ฝักที่15
หลังจากที่ส่งตัวคู่บ่าวสาวเข้าห้องหอแล้วแเื่ที่มาร่วมงานนั้นก็ต่างพากันทยอยลากลับไปจนหมดเหลือเพียงครอบครัวของเ้าภาพทั้งสองที่เพิ่งจะได้มีเวลานั่งพักกันเสียที
“ข้ากับภรรยาต้องขอฝากบุตรชายไว้กับพี่ศจีด้วยนะขอรับเ้าดินนั้นยังเด็กนักถ้าหากทำอะไรไม่เหมาะไม่ควรก็รบกวนท่านช่วยอบรบสั่งสอนตักเตือนด้วยนะขอรับ”
นายมั่นนั้นรู้สึกใจหายเป็อย่างมากเพราะปกติแล้วในทุกๆ วันตนกับบุตรชายคนโตนั้นมักจะต่อปากต่อคำกันตลอดหลังจากนี้ไปชีวิตเขาคงจะเงียบเหงาไปทีเดียว
“ข้าเองนั้นก็รู้สึกถูกชะตากับหนูดินมาั้แ่วันแรกที่ได้เจอกันแล้วล่ะพวกเ้าอย่าได้เป็กังวลว่าข้าจะรังเกียจลูกสะใภ้คนนี้เลยนี่ข้าจะบอกอะไรให้เ้าทั้งสองคนได้รู้นะว่าที่บุตรชายพวกเ้าได้แต่งงานกับบุตรชายข้าเร็วขนาดนี้ก็เพราะว่าข้าเนี่ยแหละที่อยู่เื้ัช่วยส่งเสริมไงล่ะหากจะรอให้เด็กทั้งสองนั้นรักกันเองข้าคงได้ตายก่อนไม่มีโอกาสได้เห็นงานแต่งบุตรชายหรอกหึหึหึ”
!!อ๊าา~~ซี๊ดดด~~~!!!
!!!ตับ!ตับ!ตับ!ตับ!!
!!โอ๊ววววววววว~~~!!!
โครมมมมมมม....ม~~~~
“เอ่อ~ข้าว่าวันนี้ท่านพี่ศจีกับบุตรชายไปพักที่บ้านข้าก่อนดีกว่านะหากพวกท่านนอนพักที่นี่ในคืนนี้เห็นทีว่าคงไม่ได้หลับไม่ได้นอนกันหรอกขอรับเชื่อข้าเถอะ!”
“อืมข้าก็คิดอย่างนั้นเหมือนกันหึหึหึ คืนนี้คงต้องรบกวนพวกเ้าแล้วล่ะเด็กวัยรุ่นก็แรงดีอย่างนี้ล่ะนะแต่เสียงโครมครามเมื่อสักครู่นี้หวังว่าคงจะไม่ใช่เสียงเตียงหักหรอกนะ”
“เอ่อ~ข้าเกรงว่าจะใช่นะขอรับ”
จิ๊บ...จิ๊บ...จิ๊บ...ๆๆ
เสียงนกร้องประสานเสียงกันดังจนหนวกหูในยามเช้านั้นทำให้ดินที่เพิ่งจะได้หลับไปเพียงไม่นานต้องตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงีย
ตอนนี้เขากับพี่สิงห์นั้นนอนกันอยู่บนพื้นห้องที่ปูทับด้วยฟูกบางๆเท่านั้นเป็เพราะเตียงนอนขามันหักไปั้แ่เมื่อคืนที่ผ่านมาแล้วปกติการนอนบนพื้นเช่นนี้มันก็จะทำให้รู้สึกหนาวสักหน่อยแต่เมื่อมีคนให้ซุกให้กอดนอนกลับรู้สึกอุ่นสบายอย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะ
ดินยังคงรู้สึกง่วงอยู่มากแต่เพราะจำเป็ต้องไปทำหน้าที่สะใภ้ที่ดีจึงต้องฝืนตื่นขึ้นมาเพราะหากตื่นสายั้แ่วันแรกที่แต่งงานเข้ามามันก็คงจะดูไม่ดีเท่าไหร่นัก
แล้วเมื่อคืนสามีของตนนั้นหลับไปโดยไม่ยอมถอนเอาฝักข้าวโพดนั้นออกไปจากตัวของตนด้วยแล้วในเวลานี้มันก็ยังคงฝังอยู่ในตัวเขาเช่นเดิมแถมขนาดของมันในตอนนี้นั้นก็พร้อมจะออกรบอีกครั้งด้วยสิซึ่งเป็ปกติของผู้ชายสุขภาพดีทั่วไปที่มักจะตื่นตัวในเวลาเช้าเช่นนี้
ดินค่อยถอนตัวออกจากฝักข้าวโพดของสามีช้าๆแล้วจึงพยายามแกะมือที่กอดรัดตนไว้ออกอย่างเบามือเมื่อลุกขึ้นมาได้แล้วเขาก็ตั้งใจจะหันกลับไปห่มผ้าให้คนที่ยังหลับอยู่แต่เมื่อเห็นสามีที่พลิกตัวขึ้นนอนหงายในสภาพที่มีลูกชายตัวโตกำลังชี้ฟ้าโด่เด่อยู่อย่างนั้นผู้เป็เมียเช่นตนก็รู้สึกสงสารจึงได้ใช้ริมฝีปากช่วยปลดปล่อยความอัดอั้นให้สามีก่อนที่จะไปทำหน้าที่ตนต่อไป
มื้อเช้าวันนี้ดินเลือกที่จะทำข้าวต้มปลาให้ทุกคนได้ทานกันแต่เมื่อทำอาหารเสร็จแล้วก็รู้สึกว่าที่บ้านในเวลานี้นั้นมันเงียบสนิทราวกับไร้ผู้คนอยู่
“นี่ก็สายแล้วทำไมถึงเงียบอย่างนี้นะน่าแปลกจริง!”ดินออกไปเดินสำรวจดูรอบๆบ้านก็ไม่พบท่านแม่ศจีกับเสือเลย
“ออกไปไหนกันั้แ่เช้านะ”
ดินจึงตัดสินใจเดินกลับไปปลุกสามีที่ยังนอนหลับอยู่...
“ท่านพี่ขอรับตื่นขึ้นมาทานมื้อเช้าก่อนเถอะขอรับแล้วค่อยกลับมานอนต่อท่านพี่ตื่นเถอะขอรับ”
“ฮ้าวว~เมียข้าทำไมเ้าถึงตื่นเร็วนักเล่าเมื่อคืนเ้าก็เพิ่งจะได้นอนเอาตอนเช้านี่เองไม่ใช่เหรอ”สิงห์ที่งัวเงียตื่นขึ้นมาก็เห็นว่าภรรยาตนนั้นอยู่ในชุดเสื้อผ้าใหม่เรียบร้อยแล้ว
“ข้าแต่งเข้ามาเป็สะใภ้ให้ที่บ้านท่านนะขอรับจะให้มานอนี้เีตื่นสายได้อย่างไรกันล่ะท่านพี่”ดินตอบไปพลางส่วนมือเล็กนั้นก็ไม่ได้หยุดนิ่งในการทำหน้าที่ปรนนิบัติคนที่เพิ่งตื่นนอนด้วยการเอาผ้าชุบน้ำอุ่นมาเช็ดหน้าเช็ดตาให้สามีไปด้วย
“เมียข้าช่างเป็สะใภ้ที่ดีจริงๆข้าต้องให้รางวัลเสียหน่อยแล้วล่ะฟอดด...ด~”
บนโต๊ะอาหารมื้อเช้าที่บ้านพี่สิงห์นั้นมีเพียงตนกับสามีเท่านั้นที่นั่งทานอาหารกัน“สงสัยท่านแม่กับเสือคงจะไปค้างคืนกันที่ร้านค้าของที่บ้านข้าแน่เลยขอรับ”
“คงเป็จะเช่นนั้นสงสัยเมื่อคืนพวกเราคงจะทำเสียงดังกันเกินไปหน่อยแต่ก็จะให้ทำอย่างไรได้ล่ะในเมื่อเมียข้านั้นแสนที่จะเร่าร้อนปรนเปรอสามีเช่นข้าแทบจะสำลักความสุขเลยนี่นะหึหึหึ”สิงห์ยิ้มให้ภรรยาตนที่กำลังตักข้าวต้มใส่ชามเพิ่มให้เมื่อเห็นว่ามันได้พร่องลงไป
“หากท่านพี่ชอบข้าจะทำให้บ่อยๆดีหรือไม่ขอรับแต่ข้ากลัวท่านจะเบื่อเสียก่อนนะสิ”
“ข้าไม่เบื่อหรอกหากเ้ากังวลเราก็มาช่วยกันทำให้มันไม่น่าเบื่อดีหรือไม่”สิงห์เมื่อเห็นสีหน้ากังวลของภรรยาก็ทำให้สามีเช่นตนรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาด้วย
ก่อนหน้านี้นั้นสิงห์ยอมรับว่ายังไม่ถึงกับรักดินแต่ด้วยความประทับใจในการกระทำต่างๆที่ได้รับในเวลาที่ผ่านมาและการทุ่มเทใส่ใจในตัวเขารวมทั้งยังเผื่อแผ่ไปถึงทุกคนในครอบครัวตนด้วยมันทำให้สิงห์นั้นหลงรักภรรยาคนนี้ไปเองมารู้สึกตัวอีกทีหัวใจของตนก็ยกเมียคนนี้ไปเสียทั้งหมดแล้ว
“การร่วมรักกับคนที่รักนั้นต่อให้ซ้ำซากจำเจแค่ไหนก็ไม่มีวันเบื่อหรอกนะแล้วข้านั้นเมื่อได้รักใครก็จะมั่นคงไปทั้งชีวิตต้องขอโทษที่ข้านั้นอาจจะบอกเ้าช้าไปเสียหน่อยข้ารักเ้านะดินภรรยาตัวน้อยที่รักของข้า”
สิงห์เมื่อพูดจบก็ดึงภรรยาตัวน้อยเข้ามากอดไว้แล้วกดจมูกลงบนศีรษะเล็กไปครั้งนึงแต่ดูเหมือนการกระทำของตนนั้นจะทำให้เ้าตัวเล็กกลายเป็เด็กขี้แยไปแล้ว
“พี่สิงห์ข้าก็รักท่านฮึก ฮึก รักมากๆ เลยด้วยข้าดีใจที่สุดเลยที่ได้ยินคำนี้ขอบคุณนะขอรับที่ท่านรักข้าฮึก ฮึก ฮือฮือ~~”
ดินกอดสามีของตนไว้แน่นการได้รักใครสักคนแล้วเขานั้นรักเราตอบมันช่างมีความสุขเหนือคำบรรยายจริงๆน้ำตาแห่งความสุขนั้นไหลมาพร้อมรอยยิ้มกว้างกว่าที่เคยมี
เมื่อถึงเวลาใกล้เที่ยงวันคู่สามีภรรยาหมาดๆก็พากันไปรับครอบครัวของสิงห์กลับบ้านกันโชคดีที่ร้านค้าของดินนั้นอยู่ไม่ไกลจากบ้านหลังนี้จึงใช้เวลาแค่อึดใจเดียวก็มาถึง
ที่ร้านมั่นคงโภชนาการนั้นมีลูกค้าหนาแน่นดั่งเช่นทุกวันแต่เห็นลูกค้าเยอะแบบนี้นั้นอย่าได้ถามเลยว่าวันหนึ่งๆนั้นมีรายได้เท่าไหร่เพราะรายได้มันช่างน้อยนิดแต่สมุดบัญชีลูกหนี้เนี่ยมีเป็กองเท่าูเาซึ่งมันก็ต้องเป็อย่างนี้อยู่แล้วเพราะคนขอทานของเมืองนี้นั้นมีมากจนเหมือนจะเป็ประชากรส่วนใหญ่ของอำเภอแห่งนี้เสียด้วยซ้ำและเจตนาการเปิดร้านนี้ก็เพื่อช่วยเหลือคนอยู่แล้วยังดีว่าของสดหรือวัตถุดิบต่างๆนั้นไม่ต้องไปเสียเงินซื้อหามาจึงไม่ได้ทำให้เดือดร้อนสักเท่าไหร่นักเหลือเพียงแค่ค่าแรงคนงานเท่านั้นซึ่งตอนนี้ยังมีเงินจ่ายในส่วนนี้ไปได้อีกพักใหญ่ๆก่อนที่ตนจะหาทางแก้ปัญหานี้ได้
“ท่านแม่เหนื่อยมั้ยขอรับเมื่อวานท่านก็เหนื่อยมาทั้งวันแล้ววันนี้ก็น่าจะพักผ่อนเสียหน่อยนะขอรับ”ดินเข้าไปหามารดาตัวเองที่ตอนนี้กำลังวุ่นวายกับการลงบัญชีอยู่
“คารวะท่านแม่ขอรับ”สิงห์ทักทายท่านแม่ยายของตน
“อ้าว~พวกเ้ามากันแล้วเหรอลูกแม่จะไปเหนื่อยอะไรแค่นั่งเขียนบัญชีไม่ได้ออกแรงทำอะไรเสียหน่อยเ้าจะห่วงแม่เกินไปแล้ว”
นางพิมลูบศีรษะบุตรชายที่ตอนนี้กลายเป็ภรรยาของหนุ่มตัวโตที่ยืนอยู่ข้างๆกันอย่างเอ็นดู ไม่ว่าบุตรจะเติบโตไปแค่ไหนแต่สำหรับพ่อแม่แล้วก็ยังมองว่าลูกทุกคนนั้นยังคงเป็เด็กไม่เคยเปลี่ยน
“มารดากับน้องชายข้าไม่อยู่ที่นี่กันหรือขอรับท่านแม่”สิงห์มองหาครอบครัวตนไม่เจอเลยเอ่ยถามไปด้วยความเป็กังวล
“อยู่กัน้าน่ะลูกโดนเ้านัทซึกับเ้าเก่งรั้งตัวเอาไว้เลยยังไม่ได้ลงมา เ้าลองขึ้นไปดูสิลูกไม่รู้จะโดนเด็กๆ ป่วนกันแค่ไหนแล้ว”
“งั้นข้าขอตัวขึ้นไปดูสักครู่นะขอรับ”ลูกเขยตัวโต จึงขออนุญาติไปดูท่านแม่ตัวเองทันที
“ไปเถอะลูกที่นี่ก็คือบ้านก็เ้าเช่นกัน”
“ข้าเองก็ขอตัวสักครู่เช่นกันนะท่านแม่ข้าจะไปต้มยาให้ท่านแม่ศจีเสียหน่อยน่ะขอรับ”ดินเดาว่ามารดาของสามีนั้นคงยังไม่ได้ดื่มยาในมื้อเช้าเป็แน่จึงได้นำยาจากที่บ้านพี่สิงห์มาด้วย
“ดีแล้วลูกเมื่อเราแต่งออกไปเป็สะใภ้นั้นนอกจากจะมีหน้าที่ดูสามีให้ดีแล้วยังต้องดูแลบุพการีของสามีให้ดีด้วยรีบเถอะลูกเดี๋ยวจะเลยเวลาทานยาไปมากกว่านี้”นางพิมรู้สึกหมดห่วงเมื่อเห็นบุตรชายนั้นรู้ว่าหน้าที่สะใภ้ว่าที่ดีนั้นควรปฏิบัติตนอย่างไรบ้าง
ดินเดินประคองถ้วยยาที่อยู่ในถาดขึ้นไปชั้นบนของร้านแต่ยังไม่ทันเดินขึ้นไปถึงครึ่งทางก็ได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วของเด็กๆพร้อมกับเสียงวิ่งตึงตังเหมือนพื้นจะพังเสียให้ได้
“พวกเ้าสองคนวิ่งเล่นกันเบาๆหน่อยเถอะ ถ้าดื้อกันมากนักเดี๋ยวถูกข้าจะลงโทษนะรู้มั้ยห๊า”
เขาเอ่ยปรามเ้าเด็กสองคนที่ซนกันยิ่งกว่าลิงแต่ดูเหมือนเ้าลิงทั้งสองตัวนี้คงจะฟังคำพูดของตนไม่เข้าใจล่ะมั้งถึงยังคงทำเสียงดังกันเหมือนเดิมมันน่าตีนักเ้าเด็กสองคนนี้!
“ท่านแม่ดื่มยาพวกนี้ก่อนเถอะขอรับนี่ก็เลยเวลามานานแล้วมันจะไม่ดีต่อสุขภาพนะขอรับ”
“ขอบใจมากจ้ะลูกเ้านี่เป็สะใภ้ที่ดีอย่างที่แม่คิดไว้ไม่มีผิดต่อไปข้าก็ไม่ต้องเป็ห่วงบุตรชายทั้งสองคนแล้วสินะหากแม่เป็อะไรไปก็ขอฝากบุตรชายทั้งสองคนนี้ด้วยนะลูก”ดินได้ยินท่านแม่ศจีพูดอย่างนี้แล้วทำให้รู้สึกไม่สบายใจเลยหากกลับถึงบ้านในวันนี้ตนจะรีบใช้พลังเวทย์รักษาให้ท่านแม่ศจีทันที
“ท่านแม่ทำไมพูดอย่างนี้ล่ะขอรับข้าไม่ชอบเลยเดี๋ยวข้าจะหาหมอที่เก่งกว่าท่านหมอสมพลมารักษาท่านรับรองว่าท่านต้องหายอย่างแน่นอนขอรับ”สิงห์พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่สบายใจเพราะมารดานั้นพูดเหมือนว่ากำลังสั่งเสียได้ฟังแล้วก็พาให้รู้สึกใจหายเหมือนตนนั้นกำลังจะสูญเสียท่านไปในไม่ช้านี้
"อย่างที่พี่สิงห์ว่าไว้นั่นแหละขอรับยังมีท่านหมอเก่งๆ อีกเยอะยังไงท่านแม่ก็ต้องหายแน่นอนแล้วท่านแม่อย่าพูดเช่นนี้อีกนะขอรับข้าฟังแล้วไม่สบายใจเลย"เสือพูดจบก็กอดมารดาของตนไว้แน่น
“เด็กโง่เ้าก็รู้ว่าท่านหมอชราสมพลนั้นใครๆ เขาก็เรียกขานท่านว่าหมอเทวดากันทั้งนั้นแล้วเ้าคิดว่าในแผ่นดินนี้จะยังมีใครเก่งกว่าท่านอีกล่ะโรคของแม่นั้นไม่มีทางรักษาหายได้หรอกนะแล้วการเกิดแก่เจ็บตายก็เป็เื่ธรรมดาหากวันนั้นมาถึงพวกเ้าก็ไม่ต้องเสียใจกันหรอกนะรู้มั้ย”
นางศจีเองก็ไม่ได้อยากจะจากทุกคนไปเพียงแต่ทำไมไม่รู้ถึงได้รู้สึกสังหรณ์ใจว่าวันนี้จะเป็วันสุดท้ายของนางแล้วอาจจะเป็เพราะวันนี้อาการเจ็บป่วยของนางนั้นไม่มีแม้แต่น้อยหรือมันจะเหมือนอย่างที่คนเขาพูดกันว่าคนก่อนตายนั้นมักจะมีอาการดีขึ้นจนน่าอัศจรรย์เหมือน์จะให้โอกาสคนเ่าั้ได้มีโอกาศสั่งเสียหรือทำในสิ่งที่ยังเป็ห่วงให้เสร็จสิ้นก่อนที่จะจากโลกนี้ไปชั่วนิจนิรันดร์และนางคิดว่าสิ่งนั้นกำลังเกิดขึ้นกับตนอยู่
หลังจากทานอาหารเที่ยงร่วมกับครอบครัวของดินเสร็จแล้วครอบครัวของสิงห์ก็พากันเดินทางกลับบ้านในทันทีบรรยากาศระหว่างทางนั้นไร้ซึ่งเสียงพูดคุยกันเป็เพราะแต่ละคนนั้นต่างก็จมอยู่กับความคิดของตัวเองอยู่
ในระหว่างทางนั้น..สิงห์ได้สังเกตุเห็นดอกกล้วยไม้สีชมพูที่บานสวยอยู่ที่ต้นไม้ข้างทางซึ่งไม่สูงมากนักจึงออกเดินไปเก็บมาให้มารดาตน
“ท่านแม่ดอกกล้วยไม้ที่ท่านชอบสวยมากเลยนะขอรับ”มารดายิ้มให้ลูกชายคนโตที่รู้ใจนางว่าชอบดอกไม้ชนิดนี้มากกว่าดอกไม้ชนิดอื่น
“เ้านี่รู้ใจแม่จริงๆแต่ว่าน้องชายเ้านั้นแพ้เกสรดอกไ...มแฮ่ก แฮ่ก...กกก~~”นางศจียังพูดไม่ทันจบประโยคลมหายใจของนางก็เกิดติดขัดขึ้นมาจนทุกอย่างดับมือลงอย่างไม่ทันตั้งตัว
สิ่งที่เกิดขึ้นมันรวดเร็วมากดอกไม้ที่นางถืออยู่ในมือนั้นร่วงหล่นลงบนพื้นเหมือนกับหัวใจของทุกคนในที่นี้เช่นกัน
“ท่านแม่!!!!!!!”
เสียงร้องอย่างเสียขวัญของคนทั้งสามดังประสานออกมาอย่างไม่ได้นัดหมาย...
พี่สิงห์รับร่างของท่านแม่ศจีไว้ได้ทันก่อนที่ท่านจะล้มลงไปกระแทกพื้นส่วนเสือนั้นก็พยายามะโเรียกท่านอยู่ตลอดเวลาพร้อมกับจับหาชีพจรสัญญานชีพและอังจมูกดูลมหายใจของท่านไปด้วย
“พ...พี่สิงห์~~~ทำไงดีข้าััลมหายใจท่านแม่ไม่ได้เลยแล้วชีพจรของท่านข้าก็หาไม่เจอด้วยทำไงดีท่านพี่ ฮึกก ฮือออ”เสือถึงจะตัวโตแค่ไหนก็ยังเป็เด็กสิบสองขวบอยู่วันยังค่ำตอนนี้ถึงได้ร้องไห้ตัวสั่นเหมือนเด็กอยู่ข้างๆพี่ชายตน
“ข้า~ข้าจะพาท่านแม่ไปหาท่านหมอสมพลท่านจะต้องช่วยท่านแม่ได้แน่นอน”พี่สิงห์อุ้มท่านแม่ขึ้นมาพร้อมที่จะออกวิ่งแต่โดนเขาดึงรั้งแขนเอาไว้เสียก่อน
“ภรรยาข้าเ้ามีสิ่งใดก็เอาไว้คุยกันทีหลังเถอะนะตอนข้าต้องรีบแล้ว”
“ท่านพี่ท่านโปรดเชื่อข้า!ท่านรีบวางท่านแม่ลงเถอะขอรับข้าจะช่วยท่านแม่เอง”
“แต่ว่า…”
“ท่านพี่เชื่อข้าเถอะไม่มีเวลาแล้ว โปรดจงเชื่อข้าสักครั้งในเวลานี้มีเพียงข้าผู้เดียวเท่านั้นที่จะช่วยท่านแม่ได้”สิงห์มองภรรยาที่ส่งสายตาเคร่งเครียดและจริงจังมาให้จึงตัดสินใจยอมวางมารดาตนลงนอนที่พื้นแล้วใช้ตักของตนให้มารดานั้นหนุนแทนหมอน
ดินเดินไปยืนเหนือร่างที่นอนนิ่งแล้วตั้งสมาธิดึงเอาพลังเวทย์ที่ซ่อนอยู่ภายในกายออกมาพลังเวทย์นั้นเริ่มแผ่กระจายออกจากร่างของดินอย่างรวดเร็วและรุนแรงจนเกิดเป็แสงเรืองรองสว่างจ้าดั่งดวงอาทิตย์ยามเที่ยงวันเท้าที่เคยยืนอยู่บนพื้นนั้นลอยขึ้นสูงจนพ้นศีรษะของเสือที่ยืนตกตะลึงอยู่ด้านข้างพี่ชายตน
พลังเวทย์มหาศาลได้ถูกปลดปล่อยออกมานั้นทำให้บริเวณนี้นั้นเป็เหมือนกำลังถูกลมพายุพัดโหมกระหน่ำอยู่จนทำให้เสื้อผ้าและเส้นผมของดินนั้นปลิวสะบัดไปมารุนแรงส่วนดวงตานั้นก็เปร่งแสงสีทองสว่างสุกใสประหนึ่งว่าเป็ดวงตาของทวยเทพบน์ก็มิปาน
ดินยื่นฝ่ามือออกไปด้านหน้าแล้วส่งถ่ายพลังเวทย์สีทองออกมาจำนวนมากเพราะครั้งนี้ไม่ใช่แค่การรักษาโรคอีกต่อไปแล้วหากแต่คือการฝืนดวงชะตาอย่างร้ายแรงเมื่อต้องทำให้คนที่ตายไปแล้วนั้นให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่อีกครั้งนึงฉะนั้นเขารู้ดีว่าหลังจากนี้นั้นตนจะต้องจ่ายค่าตอบแทนสาหัสเพียงไร
ละอองเวทย์สีทองส่องสว่างม้วนตัววนรอบร่างของนางศจีหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆจนในที่สุดก็มองไม่เห็นร่างของคนภายในแต่ดินนั้นก็ยังไม่หยุดส่งพลังเวทย์เข้าไปเพิ่มเติม
ร่างที่นอนแน่นิ่งและมีพลังเวทย์ปกคลุมอยู่นั้นเริ่มที่ดูดกลืนไอเวทย์หนารอบๆตัวเข้าไปในร่างกายอย่างรวดเร็วเมื่อดูดกลืนไอเวทย์จนหมดสิ้นร่างนั้นก็สว่างจ้าขึ้นมาวูบนึงพร้อมกับดินที่นั้นหยุดส่งเวทย์เข้าไปด้วย
ร่างของดินค่อยๆลอยต่ำลงมาจนเท้านั้นแตะพื้นแสงสว่างสีทองรอบๆ ตัวจึงเริ่มหายไปแต่แล้วดินก็ทำให้ทุกคนต้องใอีกครั้ง
!!อ๊าากกกกกกกกกกก~~~~~~!!!
ดินส่งเสียงกรีดร้องอย่างทรมานร่างทั้งร่างล้มลงไปเกลือกกลิ้งบนพื้นอย่างทุรนทุรายเหมือนคนกำลังเ็ปทรมานอย่างแสนสาหัส
สิงห์เห็นเช่นนั้นก็ไม่รู้จะทำเช่นใดมารดาก็เป็ห่วงภรรยาตัวน้อยก็เป็ห่วงไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
เสือที่เข้าดูมารดาั้แ่ที่ร่างกายของท่านนั้นดูดกลืนไอเวทย์จนหมดสิ้นเมื่อเห็นว่าตอนนี้มารดาได้กลับมาหายใจและชีพเต้นเป็ปกติแล้วก็รีบบอกกับพี่ชายตน
“ท่านพี่ท่านรีบไปดูพี่สะใภ้เถอะตอนนี้ท่านแม่กลับมาหายใจอีกครั้งและชีพจรเองก็กลับมาเต้นเป็ปกติแล้วด้วยท่านไม่ต้องเป็ห่วงข้าจะดูแลท่านแม่เองขอรับ”
สิงห์ได้ยินอย่างนั้นก็ส่งมารดาให้น้องชายช่วยดูแลต่อก่อนจะเข้ามาอุ้มร่างของภรรยาเข้ามากอดเอาไว้แน่น
“ภรรยาเ้าอดทนไว้ก่อนนะที่รักข้าจะรีบพาเ้าไปหาหมอเดี๋ยวนี้แหละ”
สิงห์ไม่รู้ว่าวันนี้มันเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวของตนเมื่อสักครู่มารดาก็เพิ่งจะล้มลงไปแล้วตรวจหาลมหายใจไม่เจอจับชีพจรไม่พบมาตอนนี้ภรรยาของตนก็กำลังทุรนทุรายเหมือนกำลังเ็ปทรมานอย่างหนักโดยที่ไม่รู้สาเหตุอีกนี่มันเกิดเื่บ้าอะไรขึ้นกัน!
“ม...ไม่เป็ไรก...กลับบ้านเชื่อ ข...ข้า”ดินพยายามกดความเ็ปเพื่อบอกความ้าให้สามีได้รับรู้
“แต่เ้า~”สิงห์ลังเลเพราะเห็นดินอาการกำลังย่ำแย่อย่างมากแต่สุดท้ายเขาก็เลือกจะเชื่อภรรยาอีกครั้ง
“เฮ้อ~ก็ได้งั้นพวกเรากลับบ้านกัน”
“จะดีหรือท่านพี่ข้าว่าพาพี่สะใภ้กับท่านแม่ไปตรวจอาการที่โรงหมอกันก่อนไม่ดีกว่าหรือขอรับ”
“กลับกันเถอะเ้าก็เห็นแล้วว่าพี่สะใภ้เ้านั้นสามารถทำให้ท่านแม่กลับมามีชีวิตได้อีกครั้งเ้าก็ต้องเชื่อการตัดสินใจของพี่สะใภ้ในครั้งนี้เช่นกัน”
นี่ก็เป็อีกเื่ที่ยังต้องรอคำอธิบายแต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องขอบใจภรรยาตนที่ช่วยให้มารดาได้ฟื้นคืนชีวิตกลับมาอีกครั้ง