พอคนงานกลับกันหมดบ้านหลี่ก็เช็ดล้างเนื้อตัวพากันเข้านอน ส่วนหลี่หลิวที่ยังไม่ทันได้ขึ้นบ้านก็แอบเก็บซอสหอยนางรมเข้าไปเก็บในมิติ ถึงแม้ว่าจะเก็บไว้ข้างนอกจะไม่เน่าเสียเพราะสภาพอากาศที่ค่อนข้างเย็นแต่นางก็รู้สึกไม่ปลอดภัยเหมือนเก็บไว้ในมิติของตน สาหร่ายที่เหลือมากกว่าครึ่งตระกร้าถูกนางเก็บเข้ามิติและเอาไปแช่น้ำทะเลไว้พอสาหร่ายถูกน้ำทะเลที่มีน้ำวิเศษผสมอยู่ก็กลับมาสดชื่นกันอีกครั้ง พอเห็นกองหอยนางรมที่ยังเหลืออยู่มากนางก็คิดเมนูใหม่ของวันพรุ่งนี้ได้โดยทันที
"ข้าจะทำหอยนางรมทรงเครื่องในเมนูเด็ดของวันพรุ่งนี้ ดีจริงๆที่ข้าไม่เอาพวกเ้าออกไปทำซอสจนหมดเสียก่อน"
หลี่หลิวออกจากมิติดับเชิงเทียนตรงบันไดชั้นบนเรียบร้อยแล้ว นางเดินผ่านห้องท่านพ่อได้ยินเสียงพูดคุยกันเื่บ้านใหญ่ทำให้นางเกิดความหงุดหงิดขึ้นไม่น้อย หากเป็ตามที่ชายสามเคยบอกไว้ล่ะก็ คนเดียวที่จะจัดการท่านย่าได้คงหนีไม้พ้นท่านปู่ หลี่หลิวเดินผ่านห้องสองห้องไปแล้วเข้าห้องนอนของตนดับเทียนแล้วดึงผ้าห่มคลุมร่างบาง นางนอนหงายยกขาชันเข่ามือที่อยู่นอกผ้าห่มวางผสานกันตรงหน้าอกอย่างพอดี
"ในเมื่อพ่อของเ้า ยังคิดเื่พวกนี้อยู่ งั้นข้าจะจัดการเื่นี้ให้จบด้วยมือของข้าเอง"
หลี่หลิวนอนมองเพดานไม้แล้วครุ่นคิด หากนางได้คนหนุนหลังที่มีอำนาจมากหน่อยคงง่ายในการจัดการท่านย่า
"สือไท่"
ริมฝีปากบางเผยออกมาเล็กน้อยหลังจากเอ่ยชื่อนั้น หลี่หลิวยิ้มมุมปากอย่างชั่วร้ายในความมืดก่อนจะนอนตะแคงแล้วปิดตาลง
ฮี่ๆๆๆๆ
เสี่ยวเฮย เสี่ยวหวง ร้องปลุกครอบครัวหลี่ก่อนเช้าสาง หลี่หลิวลุกขึ้นแล้วจะเดินลงบ้านเห็นชายสามยังเดินเกาะบันไดลงไปช้าๆนางจึงเดินแซงหน้าเขาไปก่อนจะหันไปยิ้มมุมปากซ้ายแล้วหันกลับเดินลงบันไดไปทั้งแบบนั้น
นี่นางยังไม่หายเคืองข้าอีกงั้นหรือ หลี่จงมองบนอย่างอดทน และเขาก็เดินลงบันไดไปอย่างระมัดระวัง
พอถึงด้านล่างหลี่หลิวเปิดประตูหน้าบ้านแล้วเดินไปตักน้ำที่ตุ่มมาล้างหน้ากลั้วปากแล้วใช้แขนเสื้อซับหน้าก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้องใต้ถุน นางเดินไปหยิบเอาถ้วยที่ล้างสะอาดแล้วเก็บไว้ในตระกร้าสานอย่างดีออกมาหนึ่งถ้วย ก่อนจะหายไปต่อหน้าต่อตาชายสาม ชายสามเดินลงมาเห็นนางเข้ามิติไปจึงได้แต่คิดว่ารอนางออกมาจะต้องเอ่ยปากกล่าวคำขอโทษสักหน่อยไม่งั้นนางคงเป็เช่นนี้อีกทั้งวัน
หลี่หลิวกลับมาออกพร้อมตระกร้าหอยนางรมขนาดใหญ่ที่มีหอยนางรมนับสามร้อยตัวส่วนอีกมือถือถ้วยใบใหญ่ออกมาพร้อมซอสหอยนางรมที่พึ่งทำเสร็จไปเมื่อวาน
"เรามาคุยกันก่อนไหม"
"ข้าไม่มีอะไรจะคุยกับท่าน"
หลี่หลิวจะถือถ้วยจะเดินไปที่ครัว แต่หลี่จงก็หยุดนางไว้โดยการเอาแขนกั้นนางไว้ไม่ให้ผ่านไป
"พี่ผิดไปแล้ว พี่ขอโทษเ้า ขอโทษเ้าจริงๆ"
หลี่จงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ้อนวอนผู้เป็น้อง และทำท่าทางซึมเศร้า
"ข้าจะไม่แกล้งเ้าอีกดีหรือไม่ ต่อไปข้าจะเป็วัวเป็ม้าให้เ้าดีหรือไม่"
หลี่จงยิ้มน้อยๆพอเห็นว่านางมีท่าทีอ่อนลง
"เชอะ ข้าเห็นแก่นี่เป็ครั้งแรกหรอกนะ"
"ขอบใจเ้ามากน้องรอง ข้าจะไม่ทำอีกอย่างแน่นอน"
เขายกมือนางขึ้นมากุมไว้ แล้วเอ่ยปากออกไปเป็คำมั่น
หลี่หลิวแอบยิ้ม แล้วใช้ให้เขาเอาหอยนางรมสิบตัวไปแงะเปิดฝาออกเอาไว้แค่ฝั่งที่มีเนื้อ เขาทำตามคำของนางอย่างยินดี แบบนี้แปลว่าเ้าตัวน้อยคงหายงอนข้าแล้วสินะเขายิ้มอย่างพอใจ ที่แท้นางก็โกรธง่ายหายไวนี่เอง
ฮี่ๆๆๆ กุบกับๆ
เสียงม้าดังมาจากถนนแล้วหยุดลงหน้าประตูบ้าน หลี่หงผู้เป็พ่อที่นั่งจัดโต๊ะร้านอาหารของเขาอยู่จึงเดินออกไปเปิดประตู พอเห็นว่าเป็สือไท่เขาจึงให้เว่ยหนิงนำรถม้าเข้ามาจอดด้านใน
"ท่านลุงหลี่"
สือไท่กล่าวทักทาย หลี่หงจึงพาเขาไปรดน้ำต้นไม้อย่างเช่นทุกครั้งที่เขามา
"เ้านี่ตื่นเช้าเสียจริง แถมยังต้องไปศึกษาสมุนไพรต่ออีกนับได้ว่าเป็คนที่ขยันยิ่งนัก"
หลี่หงเดินตักน้ำราดต้นไม้ไปพรางและชวนสื่อไท่คุยคลายความเงียบ
"ข้าต้องทำให้เป็นิสัยหนะขอรับ ผักของท่านงามขึ้นทุกวันเลยนะขอรับ"
สือไท่รู้ว่าหลี่หลิวคงทำอะไรบางอย่างกับผักพวกนี้จึงได้แต่เอ่ยปากชมความสามารถของนาง
"นั่นน่ะสิ ผักพวกนี้โตไวแถมยังอวบอ้วนเอามากๆข้าว่ามันต้องหวานและกรอบมากอย่างแน่นอน"
"ใช่แล้วขอรับมันต้องอร่อยมากแน่ๆ"
หลี่หงและสือไท่พูดคุยเื่ผักอยู่ครู่หนึ่งจนพวกเขารดน้ำผักจนเสร็จถึงเข้าบ้านไปแล้วนั่งตรงโต๊ะอาหาร ก่อนที่จะได้กลิ่นหอมๆลอยมาจากครัวพร้อมเสียงอุทานของหวังลู่
"ตายจริง มันหอมและกลมกล่อมมากทีเดียว แถมยังมีความเผ็ดชาจากพริกและกระเทียมอีก ลูกแม่เ้าว่าเ้าจะทำเมนูนี้ขายจริงๆหน่ะหรือ"
หวังลู่ถามบุตรสาวที่คิดค้นเมนูใหม่ๆมาได้อีกหนึ่งเมนู
"ใช่เ้าค่ะแต่เมนูนี้ข้าจะให้หอยแค่สามตัวต่อโต๊ะคิดสามร้อยอีแปะท่านแม่ว่าแพงไปหรือไม่"
"ห้าร้อยอีแปะยังได้ เพราะเ้าไปซื้อมาตั้งใกล้แถมยังมีค่าแรงคนงานที่จ้างวานไปอีก"
สือไท่เดินมาดูแล้วเอ่ยบอกราคาให้นาง
"สือไท่เ้าก็มาแต่เช้าอีกเช่นเคยเลยนะ มาๆลองชิมเมนูย่างของหลี่หลิวกัน"
หวังลู่รีบดึงมือสามีและเรียกสือไท่มาลองชิม สือไท่เห็นหลี่หลิวกินหอยนางรมตัวโตเข้าไปจนเขาอยากร้องทัก แต่นางก็หันมายิ้มบางๆให้เขาแทน
"นั่นมันหอยนางรมไม่ใช่หรือ ถ้ากินเข้าไปแล้วเกิด...."
เขาได้แต่กลืนน้ำลายลงคอไปไม่กล้าที่จะพูดต่อ
"มันเป็เพียงอาหารเท่านั้นและมันก็ปรุงเสร็จแล้วกินเถอะ"
หลี่หลิวหันมาบอกสือไท่ เห็นเขาเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่พอนางเอ่ยปากมาก่อนเขาจึงพยักหน้ารับหอยนางรมทรงเครื่องมาลองกินดู
"หืม อร่อยมันๆเค็มๆเผ็ดน้อยและชาลิ้นหน่อยๆช่างเข้ากันดีอย่างคาดไม่ถึง"
หลี่หงอธิบายรสชาติอย่างออกรสยิ่งทานตอนร้อนๆในอากาศในเย็นในยามเช้าเช่นนี้ก็ยิ่งเพิ่มความอร่อยได้อย่างลงตัว
"อร่อยใช่ไหมล่ะสือไท่"
หลี่หงหันไปถามชายหนุ่มที่ยืนเคี้ยวหอยนางรมทรงเครื่องจนปากมันวาวไม่ต่างจากเขานัก
"ขอรับ มันอร่อยมาก"
เขาคลี่ยิ้มให้ลุงหลี่และป้าหลี่
"งั้นท่านก็เอาไปฝากครอบครัวท่านด้วยสิเดี๋ยวข้าจะทำใส่จานไปให้"
"ไม่เป็ไร ของซื้อของขายเ้าอย่าทำเช่นนี้เลย"
สือไท่รู้สึกว่าหากตนมาทีไรนางจะให้อาหารไปทุกครั้งมันก็ไม่ใช่เื่ที่ควรจะทำนัก อันที่จริงแล้วที่เขามารดน้ำผักไม่ได้้ามาแลกอาหารเช่นนี้ เขาไม่ได้มีความคิดที่จะมาหานางเพราะเื่อาหารเลยเขาเพียงแค่อยากมาพบหน้านางเพียงเท่านั้น
"หากเ้าไม่รับมันไป งั้นข้าจะคิดว่าเ้าเป็คนอื่นไม่ใช่คนในครอบครัวข้า"
หลี่หลิวมองหน้าของเขาอย่างแน่นิ่ง ดวงตาไม่ไหวติง
นางหมายถึงอันใด คนในครอบครัวงั้นรึ หรือว่านางจะอยากหมั้นหมายกับข้าเข้าให้แล้ว
"เ้าหมายถึง"
"ใช่ ท่านพ่อข้าจะหมั้นหมายกับสือไท่ไว้ก่อนพออายุถึงสิบห้าปีค่อยมาคุยกันอีกที ท่านคิดเห็นเช่นไรหรือเ้าคะ"
หลี่หลิวตอบสือไท่ ก่อนจะหันไปถามความเห็นผู้เป็บิดามารดา
หลี่หงถึงกับมือไม้อ่อนเปือกหอยที่ว่าเบาก็ร่วงหล่นลงพื้นด้วยความใแม้แต่หอยทรงเครื่องเขายังลืมกลืน นางว่าอะไรนะนางจะหมั้นหมายกับสือไท่งั้นรึ
"น้องรองเหตุใดเ้าไม่คิดให้ดีก่อนเล่า ชายในเมืองหลวงนั้นยังมีอีกมากมายนัก เพียงแค่เ้ายังไม่พบเจอเพียงเท่านั้น"
หลี่จงรีบดึงแขนน้องสาวให้ถอนหลังให้กลับมาหาเขาแล้วมองหน้านางที่เรียบเฉยอย่างไม่เข้าใจ หากเ้าคิดผิดคบกับคนที่ไม่ใช่ แถมอายุก็ห่างจากนางมากเขาจะอดทนรอได้ถึงเพียงนั้นเลยรึ ถึงจะอดทนรอได้แต่ถึงตอนนั้นเ้าก็เป็เพียงเด็กส่วนเขาคงปาเข้ายี่สิบกว่าปีไปแล้ว
"ข้าแค่หมั้นหมายไม่ได้ออกเรือนไปสักหน่อย อีกอย่างเขาก็ดีกับครอบครัวเราไม่ใช่หรือเ้าคะ ท่านว่าจะมีสักกี่คนที่สามารถยอมรับความดื้อรั้นเช่นนี้ของข้าได้อีกล่ะ"
"เขาพึ่งเจอเ้าแค่ไม่กี่ครั้งเองเหตุใดเ้าจึงวู่วามแบบนี้"
"ท่านจะดีกับข้าและคอยดูแลข้าตลอดไปหรือไม่ แต่ข้าต้องบอกไว้ก่อนเลยนะ ข้านั้นเอาใจและใช้เงินตราเป็ว่าเล่นท่านจะดูแลข้าไหวหรือ"
หลี่หลิวหันกลับไปถามสือไท่ที่ยิ้มจนแก้มแทบฉีก
"ข้าตกลง ข้าสามารถดูแลเ้าได้"
เขารีบตอบจนลิ้นแทบพันกัน
"ท่านจะมีแค่ข้าเพียงคนเดียวใช่ไหม"
"ใช่ ข้าสัญญาต่อฟ้าข้าจะมีแค่เ้า รักเ้าแค่เพียงคนเดียว"
สือไท่ยกมือขึ้นสาบานด้วยใบหน้าจริงจัง
"หากเ้าผิดคำพูดเล่า"
หลี่จงใช้เสียงต่ำถามสือไท่ที่กำลังยกมือค้างไว้อยู่เช่นนั้น
"ขอให้ข้าไม่ตายดี"
สือไท่ตอบด้วยเสียงที่ทรงพลังอำนาจของเขา ทำให้หลี่หงกับหวังลู่ถึงกับถอนหายใจออกด้วยความโล่งอกและกลืนหอยทรงเครื่องลงคอไป ในยุคนี้หากได้สาบานตนแล้วล่ะก็จะต้องยึดมั่นไปจนวันตายทำให้สองสามีภรรยามองหน้ากันแล้วยิ้มบางๆทั้งที่ปากยังมันแผล็บอยู่เช่นนั้น
"เ้า!!"
หลี่จงชี้หน้าเขาอย่างหมดคำจะพูด
น้องรองข้าหกปีเศษถึงจะหมั้นหมายกันไว้มันก็ไม่ผิดแปลกประการใด แต่ข้าไม่คิดว่าเขาจะกล้าสาบานตนถึงเพียงนี้ ข้าล่ะยอมเขาจริงๆผู้หญิงมีมากมายก่ายกองเหตุใดต้องเป็น้องข้าที่พึ่งอายุเพียงเท่านี้ แล้วเ้าจะเสียใจหากเ้ารู้ว่าน้องรองของข้าร้ายกาจเพียงแค่ไหน และข้าจะรอดูว่าเ้าจะอดทนรอได้อีกนานเท่าไหร่กันเชียว
หลี่จงหันหลังเดินขึ้นชั้นบนไป สือไท่เอามือลงแล้วเดินไปก้มหัวให้หลี่หงและหวังลู่ก่อนจะบอกว่าเย็นนี้ข้าจะพาผู้ใหญ่มาขอหมั้นหมายแม่นางน้อยอย่างแน่นอน
หลี่หลิวทำหอยทรงเครื่องให้เขาได้นำกลับไปนับสิบตัว เขาบอกลาและกลับบ้านไปอย่างอารมณ์ดี
"เ้าจะไม่ถามความเห็นพ่อกับแม่หน่อยหรือ"
เมื่อสือไท่กลับไปแล้วหลี่หงนั่งจับเข่าคุยกันกับบุตรสาวโดยที่มีหวังลู่นั่งฟังอยู่ข้างๆ
"ท่านคิดว่าสือไท่ไม่เหมาะสมกับข้าหรือเ้าคะ"
"ไม่ใช่เช่นนั้น ด้วยฐานะทางครอบครัวแล้วเป็ฝ่ายเราที่ไม่เหมาะสมกับเขาเสียด้วยซ้ำ"
"ท่านว่าข้าไม่คู่ควรหรือเ้าคะ"
"ไหนเ้าบอกพ่อว่ายังไม่คิดเื่พวกนี้ เหตุใด"
หลี่หงอ้าปากจะพูดต่อแต่หลี่หลิวกับพูดว่า ข้าอายุได้เกือบเจ็ดปีเต็มแล้วส่วนสือไท่พึ่งสิบหกปีห่างกันแค่สิบปีเท่านั้น คนส่วนมากก็ชอบคนที่อายุมากและมีความสามารถและเลี้ยงดูครอบครัวได้ หากจะบอกว่าเราไม่คู่ควรท่านก็กล่าวเกินจริงไปในอนาคตร้านเล็กๆของเราอาจจะใหญ่ขึ้นและรองรับคนได้มากขึ้นเผลอๆเราอาจจะมีความมั่นคงมั่งคั่งมากกว่าพวกเขาก็เป็ไปได้ ข้ามองคนไม่ผิดหรอกนะท่านเชื่อใจข้าเถอะ พอพูดจบนางก็ฮัมเพลงแล้วลุกขึ้นเดินไปเล่นกับเ้าม้าของนาง ปล่อยให้หลี่หงกับหวังลู่มองหน้ากันอย่างเลิกลัก
พอจบมื้ออาหารเช้าหลี่จงเอาแต่จ้องหน้าน้อยๆของนางอยู่เช่นนั้นแต่นางก็ไม่สนใจ ส่วนหลี่เฉินะโโลดเต้นเมื่อรู้ว่าพี่สือไท่จะได้มาเป็พี่เขยในอนาคตของเขา
"เ้าจะทำอันอันให้แม่ช่วยเ้าหรือไม่"
หวังลู่ปิดจมูกที่จามมาหลายครั้งก่อนที่จะเดินมาถึงห้องครัว
"ข้าทำเสร็จแล้วเ้าค่ะ"
"เ้าทำอันใดอีกหรือ"
"น้ำมันพริกเ้าค่ะ"
"เหตุใดมันถึงฉุนเพียงนี้เล่า นี่แม่จามไปหลายทีแล้วคนงานเราก็แทบจะหาผ้าปิดจมูกกันหมดแล้ว"
หลี่หลิวลืมไปว่าคนงานอยู่เยอะมาก จึงบอกท่านแม่ให้เดินเปิดหน้าต่างและบานประตู เพื่อระบายกลิ่นฉุนของพริกออกไป จึงทำให้คนงานกลับมาทำหน้าที่หั่นผักหั่นเนื้อได้ตามปกติ
"ท่านลองชิมดูสิ"
หลี่หลิวเห็นป๋ายรุ่ยฉีมายืนดูจึงบอกให้เขานั้นลองชิมน้ำมันพริกที่มีกลิ่นหอมฉุนและมันเยิ้มทั้งยังมีงาขาวคั่วลอยอยู่ในนั้นด้วย ป๋ายรุ่ยฉีใช้ตะเกียบแตะเบาๆแล้วเอาเข้าปากก่อนจะยิ้มบางๆ ไม่ว่านางทำอะไรออกมารสชาติมันย่อมอร่อยอย่างแน่นอน
พอลูกค้าเริ่มเข้ามาและลองเมนูหอยทรงเครื่องก็พากันติดอกติดใจจนต้องขอสั่งเพิ่มและยิ่งมีน้ำมันพริกที่นำมาราดคลุกข้าวยิ่งทำให้พวกเขาเจริญอาหารได้มากยิ่งขึ้น แต่หลี่หลิวก็บอกไปว่าหอยนางรมทรงเครื่องนี้มีให้แค่โต๊ะล่ะสามตัวเพียงเท่านั้น วันนี้หลี่หลิวกอบโกยรายได้ไปมากกว่าทุกวันจนนางต้องยิ้มอย่างพอใจ ส่วนป๋ายรุ่ยฉีได้หน้าที่เพิ่มมาอีกหนึ่งอย่างคือการทำบัญชีและได้ค่าจ้างวานเพิ่มมาวันล่ะห้าสิบอีแปะ ต่อไปนี้รายได้ของเขาจะได้รับวันล่ะร้อยห้าสิบอีแปะซึงมันเกินหน้าเกินตาคาแรงผู้นำชุมชนอย่างป๋ายเคอไปมาก เขาจึงตั้งใจทำงานอย่างดีและบอกกับตัวเองไว้ว่าข้าจะไม่เป็ผู้นำชุมชนแล้ว เพราะข้าได้อาชีพที่มั่นคงและมีรายได้มากกว่านั้นเป็ที่เรียบร้อย เขาเซ็นสัญญาสองฉบับด้วยความยินดี ป๋ายเคอมองบุตรชายที่ต่อจากนี้ไปกลายเป็เสี่ยวเอ้อเต็มตัวและยังรับหน้าที่คอยทำงานบัญชีให้ครอบครัวหลี่อย่างพอใจ แม้เขาบอกว่าจะไม่รับตำแหน่งต่อจากพ่อแล้วแต่จุดหมายของบุตรชายนั้นมันยิ่งใหญ่กว่าการเป็ผู้นำชุมชนไปมากกว่าที่เขาคิดเสียอีก
"ท่านพี่ เมื่อท่านครบหกสิบปีคงต้องหาคนหนุ่มมาแทนที่ท่านแล้วล่ะ"
ป๋ายฮ่าวเย่วมองบุตรชายที่มาเซ็นสัญญาที่บ้านก่อนจะกลับไปทำงานต่อพร้อมกับหลี่หลิว
"ผู้นำชุมชนจะไปสู้เสี่ยวเอ้อบ้านหลี่ได้เช่นไร เ้าดูเถอะข้าทำหน้าที่นี้มาค่าบำเหน็จก็ไม่มากเท่าลูกชายทำที่บ้านหลี่เลยด้วยซ้ำ ดีแล้วล่ะที่เขาเลือกทางเดินที่มั่นคงเช่นนั้น อีกอย่างข้าเชื่อว่าในภายหน้าบ้านหลี่จะต้องมีกิจการที่ใหญ่ขึ้นกว่านี้อย่างแน่นอน"
"ก็จริงอย่างที่ท่านว่าดูเอาเถอะขนาดน้ำมันพริกนี่ที่นางนำมาฝากยังอร่อยถึงเพียงนี้ ไหนจะซอสที่ท่านไปทำมาอีกเมื่อวาน การค้าของดรุณีน้อยช่างน่าอัศจรรย์จริงๆ"
สองสามีภรรยามองหน้ากันก่อนจะเอาน้ำมันพริกคลุกข้าวกินกับอาหารตามที่บุตรชายบอกแล้วก็ต้องเผยรอยยิ้มที่น่าพึงพอใจออกมา
ยามโหย่ว ห้าโมงเย็นถึงเกือบหนึ่งทุ่มสือไท่พาครอบครัวมาขอหมั้นหมายแม่นางน้อย เมื่อตกลงค่าหมั้นหมายได้แล้วก็จะจัดงานหมั้นขึ้นแต่หลี่หลิวบอกว่าอยากจะจัดแบบครอบครัวเพียงเท่านั้น เพราะทุกวันนี้นางต้องทำงานจนเหน็ดเหนื่อยและก็ไม่อยากพบป่ะกับผู้คนมากนัก
"ก็จริงนะ หลี่หลิวต้องทำงานทุกวันและหากหยุดไปคงขาดรายได้ไปไม่น้อย"
สืออิงกล่าวเห็นด้วยกับการจัดงานหมั้นแบบเรียบง่าย พอถึงยามตกแต่งค่อยจัดการให้ใหญ่โตไปเลยทีเดียว ทำให้หลี่หลิวยิ้มกว้างอย่างพอใจ
"ในเมื่อต่อไปเ้าจะเป็คู่หมั้นคู่หมายของบุตรชายข้า ต่อไปเ้าต้องหมั่นไปเรียนรู้สมุนไพรไว้ด้วย ในภายหน้าจะได้ช่วยกันทำมาหากิน"
สือหานยิ้มน้อยๆเมื่อเห็นว่านางไม่ได้้าอะไรมากนักจากการหมั้นหมายในครั้งนี้
"ข้าต้องขอโทษท่านลุงสือด้วยนะเ้าคะ แต่ข้ามีแผนการขยายกิจการของข้าอยู่แล้ว ในภายหน้าข้าจะสร้างเป็ร้านนั่งกินขนาดใหญ่ดังนั้นข้าคงไม่สามารถเข้าไปก้าวก่ายหน้าที่การงานของพี่สือไท่ได้เ้าค่ะ"
"ไหนเ้าเรียกท่านแม่สิ"
สืออิงได้ยินนางเรียกตนว่าลุงป้าอยู่ จึงรู้สึกขัดหูจึงให้นางเรียกท่านแม่ถึงจะดูเหมาะสมในยามนี้ และนางควรฝึกเรียกมันให้ชินเสียั้แ่ต้น
"ท่านพ่อใหญ่ ท่านแม่ใหญ่"
หลี่หลิวเอ่ยเรียกตามสือไท่แล้วยิ้มบาง
เด็กตัวเพียงเท่านี้กับคิดการใหญ่แถมยังบอกจะสร้างร้านนั่งกินที่สามารถเปิดได้ทุกเวลาในเมืองหลวงอีก หากนางทำสำเร็จกิจการของบ้านหลี่คงนำหน้าร้านสือคงไปอย่างแน่นอน สือหานพยักหน้าอย่างเข้าใจที่แท้นางก็แค่ชอบเพียงบุตรชายของเขาและไม่ได้มาเพื่อหวังสมบัติประการใด ทำให้เขาโล่งใจและมีรอยยิ้มเปื้อนบนใบหน้า
"งั้นเ้าจะไปอยู่บ้านแม่ก่อนหรือไม่"
สืออิงที่ตอนนี้ถูกชะตากับแม่นางน้อยถามไถ่นางอย่างกับนางเป็ลูกสาวของตนไปแล้ว
"ข้าจะอยู่กับครอบครัวเ้าค่ะ ข้าจะเก็บตังอีกหน่อยพอซื้อบ้านฝั่งตะวันออกสักหลังค่อยขยายกิจการ"
"บ้านหลังนี้ไม่ดีหรือ ขาดตกบกพร่องอันใดบอกแม่ได้เดี๋ยวแม่ใหญ่จะส่งคนมาทำให้เ้าเอง"
สืออิงนั่งข้างๆหลี่หลิวกุมมือนางแล้วถามไถ่อย่างสงสัย
"ไม่ใช่เ้าค่ะ ท่านพ่อและครอบครัวข้าเราตกลงกันว่าจะไปรับท่านปู่ท่านย่ามาอยู่ด้วยจึงอยากได้บ้านสักหลังให้พวกท่าน"
หลี่หลิวตอบไป
"การตอบแทนผู้มีพระคุณย่อมเป็สิ่งที่ควรทำ สมควรแล้วล่ะ แต่เหตุใดเ้าไม่ซื้อเรือนที่อยู่ฝั่งตะวันตกเช่นกันเล่าจะได้ไปมาหาสู่กันง่ายหน่อย"
สืออิงผู้ไม่รู้เื่ใดกล่าวแสดงความคิดเห็น
หลี่จงเห็นน้องสาวอ้ำอึ้งจึงพูดแทนไปว่านางมีความจำที่ไม่ดีเท่าไหร่จึงไม่อยากข้องเกี่ยวนัก แต่การซื้อบ้านสักหลังที่สักแปลงก็ถือว่าได้ตอบแทนค่าข้าวค่าปลาแล้ว
"หากเ้าไม่สะดวกใจก็ตามที่เ้าว่า เดี๋ยวแม่จะดูที่และซื้อให้ถือเป็ของขวัญรับเ้ามาเป็คู่หมายใช่ไหมเ้าคะท่านพี่"
สืออิงหันไปถามความคิดเห็นสามี
เ้าเล่นพูดไปหมดแล้วข้าจะปฏิเสธได้เช่นไรเล่า เขาได้แต่ยิ้มกริ่มแล้วตอบว่าใช่ๆ อันที่จริงค่าหมั้นหมายเพียงแค่ไม่กี่ตำลึงทองนี่ก็ไม่ได้นักหนาอะไรนักเขาจึงยิ้มตกปากรับคำไปด้วยความเต็มใจ