ตอนที่ 2 สตีฟ โรเจอร์ส
มันคือ การ์ดความสามารถ?
นี่คือระบบของฉันหลังจากมาที่โลกมาร์เวล…..
ลู่ิ ยังไม่ได้เจาะลึกไปถึงขนาดนั้นและในตอนนี้เขาได้ใช้การ์ด“ ความรู้พื้นฐานภาษาอังกฤษ” ที่ได้จากชายหนุ่มร่างเล็กในทันที
ใช้เวลากว่าสามวินาทีความรู้ด้านภาษาอังกฤษก็ได้หล่อหลอมรวมเข้าไปในร่างกายของ ลู่ิ และได้สิ้นสุดกระบวนการลงอย่างรวดเร็วจากนั้นเขาก็ได้ยินคำพูดของชายหนุ่มดังขึ้นมาอีกครั้ง“ เฮ้ นายโอเคไหม? ใบหน้าของนายดูแย่มาก ให้ฉันไปตามแพทย์ทหารมาให้ไหม?”
“ โอ้ ฉันสบายดี” ลู่ิ พูดภาษาอังกฤษออกมาราวกับว่าเป็ภาษาแม่ และเขาก็คุ้นเคยกับสำเนียงท้องถิ่น
"ไม่เป็ไรก็ดีแล้ว." ชายหนุ่มรู้สึกโล่งอกโล่งใจพร้อมกับยื่นยาที่อยู่ในมือของเขาให้กับ ลู่ิ และเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มว่า“ อ่ะนี่ยาของนาย กินซ่ะอาการของนายจะได้ดีขึ้น”
ลู่ิ พยักหน้ากลืนเม็ดยาพร้อมกับดื่มน้ำตามลงไป“ อ่า ในตอนนี้หัวของฉันยังคงวิงเวียนอยู่เล็กน้อย นี่ฉันอยากจะยืนยันอะไรบางอย่างกับนาย - บอกฉันหน่อยได้ไหมว่าฉันคือใคร แล้วตอนนี้อยู่ที่ไหน?”
เมื่อเห็นท่าทางที่จริงจังของ ลู่ิ ชายหนุ่มรู้สึกใเล็กน้อยจากนั้นก็หัวเราะออกมาราวกับว่าคำถามนี้เป็เื่ตลก:“ ไคล์ นี่นายล้อฉันเล่นรึไง? ที่นี่คือฐานฝึกของทหารสหรัฐฯ”
“ ไคล์? ฐานฝึกทหาร?”ในที่สุด ลู่ิ ก็ได้รู้แล้วว่าชื่อเดิมของร่างนี้ก็คือ ไคล์ ถ้าอย่างนั้นเขาจะใช้ชื่อ “ไคล์” เป็ชื่อใหม่ของเขา
จากนี้ไปจะไม่มี ลู่ิ อีกต่อไปมันจะมีแค่เพียง ไคล์
ชายหนุ่มพูดต่ออีกว่า“ ใช่ ที่นี่คือฐานฝึกทหาร เราได้รับการฝึกอบรมอยู่ที่นี่หลังจากสมัครเข้ามาเป็ทหารเพียงหนึ่งวัน บางทีอากาศอาจร้อนเกินไปจึงทำให้นายเป็ลมในระหว่างการฝึกวิ่ง”
เป็ลม? ดูเหมือนว่าร่างกายดั้งเดิมจะไม่ค่อยดีซักเท่าไหร่
ไคล์ นิ่งเงียบไปซักพักและนึกถึงบางสิ่งบางอย่างจากนั้นเขาได้ยื่นมือไปจับไหล่เล็ก ๆ ของชายหนุ่มและรีบถามขึ้นว่า“ ใช่แล้วฉันถามอะไรนายหน่อย นายรู้จัก กัปตันอเมริกา, ฮัค และ ไอรอนแมน หรือไม่? คนเหล่านี้สำคัญกับฉันมากนายช่วยบอกฉันหน่อยหากว่านายรู้”
“หยุดๆนายใจเย็นๆก่อน”ร่างกายผอมบางราวกับคนขาดสารอาหารสั่นคลอนด้วยแรงเขย่าของ ไคล์ และเมื่อ ไคล์ หยุดเขย่าชายหนุ่มก็ตอบออกมาอย่างอ่อนแรง:“ ฉันไม่รู้จักคนที่นายเอ่ยถึง” นายหมายถึงใคร? กัปตันอเมริกา? เป็เ้าหน้าที่เหรอ?”
“นายไม่รู้?” ไคล์ ขมวดคิ้วและในไม่ช้าดูเหมือนจะนึกถึงบางสิ่งบางอย่างเขาลังเลและถามว่า:“ เดี๋ยวก่อนน่ะ ตอนนี้ปีไหน?”
“ ไคล์ หัวของนายได้รับความกระทบกระเทือนรึเปล่า” ชายหนุ่มพูดด้วยความประหลาดใจ
“บอกฉันหน่อย”
“ ตอนนี้ปี 1943 ในเดือนกุมภาพันธ์”
“ ปี 1943 ที่จริงแล้วตอนนี้มันอยู่ใน่าโลกครั้งที่สอง ….” ไคล์ ก็ตระหนักได้ว่าแม้แต่ โลกมาร์เวล ก็ยังไม่มีฮีโร่ของ อเวนเจอร์ส ใน่าโลกครั้งที่สอง
ไม่สิ มี มันมีอยู่คนหนึ่ง...
“ คำถามสุดท้าย” ไคล์ สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วถามว่า:“ มีชายคนหนึ่งที่ชื่อ สตีฟ อยู่ในค่ายฝึกนี้ไหม?”
“สตีฟ?” การแสดงออกของชายหนุ่มเริ่มแปลกๆ
“ ใช่ สตีฟ โรเจอร์ส” ไคล์ สรุปกับตัวเองแล้วว่า่เวลาาโลกครั้งที่ 2 ของ โลกมาร์เวล มีวีรบุรุษแห่งอเวนเจอร์ส อยู่คนหนึ่ง
กัปตันอเมริกา เขาควรเป็ซูเปอร์ฮีโร่คนแรกของ มาร์เวล
“ ไคล์ นี่นายกำลังพูดถึงเื่อะไร? หรือว่านายลืมแม้กระทั่งชื่อของฉัน” ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะกระพริบตา ภายใต้ดวงตาที่สับสนของ ไคล์ ชายหนุ่มก็ชี้ที่ตัวเองและยิ้มแล้วพูดว่า“ ก็ฉันนี่ไง สตีฟ โรเจอร์ส”
“ อืม นายคือ สตีฟ…อะไรนะ! สะ..สตีฟ เหรอ” ไคล์ เบิกตาของเขาและมองไปที่ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า
เมื่อเปรียบเทียบกับชายหนุ่มทั่วไป ชายตรงหน้าดูผอมและเล็กกระทัดรัดผมบลอนด์เรียบง่ายดูเหมือนอ่อนแอ แต่ถูกต้อง ไม่น่าแปลกใจเลยที่เขามีความคุ้นเคยเล็กน้อย หากไม่ใช่ สตีฟ โรเจอร์ส ผู้ที่จะกลายเป็ “ซูเปอร์โซลเยอร์” อย่าง กัปตันอเมริกา มันจะเป็ใครไปได้อีกถ้าไม่ใช่ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า
การที่เขาได้มาที่นี่มันช่างเป็สิ่งมหัศจรรย์จริงๆ
ไคล์ ไม่รู้ว่าเขามีความสุขหรือว่ากลัวกันแน่ เขาตื่นเต้นเมื่อเขาคิดว่าจะได้ัักับ ซูเปอร์ฮีโร่ ที่อยู่ในภาพยนตร์ แม้ว่ามันอาจจะน่าปวดหัวเมื่อเขานึกถึงจอมวายร้ายที่ทรงพลังแห่ง จักรวาลมาร์เวล
อย่างไรก็ตามนี่คือ มาร์เวล ในาโลกครั้งที่ 2 เป็การยากที่จะบอกว่าเขาจะสามารถใช้ชีวิตไปจนถึงศตวรรษที่ 21 หรือไม่ มันเร็วเกินไปที่จะมากังวลเกี่ยวกับ ธานอส
“ในตอนนี้ กัปตันอเมริกา อยู่กับฉันซึ่งเป็บุคคลแรกใน จักรวาลมาร์เวล….” ไคล์ คิดเกี่ยวกับเื่นี้พร้อมกับจ้องมองไปที่ สตีฟ โดยไม่วางตาซึ่งทำให้ สตีฟ ถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
"อ่ะ..จริงสิ." ดูเหมือน สตีฟ จะนึกถึงบางสิ่งที่สำคัญออก เขาพูดออกมาอย่างกังวล“หัวหน้าเบรนต์ ใช้ให้ฉันมาบอกกับนายว่าหลังจากนายตื่นขึ้นมาให้ไปรายงานตัวในทันที”
“รายงานตัว?” ไคล์ รู้สึกประทับใจเล็กน้อยเกี่ยวกับบทบาทการฝึกฝนของทหารสหรัฐ
เขาจำได้ว่าก่อนที่ สตีฟ จะกลายเป็ กัปตันอเมริกา เขาถูกกลั่นแกล้งสารพัดจากเพื่อนร่วมทีมและครูฝึกเพราะรูปร่างผอมบางของเขา
และการที่เขาถูกเรียกตัวให้ไปพบมันน่าจะเป็เพราะวีรกรรมที่เ้าของร่างเดิมสร้างเอาไว้ ในฐานะทหารใหม่การเป็ลมแดดในวันแรกของการฝึกมันช่างน่าขายหน้าจริงๆ
ไคล์ ยิ้มเบาๆจากนั้นก็พูดอย่างใจเย็น“ ฉันจำไม่ได้ว่าที่ทำงานของหัวหน้าอยู่ที่ไหนนายช่วยพาฉันไปที”
“ โอเค ตามฉันมา” สตีฟ พยักหน้า
สตีฟ พา ไคล์ ออกจากหอพักทหาร ซึ่งด้านนอกเป็สนามฝึกขนาดใหญ่ โดยมีเหล่าทหารใหม่สวมกางเกงขาสั้นกำลังวิ่งอยู่รอบๆพร้อมกับร้องเพลงปลุกใจ
“เฮ้เฮ้ ดูนั่นสิ ไคล์ และ สตีฟ ไม่ใช่เหรอ”
“ วันแรกของการฝึกซ้อมก็เป็ลมล้มพับช่างอ่อนแอจริงๆ”
“คนอ่อนแอมันก็เหมาะสมแล้วที่จะอยู่ด้วยกัน”
เหล่าทหารใหม่วิ่งผ่านทั้งสองคนพร้อมกับพูดจาเยาะเย้ยขึ้นมา ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเป็เพื่อนร่วมรุ่นและพักอยู่ในหอพักเดียวกัน
“ ไคล์ นายไม่ต้องไปสนใจพวกเขา” สตีฟ หันกลับมาพร้อมกับปลอบโยน แต่เมื่อเห็นใบหน้าของ ไคล์ ที่ไม่มีความโกรธ แต่กลับเผยรอยยิ้มที่สามารถมองเห็นได้อย่างแ่เบา เขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มขึ้น
แน่นอน ไคล์ ไม่ได้ใส่ใจกับทหารใหม่เหล่านี้ สำหรับเขาที่มีระบบการ์ด ซึ่งเป็ตัวช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับเขาในอนาคต และ สตีฟ ที่ในไม่ช้าก็จะกลายเป็ กัปตันอเมริกา ซึ่งมีคุณสมบัติพอที่จะเป็สหายเพียงคนเดียวของเขา
ระหว่างทางไป ห้องทำงานของหัวหน้าเบรนต์ ไคล์ ก็ทำการทดสอบความสามารถของการ์ดที่เขาได้รับมาอยู่ตลอดเวลา
ก่อนอื่นตราบใดที่มีคนอยู่ใกล้เขาในระยะสามเมตรเขาจะได้รับการ์ดข้อมูลจากอีกฝ่ายในทันที
การจำแนกการ์ดในปัจจุบันแบ่งออกเป็ การ์ดรายการ และ การ์ดความสามารถ การ์ดรายการไม่สามารถใช้ได้ ส่วน การ์ดความสามารถ เขาสามารถใช้ได้อย่างอิสระ
การ์ดความสามารถนั่นคือทักษะและความสามารถของบุคคลนั้นๆอย่างเช่น: พื้นฐานภาษาอังกฤษ, การขับขี่รถยนต์, เป็ต้นหากการ์ดเป็ระดับทั่วไปมันจะเป็สีขาว เมื่อทักษะมีความเชี่ยวชาญในระดับมืออาชีพเช่น ความเชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษ ความเชี่ยวชาญด้านการใช้ปืนพก การ์ดก็จะเป็สีเขียว พูดให้เข้าใจง่ายขึ้น ระดับของการ์ดจะแบ่งออกตามสีจาก ขาว ไป เขียว….
“การ์ดความสามารถสีเขียวสามารถสกัดใช้ได้ แต่เวลาที่ใช้ ... ”
ไคล์ ยังคงศึกษาความสามารถของการ์ดทันใดนั้น สตีฟ ก็ตบไหล่เตือนเขาหลังจากใกล้มาถึงหน้าห้องทำงานของ หัวหน้าเบรนต์
"รายงาน! ผมได้พา พลทหารไคล์ มาพบตามคำสั่งแล้วครับผม”
ไคล์ ติดตาม สตีฟ และทั้งสองยืนอยู่ที่หน้าประตูของห้องทำงานพร้อมกับะโรายงาน
"เข้ามา!" เสียงที่เงียบสงบดังขึ้นจากด้านในห้องทำงาน ทั้งสองจึงเดินเข้าไปและยืนเคียงข้างกัน ภายในนั้นเรียบง่ายและดูดีในรูปแบบของค่ายทหาร มีโต๊ะทำงานอยู่ตรงกลาง
ชายวัยกลางคนที่สวมเครื่องแบบทหารกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้และดูเหมือนว่าจะเป็ หัวหน้าเบรนต์ นอกจากนี้ยังมีเ้าหน้าที่หญิงสวมกระโปรงเล็กๆ ยืนถือเอกสารอยู่ข้างโต๊ะ
“พลทหาร อาการของนายเป็อย่างไรบ้าง” หัวหน้าเบรนต์ มองอย่างเ็าไปที่ ไคล์ ไคล์ ก็ตอบกลับไปว่า:“ ดีขึ้นมากแล้วครับ ผมสามารถฝึกฝนต่อได้ในทันที”
“โอ้?” หัวหน้าเบรนต์ ขมวดคิ้วสีน้ำตาลแล้วพูดอย่างใจเย็น:“ ไม่จำเป็ต้องฝึกฝนอีกต่อไป นายกลับไปเก็บข้าวของ พรุ่งนี้เช้าจะมีคนส่งนายกลับบ้าน"
ใบหน้าของ สตีฟ เปลี่ยนไปเล็กน้อย ไม่ต้องสงสัยเลยว่าประโยคนี้มันเหมือนเป็การตัดสินลงโทษปะาในอาชีพทหารของ ไคล์ ในทันที
เมื่อได้ยินคำพูดสั้นๆ ของ หัวหน้าเบรนต์ หญิงสาวที่อยู่ข้างๆก็ก้มลงมองเอกสารที่อยู่ในมือ
มีเพียงใบหน้า ไคล์ เท่านั้นที่ยังคงสงบสติอารมณ์ราวกับว่าเื่นี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเขาและเขาได้เอ่ยขึ้นว่า:“ด้วยความเคารพครับหัวหน้า ผมยังคงยืนยันที่จะอยู่ต่อเพื่อฝึกฝนในฐานะทหาร”
หัวหน้าเบรนต์ เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เ็า "ฝึกต่อ? แค่เพียงวันแรกของการฝึกนายก็เป็ลม แล้วยังมีหน้ามาขอฝึกต่อ ไปซ่ะ ทหารสหรัฐไม่มีคนอ่อนแอ!”
“และนายไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเป็ทหารเพื่อปกป้องอธิปไตยของประเทศ” เมื่อพูดถึงเื่นี้ หัวหน้าเบรนต์ กวาดสายตามองไปที่ สตีฟ ด้วยเช่นเดียวกัน
เมื่อเผชิญหน้ากับน้ำเสียงที่สบประมาท ไคล์ สูดหายใจเข้าลึก ๆ และก้าวไปข้างหน้าตอบอย่างมั่นใจ:“ ให้โอกาสผม ผมจะแสดงความสามารถและคุณสมบัติของผม ต่อหน้าหัวหน้า”
ในขั้นตอนนี้ ไคล์ ได้ก้าวเข้าสู่ระยะสามเมตรของ หัวหน้าเบรนต์ และทันใดนั้นการ์ดที่มีมากกว่าสามสิบใบทั้งสีขาวและสีเขียวปรากฏออกมาให้ได้เห็น
ระดับหัวหน้าครูฝึกทหารเกณฑ์ มี การ์ดสีเขียว ถึงเก้าใบ!
[การใช้ปืนพก], [การใช้ปืนไรเฟิล], [ความเชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์ทหาร], [มวยทหาร], [การฝึกซ้อมทหาร] …
“โฮ่ น้ำเสียงมั่นใจไม่เบานาย้าแสดงอย่างไร” หัวหน้า เบรนต์ แสยะยิ้มออกมาอย่างเ็า การที่สามารถพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแบบนี้สามารถเข้าใจได้คือต้องเป็คนที่มีความมั่นใจในตัวเองอยู่ในระดับสูงเท่านั้น
อะไรคือความสามารถและความมั่นใจของทหารเกณฑ์คนนี้ผู้ที่เป็ลมล้มพับั้แ่วันแรกของการฝึกฝน
หญิงสาว ที่อยู่ถัดจากโต๊ะก็อดที่จะส่ายหน้าอย่างลับๆไม่ได้
“ในเมื่อคุณไม่เชื่อเอาอย่างนี้ไหมล่ะ เรามาเดิมพันกัน” หลังจากเห็น การ์ด ของ หัวหน้าเบรนต์ เขาก็พูดอย่างใจเย็นขึ้นอีกว่า“ ถ้าผมชนะ ผมจะอยู่ในค่ายทหารต่อไป แต่ถ้าผมแพ้คุณ ผมจะพับเสื่อกลับบ้านในทันที”
"เดิมพัน? นายจะพนันยังไง เล่นไพ่? โยนเหรียญหัวก้อย?” หัวหน้าเบรนต์ มอง ไคล์ ราวกับมองคนงี่เง่า
“ ไม่แน่นอน ผม้าท้าดวล หัวหน้าเบรนต์! ในแบบฉบับของทหาร!” ไคล์ กล่าว
"พอ! พลทหาร นายอย่าอวดดีให้มันมากเกินไป!” หัวหน้าเบรนต์ ตบโต๊ะและยืนขึ้น เขาพูดด้วยความโกรธผสมเล็กน้อย:“ นายเป็พลทหารที่น่าอับอายที่สุด ฉันสามารถร้องเรียนต่อศาลทหารเพื่อตัดสินลงโทษนาย!”
ไคล์ ไม่เพียงแต่ไม่กลัว เขากลับพูดอย่างจริงจัง:“ ผมไม่ได้ดูถูกคุณนะหัวหน้า แต่ผม้าแสดงความสามารถในฐานะทหาร”
"แก!" หัวหน้าเบรนต์ พยายามที่จะพูดอะไร แต่หญิงสาวที่อยู่ข้างๆก็เอ่ยถามขึ้นว่า“ พลทหารไคล์ คุณ้าประลองกับ หัวหน้าเบรนต์ อย่างไร?”
“ประลองกันด้วยปืน” ไคล์ ตอบอย่างใจเย็น
ดวงตาที่สวยงามของหญิงสาวมอง ไคล์ ราวกับพยายามค้นหาบางสิ่งจากใบหน้าของเขาและในที่สุดเธอก็พูดขึ้นว่า“ ฉันคิดว่าคุณควรให้โอกาสเขาแสดงความสามารถ” จากนั้นเธอก็กลับสู่ความเงียบดังเดิม
“ก็ได้ ในเมื่อนาย้าประลองกับฉัน ฉันไม่รู้ว่านายพกความมั่นใจนั่นมาจากไหน...” หัวหน้าเบรนต์ นั่งเงียบๆ อยู่ครู่หนึ่งจากนั้นก็เอนกายลงบนเก้าอี้แล้วพูดว่า“....ฉันจะมอบความพ่ายแพ้ให้กับนายแล้วส่งนายกลับบ้าน วันนี้ห้าโมงเย็น ไปเจอกันที่สนามฝึกยิงปืน”
"ครับ" ไคล์ พยักหน้าทุกอย่างเป็ไปตามที่คาด ในตอนนี้ความสนใจของเขาตกอยู่ที่หญิงสาว
เธอสามารถเปลี่ยนความตั้งใจของ หัวหน้าเบรนต์ แสดงว่าตำแหน่งของเธอนั้นไม่ธรรมดา ขอดูหน่อยสิว่าเธอมีการ์ดความสามารถที่มีประโยชน์หรือไม่
เมื่อ ไคล์ อยู่ในระยะสามเมตรห่างจากหญิงสาวและมองไปที่เธอเขาก็เกือบจะตกตะลึง
มีการ์ดความสามารถจำนวน 70 ใบะโออกมาจากหญิงสาว ซึ่งมีทั้งการ์ดสีขาวและสีเขียว มันเกือบจะครอบคลุมทั่วทั้งร่างกาย
[ความเชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา], [ความเชี่ยวชาญการดูแลทางการแพทย์], [ความเชี่ยวชาญรหัสมอส], [ความเชี่ยวชาญการลอบสังหาร], [ความเชี่ยวชาญปืนไรเฟิล], [ความเชี่ยวชาญในพิธี] …
มี การ์ดสีเขียว ไม่น้อยกว่ายี่สิบใบ! และในหมู่พวกมันมีการ์ดที่มีสีเขียวเข้มกว่าการ์ดสีเขียวทั่วไป ซึ่งมีความเงางามเป็ประกาย
“ เนื่องจากเป็การประลองถ้าจะให้ดีที่สุดมันก็ต้องมีพยานและหลักฐานที่เป็รายลักษณ์อักษรดังนั้นขอเชิญคุณเป็พยานในการประลองครั้งนี้ด้วย” ไคล์ ยิ้มพร้อมกับเดินเข้าไปใกล้หญิงสาวในระยะหนึ่งเมตร ราวกับว่าเขาไม่ได้อยู่ใน่หัวเลี้ยวหัวตอนี้
เขาใช้เวลานานกว่าสามนาทีในการดึง การ์ดความสามารถสีเขียว เกือบทั้งหมดของหญิงสาว