Chat เปลี่ยนโลก

    บทที่ 59


     “นายก็รีบๆบอกมาสิ..ลีลาอยู่ได้” แพรวาพูดพร้อมกับทำหน้าตาไม่สบอารมณ์“หอมแก้มเค้าก่อนซิจ๊ะภรรยาจ๋า.. มา ม๊า” นทีกล่าวออกมา นิ้วชี้ของเขาชี้ไปที่แก้ม พร้อมกับทำหน้ากวนๆ แพรวาที่เห็นดังนั้นก็ยิ่งไม่สบอารมณ์มากขึ้นไปอีก เธอกระทืบเท้าเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างหัวเสียง“รีบๆบอกมาได้แล้ว อย่ามากวนจะได้มั้ย” แพรวาพูด“ก็เธอเล่นถามเหมือนภรรยาถามสามีซะขนาดนั้น.. ถ้าอยากได้คำตอบก็มาหอมแก้มฉันก่อนสิถึงจะถูก อะหรือว่า... หรือว่า..เธออยากให้ฉันหอมแก้มเธอแทนซินะ มา ม๊า..” นทีพูดพร้อมกับเดินเข้าใกล้แพรวามากขึ้นไปเรื่อยๆ ส่วนแพรวาก็ค่อยถอย และหันหลังไป“ไม่เล่นกับนายแล้ว.. จะไปไหนก็ไปเลยไป นั่นมันเรื่องของนาย” เธอรีบวิ่งหนีจากไป และนทีก็ยังกวนบาทาไปอีกเล็กน้อย“ไว้เจอกันที่ห้องนะจ๊ะที่รักจ๋า” เขาพูดออกไปดังอยู่ ผู้คนรอบข้างต่างก็ได้ยินอย่างชัดเจน มันทำให้เธอยิ่งเขินหนักขึ้นไปใหญ่ เมื่อนทีเห็นว่าแพรวาเดินจากไปไกลแล้ว เขาก็ปรับสีหน้าก่อนจะพูดกับตัวเองเบาๆว่า“ตอนนี้เธออยู่ตรงนั้นน่ะดีแล้ว.. อย่ามาเข้าใกล้พวกฉันตอนนี้เลย เธอเป็นเพื่อนไม่กี่คนที่คอยช่วยเหลือฉัน... อยู่ตรงนั้นแหละปลอดภัยดีแล้ว” เขาพูดเสร็จก็เดินขึ้นลิฟท์ไป เพื่อที่จะกลับไปที่ห้องนอนของเข้า ในเวลาเดียวกันนั้นเอง“จะตกใจอะไรกันนักกันหนาล่ะ ท่านประธานาธิบดี.. สิ่งที่คุณรู้มันก็ไม่ใช่ทั้งหมดหรอกนะ นี่ก็แค่ส่วนน้อย” กานต์รุ่นที่เก้าเอ่ยออกมา พร้อมกับจิบชายามสายๆไปอย่างชิวๆ“พวกแกต้องการอะไรกันแน่.. องค์กรตั้งขึ้นมาทำไมกัน” ประธานาธิบดีเอ่ยกล่าวขึ้นมา“มันก็มีเหตุผลอยู่ สำหรับองค์กรของเรา.. แต่ข้าขอถามเจ้าสักนิด เจ้าเชื่อเรื่องเทพเจ้ามากน้อยแค่ไหนกันล่ะ” กานต์พูดต่อ“ฉันเหรอ แน่นอนว่าฉันเป็นคนมีความเชื่อ แต่ก็ไม่ได้เชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ เพียงแต่สิ่งที่พวกคุณแสดงขึ้นมา ทั้งลอยได้ หายตัวได้ มันก็ไม่ได้บ่งบอกว่าเป็นสิ่งที่เหนือธรรมชาติเลยแม้แต่น้อย เทคโนโลยีพวกเจ้าอาจจะดีกว่าเพียงเท่านั้น” ประธานาธิบดีกล่าว“ถ้าอย่างนั้นเอาเป็นแบบนี้ก็แล้วกัน... เบิกวิญญาณ...” ลมที่มาจากไหนก็ไม่สามารถทราบได้เกิดขึ้นบริเวณรอบๆตัวของกานต์ โจนาธาน เจนนิเฟอร์ที่เงียบฟังมานาน เหล่าหน่วยอารักษ์ขา ก็ต่างตกใจกับภาพที่เห็น พายุขนาดย่อมก่อให้เกิดเป็นสตรีนางหนึ่งขึ้นมา น้ำตาของทั้งโจนาธาน และเจนนิเฟอร์ก่อนต่างไหนรินออกมาพร้อมกัน เมื่อได้เห็นหญิงวัยกลางคนตรงหน้า สตรีหมายเลขหนึ่ง!! เหล่าหน่วยอารักษ์ขาเอ่ยขึ้นพร้อมๆกัน พวกเขาจำกันได้ไม่เคยลืม ภารกิจในครั้งก่อน เมื่อหนึ่งปีที่แล้ว อเมริกาถูกโจมตีทั้งทางบก และอากาศที่ทำเนียบขาว ในขณะที่ประธานาธิบดีไปประชุมสภาโลกที่ต่างประเทศ และในขณะนั้นก็มีเพียงเจนนิเฟอร์ และสตรีหมายเลขหนึ่ง ‘เลอล่า แม็กเวล’ อยู่ที่ทำเนียบขาว แต่เหตุการณ์มันช่างแสนจะโชคร้าย ในเหตุการณ์นั้นเธอได้เสียชีวิตลงไป“คุณแม่!!” เธอตะโกนพร้อมกับวิ่งเข้าไปอย่างไม่ลืมหูลืมตา มันเป็นเพราะความคิดถึง ความรู้สึกผิดในตอนนั้น เธอวิ่งเข้าไปหวังจะสวมกอด แต่เธอก็ไม่สามารถทำได้ เพราะสิ่งที่เธอเห็นอยู่ตรงหน้านั้น คือวิญญาณของคนตาย“ลูกแม่... คุณคะ.. ที่ฉันมาอยู่ต่อหน้าพวกคุณได้ เพราะความกรุณาของท่านเทพแห่งความตาย และเทพแห่งนรก และท่านนี้คือท่านกานต์ ยมทูตที่เป็นบริวาลของท่านเทพค่ะ” เธอกล่าวออกมาพร้อมกับรีบพูด เพราะเธอเองก็อยากจะพูดคุยกับครอบครัวของเธอเหมือนกัน จึงรีบๆคุยเรื่องงานให้มันเสร็จๆไป“คุณจริงๆหรือ เลอล่า” โจนาธานเองก็เดินออกไปอย่างละเมอเพ้อฝันเข้าไปหาเธอ เขาไม่ได้ฟังในสิ่งที่เธอพูดออกมาเลยแม้แต่น้อย เขาสนใจเพียงแค่เธอที่อยู่ตรงหน้านี้“ทั้งลูกทั้งคุณเนี้ย.. ฟังที่ฉันพูดก่อนจะได้ไหม เห้อ.. เรื่องส่วนตัวเอาไว้ทีหลัง...ฟัง” เธอตะโกนออกมาเสียงดังพอประมาณ และมันทำให้ทั้งโจนาธาน และเจนนิเฟอร์มั่นใจเลยว่านี้คือเลอล่าอย่างแน่นอน ด้วยลักษณะนิสัยที่เป็นอย่างนี้ มันเป็นเอกลักษณะเฉพาะตัวที่ไม่มีใครสามารถเลียนแบบได้จริงๆ“ครับ/ค่ะ” ทั้งสองตอบออกมาอย่างหงอยๆ ก่อนจะนั่งลงกับเก้าอี้ของใครของมัน“ต้องขออภัยท่านกานต์รุ่นที่ 9 ด้วยเจ้าค่ะ ตามข้อตกลงกับท่านเจ้าแห่งนรก ข้ามีเวลาเพียงเท่านั้น โปรดรีบเข้าเรื่องเถอะเจ้าค่ะ ข้าเองก็มีเรื่องที่จะต้องพูดกับครอบครัว และใช้เวลานี้อย่างมีคุณค่า” เธอโค้งและกล่าวกับกานต์อย่างสุภาพ“ข้าว่าข้าชอบเจ้านะ เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ข้าจะแถมของวิเศษให้กับเจ้าด้วยเป็นไง... ในหนึ่งชั่วโมงนี้เจ้าสามารถอยู่กับครอบครัวได้ โดยที่พวกเจ้าสามารถสวมกอดกันได้ สัมผัสกันได้.. แต่ก่อนหน้านั้น ข้าขอเวลาสัก 5 นาทีก็แล้วกัน”กานต์หยิบขวดแก้วใสขึ้นมาจากกระเป๋าของตัวเอง ก่อนจะเปิดฝาขวดแล้ว สะบัดน้ำในขวดไปทางเลอล่า แสงสีฟ้าส่องสว่างไปทั่วทั้งบริเวณ บุคคลที่อยู่ ณ ที่ตรงนั้นก็ต่างตกตลึง และรีบนำมือยกขึ้นมาที่ใบหน้า เพื่อกันแสงจ้าสว่างนั้น“หามิได้เจ้าค่ะ เชิญท่านใช้เวลาขอท่านให้เต็มที่ ข้าขอเพียงแค่เวลาส่วนน้อยที่ท่านจะกรุณาให้กับข้า.. และต้องขอขอบพระคุณท่านกานต์เป็นอย่างมากที่กรุณา” เธอโค้งลงอีกครั้ง ก่อนจะลอยตัวไปอยู่หลังของโจนาธาน และเจนนิเฟอร์ เธอเอามือวางไว้บนไหล่ของทั้งสอง ในขณะเดียวกันทั้งสองเองก็นำมือไปวางไว้ พวกเขาต้องการที่จะคุยกันให้จบอย่างเร็วที่สุด จึงตั้งใจจะฟังสิ่งที่กานต์จะพูด“นี่ไม่ใช่เรื่องขอร้อง ไม่ใช่คำแนะนำ ไม่ใช่สิ่งที่ต้องถาม แต่เป็นคำสั่ง.. ท่านเจนนิเฟอร์ ท่านคือบุตรีแห่งเทพ แน่นอนว่าท่านมีภารกิจอันใหญ่ยิ่ง และท่านจะต้องไปกลับพวกเราเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านและคนรอบข้าง” กานต์ที่หันไปคุยกับเจนเฟอร์ เมื่อพูดจบเขาก็หันมาชี้ไปทางโจนาธาน และก็สั่ง“ส่วนท่านประธานาธิบดีคุณจะต้องมาอยู่ภายใต้คำสั่งองค์กรเนเมสันของพวกเรา เพื่อประโยชน์ของโลกในอนาคต เมื่อพวกเจ้าทั้งหมดทำพันธะสัญญาวิญญาณกับเราแล้ว ถึงตอนนั้นก็ค่อยมารับทราบข้อมูลเพิ่มเติมก็แล้วกัน”เมื่อทั้งสองได้ยินดังนั้นก็เริ่มขมวดคิ้ว ว่านี้มันเรื่องอะไรกัน แต่ในตอนนั้นก็มีแรงบีบมาจากเลอล่า ซึ่งพวกเขาพอจะรับรู้ได้ว่านี่มันคือเรื่องจริง แม้จะยังมีข้อสงสัยที่มากมาย แต่เรื่องนั้นเอาไว้ถามที่หลังก็ยังไม่สายอะไร พวกเขาจึงพยักหน้า และเอ่ยตอบรับไปก่อน“เอาล่ะ ข้าจะให้คนไปรับตัวท่านเจนนิเฟอร์ในอีก 2 ชั่วโมงข้างหน้า หวังว่าพวกเจ้าจะใช้เวลากันอย่างมีคุณค่า.. แป๊ป” กานต์พูดจบเขาก็ปรบมือครั้งหนึ่ง ก่อนที่ทุกๆอย่างจะกลับมาสงบดังเดิมอีกครั้ง ยมทูตนับร้อยนับพันเองก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย ตอนนี้เหลือแค่เพียงโจนาธาน เจนนิเฟอร์ เลอล่า หน่วยอารักษ์ขา และกานต์ที่กำลังจะหายตัวไป“เกือบจะลืมไปแล้ว มีแต่พวกเจ้าเท่านั้นที่มองเห็นเลอล่า ข้าไปล่ะ” จากนั้นเขาก็วาร์ปหายไปต่อหน้าต่อตาของทุกคนที่อยู่ตรงนั้น“ขอบพระคุณในความกรุณาของท่านด้วยเจ้าค่ะ” แน่นอนว่ามันเป็นเสียงของเลอล่าที่เอ่ยปิดท้าย ก่อนที่เธอจะหันมาพูดกับครอบครัวของเธอว่า.....