทะเลดูดาวไป สักพักค่อยอาบก็ได้ หรือถ้าหากคุณเจมส์อยากอาบก่อนก็ได้นะคะ”
“ผมเองก็ยังไม่อยากอาบ งั้น...นั่งดูวิวไปก่อนแล้วกัน”
รอจนกระทั่งหุ่นกะลาสีเรือเข้ามาเก็บโต๊ะออกไป ปลายฝนจึงได้ซุกหน้าไว้บนไหล่ของเขา แหงนหน้ามองดาวบนท้องฟ้าอย่างมีความสุข
............
วันต่อมา
รถกระบะคันสีขาวสี่ประตูมีของอยู่เต็มคันรถ ภายในรถอัดแน่นเหมือนกับปลาประป๋อง
“นี่แม่ ลุงเต๋าบอกว่าจะพาเราไปตกปลาเหรอ เขามีเรือดีๆ หรือเปล่า ถ้าไม่ดีผมไม่ตกนะ” เนมลูกชายคนโตที่ทำหน้าที่ขับรถถามด้วยความไม่สบอารมณ์
“มีสิ ลุงเต๋าขับเรือหาปลามาตั้งแต่ลูกยังตัวเล็กๆ เพราะงั้นไม่ต้องกังวล วันนี้เราจะตกปลาตกหมึกกินกันบนเรือ” ป้าพรมีความมั่นใจเต็มเปี่ยมทางสีหน้า
“แต่ว่าบ้านพวกเขาจนมากไม่ใช่เหรอ เรามาแบบนี้จะไม่เป็นไรแน่เหรอแม่ อีกอย่างราคาน้ำมันก็แพงมากด้วย ฉันกลัวว่ามันจะผิดใจกันภายหลัง” ก้อยลูกสาวคนกลางที่นั่งอุ้มลูกชายวัย 5 ขวบดูค่อนข้างกังวล
“น้ำมันแพงแล้วยังไง เราเป็นญาติกันนะเรื่องแค่นี้เองไม่ช่วยได้ไง อีกอย่างเราไม่ได้มาเที่ยวกันบ่อยๆ ซะหน่อย นอกจากนั้นเมื่อก่อนตอนลูกเกิดเขาก็มายืมเงินบ้านเราบ่อยๆ กะอีแค่น้ำมัน ไม่เท่าไหร่หรอกน่า” ป้าพรโบกมือหนาใหญ่ ลูกสาวคนกลางทำได้เพียงพยักหน้า หันไปยิ้มให้กับสามีหนุ่มที่นั่งอยู่หลังรถกับน้องชายตัวดำ นั่งตากแดดตากลมมาตั้งแต่บ้านที่ต่างจังหวัด
“แม่แกพูดถูกแล้วก้อย บ้านของป้าดวงแก้วแกล้งจนเท่านั้นแหละ รู้หรือเปล่าว่าอาหารทะเลราคาสูงมากในตลาด วันนึงพวกเขาออกเรือหาปลาหากุ้ง ไม่รู้ว่าได้กำไรวันละกี่หมื่น ไม่ต้องลงทุนปลูกผักเหมือนอย่างพ่อ ที่ค่าปุ๋ยหนึ่งถุงก็ปาไปหลายร้อย นอกจากนั้นข้าวโพดยังมีราคาถูก รัฐไม่ส่งเสริมเกษตรกรดีแต่ปาก ส่วนป้าดวงแก้วแค่เติมน้ำมันออกเรือหาปลาที่ไม่ใช่ปลาของตัวเอง พวกเขาทำตัวเหมือนแมวขโมย น่าสมเพช สะดวกสบายจะตาย มีแต่กำไรเห็นๆ” พูดไปพ่อจันทร์ก็เบ้ปากไป
ดูเหมือนว่าเขาจะเกลียดดวงแก้วมาก ถึงได้ทำหน้าทำตาแบบนั้น
“จริงของพ่อ พวกเขาจับของในทะเลที่ไม่ใช่ของของตัวเองมาขาย ลงทุนไหมก็ไม่ คนแบบนี้ไม่สมควรเชิดหน้าชูตา เรามาเที่ยวครั้งนี้ต้องเอาให้หนักๆ เอาให้พวกเขาสำนึกว่าไม่ควรขโมยของในทะเลมาขาย โอ๊ๆ...อย่าร้องสิลูก เดี๋ยวก็ถึงแล้ว” ลูกสาวคนเล็กอิงในวัย 15 ปีรีบโอ๋เด็กในอ้อมแขน
ป้าพรที่นั่งอยู่ข้างๆ ส่ายหน้า
ลูกสาวคนนี้บอกให้เรียนก็ไม่เรียน จบแค่ป.6 แต่ดันได้ผัวแถมท้องตอน ม.1 ดูสิเนี่ยมาเที่ยวยังต้องพาลูกมาด้วย นอกจากนั้นผัวก็ยังต้องมานั่งหลังรถ เห็นแล้วขยาดตาชะมัด
หลังรถกระบะ ชายหนุ่มสองคนกับเด็กหนุ่มหนึ่งคนคุยกันเสียงดัง นอกจากนั้นพวกเขายังยกเบียร์ขึ้นมาดื่มบ้างเป็นบางครั้งบางคราว เรียกได้ว่าตลอดเส้นทางไม่มีร้อนแดด เพราะร่างกายเย็นซาบซ่าไปกับเบียร์ที่แช่ในถังน้ำแข็ง
………..
ไม่นานนักรถได้มาถึงจุดนัดหมาย
เนมจอดรถไว้ที่ท่าเรือพัทยาแล้วรีบลงไปจากรถ ยกมือไหว้สวัสดีเต๋าพ่อของเจมส์
“สวัสดีครับลุง ไม่ได้เจอกันนานลุงยังดูหนุ่มอยู่เลยนะครับเนี่ย”
ระหว่างนั้นครอบครัวของเนมเริ่มลงจากรถ โดยส่วนคนที่โดยสารมาหลังรถใบหน้าแดงก่ำ ดูเหมือนว่ากำลังเมาได้ที่
“หลานเองก็เหมือนกัน ไม่เจอหน้ากันไม่กี่ปีโตเป็นหนุ่มหล่อแล้วเหรอเนี่ย” เต๋าตบไหล่อีกฝ่ายแล้วพยักหน้าชื่นชม
“ไม่เท่าไหร่หรอกครับ ถ้าเทียบกับเจมส์ผมสู้ไม่ได้เลย” เนมเกาศีรษะเก้อเขิน
“ไม่จริงเลย เจมส์ตัวเตี้ยดำก็ดำจะมาเทียบกับเนมได้ยังไง ไอ้เต๋าแกอย่าได้เปรียบเทียบบ้าๆ อีกนะ ลูกของฉันเป็นถึงรองผู้จัดการโรงแรม ไม่เหมือนลูกของแกหรอก” ลุงจันทร์รีบเดินเข้ามาหา ใบหน้าค่อนข้างไม่พอใจเมื่อลูกชายถูกเปรียบเทียบกับลูกอ็อดตัวเล็กๆ
เต๋าถึงกับหน้าเสีย ไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะพูดแบบนี้ออกมา
พรที่ลงมาจากรถเห็นว่าบรรยากาศไม่ดีจึงรีบเข้าไปพูดคุย
“สวัสดีพี่เต๋า ยังหุ่นล่ำเหมือนเดิมเลยนะ”
“หุ่นล่ำอะไรละ พุงออกขนาดนี้ นึกว่ากินควายตายทั้งตัว” จันทร์เบ้ปากใส่ หน้าตาสู้คน พร้อมปะทะเต็มที่
ป้าพรรีบจับมือของสามีแล้วบอกให้เขาไปขนของลงจากรถ ก่อนจะหันมาพูดกับเต๋า
“ขอโทษนะคะพี่เต๋า พอดีสามีฉันขึ้นรถมาหลายชั่วโมง เขาคงอึดอัดที่ต้องนั่งนานๆ ในรถ เพราะงั้นอย่าถือสาเลยนะ”
“ไม่เป็นไร เรื่องเล็กน้อยน่ะ” เต๋าพยักหน้าเข้าใจ แต่จริงๆ ภายในใจค่อนข้างรู้สึกแย่
“เรืออยู่ไหนน่ะลุง ลูกของฉันร้อนแล้วนะชักช้าอยู่ได้” อิงอุ้มลูกน้อยแล้วเดินเข้ามาหาเต๋าพร้อมกับยิงคำถาม
“อยู่ไม่ไกล เดินไปทางนี้อีกเดี๋ยวก็ถึง” เต๋าไม่ใช่คนชอบถามคำถาม แม้เขาจะประหลาดใจที่เห็นเด็กคนนี้อุ้มลูกน้อยก็ตาม
“แล้วนี่ลุงมารถอะไร อย่าบอกนะว่ามอเตอร์ไซค์กระจอกๆ นั่น” อิงมองรถเก่าๆ ของเต๋าก่อนจะแสยะยิ้มเย็น “แบบนี้เรือที่เที่ยวมีหวังห่วยแตก เป็นเรือหางยาวโง่ๆ แน่เลย เฮ้ออึดอัดชะมัด อยากแดกเหล้าชะมัด ไปกินเบียร์กับพี่อี๊ดดีกว่า”
เต๋ามองแผ่นหลังของอิงที่เดินไปหลังรถกระบะด้วยใบหน้าฉงน
เขาไม่คิดเลยว่าเด็กน้อยที่แสนน่ารักน่าชังเมื่อก่อนจะพูดคำนี้ออกมา และพอเดินไปถึงหลังรถกระบะเธอยังแย่งแก้วเบียร์มาจากมือของผัววัย 15 แล้วดื่มในขณะที่ยังอุ้มลูกอยู่