ตอนที่ห้าสิบ คว้าสวรรค์ Seize the mean of production
จุดอ่อนของวิถีเม่ยกั๋วคือทรัพยากร หากเรามีทรัพยากรและเวลาไม่มากพอ นการผลิตได้น้อยกว่าสวรรค์เราก็จะพ่ายแพ้กระนั้นหรือ?
จอมคนผู้แบ่งแยกโลกา มาร์ก กล่าวเอาไว้ว่าให้ยึดครองสวรรค์(ปัจจัยการผลิต)เสียเราก็จะสามารถเอาชนะผู้ที่มีทรัพยากรมากกว่าเราได้
เมื่อสวรรค์ไม่ยุติธรรม เราก็ไม่จำเป็นต้องยุติธรรมกับสวรรค์
เมื่อมีพระเจ้าอยู่จริงก็เป็นเรื่องจำเป็นที่เราต้องล้มล้างพระเจ้าทิ้งเสีย บากุนิน สหายของมาร์กกล่าวเอาไว้
แนวความคิดของทั้งสองคนดังก้องอยู่ในหัวของผม
แม้แต่แนวคิดของอสูรผมแดงเมื่อมาถึงที่สุดก็สามารถมาเผยแพร่ในดินแดนจงหยวนภาคกลาง ยึดครองประเทศจีนได้ในที่สุด
ไคว่ขว้าสวรรค์มาเป็นของผมเอง ไม่ปล่อยให้สวรร๕กระทำย่ำยีอีกต่อไป
เมื่อมีเมฆมากนักก็ทำลายเมฆ
ร่างกายของผมมีแสงสีขาวรูปร่างแบบเดียวกับต้นไม้แห่งชีวิตและกางเขนแสงขนาดยักษ์ในเอวานเกเลี่ยนที่เชื่อมต่อกับแผ่นฟ้า
ผมสร้างค่ายกลขนาดยักษ์ต่างๆจนแทบสิ้นความรู้ของผมต่อไปนี้ผมจะรบกับสวรรค์
ไคว่คว้าสวรรค์มาให้ได้
เมื่อเมฆปล่อยสายฟ้า ข้าก็จะจุดไฟ ใช้ระเบิดลบล้างไฟฟ้า
ผมปล่อยสายฟ้าไปที่เมฆแต่ไม่ได้ต้องการสู้กระแสไฟฟ้าจากสวรรค์ด้วยกระแสไฟฟ้าจากสวรรค์เอง
วิชาสะท้อนกลับของยันต์แปด สิบหก สามสิบสอง หกสิบสี่(อนุกรมยกกำลังสอง)สะท้อนพลังของสวรรค์ไปบางส่วนที่ไอน้ำเพื่อให้เกิดออกซิเจนและไฮโดนเจนและ
บรึ้ม บรึ้ม บรึ้ม บรึ้ม
จากที่สายฟ้ารวบรวมมาฟาดผมอยู่ตรงกลาง รอบนอกของเมฆที่รวบเป็นกระแสไฟฟ้ากลับเกิดระเบิดขึ้นบนฟ้าอย่างต่อเนื่องขึ้น
ปราสาทราชวัง คนในเมืองถึงกับสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่ว
ไม่ใช่แค่คนในสำนักเท่านั้นที่รู้ตัว แม้แต่ชาวบ้านร้านถิ่นก็มองเห็นเมฆฝนบนท้องฟ้าที่ส่งสายฟ้าฟาดลงมาราวกับฝนจะตกกลับกลายลุกเป็นไฟ กลางวันที่เห็นอยู่กลับกลายเป็นกลางคืน
มีคนผู้หนึ่งถึงกับตัวสั่นงันงก ชูมือท่วมหัวร้องว่า
“กลางวันเป็นกลางคืน ฝนที่ทำท่าจะตกกลับกลายเป็นไฟบรรลัยกัลป์ ฟ้าถล่ม ฟ้าถล่มหาพวกเราแล้ว โลกกำลังจะสิ้นสุดแล้วฮือ”
คนที่ร้องนั้นคือคนที่ท่าทางคงแก่เรียน เป็นเศรษฐีคนหนึ่งในเมือง ปรกติแล้วแม้จะเชื่อถือโชคลางแต่ชาวบ้านไม่เห็นเขาเป็นเช่นนี้มาก่อน
“ท่านหลี่จี้ กล่าวเกินไปหรือเปล่า ฟ้าแลบราวกับระเบิดพวกเราก็เห็นบ่อยๆ จะมีเหรอ ฝนตกมาเป็นลูกฟะไฟ..”
คนที่ท่าทางแข็งแรงชาวค่ายพรรคแถวนั้นกล่าวก่อนที่จะ
บึ้ม
เกร็ดไฟที่ตกลงมานั้นเป็นฮีเลี่ยมเหลวที่มีฤทธิ์จุดไฟระเบิดขึ้นมาบนหลังคาบ้านของพวกเขา
ฝนที่ควรจะตกลงมาจากเหตุการณ์ที่ฟ้าผ่า ท้องฟ้าดำมืด กลับกลายเป็นลุกไฟจริงๆ
พวกนี้เป็นคนที่พอมีความรู้บ้าง ไม่ใช่คนที่อยู่ตามป่าตามเขา เคยศึกษาตำราดูฟ้าดินมาก่อน รู้ปรากฎการณ์ธรรมชาติที่ว่าฟ้าผ่าอาจเกิดทำให้ไฟลุกไหม้ได้
แต่ฝนตกเมฆดำชัดชัดเช่นนี้ ควรจะอธิบายประการใด?
“เรื่องบังเอิญหรือเปล่า? ทะ ท่านหลี่จี้..”
“ชะใช่แล้วเช่นฟ้าเกิดไปผ่าโดนกิ่งไม้ที่อยู่กลางอากาศ ก่อเกิดไฟลุกไหม้ขึ้น ข้าถึงกับเคยได้ยินว่าบางท้องที่ฝนฟ้าได้พัดปลาในมหาสมุทรมาด้วยซ้ำ..”
ชายวัยกลางคนท่าทางคงแก่เรียนคนหนึ่งกล่าวก่อนที่จะอ้าปากค้างไปเนื่องจากทุกบ้านรอบบริเวณนั้นมีลูกไฟตกอยู่ทุกหนแห่ง
ราวกับฝนบนฟ้ากลายเป็นเชื้อเพลิงก็ไม่ปาน(ทดลองวิทยาศาสตร์แสนสนุก แยกน้ำเป็นไฮโดรเจนกับออกซิเจนด้วยไฟฟ้า-ผู้เขียน)
ความจริงหวังลี่ไม่ได้ต้องการให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้น เขานึกว่าไฟที่ติดจะลอยขึ้นไปที่สูง แต่ราวกับมีลมหรือพลังสวรรค์ต่อต้านกดดันมา
ทำให้เขารู้สึกว่าเกิดเรื่องเหนือคาดคิดขึ้นอีกครา
ว่ามันไม่ใช่ปรากฎการณ์ฝนฟ้าตามธรรมชาติแต่มีพลังหนึ่งก่อให้เกิด
แต่ผลจากลูกไฟที่ถูกผลักดันลงมาที่พื้นดินนั้นทำให้หวังลี่มีเรี่ยวแรงในการดูดซับพลังจากสวรรค์มากขึ้นเรื่อยๆเพราะเมฆรอบข้างกลายเป็นลูกไฟที่ไม่ใช่สายฟ้าที่จะซัดใส่หวังลี่ได้อีกต่อไปตามแนวทางคว้าสวรรค์ของหวังลี่
เขามองเห็นตรงกึ่งกลางของเมฆมีราวกับลูกไฟฟ้าที่มีชีวิตอยู่ตรงกึ่งกลางแกนของเมฆดำทั้งหมดนั้นและกำลังเรียกเมฆดำมารวมกันและผลักดันลูกไฟลงไปที่พื้น
“ดวงจิตสวรรค์”ตามตำรางั้นหรือนี่?
บรึ้ม บรึ้ม บรึ้ม
แรงระเบิดที่มีทั่วท้องฟ้าทำให้เมฆดำเริ่มกระจายไปเปิดฟ้าให้สว่างขึ้นอีกคราชาวประชาดีใจแต่ทันใดนั้นก็หน้าซีดเซียวอีกครั้งเหมือนกับมีม่านสีดำมาปกคลุมท้องฟ้าให้เป็นเวลากลางคืนอีกครั้ง เนื่องจากนภาไร้ขอบเขตของหวังลี่ยึดครองพื้นที่รอบนอกของ”ดวงจิตสวรรค์”ที่ปล่อยสายฟ้าใส่หวังลี่
“ท้องฟ้ากลายเป็นไฟ กลางวันกลายเป็นกลางคืน ชัดเจนตามตำราแล้ว” คราวนี้ไม่ใช่หลี่จี้ แต่เป็นชายท่าทางคงแก่เรียนอีกคนที่โต้แย้งหลี่จี้ในตอนแรกนั่นเอง
“ดูนั่นแมวคิดว่าเป็นเวลากลางคืนกลับเข้าบ้าน นกกาบินกลับรังทั้งที่เพิ่งบินออกมาตอนเช้า “
“ตะต้นโป๊ยเซียนมงคลของข้าก็เกิดใบแหว่ง” ชายคนหนึ่งก็ร้องตะโกนขึ้นมา
ทั้งหมดจับกระดองเต่าและเข็มทิศแปดเหลี่ยมถึงกับหมุนผิดทิศเนื่องจากโดนแรงกดดันจากค่ายกลยกกำลังสองของหวังลี่ที่ก่อเกิดสนามแม่เหล็กขนาดยักษ์เพื่อป้องกันกระแสไฟฟ้าทำให้คำนวณสับสนแต่คนพวกนี้ไม่รู้
“ไม่ไหวแล้ว แม้แต่บรรทัดทองคำของข้า กระดองเต่าก็ทำนายสับสนชี้ทิศตะวันออกไปตะวันตก กฎสวรรค์ถูกทำลายแล้ว”หมอดูคนหนึ่งดึงหนวดตนเองจนหลุดมาเป็นเส้นๆเข้าใจผิดแต่ดันพูดถูกว่าเกิดอะไรขึ้น
เมื่อกลืนกินท้องฟ้าให้มืดมิดได้ ดวงจิตสวรรค์ก็ไม่อาจเรียกเมฆหมอกมาเสริทมพลังของตนเองได้อีกต่อไปแต่กระนั้นหวังลี่ก็ไม่ประมาทได้ค่อยๆกลืนกินพลังที่ปล่อยออกมารอบนอกจนหมดและจะ..
แต่ดวงจิตสวรรค์กลับทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายกลับใช้แสงที่ดึงดูดระหว่างกันค่อยๆดึงหวังลี่เข้าไปหาใกล้ๆ
หวังลี่ตระหนกทันทีและรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
“มันจะระเบิดใกล้ๆเราแน่ๆ”
อย่างที่คิดดวงจิตสวรรค์แม้จะขาดพลังจากรอบนอกไปเนื่องจากตกอยู่การล้อมรอบของม่านพลังนภาไร้ขอบเขตของหวังลี่ที่สีดำราวกับราตรีประดับดาวนักษัตรและค่ายกลต่างๆนับไม่ถ้วนหวังลี่พยายามสร้างมิติล้อมรอบตนเองอีกหลายอย่างและเส้นสายการผ่องถ่ายพลังอีกมากมายหลายเส้นเพื่อรับผลที่กำลังจะเกิดขึ้น
ดวงจิตสวรรค์เริ่มก้อนใหญ่ขึ้นเรื่อยๆและปล่อยสายฟ้าที่แม้จะจำนวนน้อยกว่าแต่ก็รุนแรงมากกว่าสีแดงออกมาใส่หวังลี่
ราวกับกาลเวลาหยุดนิ่ง หวังลี่นึกถึงวิชาจักรวาลและมิติที่เรียนมาสร้างรูปมิติของหลุมดำพยายามจะดูดดวงจิตสวรรค์ลงไปในปลายกระบี่ของตนเอง
เมื่อดวงจิตไม่เคลื่อนไหว หวังลี่ก็ใช้นภาไร้ขอบเขต “ยุบ”ลงให้เหมือนดวงจิตกลายเป็นลูกโบลลิ่งที่ต้องยุบลงตามความหย่อนของผ้า
ไม่อาจหลบหนีจากนภาไร้ขอบเขตได้หากยังมีมวลและพลังงานอยู่
ทันใดนั้นดวงจิตก็ระเบิดตนเองออกแต่ถูกนภาไร้ขอบเขตกลืนกินไปกว่าครึ่งแล้วแต่อีกครึ่งกลับไหลเข้ามาทางกระบี่ของหวังลี่และผ่านกระบี่จะไหลเข้าร่างกายแต่หวังลี่ค่อยๆผ่องถ่ายพลังไปด้านข้างแต่พลังที่ระเบิดมารวดเร็วก็รุนแรงเกินกว่าที่กระบี่ของหวังลี่จะรับได้หวังลี่เลยกลั้นใจต่อสายดินไปสู่ต้นไม้แห่งความตายที่เบื้องล่างขนานกับต้นไม้แห่งชีวิตเบื้องบน
ทันใดนั้นต้นไม้แห่งชีวิตที่เป็นเพียงเงาแสงสว่างเหนือท้องฟ้านั้น กลับกลายเป็นเงาของต้นไม้ขนาดใหญ่ผ่านสายปราณลงไปใต้ดินก็กลายเป็นแตกกิ่งก้านของต้นไม้แห่งความตายหวังลี่อยู่กึ่งกลางพยายามกระจายพลังไปทั่วสิบทิศสิบเอ็ดมิติสองพันล้านของค่ายกลยกกำลัง
หวังลี่ทำตนเองให้เป็นแค่จุดเชื่อมต่อของพลังเท่านั้นไม่ทำให้ดวงจิตสวรรค์จะโจมตีหวังลี่ได้โดยตรงแต่ผ่องถ่ายพลังไปที่ค่ายกลกับต้นไม้แห่งชีวิตและความตายที่อยู่ทั้งบนฟ้าและบนดิน
แต่กระนั้นหวังลี่ที่อยู่ตรงกลางกระแสพลังที่ผ่านไปแม้หวังลี่จะพยายามผ่องถ่ายพลังออกด้วยความรวดเร็วที่สุด
ก็กลับทำให้พลังปราณยุทธของเขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเป็นคุรุยุทธขั้นเจ็ด
คุรยุทธขั้นแปด คุรุยุทธขั้นเก้าและเกือบจะราวกับเป็นลูกโป่งที่ระเบิดออกตอนที่เขาร่วงลงกับพื้นและกำกระบี่ที่มีประกายสายฟ้าสีแดงที่อยู่ในมือไว้
อ้วก
ของเหลวสีดำนับไม่ถ้วนอาเจียนออกมาทางปากและทวารทั้งหมดของหวังลี่
ราวกับจะไม่มีอะไรเหลือ
ปราณที่อยู่ในช่องท้องกลายเป็นมีกระแสไฟฟ้าจากสวรรค์อยู่ล้อมรอบ
หวังลี่ได้บรรลุมหาคุรุยุทธในขณะที่หน้าคว่ำอยู่ที่ดินเช่นนั้นเองแต่ก่อนจะหมดสติเขาได้เก็บพลังนภาไร้ขอบเขตของค่ายกลกำลังสองและต้นไม้แห่งชีวิตและความตายเข้ามาในร่างกายก่อนและกัดฟันให้อยู่ในสภาวะเข้าฌาณที่เดินพลังไปเรื่อยๆเพื่อรักษาตัวแม้จะสลบไปแล้วก็ตาม