เฟยหลงเงยหน้ามองหญิงสาวอาภรณ์ขาวตรงหน้าด้วยแววตาที่ไม่สามารถปิดบังความตื่นตะลึงได้ “คุณชายเ้าคะ” ป๋ายฮวาเรียกชื่อของเด็กชายด้วยความไม่เข้าใจเพราะทันทีที่นางเดินมาหยุดเบื้องหน้าของเขา เด็กน้อยก็ยังจ้องหน้านางจนรู้สึกประหม่า
หรือนางทำเื่อะไรผิดไปแล้ว หรือพลังมายาของท่านยายเล็กไม่สามารถควบคุมมหาเทพได้ นางว่าแล้วเชียว แม้ท่านยายเล็กจะเป็เทพชั้นสูง แต่จะสามารถสู้พลังของมหาเทพที่อยู่มานานเป็แสนปีได้อย่างไร
“คุณชายเ้าคะ” ป๋ายฮวาร้องเรียกเขาอีกครั้งทั้งที่เหงื่อเริ่มซึมออกมาตามไรผมแล้ว คงไม่ใช่เขานึกความจริงออกแล้วนะ
เว่ยเฟยหลงเมื่อรู้สึกตัว เขาชะงักนิ่งไปครู่หนึ่งด้วยท่าทางมึนงงก่อนจะเบนสายตาไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาของหญิงสาวตรงหน้า เมื่อรู้ตัวว่าตนเองเสียมารยาทและมองผู้อื่นนานจนเกินไป
เขากระแอมไอเล็กน้อย “ไม่มีอะไร ไปกันเถอะ” เมื่อเอ่ยจบเขาก็รีบเดินผ่านป๋ายฮวาเข้าเรือนอย่างรวดเร็ว
“คุณชายรอบ่าวด้วยเ้าค่ะ” ป๋ายฮวาเมื่อสังเกตว่าพลังของท่านยายเล็กยังสามารถควบคุมความทรงจำของมหาเทพได้อยู่ ก็รีบกล่าวขออภัยท่านยายเล็กจิ้งจอกมายาสีม่วงหนึ่งเดียวของสี่ทะเลแปดดินแดนอย่างรวดเร็ว ท่านยายเล็กของนางเก่งกาจปานนั้น ยังมีเื่ใดบ้างที่ท่านไม่สามารถจัดการได้
หลานผิดไปแล้ว ผิดไปแล้ว
เมื่อตามเข้ามาในเรือน หญิงสาวก็รีบจัดโต๊ะและเชิญเฟยหลงให้นั่งลงอย่างรวดเร็ว เด็กชายมองการกระทำของหญิงสาวเงียบๆ ดวงตาดำล้ำลึกมองสาวใช้ของตัวเองวุ่นวายกับการเตรียมอาหารขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะและคอยรินน้ำร้อนใส่ถ้วยชาให้เขา
เฟยหลงมองกาน้ำชาใหม่และถ้วยชามใหม่ ก่อนจะมองรอบห้องโถงเมื่อสังเกตว่ามีของใช้ชิ้นใหม่ที่เพิ่มเข้ามาด้วย
“เ้าไปตลาดมาหรือ” เฟยหลงถามขึ้นทำลายความเงียบทำให้หญิงสาวที่กำลังจะเก็บกาน้ำชา ทำขอบปากเอียงและน้ำหยดลงมาเล็กน้อย
“ขออภัยเ้าค่ะ” ป๋ายฮวารีบกล่าวขออภัยและรีบใช้ชายแขนเสื้อซับน้ำทิ้งอย่างรวดเร็วด้วยท่าทางกระวนกระวายกลัวว่าการกระทำของตัวเองจะเปิดเผยความจริงต่อหน้าเฟยหลง
“บ่าวต้องรีบเตรียมน้ำร้อนให้คุณชาย คุณชายทานข้าวรอบ่าวนะเ้าคะ” ป๋ายฮวารีบเปลี่ยนเื่ก่อนจะวิ่งหนีออกไปนอกห้องโถงอย่างรวดเร็วเพราะยังคิดไม่ออกว่าจะบอกเฟยหลงเกี่ยวกับจำนวนเงินในมืออย่างไรดี
ในเมื่อเขาชอบเงียบนักนางก็จะเบี่ยงไปเื่อื่นเรื่อยๆ นิสัยของเฟยหลงไม่ชอบเื่จุกจิกวุ่นวาย ในเมื่อนางไม่อยากตอบคำถาม เขาก็คร้านที่จะหาคำตอบหรือถามอีกครั้ง หากไม่วุ่นวายกับเขามากเกินไป เขาก็แทบจะไม่อยากเสียเวลาในการหาคำตอบมากนัก
“เฮ้อ คงต้องใช้เวลาปรับตัวอีกเยอะเลย ยังดีที่นิสัยของมหาเทพไม่ชอบพูด” ป๋ายฮวาบ่นทั้งที่มองฟ้าไปด้วยและใช้พลังเซียนก่อไฟต้มน้ำร้อนให้เฟยหลง พรุ่งนี้ต้องเรียนรู้การก่อไฟแบบโลกมนุษย์เสียแล้ว
ใช้เวลาไม่นานน้ำก็ร้อนจัด หญิงสาวรีบเทน้ำร้อนใส่อ่างและเติมน้ำเย็นลงไปเล็กน้อยก่อนจะยกเข้าไปหาเฟยหลงซึ่งตอนนี้กินอาหารเย็นเสร็จเรียบร้อยแล้ว และกำลังจิบน้ำร้อนนั่งมองการกระทำของนางอย่างเงียบๆ
ท่านไม่รู้สึกว่าการมองคนอื่นนานๆ แบบนี้เสียมารยาทหรืออย่างไร
ป๋ายฮวาบ่นในใจ แต่ภายนอกกลับพยายามเมินสายตาของเด็กน้อยและเตรียมทุกอย่างให้เขาจนเสร็จเรียบร้อย
“คุณชายเชิญล้างหน้าและแช่เท้าเ้าค่ะ” ป๋ายฮวาบอกก่อนจะวางผ้าเช็ดมือไว้บนโต๊ะและสบตากับเฟยหลงซึ่งกำลังจ้องมองนางอยู่ด้วยคิ้วที่เริ่มขมวดมุ่นจนผูกปมได้อีกครั้ง
มีอะไรไม่พอใจอีกหรือ
เพื่อการนี้นางเดินวนอยู่ในตลาดตั้งหลายรอบกว่าจะหาอ่างขนาดพอดีให้เขาได้ถึงสองใบ อ่างอยู่ข้างเตียงนอนเตรียมไว้สำหรับล้างเท้าและอีกอ่างหนึ่งวางไว้บนโต๊ะที่นางซื้อมา เพราะเป็ของเก่าที่ซื้อมาจึงไม่ใช่โต๊ะที่ประณีตมากนัก แต่ก็สามารถจำใจใช้ไปก่อนได้เพราะโลกมนุษย์ไม่มีโต๊ะที่ประกอบเสร็จแล้ว หากอยากได้โต๊ะก็ทำได้เพียงสั่งช่างประกอบขึ้นมาใหม่เท่านั้น เพื่อของพวกนี้นางเดินตามหาจนตาลายไปหมด แต่เขายังมองหน้านางด้วยความไม่พอใจ แบบนี้หมายความว่าอย่างไร
เพราะถูกเลี้ยงมาแบบตามใจจนเคยตัวจากบิดามารดา แม้จะรู้ว่าเด็กน้อยอายุ 10 ขวบตรงหน้าเป็มหาเทพผู้สูงส่ง แม้จะรู้สึกผิดที่ทำร้ายเขา แต่พอนึกว่านางเตรียมของมากมายเพื่อเขาอย่างยากลำบาก แม้จะไม่ประณีต แต่ก็พออดทนใช้งานได้ แต่เขาก็ยังขมวดคิ้วคล้ายไม่พอใจอีก
หญิงสาวในร่าง 15 ปีก็ถลึงตากลับเช่นกันด้วยความไม่พอใจและเริ่มน้อยใจเล็กน้อย ข้าทำเพื่อท่านมากเพียงนี้ ท่านยังไม่พอใจอะไรอีกอย่างนั้นหรือ
แม้ในใจจะไม่พอใจมากเพียงใด แต่ภายนอกยังพยายามยิ้มเอาใจและถามเฟยหลงเสียงเบาว่า “คุณชายมีสิ่งใด้าอีกหรือไม่เ้าคะ”
ทั้งสองนิ่งเงียบไปนานจนรอยยิ้มของนางแทบรักษาไว้ไม่อยู่ เฟยหลงนิ่งเงียบเช่นกันเมื่อเห็นหญิงสาวตรงหน้ายังยืนนิ่งเช่นเดิม เขาขมวดคิ้วไม่เข้าใจก่อนจะส่ายหน้าเล็กน้อย
“เ้าออกไปเถิด ข้าจะนอนแล้ว” เขาบอกเสียงนิ่งพร้อมคลายคิ้วที่ขมวดออก
ป๋ายฮวายิ้มกว้างเมื่อเขายอมปล่อยนางสักที สาวงามรีบโค้งคำนับลวกๆ ก่อนจะวิ่งหนีออกไปจากห้องอย่างรวดเร็วทั้งปิดประตูเสียงดังเพราะไม่อยากอยู่ต่อหน้าเฟยหลงนานนัก
ประหม่าเกินไปแล้ว น่ากลัวเกินไปแล้ว
ทำไมเด็กน้อยอายุ 10 ขวบต้องน่ากลัวถึงเพียงนี้ด้วยนะ
หญิงสาวกลับห้องตัวเองก่อนจะล้มตัวลงบนเตียงนอนและพยายามหลับตาบังคับให้ตัวเองนอนหลับแม้ร่างกายของเทพเซียนจะไม่รู้สึกง่วงเลยก็ตาม
ด้านเฟยหลง เมื่อเห็นบ่าวรับใช้คนเดียวของเขาออกไปแล้วก็มองไปรอบห้องนอน เตียงนอนผ้าห่มสะอาดและยังเหลือความอุ่นเล็กน้อยเพราะตากแดดทั้งวัน เขามองอ่างซึ่งเต็มไปด้วยน้ำร้อนทั้งสองอ่างซึ่งตอนนี้กำลังมีไอร้อนลอยออกมาด้วยความไม่เข้าใจ
บ่าวคนนี้แปลกเหลือเกิน
เฟยหลงคิดก่อนที่คิ้วจะขมวดอีกครั้ง เมื่อคิดถึงการกระทำของป๋ายฮวาวันนี้ นางเตรียมอาหารเช้าให้เขา เตรียมที่นอน เตรียมอาหารเย็น รอรับเขากลับมา แต่ก็มีเพียงเท่านี้คล้ายว่านางเป็นางกำนัลที่ไม่ได้มาตรฐานเลย
แม้เขาจะเป็องค์ชายที่ไม่มีนางกำนัลมากนักในวัยเด็กและเขาก็เคยได้ยินมาบ้างเมื่อเติบโต นางกำนัลทั่วไปต้องยืนรับใช้เ้านาย รวมถึงช่วยเ้านายล้างเท้าด้วยตัวเอง แต่ป๋ายฮวาคนนี้เพียงเตรียมทุกอย่างเสร็จแล้วก็ยืนนิ่งรอเขาเท่านั้น ดวงตาใสกระจ่างคล้ายไม่รู้ว่านางทำผิดตรงที่ใด ทั้งที่นางเป็นางกำนัลจากวังหลวงไม่ใช่หรือ บ่าวในวังทำกระทั่งนวดฝ่าเท้าให้เ้านายด้วยซ้ำ
ไม่ใช่ว่าเขาอยากให้นางทำสิ่งเหล่านี้ เช่นการคุกเข่าล้างเท้าให้เขา เช็ดเท้าให้เขา แม้นางจะเสนอตัวให้ เขาก็ต้องปฏิเสธนางอยู่ดีเพราะเขาไม่ชอบให้ใครมาแตะเนื้อต้องตัวั้แ่เด็ก
ตอนที่อยู่ในวังเมื่อครบอายุ 4 ขวบเขาก็ล้างเท้าด้วยตัวเองแล้ว แม้บ่าวรับใช้จะเสนอตัวเองแค่ไหนก็ตาม แต่เขาเพียงสงสัยเท่านั้น เมื่อมองดูสายตาใสกระจ่างของนาง คล้ายนางไม่รู้ว่าบ่าวที่ดีควรทำอย่างไร
เขาคิดด้วยความไม่เข้าใจทั้งที่มือยังล้างหน้าและหยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดตามแขนขาและเดินไปยังอ่างน้ำอีกใบ ถอดเสื้อคลุมตัวนอกออกก่อนจะแช่เท้าลงอ่างเงียบๆ ความอบอุ่นที่ไหลจากฝ่าเท้าขึ้นสู่ร่างกายเล็กๆ ทำให้คิ้วซึ่งขมวดกันเป็ปมคลายออกอย่างรวดเร็ว
เขาอาจจะคิดมากเกินไป เมื่อนางติดตามเขามาหลายปี นางคงรู้ใช่หรือไม่ว่าเขาไม่ชอบให้ใครมาแตะเนื้อต้องตัว เมื่อเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยจึงถอยออกไปทันที เฟยหลงพยายามหาเหตุผลก่อนจะเช็ดเท้าและนำอ่างน้ำที่เริ่มเย็นไปวางไว้ให้ห่างจากเตียงนอน
แม้แต่เื่การนำอ่างน้ำออกจากห้องนางยังไม่รู้เลย หรือเขาอาจจะคิดมากเกินไปเท่านั้น เฟยหลงพยายามหาเหตุผลให้ป๋ายฮวา เพราะยังเด็กเกินไปจึงไม่คิดนานมากนัก ร่างกายที่เหนื่อยล้าเมื่อหัวถึงหมอนก็หลับไปอย่างรวดเร็ว
หญิงงามอาภรณ์ขาวซึ่งนอนเล่นไข่มุกสีขาวของท่านยายเล็กไปมาไม่รู้ตัวแม้แต่น้อยว่าตัวเองมีพิรุธมากเพียงใด ใครใช้ให้นางไม่เคยเป็บ่าวรับใช้กันเล่า นอกจากนี้พวกเราเทพเซียนยังไม่จำเป็ต้องมีบ่าวรับใช้อีกด้วย ท่านแม่เพียงใช้พลังเซียนเล็กน้อยก็สามารถดูแลนางและท่านพ่อได้แล้ว
และหญิงสาวยังแอบดูการทำงานของบ่าวรับใช้ในจวนท่านอ๋องเท่านั้น ไหนเลยหญิงสาวที่ยังไม่เคยออกเรือนจะเข้าใจได้ เพราะนางมองเห็นเพียงสาวใช้ยกอ่างน้ำเข้าไปด้านในให้ท่านอ๋องและพระชายาก่อนจะถอยออกมา นางจะรู้ได้อย่างไรว่าคนที่ช่วยท่านอ๋องล้างหน้าและช่วยท่านอ๋องล้างเท้าจะเป็หน้าที่ของภรรยา
และหลังจากนั้นไม่นานก็มีเสียงหอบเหนื่อยที่นางไม่เข้าใจ หลังจากสาวใช้เอาอ่างเข้าไปในห้องก็ไม่กลับเข้าไปเอาอ่างออกมาเลยจนกระทั่งถึงตอนเช้า นางจึงเข้าใจเพียงว่าหน้าที่ของสาวใช้คือการยกอ่างน้ำร้อนเข้าไปให้เ้านายเท่านั้น ป๋ายฮวาน้อยซึ่งไม่รู้ตัวว่าเฟยหลงสงสัยตัวเอง นอนเล่นอย่างสบายใจจนเกือบเช้า
เมื่อรู้ว่าถึงยามอิ๋นแล้ว ป๋ายฮวาก็เด้งลุกจากเตียงนอนอย่างรวดเร็ว นางใช้มือสางผมเล็กน้อยก่อนจะขมวดคิ้วมองชุดตัวเอง อยากอาบน้ำเหลือเกิน แต่ตอนนี้ทำได้เพียงเปลี่ยนชุดอย่างเรียบง่าย ป๋ายฮวาแม้จะไม่พอใจกับสภาพความเป็อยู่ตอนนี้แต่ก็ทำได้แค่กัดฟันลุกขึ้นเปลี่ยนชุดและล้างหน้าด้วยน้ำเย็นซึ่งวางอยู่มุมห้องอย่างรวดเร็ว แม้จะรู้สึกเย็นมากแต่ก็ไม่สามารถทำร้ายร่างกายของเทพเซียนได้มากนัก
นางรีบทำธุระส่วนตัว จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยและเดินไปซื้ออาหารจากโรงครัวตามความเคยชิน แม่ครัวแทบจะฉีกยิ้มต้อนรับนางอยู่แล้วเพราะเงินบางส่วนที่แม่ครัวจางได้รับจากป๋ายเหนียง ก็มักจะซื้อขนมเล็กน้อยมาแจกแม่ครัวในโรงครัวด้วย ทำให้ทุกคนปิดปากเงียบและยอมมอบโจ๊กให้หญิงสาวหนึ่งถ้วยอย่างอารมณ์ดี
ป๋ายฮวาเดินกลับเรือนท่ามกล้างความมืดด้วยความไม่พอใจเพราะกว่าจะเดินถึงเรือน โจ๊กในมือก็ไม่ร้อนแล้ว ท่ามกลางอากาศหนาวทำให้ใช้เวลาไม่ถึงก้านธูปก็ทำให้โจ๊กเย็นชืดไม่อร่อย ยิ่งเป็แบบนี้นางก็ยิ่ง้าสร้างห้องครัวเล็กเป็ของตัวเองและจะทำอาหารให้เฟยหลงทานด้วยตัวเอง
เมื่อจัดเตรียมอาหารเช้าเรียบร้อย หญิงงามคำนวณเวลาเล็กน้อยก่อนจะเรียกคุณชายหนึ่งที เสียงอืมตอบรับด้านใน ป๋ายฮวาเปิดประตูและมองเห็นดวงตานิลท่ามกลางความมืดทันทีที่เดินเข้า หญิงสาวสะดุ้งเฮือกด้วยความใก่อนจะฉีกยิ้มอย่างรวดเร็ว
ยิ้มเข้าไว้ นอกจากยิ้มอวดลักยิ้มข้างแก้มขวา นางยังทำสิ่งใดได้อีกเล่าเมื่ออยู่ต่อหน้าสายตานิลเ็าคู่นั้น
มือเรียวบางขาวนวลจุดตะเกียงทำให้ห้องสว่างมากขึ้นก่อนจะรีบยกอ่างน้ำทั้งสองอันออกไปทิ้ง และเปลี่ยนน้ำร้อนยกกลับเข้าไปห้องนอนเช่นเดิมเพื่อให้เฟยหลงได้ล้างหน้าและเปลี่ยนเสื้อผ้าซึ่งตอนนี้เปียกชุ่มเต็มไปด้วยเหงื่อ
เมื่อเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยนางก็รีบถอยออกไปอย่างรวดเร็ว เฟยหลงซึ่งกำลังมองการกระทำของบ่าวรับใช้ด้วยความสนใจรู้สึกตัวและเริ่มจัดการกับตัวเองเช่นกัน ใช้เวลาไม่นานเขาก็เริ่มทำทุกอย่างด้วยตัวเองอย่างเงียบๆ
ป๋ายฮวาเมื่อออกมาด้านนอกก็แอบใช้พลังเซียนนิดหน่อยเพื่อช่วยให้โจ๊กร้อนขึ้น อาหารน้อยนิดจนนางรู้สึกปวดใจเมื่อเทียบกับมื้ออาหารเต็มโต๊ะของนางตอนที่อยู่วังหิมะหยก
เฟยหลงออกมาจากห้องนอนมองหญิงสาวครู่หนึ่งโดยไม่มีใครรู้ว่าในใจของเขากำลังคิดเื่อันตรายอะไรอยู่ก่อนจะนั่งกินโจ๊กเงียบๆ โดยมีป๋ายฮวาคอยรินน้ำร้อนใส่ถ้วยชาให้เขาช้าๆ แม้จะรู้สึกแปลกใหม่ที่มีคนเพิ่มเข้ามา แต่เขาก็สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว
ในเมื่อการมีตัวตนของป๋ายฮวาทำให้เขาสะดวกสบายมากขึ้น เขาจึงไม่รู้สึกติดขัดมากนัก เด็กชายกินโจ๊กเงียบๆ ก่อนจะหันไปมองหญิงสาว เมื่อคิดอะไรขึ้นได้ก็เริ่มขมวดคิ้วอีกครั้ง
คุณชาย ท่านช่วยขมวดคิ้วให้น้อยลงหน่อยได้หรือไม่เ้าคะ
ป๋ายฮวาโอดครวญในใจทั้งที่ต่อหน้ายิ้มบางๆ “เ้าทานข้าวแล้วหรือยัง” เฟยหลงทำลายความเงียบด้วยความสงสัย
ป๋ายฮวาซึ่งกำลังจะถอยหนีสะดุดเท้าตัวเองจนเกือบล้ม เพราะนางลืมไปแล้วว่าในโลกมนุษย์นางต้องกินข้าวนี่นา หากนางไม่กิน เฟยหลงต้องสงสัยแน่นอน
“บ่าวกินที่โรงครัวแล้วเ้าค่ะ” หญิงงามพยายามเค้นสมองตอบคำถาม
“งั้นหรือ” เฟยหลงตอบก่อนจะมองโต๊ะเก่าของตัวเองและขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ เมื่อก่อนเขายังรู้สึกว่าโต๊ะและเก้าอี้เป็สิ่งไม่จำเป็ เพราะเดิมทีเขาก็ไม่ได้ทานอาหารที่เรือนอยู่แล้ว แต่เมื่อมองเห็นโต๊ะซึ่งมีเก้าอี้เพียงตัวเดียว จึงปิดปากเงียบ ทั้งที่ใจอยากจะเอ่ยชวนหญิงสาวนั่งทานข้าวด้วยกัน
“คุณชายเ้าคะ บ่าวอยากต่อเติมเรือนเ้าค่ะ” ป๋ายฮวาเปลี่ยนเื่อย่างรวดเร็วเพราะไม่อยากให้เขาถามนางอีกว่านางกินข้าวกับอะไรบ้าง
“ต่อเติมเรือนงั้นหรือ” เฟยหลงเมื่อรู้เื่นี้ก็เริ่มขมวดคิ้วมุ่นอีกครั้งคล้ายกำลังใช้ความคิดหนัก
คุณชาย มหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ ท่านช่วยขมวดคิ้วให้น้อยลงหน่อยได้หรือไม่เ้าคะ
เท่าที่นางจำความได้ทุกครั้งเวลาเจอมหาเทพ นางจะเห็นเขาขมวดคิ้วตลอดเวลา ไม่ใช่รำคาญ ก็ไม่ชอบใจที่มีเื่ให้คิดหนัก แต่ท่านปู่เล็กบอกว่าขมวดคิ้วจะทำให้หน้าแก่เร็ว นางหยุดคิดเล็กน้อย มหาเทพที่หล่อเหลาเพียงนั้นแต่กลับชอบขมวดคิ้วอยู่ตลอดเวลา คำสอนของท่านปู่เล็กเชื่อถือไม่ได้เอาเสียเลย
“เราจะไปเอาเงินมาจากที่ไหน” เฟยหลงถาม เดิมทีเขาก็รู้สึกว่าเรือนหลังนี้ดีทีเดียว แต่เมื่อมีสองคนอาศัยอยู่ด้วยกัน เขากลับรู้สึกว่าเรือนหลังนี้ขาดสิ่งของเครื่องใช้ไปหลายอย่าง
ป๋ายฮวาพยายามคิดหัวแทบแตกก่อนจะตอบอย่างไม่มั่นใจนัก “ตอนที่คุณชายออกมาจากวัง มีเงินก้อนหนึ่งแต่ถูกแม่นมซ่อนไว้ เมื่อคืนบ่าวค้นเจอจึงอยากต่อเติมเรือนเ้าค่ะ”
แม้เหตุผลนี้จะไม่น่าเชื่อถือแต่การโยนความผิดให้คนตายเป็เื่ที่น่าสงสัยน้อยที่สุด หากท่านสงสัยก็ไปขุดหลุมศพของแม่นมมาสอบถามสิว่านางได้เงินก้อนนี้มาจากที่ไหน
ดวงตาสีนิลมองหญิงสาวตรงหน้าที่ตอนนี้ยิ้มและพยักหน้าให้ตัวเอง ในใจกำลังเอ่ยชมสมองอันชาญฉลาด โดยไม่รู้สึกผิดที่โยนความผิดให้คนตายเลยแม้แต่น้อย
เฟยหลงจ้องมองหญิงสาวอยู่นานแล้วคลายคิ้วที่ขมวดออก แม้จะมีเื่สงสัยเต็มท้อง แต่ก็ปล่อยเงียบและพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเดินเท้าไปสนามฝึกท่ามกลางการโบกมือลาของหญิงสาวในอาภรณ์ขาวด้านหลัง
นางจะรู้ตัวหรือไม่ว่าตัวเองนับวันยิ่งไม่คล้ายนางกำนัลในวังเลยแม้แต่น้อย แม้คนอื่นในแดนเหนือจะไม่เข้าใจ แต่เขาเข้าใจดีว่านางกำนัลในวังหลวงเข้มงวดมากเพียงใด หากพบเงินทองของมีค่า นางต้องแจ้งเ้านายและมอบเงินให้เ้านายตัดสินใจเท่านั้น
แต่เมื่อนางเป็บ่าวรับใช้ กลับกลายเป็ว่านางเป็คนเสนอต่อเติมเรือนและจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง คล้ายแจ้งให้เขาทราบเท่านั้น หากวันนี้เขาปฏิเสธ นางก็คงมีอีกหลายร้อยเหตุผลมาบอกเขาให้ต่อเติมเรือน ซึ่งเดิมทีเขาก็ไม่ชอบความวุ่นวายอยู่แล้ว หากนางพอใจสิ่งใดก็ทำตามนั้นเถิด
โดยไม่รู้ตัวเขาก็เริ่มตามใจนางเสียแล้วแม้จะรู้จักกันไม่กี่วันก็ตาม ส่งผลให้ในวันข้างหน้าเขาเคยชินกับการทำตามความ้าของหญิงสาว
เมื่อครั้งแรกบอกว่าได้ ครั้งต่อไปเขาก็รู้ว่าหลังจากนางบอกความ้า การที่เขาต้องทำตามจึงกลายเป็เื่ที่ธรรมดามากในสายตาของเว่ยเฟยหลง
แม้ในวันข้างหน้าเขาจะมีลูกน้องนับแสนนับล้าน แต่ความเคยชินกับการตามใจป๋ายฮวากลับไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้เลย รวมทั้งใจของเขาก็ยังรู้สึกดีด้วยที่ได้ตามใจหญิงสาวเช่นนี้