" หากอยากรู้ก็รีบตามมา " เฟิ่งอวี้หลันพูด
" ไปไหนหรือขอรับ "
" ไปบ้านลุงโจวกัน " อวี้หลันพูดตัดบท ลุงโจวซานนั้นเป็พรานป่า นอกจากเข้าป่าล่าสัตว์ก็ยังมีที่ดินอยู่แถบชายเขาอีกสองหมู่ ไว้ปลูกข้าว ภรรยาโจวซาน ชื่อมู่หลง มีโจวลิ่วเป็บุตรชายเพียงคนเดียว ตามความทรงจำของร่างเดิม ครอบครัวโจวนับว่าเป็มิตรที่ดี บ้านของพวกเขาอยู่ติดกับชายป่า หากเดินไปจากจุดที่อวี้หลันอยู่ ก็ไม่จำเป็ต้องผ่านบ้านหลินที่อยู่่กลางหมู่บ้าน
" ไปบ้านลุงโจว ไปทำไมหรือขอรับ " เสี่ยวเฉินถามอย่างไม่เข้าใจ
" แน่นอนว่าต้องไปขอบคุณ ไม่ใช่ว่าเมื่อเช้าเขาช่วยพวกเราไว้หรอกหรือ อีกอย่างเ้าเองไม่ใช่หรือที่บอกว่าเราต้องแบ่งไข่ให้ลุงโจว "
เสี่ยวเฉินได้ฟังก็พยักหน้าหงึกหงัก ในใจรู้สึกเหมือนจะเข้าใจ และเหมือนจะไม่เข้าใจ แต่เขาก็ยังคิดไม่ออกว่าสงสัยอะไร
เดินไม่นานก็มาถึงบ้านโจว ประตูบ้านไม่ได้ถูกปิดไว้ มองเข้าไปด้านในลาน เห็นป้ามู่ ภรรยาของลุงโจวซานกำลังตากขนสัตว์สีดำสองผืนอยู่
" ป้ามู่ขอรับ ป้ามู่ " เสี่ยวเฉินเอ่ยเรียกอยู่ที่หน้าประตูบ้านด้วยเสียงเริงร่า หลายครั้งที่ครอบครัวโจวมักจะแบ่งอาหารให้เสี่ยวเฉิน
"อ้าว เสี่ยวเฉินมาหรือ เข้ามาๆ กินอะไรมาหรือยัง " นางมู่ซื่อพูดพร้อมเดินมารับที่หน้าประตู
" ป้ามู่ขอรับ ลุงโจว กับพี่โจวอยู่หรือไม่ขอรับ พี่ใหญ่ของข้าอยากมาขอบคุณที่ได้ช่วยไว้เมื่อเช้า " เสี่ยวเฉินเลี่ยงที่จะไม่ตอบคำถามแต่บอกจุดประสงค์ที่มาแทน
" ไม่อยู่หรอกจ๊ะ เข้าป่าไปแล้ว เย็นๆ นั้นล่ะจึงจะกลับ เื่ขอบอกขอบใจอะไรก็ไม่ต้องหรอก คนกันเองทั้งนั้น สมัยที่แม่ของพวกเ้ายังอยู่ก็สนิทสนมกับป้ามากเช่นกัน "
" เอ่อ จริงๆ ที่ข้ามานอกจากขอบคุณแล้ว ก็มีเื่อยากรบกวนป้ามู่ด้วยเ้าค่ะ " อวี้หลันพูดขึ้นด้วยท่าทีเกรงใจ
" หือ เื่อะไรงั้นหรือ เอาเถอะเข้าบ้านก่อนค่อยพูดกัน "
คนทั้งสามไม่ได้เข้าไปในบ้านเพียงพูดคุยกันอยู่ที่ลานบ้านเท่านั้น ในลานบ้านมีต้นถงต้นใหญ่ ใต้ต้นถงวางแคร่ไม้ไผ่ไว้หนึ่งตัว ทั้งหมดจึงนั่งลงคุยกันที่นั่น อวี้หลันปลดตะกร้าสานวางลงบนแคร่อย่างระมัดระวัง
" คือข้ากับเสี่ยวเฉินบังเอิญเก็บไข่เป็ดป่าได้ ในตะกร้านี้มีไข่เป็ดป่าอยู่หกสิบแปดฟอง แปดฟองข้าจะเก็บไว้ ส่วนยี่สิบฟองข้าขอมอบให้ป้ามู่ ส่วนที่เหลืออยากรบกวนป้ามู่ นำไปขายให้ข้าได้หรือไม่เ้าคะ ตัวข้าไม่สะดวกออกหน้าไปขายเอง "
เฟิ่งอวี้หลันพูดจารวบรัด แสดงความ้าของตัวเองอย่างชัดเจนในรอบเดียว
นางมู่ซื่อได้ฟังก็หัวเราะเบาๆ " เสี่ยวหว่านโตขึ้นแล้วจริงๆ หากแม่ของเ้าเข้มแข็งได้เช่นเ้า นางคงไม่ต้องด่วนจากไป"
เฟิ่งอวี้หลันไม่ได้ตอบอะไร ทำเพียงยิ้มรับ
" เื่ขายไข่ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร สองวันก่อนไม่ใช่ว่าสะใภ้ใหญ่ป้าฟางเพิ่งคลอดหลานชายคนแรกตัวอวบอ้วนหรอกหรือ ตอนนี้นางกำลังหาซื้อไข่ไปบำรุงลูกสะใภ้อยู่พอดี ส่วนเื่แบ่งไข่ให้ป้าก็ไม่ต้องหรอก ป้าและแม่ของเ้านับว่าสนิทสนม ลูกของนางป้าก็เอ็นดูเช่นลูกเช่นหลาน หากมีเื่ใด้าความช่วยเหลือ เ้าก็มาหาป้าได้เสมอ "
" หากท่านป้ามู่เอ็นดูพวกเราพี่น้องจริงก็รับไข่ไปเถิดเ้าค่ะ ถือว่าหลานๆ แสดงความกตัญญู ไม่เช่นนั้น ข้าพี่น้องคงเกรงใจต่อไปคงไม่ไม่กล้รบกวนท่านป้าอีก " เฟิ่งอวี้หลันเห็นท่าทีจริงใจของนางมู่ซื่อก็รู้สึกซาบซึ้ง ดูเอาเถิดคนอื่นไม่ใช่ญาติยังห่วงใยมากกว่าญาติ คำที่ว่าเืข้นกว่าน้ำ คงไม่สำคัญเสมอไป
" เ้านี่นะ เอาเถอะ เช่นนั้นป้าจะรับไว้เพียงสิบฟอง " นางมู่ซื่อพูดพร้อมหัวเราะอย่างเอ็นดู
" เอ่อ ท่านป้ามู่ ข้าขอยืมใช้ครัวท่านด้วยได้หรือไม่เ้าคะ " เฟิ่งอวี้หลันถามขึ้นเสียงอ่อน ใช้ว่าเธอไม่นึกละอายใจ แต่เธอไม่มีทางเลือก หากนำไข่กลับบ้านไป แม้แต่เปลือกก็คงไม่มีโอกาสได้เห็น
" ฮ่าๆ ตามสบายเถิด ข้าวของทุกอย่างในครัวเ้าสามารถหยิบจับได้ตามสะดวก ไม่ว่าแป้งหรือเกลือ อยากใช้สิ่งใดก็ใช้สิ่งนั้น ไม่ต้องเกรงใจ เดี๋ยวป้าจะเอาไข่ไปขายให้เ้าเลย " นางมู่ซื่อ พูดพร้อมถือตะกร้าสานใบเล็กเข้ามา ก่อนจะหยิบไข่ห้าสิบฟอง ใส่ลงไป
หลังนางมู่ซื่อออกไป เฟิ่งอวี้หลันก็เดินเข้ามาในครัว สำรวจข้าวของอยู่พักหนึ่ง นำวัตถุดิบที่้าทั้งหมดขึ้นมาวางรวมกัน ส่วนเสี่ยวหลินนั้นรับหน้าที่จุดเตาไฟให้
เฟิ่งอวี้หลัน แบ่งไข่ส่วนหนึ่งทำเป็น้ำแกงไข่ใส่ผักป่า ไข่อีกส่วนนำมาผสมกับแป้ง ทำเป็แผ่นแป้งทอดไว้ทานคู่กับน้ำแกงไข่ ไม่นานซุปไข่หอมๆ กับแผ่นแป้งทอดสีเหลืองทองขนาดเท่าฝ่ามือก็แล้วเสร็จ
สองเมนูนี้ใช้ไข่ไปทั้งหมดหกฟอง เฟิ่งอวี้หลันถือโอกาสทำเยอะหน่อย เผื่อบ้านของป้ามู่ด้วย คิดไปก็ละอายใจอยู่บ้าง ทำเช่นนี้ไม่ต่างอะไรกับการยืมดอกไม้ไหว้พระ ซ้ำยังเป็ดอกไม้ของพระเองอีกต่างหาก ส่วนไข่อีกสองฟองที่เหลือ เฟิ่งอวี้หลันนำไปพอกโคลนหนาๆ ใส่ไว้ใต้เตาไฟ
" พี่ใหญ่ หอมเหลือเกินขอรับ หอมกว่ากลิ่นเนื้อ่เทศกาลปีใหม่เสียอีก " เสี่ยวเฉินพูดพร้อมทำจมูกฟุดฟิด แน่นอนว่ากลิ่นเนื้อที่เสี่ยวเฉินพูดก็เป็เพียงแค่กลิ่น หลังหลินปู้จากไปบ้านใหญ่ก็ไม่ได้รับสิทธิ์ให้กินเนื้อ หลินต้าหลางเอง ก็ไม่อยากมีเื่ทำได้เพียงพาลูกๆ กลับเข้าห้องเงียบๆ แต่ถึงอย่างไร เขาก็มักจะแอบซื้อขนมน้ำตาลมาแบ่งให้ลูกๆทั้งสามคน ถือเป็การฉลองปีใหม่
ทำอาหารเสร็จ ทำความสะอาดครัวเรียบร้อย ป้ามู่ก็กลับมาพอดี " อั้ยโหย่ว หว่านเอ๋อร์ ทำอะไรเนี่ยกลิ่นหอมลอยออกไปยังประตูหน้าบ้านแล้ว "
" ใช่มั้ยขอรับ ข้าก็ว่ามันหอมมากๆ " เสี่ยวเฉินรับคำ
" อาหารง่ายๆ เ้าค่ะ ข้าใช้แป้งกับเกลือของท่านป้าไปด้วย อย่างไรท่านป้าหักกับเงินค่าไข่ได้เลยเ้าค่ะ "
" หักอะไรกัน อาหารมากมายเช่นนี้ ไม่ใช่ว่าจะไม่แบ่งป้าหรอกหรือ " ป้ามู่มองแผ่นแป้งสีเหลืองกว่าสิบแผ่นบนโต๊ะ
เฟิ่งอวี้หลันยิ้มรับ " ทั้งหมดบนโต๊ะย่อมเป็ของท่านป้าเ้าค่ะ "
" ทั้งหมดหรือ มากมายเกินไปแล้ว ป้าจะกินเยอะแยะเช่นนี้หมดที่ไหน "
" ข้าไม่ได้ให้ท่านป้ากินผู้เดียวเสียหน่อย ทั้งหมดนี้ย่อมมีส่วนของลุงโจวและพี่โจว ท่านป้าไม่อาจแอบกินจนหมดคนเดียวได้นะเ้าค่ะ " เฟิ่งอวี้หลันเอ่ยเย้า
" เ้านี่นะ " มู่ซื่อแสร้งทำเสียงดุ
" นี่เงิน25 อีแปะเป็ค่าไข่ที่ขายได้ " มู่ซื่อยื่นพวงเงินไปตรงหน้าเฟิ่งอวี้หลัน
เฟิ่งอวี้หลันดันเงินกลับไป " ข้าขอฝากท่านป้าไว้ก่อนได้หรือไม่เ้าค่ะ " จากการพูดคุยเฟิ่งอวี้หลันค่อนข้างไว้ใจ ป้ามู่ผู้นี้
" จริงซิ ฝากป้าไว้ก่อน หากเ้านำกลับบ้านไป คงไม่เหลือถึงมือแม้ครึ่งอีแปะ " เฟิ่งอวี้หลันยิ้มรับ ป้ามู่ผู้นี้ดูเหมือนจะพูดจาได้ตรงใจเฟิ่งอวี้หลันมาก
" ท่านแม่วันนี้ทำอาหารอะไรหรือขอรับ กลิ่นหอมนัก " เสียงบุรุษผู้หนึ่งดังมาจากด้านนอก ก่อนที่จะเดินเข้ามาในครัว แต่เมื่อเขามาแล้ว เด็กหนุ่มผู้นั้นก็ชะงักฝีเท้า ด้วยไม่คิดว่าจะมีผู้อื่นอยู่ในครัวนอกจากมารดา
" ท่านพี่โจว หอมมากใช่มั้ยขอรับ นี่คือแป้งทอดแล้วก็ซุปไข่ ทั้งหมดนี้พี่ใหญ่ของข้าล้วนทำทั้งหมด " เสี่ยวหลินที่ไม่ส่งเสียงอยู่นานเพราะมัวแต่ก้มหน้าก้มตากิน พอเห็นโจวลิ่วเข้ามา ก็ถือโอกาสเอ่ยปากอวดพี่สาว
" เ้าเด็กคนนี้นี่ ตัวโตเท่าหมี ยังไม่รู้จักสำรวม " นางมู่ซื่อเอ่ยดุอย่างไม่จริงจัง เฟิ่งอวี้หลันยิ้มให้โจวลิ่วเล็กน้อยเป็การทักทาย
จากนั้นก็ขอตัวกลับบ้าน เพราะออกมานานแล้ว เฟิ่งอวี้หลันนั้นนำแผ่นแป้งทอดกลับบ้านจำนวนหนึ่ง นอกจากนั้นยังมีซุปไข่อีกหนึ่งกระบอกไม้ไผ่ ไข่ที่พอกโคลนไว้อีกสองฟอง
ระหว่างทางกลับ
" พี่ใหญ่ ท่านย่าต้องได้กลิ่นอาหารพวกนี้แน่ ท่านคงจะแย่งอาหารทั้งหมดไป เราซ่อนมันไว้ด้านนอกแล้วค่อยให้น้องเล็กออกมากินดีหรือไม่ " เสี่ยวเฉินเอ่ยด้วยความกังวล
" ไม่จำเป็หรอก อีกอย่างต่อให้เราซ่อนไว้ด้านนอก น้องเล็กออกมาท่านย่าก็ย่อมต้องสงสัยอยู่ดี " เฟิ่งอวี้หลันตอบตามเหตุผล
"เช่นนั้นจะทำอย่างไรดีขอรับ แป้งทอดนี่อร่อยมาก ข้าอยากให้น้องเล็กได้กินด้วย " เสี่ยวเฉินพูดด้วยสีหน้าผิดหวัง
" อย่าห่วงไปเลย พี่ใหญ่ของเ้าย่อมมีวิธี " เฟิ่งอวี้หลันยกยิ้มอย่างเ้าเล่ห์อีกครั้ง