อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 40 เหลือแค่นี้


            โฮก!

             

            เสียงเสือร้องคำรามดังมาจากในป่า หมัดเหล็กพันด้วยพลังหยวนพร้อมพลังดุร้ายระเบิดในอากาศ หมัดอันหนักหน่วงรุนแรงทุบลงบนหัวของมันจนหัวแตกเลือดทะลัก

             

            ฮู่

             

            มองเห็นซากอสูรที่อยู่ตรงหน้าค่อยๆ แข็งทื่อโจวหยวนก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เช็ดเลือดสดๆ บนกำปั้นตัวเองด้วยขนของมัน

             

            อสูรตัวนี้คือเสือวายุ มีความว่องไวปราดเปรียว นับเป็นอสูรหยวนระดับหนึ่งที่รับมือได้ยาก แต่ยังดีที่โจวหยวนมีมังกรเยื้องย่างและร่างกายที่พลิ้วไหวจึงเอาชนะมาได้

             

            “นี่เป็นอสูรหยวนระดับหนึ่งตัวที่สามสิบหกแล้ว...” โจวหยวนยิ้มแล้วก้มลงแบกร่างของมันขึ้นมา

             

            ฟิ้ว!

             

            ขณะนั้นเอง จู่ๆ ในมุมมืดก็มีรังสีอำมหิตพุ่งตรงมาที่หัวใจของโจวหยวนด้วยอุบายชั่วร้าย

             

            แต่ในยามที่รังสีอำมหิตโจมตีเข้ามาเกือบถึงตัวโจวหยวนก็ขยับแขนเอียงซากเสือมาบดบังด้านหน้าของหัวใจ รังสีอำมหิตสายนั้นจึงแทงเข้าใส่ซากเสือ มีดสั้นทั้งเล่มปักจมลงไปบนผิวหนังของเสือวายุแสดงให้เห็นว่าพลังที่ใช้ขว้างมานั้นแข็งแกร่งเพียงไร

             

            “หือ?” เมื่อโจมตีพลาดบุคคลในมุมมืดผู้นั้นก็อดส่งเสียงประหลาดใจออกมาไม่ได้

             

            “ใครกัน? จงเผยตัวออกมาเดี๋ยวนี้!” โจวหยวนตกใจกับการโจมตีที่ดุร้ายเช่นนี้ แขนสั่นสะเทือน ซากเสือก็ถูกโจมตีจากมุมมืดอย่างรุนแรง

             

            ในมุมมืดมีร่างหนึ่งกระโจนออกมา ปลายเท้าเหยียบอยู่บนซากเสือ ร่างที่พลิ้วไหวหล่นลงตรงหน้าโจวหยวน

             

            “เจ้าเป็นใคร?” โจวหยวนจ้องมองร่างที่แข็งแกร่งเบื้องหน้าด้วยแววตาดุดัน ขมวดคิ้วแล้วเอ่ยถาม

             

            “คนที่จะมาเอาชีวิตเจ้าอย่างไรเล่า” คนที่มาย่อมเป็นหลัวถ่ง เขามองดูโจวหยวน มุมปากก็แสยะยิ้มดูแคลน พูดเสียงเย็นชา “เจ้าหนู จงยอมตายแต่โดยดีเสียเถอะ แม่สาวน้อยทางนั้นยังรอข้าไปเชยชมอยู่!”

             

            พอโจวหยวนได้ยินใบหน้าก็พลันตกตะลึง จากนั้นไม่นานก็สงบนิ่งลงทันที แม้เยาเยาจะดูอ่อนแอไร้เรี่ยวแรง แต่โจวหยวนทราบดีว่านั่นเป็นเพียงแค่ภาพลักษณ์ภายนอก อีกอย่างข้างกายเยาเยายังมีทุนทุนเจ้าอสูรน้อยลึกลับคอยปกป้องอยู่

             

            พอนึกดูต่อให้เป็นผู้แข็งแกร่งในสภาวะเส้นทางสวรรค์เยาเยาก็คงไม่เดือดร้อนอะไร อีกทั้งผู้แข็งแกร่งสภาวะเส้นทางสวรรค์ยังเป็นผู้แข็งแกร่งระดับสูงสุดในต้าโจวของพวกเขา คงไม่ปรากฏตัวออกมาง่ายๆ แน่

             

            แต่ถึงแม้ใจเขาจะไม่หวั่นไหวทว่าในแววตาของโจวหยวนกลับเปล่งประกายเย็นยะเยือก เจ้าสารเลวพวกนี้กล้าลงมือกับพี่เยาเยาช่างสมควรตายอย่างแท้จริง

             

            “ข้ารับประกัน วันนี้เจ้าไม่มีทางรอดออกไปจากเทือกเขาเฮยหลินได้อย่างแน่นอน” โจวหยวนกำหมัดช้าๆ แล้วพูดขึ้น

             

            “เจ้าเด็กน้อยไม่ดูกำลังตัวเอง! ข้าจะอัดเจ้าให้ตายในหมัดเดียว!” หลัวถ่งได้ยินก็ยกยิ้มชั่วร้าย ร่างพุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว กำหมัดที่พันรอบด้วยพลังหยวนหนาแน่นพร้อมเสียงระเบิดที่ดังปะทุขึ้นมา หลัวถ่งเป็นผู้มีพลังเปิดลมปราณที่หก หมัดที่เข้ามานี้มีพลังน่าตกตะลึง

             

            ถึงอย่างนั้นเมื่อเผชิญหน้ากับหมัดอันหนักหน่วงรุนแรงของหลัวถ่ง โจวหยวนกลับมีท่าทางนิ่งเฉย เขากำหมัดแน่นแล้วอัดสวนกระแทกออกไปอย่างแรง

             

            “กล้าใช้หมัดลมปราณที่สี่ใส่ข้าหรือ?” พอหลัวถ่งเห็นเช่นนี้ก็ยิ้มกว้าง คิดว่าโจวหยวนโง่เขลา ทันทีที่พลังเพิ่มขึ้นก็พุ่งหมัดใส่แขนโจวหยวน

             

            ตึง!

             

            ทว่าเมื่อหมัดทั้งสองปะทะกันอย่างรุนแรงใบหน้ายิ้มชั่วร้ายของหลัวถ่งก็เจื่อนลงทันตา เพราะเขารู้สึกได้ว่าพลังของหมัดโจวหยวนที่ส่งออกมาไม่ได้ด้อยไปกว่าพลังของเขาที่เปิดลมปราณเส้นที่หกได้เลย!

             

            “เป็นไปได้อย่างไร?”

             

            ครั้นเมื่อรู้ถึงความร้ายกาจนี้จิตใจของหลัวถ่งก็สั่นไหวไม่กล้าดูแคลนอีก ฝ่ามือเปลี่ยนเป็นกรงเล็บ เสียงแหวกอากาศดังขึ้นพร้อมพลังอำมหิตที่พุ่งเข้าใส่ลำคอของโจวหยวน

             

            โจวหยวนก้าวเท้าเฉียงออก มังกรเยื้องย่างเหยียบลง ร่างค่อยๆ จางลงจนดูเลือนราง

             

            กรงเล็บที่มีพลังน่าเกรงขามกวาดออกห่างจากร่างโจวหยวนไปสามคืบ ตามมาด้วยหมัดของโจวหยวนที่เปี่ยมไปด้วยพลังแข็งแกร่งพุ่งเข้าใส่หน้าของหลัวถ่งอย่างรุนแรง ไม่ออมมือให้แม้แต่น้อย

             

            เห็นภาพหมัดที่สะท้อนอยู่ในดวงตาขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วหลัวถ่งก็ตกใจจนเนื้อตัวสั่นเทิ้ม “เปิดลมปราณที่หก!”

             

            ตู้ม!

             

            พลังหยวนจากฟ้าดินไหลเข้าร่างของหลัวถ่ง ทันใดนั้นเสื้อผ้าก็พลิ้วไหว แสงพลังหยวนพุ่งออกมาตามรูขุมขนเหมือนแสงระยิบระยับปกคลุมขึ้นทั่วร่าง

             

            ตึง!

             

            หมัดของโจวหยวนกระแทกถูกแสงพลังหยวนที่พันรอบใบหน้าของหลัวถ่ง ไม่อาจทะลุเข้าไปได้จนถูกพลังหยวนสั่นสะท้อนกระเด็นถอยหลังออกมา

             

            “บีบให้ข้าต้องเปิดลมปราณเส้นที่หกจัดการเจ้า ตายไปเจ้าก็ไม่ต้องเสียใจแล้ว!” หลัวถ่งกัดฟันแน่น การจัดการกับเด็กที่เปิดลมปราณได้แค่เส้นที่สี่แล้วทำเอาเขาเกือบแย่ทำให้เขาเดือดดาลถึงขีดสุด

             

            ฟิ้ว!

             

            หลัวถ่งพุ่งเข้าโจมตีอีกครั้ง ครานี้รวดเร็วยิ่งกว่าเดิม ปลายนิ้วเริ่มเรืองแสงสีดำขึ้น ท่ามกลางความคลุมเครือก็มีกลิ่นเหม็นคาวจางๆ ส่งออกมา

             

            “ศาสตร์หยวนระดับกลาง ฝ่ามือภูตทมิฬ”

             

            โจวหยวนจ้องมองหลัวถ่งที่พุ่งเข้ามาอีกครั้ง แววตาหรี่ลง ฝ่ามือยื่นออกอย่างเชื่องช้าทว่าหนักแน่นเสมือนแบกขุนเขาลูกยักษ์ แต่เมื่อฝ่ามือขยับออกกระทั่งอากาศก็ล้วนส่งเสียงแสบแก้วหู

             

            “เปิดลมปราณที่สี่!”

             

            ทางเดินเลือดลมในร่างกายสั่นไหว ส่งแรงดูดพลังหยวนจากฟ้าดินเข้าในร่างกายอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นพลังที่ไหลเวียนไปมาอยู่ในฝ่ามือของโจวหยวน

             

            พลังอันน่าเกรงขามกลุ่มหนึ่งส่งออกมาจากร่างกายของโจวหยวน

             

            “มังกรหัตถ์ศิลา แยกพิภพ” เสียงเย็นชาดังลอดออกมาจากริมฝีปากอย่างแผ่วเบา

             

            หลังจากที่ผ่านการต่อสู้กับอสูรหยวนมาหลายวันหลายคืน ในที่สุดโจวหยวนก็ใช้มังกรหัตถ์ศิลาขั้นสองได้สำเร็จ

             

            ปัง!

             

            ทันทีที่โจวหยวนปล่อยหมัดออกไป ผืนดินใต้ฝ่าเท้าพลันคล้ายกับสั่นสะท้าน อากาศด้านหน้าถูกฉีกแยกออก พลังน่าเกรงขามสายนี้พุ่งตรงออกไป

             

            “พลังหยวนทำลายร่างหรือ?!” หลัวถ่งใบหน้าตกใจ คิดใช้พลังหยวนทำลายร่างจะต้องมีพลังของสภาวะหล่อเลี้ยงพลังถึงจะทำได้ หรือไม่ก็ฝึกศาสตร์หยวนระดับดำทมิฬที่เหนือกว่าศาสตร์หยวนระดับสามัญ

             

            แต่เจ้าเด็กนี่เพิ่งจะเปิดลมปราณได้สี่เส้น ทำไมถึงฝึกศาสตร์ระดับหยวนดำทมิฬได้สำเร็จแล้วล่ะ?

             

            ทว่าไม่ว่าเขาจะตกตะลึงเพียงใดหมัดรุนแรงนั้นก็มาพร้อมกับแสงเลือนรางแล้ว เขาไม่ทันได้หลบหมัดนั้นก็กระแทกไปบนอกอย่างรุนแรง

             

            ปัง!

             

            ร่างของหลัวถ่งพุ่งออกไปเหมือนกระสุนปืน เลือดสดๆ ทะลักออกมา จากนั้นยังไม่ทันสนใจร่างกายที่บาดเจ็บก็ลุกขึ้นเตรียมวิ่งหนี ผ่านการต่อสู้มาหลายครั้งเขาจึงดูออก พลังต่อสู้ของเด็กหนุ่มที่เปิดลมปราณเส้นที่สี่ได้เบื้องหน้านี้น่าหวาดกลัวยิ่งนัก

             

            โจวหยวนเห็นหลัวถ่งคิดหนีแววตาก็พลันเปล่งประกายขึ้นมา ลำคอมีอักขระหยวนปรากฏ เขาอ้าปากร้องคำรามออกไป “โฮก!”

             

            อักขระหยวนระดับหนึ่ง อักขระพยัคฆ์คำราม!

             

            เสียงคำรามดังสะท้อนก้อง คลื่นเสียงแผ่กระจายจนร่างของหลัวถ่งแข็งทื่อในทันที หัวสมองวิงเวียน เลือดลมในร่างสั่นสะท้าน

             

            เมื่อดึงสติกลับมายังไม่ทันรอให้เสียงที่ร้องเปล่งคำรามออกมาสิ้นสุดดีโจวหยวนก็กระแทกหมัดลงบนหัวของเขาจนสลบลงไปในทันที

             

            โจวหยวนเห็นหลัวถ่งนอนแน่นิ่งก็จับเขาขึ้นมา จากนั้นรีบวิ่งออกไปที่หุบเขา แม้จะทราบว่าเยาเยาไม่ธรรมดาแต่เขาก็ยังคงเป็นกังวล

             

            เขารีบวิ่งกลับไปหุบเขาอย่างร้อนรน หายใจเหนื่อยหอบ สภาพกระเซอะกระเซิงถึงขีดสุด

             

            เมื่อเขามาถึงหุบเขากลับต้องตกตะลึง เพราะในหุบเขายังคงเงียบงัน เยาเยานั่งอยู่บนโขดหิน เรียวแขนขาวเนียนยกจิบขวดหยกเบาๆ ข้างกายของนางมีทุนทุนกำลังนอนหาวอยู่

             

            “นี่มัน...”

             

            โจวหยวนตกตะลึงเล็กน้อย เพราะที่แห่งนี้ไม่มีร่องรอยการต่อสู้เลยสักนิดเดียว

             

            “พี่เยาเยา ท่านไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่?” โจวหยวนเดินไปข้างหน้า เอ่ยถามด้วยลมหายใจติดขัด

             

            เยาเยาเห็นท่าทีร้อนรนและสายตาเป็นกังวลของโจวหยวนก็อดยิ้มไม่ได้ มีความอบอุ่นซ่อนอยู่ในรอยยิ้ม นางส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ข้าไม่เป็นอะไร”

             

            ทันใดนั้นนางก็พูดขึ้น “มีบางอย่างเกิดขึ้นกับชายเคราะห์ร้าย”

             

            โจวหยวนจึงรีบถามต่อ “แล้วคนเล่า?”

             

            เยาเยายื่นนิ้วชี้ไปที่ทุนทุนที่อยู่ด้านข้าง ทุนทุนก็ส่ายหางไปมาพลางอ้าปากคายแผ่นหยกออกมา เยาเยาชี้นิ้วไปที่แผ่นหยกแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “เหลือแค่นี้”



    คล้ายกับเรื่องอภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.35M 933
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    271K 1043
    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    นิยาย แฟนตาซี
    312K 292
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    337K 1011
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    15.48M 4292
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185