(The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    มาทำความเข้าใจต่อเรื่องราวก่อนเริ่มบทใหม่กัน


    ตระกูลหยางนั้นถูกนับว่าเป็นหนึ่ง ในห้าตระกูลใหญ่ของเมืองฟ้าอำพัน อีกทั้งยังมีอีกสี่ตระกูลใหญ่อันประกอบไปด้วยตระกูลกู่ ตระกูลโจว ตระกูลอี้ และตระกูลเจิ้ง 

     

    เมืองฟ้าอำพันนั้นไม่ได้ถูกปกครองโดยเจ้าเมืองหรือชนชั้นจากราชวงศ์ใดใด แต่มันถูกปกครองโดยห้าตระกูลใหญ่ที่ทำการแบ่งเขตกันอย่างชัดเจนในพื้นที่ของเมือง อีกทั้งเมืองฟ้าอำพันยังถูกนับเป็นเพียงเมืองบริเวณรอบนอกเท่านั้นหรือถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าเมืองเล็กอันห่างไกล มันจึงไม่มีความจำเป็นที่ทางราชวงศ์จะแต่งตั้งผู้คนระดับสูงมาเป็นเจ้าเมืองหรือกระทั่งสร้างพรรคขึ้นเพื่อตัวตนอย่างเมืองรอบนอกเช่นนี้

     

     

    แท้จริงแล้วเมืองรอบนอกของแต่ละอาณาจักรนั้นมีอยู่อย่างเยอะแยะมากมายอย่างมาก เมืองวารีหวนที่ใกล้เมืองฟ้าอำพันที่สุดก็ถูกนับว่าเป็นเมืองรอบนอกเข่นกัน  ทั้งดินแดนแต่ละดินแดนนั้นแบ่งชั้นเมืองออกเป็น เมืองขั้นรอบนอกคือดินแดนอันห่างไกลความเจริญที่สุด ดินแดนส่วนกลาง ดินแดนส่วนใน และดินแดนเมืองหลวงอันเป็นพื้นที่แห่งราชวงศ์

     

    แน่นอนว่ายังคงมีพรรคระดับสูงบางพรรคที่มีพื้นที่เป็นของและกินแดนเป็นของตนเอง เช่นพรรคเหมันต์นิรันดร์อันตั้งอยู่ในเขตแดนเหนือสุดแห่งแดนแห่งน่านสมุทร แท้จริงดินแดนแทบนี้นับว่าเป็นดินแดนรอบนอกอย่างหนึ่ง หากแต่รอบข้างไม่ได้มีเมืองของผู้คนเช่นนเมืองฟ้าอำพัน ทั้งพรรคเหมันต์นิรันดร์นั้นยังปกครองพื้นที่อาณาเขตของพรรคทั้งหมดด้วยตนเองหากแต่ขนาดของมันนั้นยังอาจนับว่าใหญ่โตกว่าเมืองฟ้าอำพันอย่างเทียบกันไม่ติด แม้จะอยู่เขตรอบนอกแต่ความแข็งแกร่งนั้นกลับไม่เป็นรองเมืองหลวงเลย อาจบางทีจะมากกว่าเสียด้วยซ้ำ  หากแต่ก็ยังต้องส่งเครื่องบรรณาการต่อเมืองหลวงทุกปีเช่นกันและยังถูกนับว่าเป็นหนึ่งในพรรคของดินแดนแห่งน่านสมุทรเช่นกัน 

     

    อาณาจักรนั้นประกอบไปด้วยกันห้าอาณาจักร หากแต่พวกมันหาใช่จุดสูงสุดไม่ ตัวตนที่เป็นดั่งพระเจ้าแท้จริงกลับคือสามแดนราชันย์อย่างแดนราชันย์สยบมังกรแดนราชันย์ศักดิสิทธิ์ และ แดนเร้นลับบรรพกาล ทั้งสามแดนนี้ชัดเจนแล้วว่ามันมีพื้นที่อย่างสันโดษอีกทั้งห้าอาณาจักรก็ยังต้องคอยส่งเครื่องบรรณาการไปให้ดินแดนเหล่านี้ปีละครั้งเช่นกัน  ทั้งห้าอาณาจักรและสามแดนราชันรวมถึงน่านน้ำทะเลทั้งหมดนี้จะถูกเรียกว่าทวีปบรรพกาลศักดิ์สิทธิ์

     

    การฝึกตนในโลกแห่งยุุทธ์มีการแบ่งแยกอยู่มากมายเช่นผู้ฝึกยุทธ์ลมปราณนั้นถูกแบ่งขั้นละ9ระดับ อีกทังแต่ละขั้นนั้นประกอบไปด้วย ขั้นปราณแรกกำเนิด ขั้นหลอมรวมปราน ขั้นปราณสยบพิภพ ขั้นปราณสยบนภา ขั้นปราณหนทางแห่งราชัน ขั้นปราณราชันย์ ขั้นปราณจักรพรรดิ ขั้นปราณจ้าวราชันย์จักรพรรดิ ขั้นปราณพิชิตสรรพสิ่ง 

     อีกทั้งยังมีผู้ฝึกฝนแขนงอื่นเช่น ผู้หลอมสร้างยุทธ์ภัณฑ์ ,ผู้หลอมสร้างอาคม , แพทย์โอสถ ทั้งสามสิ่งนี้ถูกแบ่งขั้นไว้อันประกอบด้วยขั้นหลอมรวมขั้นผู้ชำนาญ ขั้นปรมาจารย์ ขั้นราชันย์ และแบ่งระดับได้เป็นระดับพื้นฐาน กึ่งกลาง และถ่องแท้

     

    ระดับทักษะในการฝึกยุทธ์ทั้งหมดจะมีหลายระดับเช่นกันโดยระดับทักษะที่เคยได้เขียนไว้ว่าเป็นทักษะขั้นต่ำระดับสูงนั้นทางผู้เขียนจะจะขอเปลี่ยนเป็นทักษะขั้นทั่วไประดับสูง ขอให้ผู้อ่านที่น่ารักทุกท่านโปรดเปลี่ยนแปลงความจำตนเองใหม่เพื่อความไม่สับสนในอนาคต

     

    ระดับทักษะถูกจำแนกได้ดังนี้

    ทักษะขั้นทั่วไป ทักษะขั้นผืนพสุธา ทักษะขั้นผืนนภา ทักษะขั้นราชันย์ ทักษะขั้นจักรพรรดิ ทักษะขั้นพิชิตสงคราม แน่นอนว่าทักษะพวกนี้ถูกแบ่งอีกสามระดับต่อหนึ่งขั้นนั่นคือระดับต่ำ ระดับกลาง และระดับสูง

     

    —————-

     

    พลังและความสามารถของเด็กน้อยหยางเทียนในวัยอายุสิบสองปี

     

    เส้นลมปราณเทพมารเทวะอสูรบรรพกาล

    รากแห่งพลังแสงสีขาว “มารเทวะกลบฟ้า” มันเป็นตัวตนหนึ่งที่ฝืนกฎเกณฑ์แห่งสวรรค์อย่างยิ่ง เนื่องด้วยมันสามารถยืดขยายเส้นลมปราณของคนผู้หนึ่งได้มากถึงสิบเท่าจากลมปราณปกติ ทั้งยังไม่ต้องเปิดใช้ออกด้วยพลังปราณใดใด เป็นดั่งสภาวะที่ติดตัวของผู้ใช้ที่ครอบครองมัน ท่วงท่ากลืนสวรรค์ เป็นเคล็ดวิชาที่มากับรากแห่งพลังแสงสีขาว “ มารเทวะกลบฟ้า “ในเส้นลมปราณเทพมารเทวะอสูรบรรพกาล ทั้งเคล็ดวิชานี้ยังส่งผลให้ผู้ที่ใช้สามารถฝืนรั้งดึงมวลกลิ่นอายแห่งสรรพธาตุของฟ้าและดินมาเพื่อสร้างออกเป็นสรรพอาวุธลมปราณ คล้ายดั่งวิชาจำพวกสร้างอาวุธจากลมปราณประเภทหนึ่ง หากแต่มันกลับแตกต่างตรงที่สรรพอาวุธจากท่วงท่ากลืนสวรรค์นั้นจะผสมไปด้วยกลิ่นอายแห่งฟ้าและดินอันลึกล้ำและทรงพลังอย่างที่สุด ทั้งเคล็ดวิชานี้ยังสามารถนำกลิ่นอายแห่งฟ้าและดินมาผสมกับเคล็ดวิชาแห่งธาตุต่างๆเพื่อเกื้อหนุนพลังให้มากขึ้นได้อีกด้วย

     

    หนึ่งกระบี่สบั้นสมุทร ทักษะขั้นทั้วไประดับสูง เป็นหนึ่งในทักษะวารีธาตุที่รุนแรงที่สุดของตระกูลหยางใช้ออกด้วยการเคลื่อนลมปราณลักษณ์แห่งธาตุน้ำเข้ามาครอบคลุมที่ตัวกระบี่เพื่อเพิ่มความรุนแรงในการปล่อยออกอย่างมหาศาล ทั้งยังเป็นทักษะในการใช้ปะทะกับผู้คนจำนวนมากได้ดีประเภทหนึ่ง

    ดัชนีชี้ตะวัน ทักษะขั้นทั่วไประดับสูง เป็นทักษะอัคคีธาตสายหนึ่ง ใช้ออกการรวมพลังลักษณ์แห่งอัคคีธาตุไว้ที่ปลายนิ้วมือก่อนปล่อยเปลวเพลิงสายหนึ่งออกไปด้วยความรวดเร็ว ทั้งยังเป็นทักษะประเภทสังหารสายหนึ่ง

    ท่าร่างวารีคล้อย ทักษะขั้นทั่วไประดับกลาง รูปแบบท่าร่างเสริมความรวดเร็วประเภทหนึ่งมีทั้งหมดสามขั้นด้วยกัน หากแต่ขั้นสุดท้ายก้าวผ่านสมุทร หากบรรลุได้ ความเร็วจะเพิ่มขึ้นจนสองขั้นแรกเทียบไม่ติดฝุ่น ทั้งมันยังแทบได้กับความเร็วของทักษะขั้นทั่วไประดับสูงได้ทีเดียว

    ลมปราณโคจรสมุทร ทักษะขั้นทั้วไประดับกลาง ใช้ออกเพื่อสัมผัสกับละกษณ์แห่งวารีธาตุสำหรับสร้างออกด้วยธาตุน้ำในการครอบคลุมร่างกาย

    ทักษะด้านการรักษาของหยางเทียนตอนนี้กล่าวว่าสามารถรักษาได้ด้วยอาการทั่วไปทั้งหมดกระท่งอาการบาดเจ็บภายในจากเส้นลมปราณของผู้หนึ่งหากไม่สาหัสเกิดไปและมีวัตถุดิบในการปรุงโอสถรักษาเพียงพอย่อมไม่คณามือเด็กน้อยในยามนี้

    ทักษะด้านการปรุงโอสถ ของหยางเทียนยามนี้ชัดเจนว่าเหนือล้ำกว่าผู้เป็นอาจารย์มันในเรื่องของการควบคุมไฟในการกลั่นโอสถอย่างเทียบกันไม่ติดเนื่องด้วยเด็กน้อยครอบครองเส้นลมปราณเทพมารเทวะอสูรบรรพอันเป็นสิ่งที่ทำให้ควบคุมสรรพธาตุได้ชนิดที่ว่าคล่องแคล่วกว่ากายเคลื่อนบังคับมือของตนเองเสียอีกส่งผลให้การปรุงโอสถที่ต้องใช้ออกด้วยอัคคีธาตุนั้นกับเป็นเรื่องง่ายต่อหยางเทียนอย่างที่สุด

    พรสวรรค์แสงแรกแห่งดวงตะวันส่งผลให้หยางเทียนมีความจดจำทั้งยังผนวกกับความเข้าใจในทักษะต่างๆได้อย่างรวดเร็วชนิดที่ว่าบุคคลที่เรียกตนเองว่าอัจฉริยะยังดูคล้ายดั่งบุคคลทั่วไปเมื่อเทียบกับหยางเทียน

     

    ลักษณ์แห่งวารีธาตุอันบริสุทธิ์และลึกล้ำจากไขกระดูกสันหลังของหยางเทียน ????????????
    เทพสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์สยบเทวะล้างหมู่มาร
    ( 1 ใน 10 เทวะสวรรค์ศักดิ์ )  ????????????

    ฉีอินเทียน ( กิเลนฟ้าทมิฬ ) ????????????