ยามบ่ายในตำหนักหยกขาว องค์รัชทายาทหลี่หย่งเทียน เสด็จมาด้วยพระพักตร์เคร่งขรึม ความตึงเครียดในวังหลังที่เกิดจากเหตุการณ์พระชายาตกน้ำยังคงคุกรุ่นอยู่ในพระทัย
หลินเหม่ยซิน รีบออกมาต้อนรับด้วยสีหน้ากังวล เมื่อเห็นสีหน้าขององค์รัชทายาท นางคุกเข่าลงเบื้องหน้า “องค์รัชทายาท หม่อมฉันทราบว่าพระองค์ทรงไม่สบายพระทัย หม่อมฉันขอประทานอภัย หากเื่นี้ทำให้พระองค์ลำบากพระทัย”
หลี่หย่งเทียนมองนางนิ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อกล่าวโทษเ้า ข้าเพียง้าฟังความจริง”
เหม่ยซินเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาของนางฉายแววแห่งความเสียใจ “หม่อมฉันสาบานด้วยชีวิตของตนว่าไม่ได้ผลักพระชายาลงน้ำเพคะ ท่านต้องเชื่อหม่อมฉัน”
หลี่หย่งเทียนจ้องมองนาง แววตาของเขายังคงเยือกเย็น “แต่พยานหลายคนเห็นว่ามือของเ้าัักับพระชายา ก่อนที่นางจะตกน้ำ”
เหม่ยซินกัดริมฝีปาก ดวงตาของนางเริ่มแดงก่ำ “…หม่อมฉันยอมรับว่ามือของหม่อมฉันััพระชายาจริง แต่เพียงเพราะพระชายาจับมือหม่อมฉันไว้เอง หม่อมฉันไม่มีทางกล้าทำเช่นนั้นเพคะ”
“เ้าคิดว่าพระชายาแสร้งทำเื่นี้ขึ้นมา?” เขาถามด้วยน้ำเสียงเรียบ
เหม่ยซินหลุบตาลง น้ำเสียงของนางสั่นเครือ “หม่อมฉันไม่กล้ากล่าวหาพระชายาเพคะ… แต่หม่อมฉันไม่ใช่คนที่ผลักพระชายาแน่นอน”
หลี่หย่งเทียนถอนหายใจยาว ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้นาง เขายื่นมือจับไหล่ของเหม่ยซินเบาๆ “ข้ารู้ว่าเ้าไม่มีวันทำสิ่งนี้… แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ข้าไม่อาจมองข้ามได้”
เหม่ยซินเงยหน้ามองเขา น้ำตาเริ่มไหลอาบแก้ม “องค์รัชทายาท… ข้าขอเพียงท่านเชื่อในตัวข้าเท่านั้น”
“ข้าเชื่อเ้า” เขาตอบเสียงหนักแน่น “แต่ข้าต้องหาความจริงให้กระจ่าง หากใครก็ตามอยู่เื้ัเหตุการณ์นี้ ข้าจะไม่ปล่อยให้พวกเขารอดไป”
แม้เขาจะเชื่อในคำพูดของเหม่ยซิน แต่ภาพเหตุการณ์และคำพูดของพยานในวันนั้นยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดของเขา ความกังวลเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ
“อวี้หลัน…เ้าอาจไม่ได้แสดงอะไรออกมา แต่ในวังหลวงแห่งนี้ ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุผล” หลังจากองค์รัชทายาทเสด็จกลับ นางนั่งลงอย่างเหนื่อยล้า ดวงตาที่เคยมีน้ำตากลับเต็มไปด้วยความตื่นกลัว
“ข้าจะทำอย่างไร…หากองค์รัชทายาทเริ่มสงสัย?” แต่ไม่นานนัก นางกลับแสดงรอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้า “แต่ข้ารู้ว่าท่านทรงรักข้ามากเพียงใด… ต่อให้พวกเขาวางแผนจะเล่นงานข้า ข้าก็จะไม่ยอมแพ้”
ยามสายวันหนึ่งในตำหนักพระชายาเอก ไป๋อวี้หลัน นั่งอยู่ที่โต๊ะเล็กสำหรับดื่มชา ร่างกายของนางยังคงอ่อนแอจากเหตุการณ์ตกน้ำ แต่ใบหน้ากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความพึงพอใจ
ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังขึ้นจากด้านนอก ขันทีคนสนิทขององค์รัชทายาทเดินเข้ามาโค้งคำนับ “พระชายาเพคะ องค์รัชทายาททรงเสด็จมาเยี่ยมเพคะ”
อวี้หลันยิ้มบาง ขณะที่นางกำนัลรีบช่วยประคองนางลุกขึ้นยืน “องค์รัชทายาทมาเยี่ยมข้าอีกแล้วหรือ? ข้ารู้สึกเป็เกียรติจริงๆ”
องค์รัชทายาทหลี่หย่งเทียน ก้าวเข้ามาในห้องโถงใหญ่ เมื่อเห็นพระชายานั่งลงอย่างเชื่องช้า ใบหน้าของนางยังคงซีดเซียวเล็กน้อย
“เ้ายังไม่หายดีหรือ?” เขาถาม น้ำเสียงฟังดูอ่อนลงกว่าปกติ
“ข้าอาการดีขึ้นมากแล้วเพคะ แต่บางครั้งยังรู้สึกหนาวง่าย” อวี้หลันตอบด้วยน้ำเสียงแ่เบา แต่แฝงความอ่อนโยน
หลี่หย่งเทียนขมวดคิ้ว “เ้าควรพักผ่อนให้มาก อย่าฝืนตัวเอง”
อวี้หลันเงยหน้ามองเขา ดวงตาของนางดูเหมือนจะฉายแววแห่งความขอบคุณ “ขอบพระทัยที่ฝ่าาทรงห่วงใย ข้าไม่เคยคิดเลยว่าท่านจะทรงมาเยี่ยมข้าบ่อยเช่นนี้” หลี่หย่งเทียนไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงแค่พยักหน้า และนั่งลงข้างๆ นาง
การที่หลี่หย่งเทียนมาหานางบ่อยขึ้น แม้จะเป็เพียงเพราะหน้าที่หรือความรู้สึกผิดในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่นั่นก็เพียงพอสำหรับแผนการของนาง
“เ้าอาจไม่ได้รักข้าในตอนนี้… แต่ตราบใดที่เ้ามาหาข้า เ้าก็จะค่อยๆ ลืมนางไป”
อีกด้านหนึ่งในตำหนักหยกขาว
หลินเหม่ยซิน นั่งอยู่ในตำหนักด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล เมื่อบ่าวไพร่นำข่าวมาบอกว่าองค์รัชทายาททรงใช้เวลาอยู่กับพระชายาบ่อยขึ้น
“องค์รัชทายาทเสด็จไปตำหนักพระชายาอีกแล้วหรือ?” นางถามเสียงเบา แต่น้ำเสียงแฝงความสั่นเครือ
“เพคะ พระสนม” นางกำนัลตอบ
เหม่ยซินกำมือแน่น ความกลัวเริ่มกัดกินใจของนาง แม้หลี่หย่งเทียนจะบอกว่ายังคงเชื่อใจในตัวนาง แต่การที่พระชายาใช้เหตุการณ์ตกน้ำมาเรียกความสนใจจากองค์รัชทายาท ทำให้นางเริ่มรู้สึกถึงรอยร้าวในความสัมพันธ์
“ข้าต้องไม่ยอมแพ้” เหม่ยซินพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะหันไปสั่งนางกำนัล “เตรียมตัว ข้าจะส่งของขวัญไปแสดงความยินดีที่พระชายาอาการดีขึ้น”
ที่ตำหนักพระชายาเอก หลังจากหลี่หย่งเทียนเสด็จกลับ อวี้หลันนั่งอยู่ในห้องคนเดียว ดวงตาของนางจับจ้องไปยังถ้วยชาที่วางอยู่ตรงหน้า
“เหม่ยซิน…เ้าอาจยังไม่รู้ว่าเกมนี้ได้เริ่มต้นแล้ว และข้า…จะทำให้เ้าสูญเสียทุกอย่างทีละน้อย”
“ในเกมของวังหลวง ความรักเป็เพียงเครื่องมือ… และข้าจะใช้มันทำให้เ้าล้มลง”
ยามค่ำคืนที่ตำหนักพระชายาเอก
ไป๋อวี้หลันนั่งอยู่ในห้องโถงใหญ่ แสงเทียนส่องสว่างไสว นางกำนัลคนสนิทเดินเข้ามาพร้อมกล่องของขวัญที่ถูกส่งมาจากตำหนักหยกขาว
“พระชายาเพคะ พระสนมเหม่ยส่งของขวัญมาแสดงความยินดีที่พระองค์อาการดีขึ้นเพคะ”
อวี้หลันเลิกคิ้วเล็กน้อย มองกล่องของขวัญตรงหน้า รอยยิ้มบางปรากฏบนริมฝีปาก แต่แววตากลับแฝงไปด้วยความเ็า
“เหม่ยซินยังคงเล่นบทสนมผู้แสนดีเหมือนเคย…น่าสนใจจริง” นางเอ่ยเรียบๆ ก่อนจะหันไปหานางกำนัล “แกะกล่องดูเสียสิ ข้าคงไม่อยากรับสิ่งที่เ้าแมลงตัวนั้นส่งมาโดยไม่ระวัง”
เมื่อกล่องถูกเปิดออก ภายในคือชุดแพรไหมเนื้อละเอียดและยาบำรุงร่างกาย พร้อมจดหมายสั้นที่เขียนด้วยลายมือเรียบหรู
“ขอให้พระชายาทรงฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว สนมเหม่ยขอแสดงความยินดีและความห่วงใย”
ไป๋อวี้หลันมองจดหมายอย่างพินิจ ก่อนจะหัวเราะเบาๆ “ห่วงใยหรือ? ข้าคงเชื่อได้เสียทีเดียวไม่ได้”
ที่ตำหนักหยกขาว
หลินเหม่ยซินนั่งรอคำตอบกลับจากพระชายา แต่เมื่อผ่านไปหลายชั่วยามโดยไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ความกังวลเริ่มแทรกซึมในจิตใจของนาง
“พระชายาเงียบเช่นนี้…หมายความว่านางกำลังวางแผนอะไรอยู่กันแน่?”
นางกำนัลคนสนิทของเหม่ยซินก้าวเข้ามา พร้อมรายงานด้วยน้ำเสียงแ่เบา “พระสนมเพคะ องค์รัชทายาททรงใช้เวลามากขึ้นในตำหนักพระชายาเพคะ”
คำพูดนั้นเหมือนคมดาบที่แทงลึกลงในใจของเหม่ยซิน แม้สีหน้าของนางยังคงเรียบสงบ แต่ในดวงตาเริ่มฉายแววของความไม่มั่นคง
“องค์รัชทายาทอาจทรงทำไปเพราะหน้าที่” นางกล่าวเสียงแ่ แต่น้ำเสียงฟังดูเหมือนนางกำลังปลอบใจตัวเอง
ใน่เวลานี้ หลี่หย่งเทียนยังคงแบ่งเวลาไปเยี่ยมพระชายามากขึ้นเรื่อยๆ แม้เขาจะบอกตัวเองว่าทำไปเพราะความรับผิดชอบ แต่การได้เห็นความเปราะบางของอวี้หลันก็ทำให้เขารู้สึกบางอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ครั้งหนึ่ง ขณะที่เขานั่งอยู่ข้างเตียงของอวี้หลัน นางเอ่ยถามเสียงเบา “องค์รัชทายาท… ท่านยังโกรธข้าเื่ตกน้ำหรือไม่?”
“เื่นั้นข้าไม่ได้โกรธเ้า” เขาตอบพลางถอนหายใจ “ข้าเพียงไม่เข้าใจว่าทำไมเหตุการณ์นั้นจึงเกิดขึ้น”
อวี้หลันมองเขาด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยความเศร้า “บางที…สิ่งที่เกิดขึ้นอาจเป็บททดสอบของฟ้า ทดสอบว่าข้าสามารถเป็พระชายาที่คู่ควรกับท่านได้หรือไม่”
คำพูดนั้นทำให้หลี่หย่งเทียนนิ่งไป เขาจับจ้องดวงตาของนาง ก่อนจะเอ่ยเบาๆ “เ้าต้องพักผ่อน อย่าคิดฟุ้งซ่าน” ถึงแม้เขาจะยังเชื่อในตัวหลินเหม่ยซิน แต่ความใกล้ชิดที่เขามีต่อไป๋อวี้หลันก็เริ่มสร้างความรู้สึกบางอย่างที่ซับซ้อนในใจของเขา
“ทั้งสองคนนี้…ต่างมีบทบาทในชีวิตของข้า แต่เหตุใดข้าจึงรู้สึกว่ามีบางสิ่งที่ข้ามองไม่เห็น?”
“หลี่หย่งเทียน…เ้าจะเชื่อใจข้าหรือไม่ข้าไม่สน ข้าจะทำให้เ้าและหลินเหม่ยซินแยกจากกัน…ทีละเล็กทีละน้อย จนในที่สุด…เ้าจะไม่เหลือใครนอกจากข้า”
“ในาของวังหลัง ไม่มีสิ่งใดสำคัญเท่ากับการทำให้ศัตรูของข้าสูญเสียทุกสิ่ง… และข้าจะทำมันให้สำเร็จ!”