เช้าวันรุ่งขึ้น
นิตยาตื่นแต่เช้ายืนมองไปที่ระเบียงด้านสนามหญ้า เธอเริ่มกังวลในความปลอดภัยของเธอ ทำไมฝนไม่หยุดสักที่ หญิงสาวตัดสินใจโทรฯหาแม่ ” แม่ แม่สบายดีไหมคะ “ แม่กัมลาของเธอตอบลูกสาวในอาการอ่อนเพลีย “เมื่อคืนนี้แม่ฝันไม่ดี ลูกเป็อะไรหรือเปล่า “ นิทตี้กุมริมฝีปากแน่น กลั้นน้ำตาไว้ ”แม่ หนูอยากกลับบ้าน ไม่ชอบที่นี่เลย เสียงฟ้าผ่าทั้งคืน นอนไม่หลับ“ แม่ของเธอเข้าใจความกลัวของลูกสาว พลันถามถึงเพื่อนของลูกสาว “ เพื่อนคนที่ช่วยลูก เขาไม่อยู่เหรอ“ เธอหันหน้ามองที่บานประตูห้องนอนปิดสนิท “อยู่แม่...เขามีคู่หมั้นตอนนี้เขาอยู่ในห้องนอนของเขา “ แม่กัมลานิ่งไปชั่วขณะ ”ลูกไปทำงานเถอะลูก กลับมาแม่ก็ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่ได้นานไหม อีกอย่างลุงของลูกจะทำร้ายลูกแม่เพราะสมบัติอีก ลูกอดทนได้ไหม ถ้าเจอผู้ชายดีๆ แต่งงานกับเขาที่นั่น อย่ากลับมาที่นี่เลย นิทตี้แม่ของพรพระทุกวัน ให้ลูกเจอคู่ที่ดี ขอให้ชีวิตลูกสบาย เลิกความคิดที่จะกลับมาบ้านในเวลานี้ ได้ยินไหม อดทนเพื่อแม่นะ แม่ก็จะอดทนเหมือนกัน แม่จะไปเยี่ยมลูกให้ได้ นี่คือคำสัญญาของแม่“
วินนี่เปิดประตูออกมาพอดี เขาพบเธอนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น หญิงสาวสวมชุดนอนคือเสื้อยืดกางเกงขาสั้น เสียงลากรองเท้าของเขา ทำให้เธอรีบวางสายโทรฯของแม่ เก็บที่นอนและพับผ้าห่มดันโซฟาเข้าเก็บใต้ที่นั่ง วินนี่เช็ดหน้าหลังจากแปรงฟันออกมา “ ผมรู้สึกหิว คุณจะทานอะไรไหม ผมจะทำให้ “ หญิงสาวรวบเส้นผมมวยขึ้น มองหากลิ๊บติดผม เขาเจอมันตกข้างๆเก้าอี้ในห้องครัว เขาก้มลงเก็บกลิ๊บติดผมให้เธอ หญิงสาวยิ้มที่มุมปาก “ฉันทำอาหารให้ดีกว่า ขอเข้าห้องน้ำก่อน“ เธอก้าวผ่านร่างของเขาเข้าห้องน้ำ นักบินเปิดตู้เย็นหาของกิน "ไฟฟ้าดับนมสดจะอยู่ได้นานหรือเปล่า" เขายกขวดนมสดออกมาวางที่โต๊ะทั้งหมด นิทตี้ออกมาจากห้องน้ำพอดี “ทำไมเอาออกมาหมดคะ คุณจะทำอะไร" นิทตี้ยกเก็บไว้ที่เดิม วินนี่ยืนงงยกขวดนมขวดหนึ่งอ่านวันที่บนฉลากข้างขวดนม “มันจะเสียไม่ใช่เหรอ“ เธออ่านวันที่บนฉลากข้างขวดนมเช่นกัน “ภายในสามวัน เราสามารถใช้ได้ค่ะ ถ้าไม่ดื่มก็ทำเนยสดหรือก้อนนมเเข็งใส่อาหารได้ ในตู้เย็นอากาศยังเย็นพอรักษาน้ำนมได้ค่ะ“ เขาแย่งขวดนมกลับมาเพื่อจะดมกลิ่น เธอดึงขวดนมกลับ “ เชื่อผมสักครั้ง มันหมดอายุแล้ว“ เธอยื้อขวดอีกครั้ง “เอามานี่ ฉันจะทำน้ำชาให้คุณ มันยังไม่เสียค่ะ“ เขาปล่อยมือเธอไม่ได้ตั้งรับดีๆ ขวดนมหล่นจากมือของเธอ น้ำนมหกรดร่างของเธอ ขวดนมกลิ้งบนโต๊ะอาหาร น้ำนมหยดหกพื้นในห้องครัว นิทตี้ขมวดคิ้วหน้าบึ้งจ้องใบหน้าของเขา วินนี่จ้องที่เสื้อนอนสีชมพูบาง “โอ๊ะ...ไม่นะ ผมขอโทษ “ชุดนอนบางๆของเธอเปียกด้วยน้ำนมสด เธอก้มมองตัวเอง รีบยกมือปิดทรวงอก ทำหน้าเซ่อมองพื้นห้องครัว เขารีบเสนอตัวทันที “ ผมจะเช็ดพื้นให้ คุณไปอาบน้ำก่อนเถอะ“
เธอดึงเสื้อยืดไม่ให้แนบลำตัว ใบหน้าเรื่มแดงด้วยความโมโห “คุณเล่นอะไรของคุณ คราวนี้หิวรอไปเลย“ เธอก้าวเข้าทุบแผงหน้าอกของเขาอย่างแรง “ผมขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจ อาบน้ำได้แล้ว“ เธอทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ “อย่าร้องไห้ ผมไม่ตั้งใจจริงๆ“ ทันใดนั้นเสียงคนเคาะประตูดังขึ้น เขาหันหน้ามองที่ประตูบานใหญ่ นิทตี้รีบวิ่งเข้าห้องน้ำทันที วินนี่ะโถาม “ใครครับ “ เสียงเ้าหน้าที่ของตึกตอบกลับ “ ผมเองครับ คุณท่าน “
"เราจะมาแจ้งข่าวครับ เครื่องปั้นไฟจะทำงาน วันละสามเวลาครับ วันละสองชั่วโมง เราไม่ให้เปิดเครื่องปรับอากาศครับ เครื่องซักผ้า ทีวี เครื่องคอมฯใช้ได้ครับ นี่ครับตารางเวลา ทุกอย่างเรียบร้อยครับ“ เขาส่งทิปให้เ้าหน้าที่ มองหน้านาฬิกา "อีก สามสิบนาทีไฟฟ้าจะมา" เขารวบรวมเสื้อผ้าใส่เครื่องซักผ้า นำม๊อบไม้ถูมาถูพื้น เขาครุ่นคิดไปถูไป "เื่อะไรกันว่ะนี แทนที่วันนี้จะได้นอนทั้งวัน เราต้องตื่นมาเจอเื่บ้าๆพวกนี้ พรุ่งนี้อาจต้องไปทำงาน"
วินนี่ทำความสะอาดห้องครัวเรียบร้อย มองไปที่ห้องน้ำในห้องนอน “หิวแล้วไม่รอดีกว่า “ เขาจัดแจงทำขนมปังปิ้งทาเนย คว้าข้าวโอ๊ตเทใส่ชาม ยกขวดน้ำนมขึ้นอ่านวันที่อีกครั้ง รินน้ำนมลงในชาม “ ง่ายๆแค่นี้ก็อิ่มได้ “ เขานั่งกินขนมปังตามด้วยข้าวโอ๊ด รอให้หญิงสาวออกมาจากห้องนอน “ช้าจัง เป็อะไรหรือเปล่า “
ร่างของนิทตี้ยืนบ่นในห้องน้ำ "เราบ้าแน่ๆ เข้ามาไม่มีเสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัวก็ไม่เอาเข้ามา" เธออาบน้ำเรียบร้อยแต่ทว่าไม่มีผ้าเช็ดตัว ยืนซักชุดของเธอในห้องน้ำ นักบินหนุ่มเริ่มผิดสังเกต "คุณไม่ออกมากินอาหารเช้าหรือไงครับ “ เธอแง้มประตูทำตาแบ๋วยิ้มหวาน "ไม่มีผ้าเช็ดตัวค่ะ“ นักบินหนุ่มยื่นผ้าเช็ดตัวผืนที่เขาใช้ส่งให้เธอ หญิงสาว้าผืนใหม่ “ ไม่มีผืนใหม่เหรอค่ะ “ เขาเอียงใบหน้ามองเธอ “มีครับ ผมจะขับรถไปซื้อผืนใหม่ให้ เอาไหม ไฟฟ้าจะมาเร็วๆนี้“ เธอยื่นมือออกมารับผ้าเช็ดตัวของเขา “คุณออกไปข้างนอกก่อน ฉันจะใส่เสื้อผ้าค่ะ“ วินนี่มองหลอดไฟที่เริ่มกระพริบในห้องนอน “ ไฟฟ้ามาแล้ว “ เธอเดินออกมาจากห้องน้ำ ปิดประตูห้องนอนทันที
เธอรีบเก็บเสื้อผ้าเข้าเครื่องซักผ้า เธอหาผ้าปูที่นอนชุดใหม่ ทำความสะอาดห้องนอนให้เขา ขวดเบียร์ทิ้งไว้ใต้เตียง สี่ห้าขวด นิทตี้เข้าใจว่าเมื่อคืนเขาดื่มในห้องนอน วินนี่iเดินกลับเข้ามาในห้องนอน “ ผมจะลงไปข้างล่าง คุณ้าอะไรเพิ่มไหม“ เธอประชดชูขวดเบียร์เปล่า “เบียร์หมดค่ะ" เขาคว้ากระเป๋าเงินพร้อมยิ้มให้เธอ
วินนี่ลงมาข้างล่าง โทรฯไปที่ทำงานพร้อมเลือกเบียร์ “พรุ่งนี้มีเที่ยวบินไหมครับ“ เสียงหัวหน้าตอบกลับ “งดครับ แต่ท่านประธานไม่้าให้พวกคุณเสียงบินในอากาศแบบนี้ พายุอีกสองลูกจะเข้ามา เมื่อคืนสายการSavelineลง ชนขอบข้างทาง ปีกซ้ายไฟไหม้ โชคดีดับไฟทัน คุณอ่านอีเมลหรือยัง เราแจ้งพวกคุณทุกๆสามชั่วโมง ติดตามข่าวและรายงานของทีมด้วยนะครับ"
วินนี่ซื้อเบียร์ขึ้นไปสิบสองขวด เดินขึ้นรวดเดียวถึง 10 ชั้น เมือถึงหน้าห้องเขาแง้มประตูเข้าไป เธอกำลังหั่นผักในครัว เครื่องซักผ้าทำงาน เขาแช่เบียร์แล้วเข้ามานั่งดูคอมพิวเตอร์ในห้องนอน “ทานอาหารก่อนไหมคะ ฉันทำผักทอดแบบง่ายๆให้คุณ“ เขาไม่ได้สนใจเพราะเขาอ่านข่าวเื่พายุจะเข้าอีกในคืนนี้ นิทตี้จัดผักทอดใส่จาน เดินเข้าไปเสริ์ฟให้เขาในห้องนอน วินนี่เลื่อนสายตามองเธอในชุดผ้ากันเปื้อน “คุณไม่ได้ถามความสมัครใจผมเลยว่าผม้ากินของพวกนี้หรือเปล่า“ เธอวางจานขนมปังทอดบนโต๊ะทำงานสีหน้าของเธอเปลี่ยนไป “ถ้าอย่างนั้นฉันเททิ้งก็ได้ค่ะ“นัทตี้ยกจานเดินออกมาจากห้องนอนด้วยความเสียใจ นักบินหนุ่มปิดหน้าจอหน้าคอมฯลุกเดินตามเธอ ภายในห้องครัวนิทตี้ร้องไห้เมื่อต้องเทอาหารในจานทิ้งบางส่วน มองขนมปังทอดในถังขยะแล้วถอนหายใจออก แววตาเต็มไปด้วยความเสียใจ เขาก้าวเข้าใกล้ร่างของเธอ จับข้อมือเธอให้หยุด “คุณไม่เคยรักใครมาก่อนหรือยังไง ผมไม่ได้้าคนดูแลในตอนนี้ คุณไม่ต้องทำสิ่งเหล่านี้ก็ได้ ผมไม่ว่าอะไร“ หญิงสาวจ้องดวงตาของเขาอย่างสงสัย “ หมายความว่าอะไรค่ะ “
วินนี่หยิบผักทอดที่เหลืออยู่ในจานอีกใบ ป้อนให้เธอชิมและอีกชิ้นให้เขา “ผมมีรู้สึกแปลกๆั้แ่ครั้งแรกที่พบคุณบนเครื่องบิน คุณรู้สึกอะไรแบบนั้นไหม“ ปลายนิ้วมือของเขาเงยใบหน้าของเธอขึ้น ดวงตาของทั้งคู่สบตากัน “ อย่าโกหกผมได้ไหม ขอความจริง คุณอยากให้ผมกอดไหม ้าให้ผมจูบคุณบ้างไหม“ เธอจ้องริมฝีปากเขาบางสีชมพูอ่อน “ ้าให้กอด ้าให้คุณนั่งใกล้ๆเหมือนกัน แต่มันคืออะไรคะ“ ริมฝีปากของเขาจูบหน้าผากเธออย่างเบาๆ “คุณชอบผม ชอบมากด้วย คือ ไม่รังเกียจ หรืออาจจะเป็เพราะ้าที่ยึดเหนี่ยว อยู่กับใครแล้วไม่กลัว คนๆนั้นอาจเป็ผมก็ได้“ เธอนั่งลงบนเกาอี้ในห้องครัว “คุณ้าถามเื่คู่หมั้น ใช่ไหมคะ“
สายตาของนักบินหนุ่มไม่ยอมละดวงตากลมโตคู่นี้ “เล่าก็ได้ ไม่เล่าก็ได้ ผมรู้แล้ว“ สีหน้าของเธอซีดเผือดทันที “ คุณรู้อะไร “ เขาหันหลังเดินไปที่ตู้โชว์ หยิบเครื่องบินลำเล็กๆ จับมือของเธอไว้แน่น “ ชีวิตของผม ผม้าเป็นักบิน ผมก็ได้เป็ ทุกครั้งที่ผมนั่งขับเครื่องบิน ผมไม่รู้ว่าผมจะได้มีโอกาสกลับมาร่วมฉลองวันเกิดของผมเองในปีต่อไปหรือเปล่า
เขาวางเครื่องบินจำลองลงในมือของเธอ “แต่ถ้ามีใครสักคนที่ทำให้ผมต้องมีชีวิตรอดกลับมา คนนั้นต้องเป็คนที่ผมรักมากที่สุด และคนๆนั้นอาจจะคือคุณก็ได้ นิตยา“