บทที่ 4
ฉากเรียกน้ำตา
สิตางค์หอบดอกไม้ช่อใหญ่เดินทางไปหาปกเกล้าที่คอนโดของเขาด้วยใบหน้าระบายยิ้มก่อนจะเดินเข้าไปในลิฟต์ และเอื้อมมือไปกดตัวเลขที่ตนคุ้นเคย พร้อมกับเธอจินตนาการถึงสีหน้าของคู่หมั้นเมื่อเห็นเธอมาเซอร์ไพรส์อย่างมีความสุขเพราะไม่รู้ว่าเขาจะตื่นเต้นสักแค่ไหน
หญิงสาวใช้คีย์การ์ดเปิดประตูเดินเข้าไปในห้องชุดสุดหรูของปกเกล้าแต่ที่มันน่าแปลกใจคือเธอเหมือนได้ยินเสียงอะไรบางอย่างดังมาจากห้องนอนของเขา
“เสียงอะไรเหมือนดูหนังโป๊ะเลย”ว่าออกไปก็หน้าแดงไปเมื่อนึกสิ่งที่เธอจะมอบให้เขาในวันนี้เป็ของขวัญวันคล้ายวันเกิด
หญิงสาวค่อยๆ เดินตรงไปยังห้องนอนของปกเกล้า แต่แล้วภาพตรงหน้าที่ได้เห็นกลับทำให้หัวใจของเธอแหลกสลายดอกไม้ช่อใหญ่แสนสวยหลุดร่วงออกจากมือเรียว เมื่อได้เห็นสองร่างกายเปลือยเปล่าของปกเกล้ากับนลินีที่กอดรัดฟัดเหวี่ยงและกำลังถ่ายถอดความสุขทางภาษากายให้กันอยู่ภายในห้องนั้น
“อืม”เสียงสากครางออกมาด้วยความสุขสมขณะเร่งจังหวะสะโพกสอบกระหน่ำใส่คนใต้ร่างเมื่อเดินทางมาถึงปลายทางฝันก่อนที่เขาจะถอดถอนตัวตนที่หลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกับนลินีเมื่อครู่นี้ออก
“กรี๊ดตางค์”นลินีกรีดร้องด้วยความใเมื่อเห็นสิตางค์มายืนอยู่หน้าห้องนอนของปกเกล้า ขณะที่ปกเกล้าก็หันไปมองตามเสียงร้องของเ้าหล่อนด้วยความใเช่นกันก่อนที่หัวใจแกร่งจะหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
“ตางค์ตางค์ฟังเกล้านะ” บอกคู่หมั้นสาวด้วยน้ำเสียงละล่ำละลักพร้อมกับเดินเข้าไปหาโดยลืมไปว่าตอนนี้เขาไม่ได้สวมใส่อะไรปิดบังเรือนกายเอาไว้
“เธอสองคนทำกับฉันแบบนี้ได้ยังไงห๊ะทำได้ยังไง” ถามออกไปเสียงดังด้วยความโกรธ ก่อนจะร้องไห้โหออกมาอย่างสุดที่จะกลั้นเพราะตอนนี้มันเ็ปเหลือเกินกับสิ่งที่ได้รับรู้
“ตางค์เกล้าอธิบายได้เราคุยกันก่อนนะ”
“เชิญเธอสองคนไปหฤหรรษกันต่อบนเตียงเถอะเราไม่มีอะไรต้องคุยกันอีก” บอกออกไปด้วยน้ำเสียงปนสะอื้นก่อนจะรีบวิ่งออกมาจากห้องของเขาแบบไม่คิดชีวิต
นี่ใช่ไหมที่ปาลิดาถามว่าเธอคิดดีหรือยังที่จะมอบตัวและหัวใจให้กับปกเกล้าแต่ก็เพราะความไว้ใจและเชื่อใจทำให้เธอไม่ทันได้ฉุกคิดอะไรเลยทั้งที่เธอก็รู้ว่าเขาเ้าชู้มากแค่ไหน
“ทำไมมันต้องเป็แบบนี้”ว่าออกไปด้วยน้ำเสียงปนสะอื้นไห้ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือของตนโทรหาอภิวิชญ์
“อิฐมาหาตางค์ที”
“ตางค์เป็อะไรแล้วตอนนี้อยู่ที่ไหน”อภิวิชญ์ถามหญิงสาวออกไปด้วยความเป็ห่วงหลังได้รับสายจากเธอ
“มาหาตางค์ทีฮือๆๆ”บอกออกไปพร้อมกับร้องไห้โฮเพราะตอนนี้เธอไม่สามารถที่จะอธิบายหรือบอกอะไรกับเขาได้เลย
“ตางค์ใจเย็น ๆ ก่อนนะ ตั้งสติแล้วส่งโลเคชั่นที่ตางค์อยู่มาให้อิฐในไลน์อิฐจะรีบไปหาเดี๋ยวนี้” บอกกับเ้าหล่อนก่อนจะลุกจากเตียงกว้างและคว้าเอากุญแจรถยนต์วิ่งลงไปยังชั้นล่างของตัวบ้าน
“อิฐจะไปไหนลูก”คุณอรฤดีถามบุตรชายออกไปด้วยความสงสัยเมื่อเห็นเขาวิ่งสวนกับนางลงไปที่ชั้นล่างของตัวบ้านหน้าตาตื่น
“ผมจะไปหาตางค์ครับแม่”ตอบผู้เป็มารดาออกไปแค่นั้นก่อนจะวิ่งไปที่รถและขับไปหาสิตางค์ตามโลเคชั่นที่เธอส่งมาให้เขาทางไลน์ด้วยความร้อนใจ
ภาพหญิงที่ตนรักนั่งชันเข่ากอดตัวเองร้องไห้มันช่างเป็ภาพที่ะเืใจอภิวิชญ์เหลือเกินเขาไม่รู้หรอกนะว่าเมื่อครู่เธอไปเจอกับอะไรมา แต่มันก็คงจะเป็อะไรที่ะเืใจเธอมากเธอถึงได้มานั่งร้องไห้แบบนี้
“ตางค์เป็อะไร”อภิวิชญ์ถามหญิงสาวพร้อมกับเดินเข้าไปหาก่อนที่สิตางค์จะเงยหน้าขึ้นและวิ่งเข้าไปหาเขาพร้อมกับกอดเอาไว้แน่น
“อิฐฮือๆ”
หญิงสาวร้องไห้เสียใจอย่างหนักเธอไม่สามารถเอื้อนเอ่ยคำใดบอกอภิวิชญ์ได้เลยว่าเหตุการณ์ก่อนหน้าเธอได้เห็นอะไรมาบ้างเพราะทุกถ้อยคำมันจุกอยู่ในอกจนไม่สามารถกลั่นออกมาเป็คำพูดได้
“ไม่เป็ไรนะพร้อมเมื่อไหร่ค่อยบอก แต่ตอนนี้อิฐว่าเรากลับกันก่อนเถอะเดี๋ยวอิฐไปส่งตางค์ที่บ้านนะ” บอกเ้าหล่อนด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน พร้อมกับประคองเธอไปขึ้นรถ
“ตางค์ไม่กลับได้ไหม”
“ได้สิงั้นก็ไปที่บ้านอิฐกันนะ”
สิตางค์พยักหน้ารับกับคำพูดของอภิวิชญ์เพราะเธอยังไม่พร้อมที่จะกลับบ้าน ตอนนี้ในหัวของเธอมันยังคงมีคำถามต่าง ๆมากมายเต็มไปหมด และเธอก็ไม่พร้อมจะตอบคำถามของคนที่บ้านเช่นกัน หากทุกคนได้เห็นเธอในสภาพแบบนี้
ในส่วนของทางด้านปกเกล้า หลังจากตั้งสติได้เขาก็รีบสวมใส่เสื้อผ้าและออกไปตามหาสิตางค์แต่ก็ไม่ทัน เขาจึงกลับขึ้นไปเอากุญแจรถที่ห้องและขับออกไปตามหาเธอตามที่ต่าง ๆ ก่อนจะตัดสินใจขับไปหาเธอที่บ้าน
“อ้าวยัยตางค์ไปหาเธอไม่ใช่เหรอแล้วทำไมเธอถึงมาที่นี่”คุณนฤมลถามปกเกล้าด้วยความร้อนใจเมื่อไม่เห็นผู้เป็บุตรสาวของตน
“ตางค์....ตางค์ยังไม่กลับเหรอครับ”ถามกลับนางด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
“ก็ยังนะสิแล้วนี่มันหมายความว่ายังไงมีอะไรอย่างนั้นเหรอ” ถามออกไปเสียงดุ
“เอ่อไม่มีอะไรครับงั้นผมขอไปหาตางค์ก่อนนะครับ” บอกพร้อมกับยกมือไหว้ก่อนจะขับรถออกไปจากไร่ของเธอและตรงไปหาอภิวิชญ์ที่บ้าน
“อ้าวตาเกล้ามาหาตาอิฐเหรอลูก”
“ครับคุณแม่แล้วอิฐอยู่ไหมครับ”
“อิฐเขาไปทานมื้อเที่ยงกับเราและก็เลยไปธุระยังไม่กลับเลยจ๊ะนี่แม่ก็เป็ห่วงเหมือนกันว่าแต่เกล้ามีธุระอะไรด่วนหรือเปล่าจะเข้าไปรอข้างในบ้านไหมลูก”ทั้งที่นางก็รู้ว่าผู้เป็บุตรชายไปไหน แต่นางก็ไม่ได้บอกเขา เพราะเท่าที่ดูนางก็คงพอจะเดาได้ว่าเขากับสิตางค์คงมีปัญหากันอย่างแน่นอน
“ไม่เป็ไรครับงั้นผมขอตัวก่อนนะครับคุณแม่” บอกลานางก่อนจะเดินกลับไปที่รถของตนและขับกลับไปที่คอนโด
“เจอตางค์ไหมเกล้า”นลินีเอ่ยถามเขาด้วยความร้อนใจ
“ไม่เจอ”ตอบเ้าหล่อนออกไปเสียงเศร้า
“แล้วเกล้าจะเอายังไงเป้ยว่าเราพูดความจริงกับตางค์เถอะนะ เราไปขอโทษตางค์และก็เปิดเผยเื่ของเราให้คนอื่นๆ รู้กันเถอะ”
“จะบ้าเหรอเกล้าทำแบบนั้นไม่ได้หรอก” บอกออกไปเสียงดุหลังจากได้ยินคำพูดของเธอ
“ทำไมละเกล้าเกล้าไม่ได้รักเป้ยเหรอ”
“รักสิทำไมจะไม่รักแต่มันไม่มากพอเหมือนที่รักตางค์”
คำตอบของปกเกล้ากระแทกเข้าที่ใจของนลินีอย่างจังเธอเค้นยิ้มให้กับตัวเอง และมองเขาด้วยแววตาตัดพ้อเพราะไม่ว่ายังไงอีกฝ่ายก็ไม่เคยเห็นคุณค่าความรักที่เธอมีให้กับเขาเลย
“แล้วเื่ของเราล่ะเกล้าจะเอายังไงต่อไป”ถามไปอย่างนั้นทั้งที่เธอก็พอจะเดาคำตอบได้ว่าเขาจะพูดอะไรกลับมา
“เราคงต้องจบกันเท่านี้และอย่ามาเจอกันอีก”
หลังจากปกเกล้าพูดจบประโยคนลินีก็เดินไปหยิบเอากระเป๋าสะพายของตัวเองมาถือไว้แต่ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะได้ก้าวออกจากห้อง ปกเกล้าก็รั้งเธอเอาไว้เสียก่อน
“มีอะไรอีก”
“เอาไว้ใช้เพราะเกล้าคงไม่มีอะไรตอบแทนให้เป้ยได้นอกจากสิ่งนี้” บอกพร้อมกับยื่นเช็คให้กับเธอ
“เก็บเงินของนายไว้เถอะฉันไม่้า”บอกออกไปแค่นั้น ก่อนจะแกะมือของเขาที่จับต้นแขนของตนออกและเดินจากมาโดยไม่เหลียวหลังกลับไปมอง