10 ปี ผันผ่าน
เวลานี้ สองแฝดสกุลหลิน เว่ยเจียงและเซียนหลานก็อายุ 15 หนาวแล้ว
ใน่ 10 ปี ที่ผ่านมา สองแฝดได้เรียนรู้วิธีฝึกและวิธีใช้พลังธาตุ ทั้งยังฝึกใช้มิติและพลังพิเศษของตนเองด้วย
สองแฝดในเวลานี้นั้น ได้ขึ้นชื่อว่าเป็คนที่มีรูปโฉมงดงามล่มเมือง
ซึ่งฉายานี้ได้มาจาก การที่สองแฝดในตอนอายุ 14 หนาว ได้เข้าไปที่เมือง อิงหลวนกับบิดา ทันทีที่ ทั้งสามคนปรากฏตัวที่เมืองอิงหลวน ก็เกิดความวุ่นวายในทันที เพราะ ทั้งบุรุษและสตรีต่างก็โยนผ้าเช็ดหน้าใส่ และยังเดินตามเป็ขบวนด้วย
เพราะเหตุนี้ ทั้งสามจึงโดนท่านเ้าเมืองเรียกตัวเข้าพบ เพราะถือเป็ต้นเหตุของความวุ่นวาย
ั้แ่วันนั้น สองแฝดก็ไม่เดินเข้าเมืองอีกเลย เรียกได้ว่า ทั้งสองคนไม่ชอบความวุ่นวายชนิดที่ว่าสุดๆ
ส่วนหลิน เฟิงเสียน นั้นก็ไม่ต่างจากลูกๆตนเท่าไหร่ เพราะเ้าตัวเองก็ได้ฉายางามล่มเมืองมาเหมือนกัน เพียงแต่ว่า เพราะออร่าของความแข็งแกร่งที่แผ่อยู่รอบกาย ทำให้ไม่มีใครเข้าใกล้
วันนี้ เป็วันที่สองแฝดและบิดาตัดสินใจที่จะออกเดินทางเพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับสกุลหลิว ตามคำสั่งเสียของผู้เป็ภรรยาและมารดา ของทั้งสามคน
.
เมือง อิงหลวน
ก่อนออกเดินทางก็ต้องมีเสบียง ดังนั้นทั้งสามคนจึงมาซื้อของที่เมืองอิงหลวน
" ท่านพ่อ ข้าว่าพวกเราซื้อข้าวสารมาตุนไว้ดีมั้ยขอรับ " เว่ยเจียงกล่าวขึ้น ซึ่งทั้งสองก็พยักหน้ารับ
" งั้นเอาข้าวสวย และข้าวเหนียวนะ เจียงเออร์ หลานเออร์ คิดว่าเช่นไร " เฟิงเสียนเอ่นถาความคิดกับลูกๆ ซึ่งสองแใดกัพยักหน้ารับ
" พวกข้าเห็นด้วยขอรับ "
" ถ้างั้นเรารับไปซื้อของกันเถอะ จะได้รีบออกไปจากเมืองนี้ซักที " เฟิงเสียนพูดจบ ทั้งสามคนก็เดินไปที่ร้านขายข้าวก่อนจะข้าวมากันหลายกระสอบ ทั้งข้าวสวยและข้าวเหนียว หมดเงินไปทั้งหมด 1 เหรียญทอง เสร็จแล้วทั้งสามก็เดินไปที่ร้านขายเครื่องปรุง ก่อนจะซื้อ เกลือ น้ำตาล น้ำมันหอย อย่างละ 20 ไห หมดเงินไปทั้งหมด 10 เหรียญทอง ก่อนจะไปซื้อ เนื้อหมู 30 โล และไก่ อีก 20 โล หมดไป 40 เหรียญทอง ก่อนจะไปหาซื้อ ผ้าห่ม เสื้อผ้า และของอื่นๆที่จำเป็
โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าพวกตนถูกติดตามจากบุรุษเพศทั้งสามคน
ทางด้านคนที่ติดตามร่างงามทั้งสามนั้น อันที่จริงเรียกได้ว่า พวกเขาไม่ได้ตั้งจะติดตามทั้งสอง เพียงแต่ว่า สหายของพวกเขาคนนึงนั้น ตามทั้งสามมาก่อน ก่อนที่อีกสองคนจะตามมา
ซึ่งคนที่ติดตามก็ไม่ใช่ใครที่ใหน เฉิน หลานซี ตงหานเทียน และ หลานไป่หลง นั่นเอง
ที่จริงพวกเขานั้นเห็นร่างของทั้งสามั้แ่ที่ก้าวเท้าเข้ามาในเมืองอิงหลวนแล้ว ในตอนแรกก็ไม่ได้คิดจะติดตาม แต่ หลานซี กลับโดดลงจากชั้นสามของเหลาอาหาร ก่อนจะติดตามทั้งสามไป ส่วน หานเทียนและไปหลง ก็ได้แต่นั่งมองสหายด้วยความนิ่งงัน และงงงวย ก่อนที่ทั้งสองจะมองหน้ากันแล้วโดดตามหลานซีไป ดังนั้นทั่งสามจึงติดตามร่างเกอทั่งสามมา เื่มันก็เป็แบบนี้แหละ
" นี่หลานซี เกอผู้ใหนงั้นรึ ที่ทำให้เ้าเสียอาการได้ขนาดนี้ " ไป่หลง เอ่ยถามสหายด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ และดวงตาที่ทอแวววาวระยิบระยับ
ซึ่งหลานซีก็ไม่ได้ตอบอะไรสหาย เอาแต่จ้องไปยังร่างของเฟิงเสียน เขาเองก็แปลกใจกับตนเหมือนกัน เพราะตนไม่เคยตามใครแบบนี้มาก่อน และยังสองเกอที่ทำตัวสนิทสนมกับคนงามคนนัั้น ตนยังรู้สึกไม่พอใจและหงุดหงิดใจ ที่คนอื่นได้สนิทกับคนงาม ถึงจะรู้ว่า เป็เกอเหมือนกันก็เถอะ แต่เขาก็ไม่อาจห้ามความรู้สึกแบบนี้ไม่ได้เลย ดังนั้น วันนี้เขาจะต้องทำความรู้จักกับเกอคนงามให้ได้
ไป่หลง และหานเทียน ได้แต่มองหน้าสหายตนที่ทำหน้าตาจริงจังและแววตาที่ดูมุ่งมั่นด้วยความใ เพราะั้แ่เป็สหายกันมา พวกเขาไม่เคยเห็นสหายจริงจังขนาดนี้มาก่อนเลย
พอคิดได้ดังนั้น ทั้งสองก็หันไปมองเกอทั้งสามด้วยความรู้สึกสนใจ สนใจว่าใครคือผู้ที่ทำให้สหายตนเสียอาการได้เช่นนี้
ทางด้านของคนงามทั้งสาม ที่ตอนนี้ซื้อของเสร็จแล้วเดินออกมาจากเมืองอิงหลวนก็หันหลังกลับมามองที่ท้องถนนอันว่างเปล่า ที่พวกเขารู้ว่ามันไม่ได้ว่างเปล่า เพราะความรู้สึกของทั้งสามต่างบอกว่า มีคนกลุ่มหนึ่ง ติดตามพวกเขามาั้แ่อยู่ในเมืองอิงหลวนแล้ว
" พวกเ้าตามพวกข้ามาทำไม " เฟิงเสียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงกดดัน ก่อนจะมองไปยังอากาศที่บิดเบี้ยวไปมาก่อนจะปรากฏร่างของบุรุษเพศรูปงามทั้งสาม ที่หน้าตาหล่อเหลาจนไม่คิดว่าทั้งสามนั้นเป็มนุษย์
ส่วนบุรุษเพศทั้งสามนั้น ต่างก็มองคนงามทั้งสามด้วยแววตาตกตะลึง ในความงามที่สูงส่ง และทรงสง่า ราวเทพเซียน ด้วยความหััวใจที่กระตุกเต้นระรัวอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
เฉิน หลานซี ตอนนี้กำลังยืนมองเฟิงเสียน ด้วยแววตาคนึงหา และตลึง กับความงามของคนงามที่ตนไม่ได้เจอ 1 ปี ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว
เวลาผ่านไป ด้วยความเงียบงัน เพราะต่างคนต่างก็ใในความรูปงามของอีกฝ่าย
หลิน เฟิงเสียน ที่หายจากอาการตะลึงแล้ว ก็หันมาสกิดลูกๆของตัวเอง ให้หายอึ้ง
" ฮึ่ม พวกท่านตามพวกข้ามาด้วยเหตุอันได " เฟิงเสียนถามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
" ข้าแค่อยากรู้จักเ้าเท่านั้น เฟิงเออร์ " หลานซีกล่าวตอบคนงามด้วยน้ำเสียงอบอุ่น
" เฟิงเออร์ / เฟิงเออร์ " เสียงของสองแฝดเอ่ยขึ้นพร้อมกันทันที ที่ได้ยินอีกฝ่ายเรียกชื่อบิดาตน ด้วยน้ำเสียงอบอุ่น ด้วยความไม่พอใจ
ท่านพ่อของพวกข้า พวกข้าย่อมหวง แล้วหมอนี่เป็ใครถึงกล้ามาเรียกท่านพ่อ ว่า เฟิงเออร์ หน่ะ สองแฝดมองไปที่หลานซีด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะขยับตัวมาบังท่านพ่อของตัวเองที่อึ้งค้างไปั้แ่ได้ยินอีกฝ่ายเรียกเฟิงเออร์แล้ว
" 0_0 " เฟิงเสียน
" ท่านรู้จักท่านพ่อข้า ? " เว่ยเจียงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงข่มขู่ที่มันไม่ได้น่ากลัวเลย ในสายตาคนมองทั้งสาม
" หืม เฟิงเออร์ท่านพ่อ ? "
" ใช่ ท่านพ่อของ พวกข้า จะทำใม " เซียนหลานกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ และหาเื่กลายๆ ไป่หลงมองท่าทางนั้นด้วยความเอ็นดู
" เ้าชื่ออะไรรึ แมวน้อย " ไป่หลงมองไปที่เซียนหลานด้วยแววตาวาววับ
" แมวน้อย!! นี่ท่านว่าใครเป็แมวห้ะ " เซียนหลานะโขึ้นด้วยควาไม่พอใจ ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็แมว
" หึ ก็เ้าไง แมวน้อย " ไป่หลง มองอีกฝ่ายที่กำลังหน้าดำหน้าแดงด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะต้องใที่อยู่ก็มีลูกไฟสีน้ำเงิน พุ่งตรงมาที่ตน ซึ่งเขาก็หลบได้อย่างหวุดหวิด ก่อนจะหันไปองึนงามที่ตอนนี้ รอบตัวมีออร่าสีน้ำเงิน และความร้อนที่แผ่ออกมาจากออร่าสีน้ำเงินนั้น ไป่หลงมองคนงามที่มีออร่าสีน้ำเงินรอบตัวด้วยความหลงไหล ก่อนจะกล่าวคำบางคำที่ทำให้อีกฝ่ายโกรธจนอยากจะฆ่าตน
" งดงามยิ่งนัก แมวน้อย " สิ้นเสียงนี้ ศรลูกไฟ 10 อัน ก็พุ่งเข้าใส่ไป่หลงทันที