“แย่แล้วคุณหนูเสวี่ยจู๋ฆ่าตัวตายแล้ว”
หลังจากกล่าวจบก็ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องหลินเสวี่ยจู๋ลืมตาขึ้นอย่างกะทันหัน ก่อนจะส่งจิตสำนึกเข้าไปตรวจสอบมิติของตนเอง
มิติยังอยู่
นางลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ผิดที่หยกแท้ๆ
นางต้องเผชิญกับการถูกไล่สังหารเพราะมิตินี้ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งทำให้ระยะนี้นางเต็มไปด้วยความวิตกกังวล ่หลังนางไม่แม้แต่จะออกไปข้างนอกทำได้เพียงเล่นเกมและอ่านนิยายเพื่อฆ่าเวลา
ขณะที่นางกำลังยินดี ประตูห้องก็ถูกเปิดออกแม่นางผู้หนึ่งในชุดโบราณเดินเข้ามา
แม่นางผู้นั้นมองนาง ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยราวกับกำลังมีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่น “น้องหญิงเสวี่ยจู๋ เ้ายังไม่ตาย”
เมื่อได้ยินชื่อนี้หลินเสวี่ยจู๋ก็นิ่งงันไปชั่วขณะ
นางพยายามย้อนความทรงจำจำได้ว่านี่คือชื่อของตัวประกอบหญิงในนิยายน้ำเน่าเื่ ‘หลังจากฆ่าพี่ชายเพื่อขึ้นครองบัลลังก์ทรราชก็ไล่ตามง้องอนชายาอย่างบ้าคลั่ง’ ที่ตนเองกำลังอ่านอยู่
อีกทั้งชื่อนี้ยังเป็ชื่อที่นางส่งเข้าประกวดในกระทู้เกี่ยวกับนิยายเื่นี้อีกด้วยจึงมีความประทับใจที่ลึกซึ้งเป็พิเศษ
นี่หมายความว่านางทะลุมิติเข้ามาในนิยายอย่างนั้นหรือ?
นางจำได้ว่าเนื้อเื่ในส่วนนี้คือ ฮูหยินผู้เฒ่าบีบบังคับให้หลินเสวี่ยจู๋หย่าร้างกับเซียงอ๋องหลินเสวี่ยจู๋จึงแสร้งทำเป็แขวนคอ ทำให้สามารถรักษาสถานะพระชายาเซียงอ๋องเอาไว้ได้
เฮอะ ตอนนี้นางกลับอยู่ในร่างของตัวประกอบที่ชอบทำตัวมีปัญหาเสียแล้ว
“หลินเสวี่ยหลาน?” หลินเสวี่ยจู๋หยั่งเชิง
แม่นางผู้นี้คงจะเป็คุณหนูใหญ่สกุลหลิน นางเป็นางเอกในนิยายทั้งยังเป็ลูกพี่ลูกน้องของร่างนี้ด้วย
หลินเสวี่ยหลานมองนางอย่างดูแคลน ก่อนจะนั่งลงที่โต๊ะอย่างสบายอารมณ์แล้วรินชาให้ตนเองถ้วยหนึ่ง
เนิ่นนานก่อนจะเปิดปากพูดด้วยท่าทีสูงส่ง “ท่านย่าให้ข้ามาถ่ายทอดคำพูดแก่เ้าตอนนี้เซียงอ๋องถูกกล่าวหาว่าก่อฏ ในเมื่อเ้าไม่เต็มใจที่จะหย่ากับเขาก็ตัดความสัมพันธ์กับสกุลหลินของข้าเสีย”
บทพูดนี้ไม่ผิดเพี้ยนไปจากในนิยายเลยสักนิด
เพียงแต่หลินเสวี่ยหลานที่ในนิยายเปรียบได้กับดอกบัวขาวแสนบริสุทธิ์จะไม่แสดงท่าทางเช่นนี้ออกมาเป็อันขาด
หลินเสวี่ยจู๋ยกมุมปากเป็รอยยิ้มหยัน นางลุกขึ้นนั่งบนเตียงยื่นมือไปนวดลำคอที่เจ็บจากการแสร้งแขวนคอ ก่อนจะกล่าวด้วยท่าทีหยอกล้อ “หากจะให้ตัดความสัมพันธ์ย่อมเป็อีกราคาหนึ่งเ้ากลับไปหารือกับฮูหยินผู้เฒ่าก่อนดีหรือไม่?”
เมื่อเห็นอีกฝ่ายมีท่าทางราวกับหมูตายไม่กลัวน้ำร้อนลวกหลินเสวี่ยหลานก็เดือดดาล นางตบโต๊ะแล้วลุกขึ้นยืน “หลินเสวี่ยจู๋ เ้าอย่าทำตัวหน้าไม่อายหน่อยเลย!ตอนแรกเพื่อที่จะแย่งข้า เ้าถึงขั้นปีนขึ้นเตียงของเซียงอ๋องตอนนี้เ้ากรรมตามสนอง ยังต้องให้พวกเราถูกกลบฝังไปกับเ้าด้วยหรือ?”
“แล้วอย่างไรเล่า?” หลินเสวี่ยจู๋ถามกลับอย่างเ็า “ในสกุลนี้คนที่เป็ขุนนางรับเบี้ยหวัดก็คือบิดาข้าพวกเ้าที่เป็ทายาทสายตรงล้วนพึ่งพาบิดาข้า ทั้งยังไม่ทำอันใด ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายเสมอมาตอนนี้เซียงอ๋องถูกกล่าวหาว่าก่อฏ ฮ่องเต้ตัดสินพระทัยอย่างไรก็ยังไม่ทราบ ทว่าพวกเ้ากลับรีบร้อนที่จะตัดความสัมพันธ์กับข้าช่างเป็การคิดคำนวณที่ดีเสียจริง”
คำพูดของหลินเสวี่ยจู๋ทิ่มแทงความหยิ่งในศักดิ์ศรีของหลินเสวี่ยหลานทันที
บิดานางมีฐานะเป็บุตรชายคนโตของจวนสกุลหลิน จะไม่โดดเด่นก็แล้วไปเถิดทว่าบุตรชายที่ท่านปู่เลี้ยงดูไว้ข้างนอกดันก้าวหน้าอายุสามสิบกว่าก็เป็ถึงขุนนางขั้นห้าแล้ว
เมื่อเปรียบเทียบบุตรชายทั้งสองคน ย่อมหมายความว่าผู้ที่เสียหน้าคือทายาทสายตรง
นอกจากนี้ เมื่อปีนั้นเซียงอ๋องประสบความสำเร็จั้แ่อายุยังน้อยรูปลักษณ์ก็หล่อเหลาสง่างาม จึงได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้องค์ก่อนไม่น้อย
เดิมทีท่านย่าคิดที่จะพึ่งพาร่มเงาของท่านปู่ด้วยการให้นางแต่งเข้าจวนเซียงอ๋องเพื่อกอบกู้สถานการณ์ของทายาทสายตรงไม่คาดคิดว่าจะถูกนางแพศยาหลินเสวี่ยจู๋ตัดหน้า ใช้แผนทำลายความบริสุทธิ์ของตนเองเพื่อที่จะได้แต่งงานกับเซียงอ๋อง
์รู้ดีว่านางเกลียดชังอีกฝ่ายมากเพียงใด!
ตอนนี้เกิดเื่กับเซียงอ๋องแล้วนางแพศยาก็ต้องโชคร้ายตามไปด้วย ในที่สุดนางก็จะได้หัวเราะเยาะเสียที แต่นางแพศยาที่ใกล้จะตายผู้นี้ยังกล้ากำเริบเสิบสานต่อหน้านาง!
เมื่อคิดถึงตรงนี้ หลินเสวี่ยหลานก็คว้าถ้วยชาขึ้นมาแล้วสาดน้ำชาร้อนๆ ไปที่ใบหน้าของหลินเสวี่ยจู๋
หลินเสวี่ยจู๋ตอบสนองรวดเร็วอย่างยิ่ง นางเบี่ยงตัวหลบแล้วคว้าหมอนขว้างออกไป
หลินเสวี่ยหลานถูกหมอนกระแทกจนล้มลงกับพื้นเนิ่นนานกว่าจะได้สติกลับมา
นางกุมใบหน้าที่ปวดแสบปวดร้อน พลางถลึงตาใส่หลินเสวี่ยจู๋อย่างโเี้ “ในเมื่อเ้าฆ่าตัวตายเหตุใดถึงไม่ตายไปเสีย!”
หลินเสวี่ยจู๋เมินคำพูดหยาบคายของนาง แล้วเดินข้ามนางไปเพราะเห็นว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะต่อปากต่อคำ
หากนางจำไม่ผิดละก็ วันนี้คือวันที่เซียงอ๋องจะกลับเมืองหลวงฮ่องเต้องค์ใหม่จะส่งคนไปรอที่จวนเซียงอ๋องล่วงหน้าแล้วพานางเข้างานเลี้ยงในฐานะตัวประกัน
จากนั้นฮ่องเต้องค์ใหม่จะลงมือสืบสวน แล้วพบอาวุธที่ถูกเตรียมไว้ก่อนหน้านี้ในคลังใต้ดินของจวนเซียงอ๋องอันเป็หลักฐานที่ยืนยันถึงการฏ
เซียงอ๋องจะถูกจับตัวหลังเข้าวังฮ่องเต้องค์ใหม่เลี่ยงที่จะมอบโทษตายแก่เขาเพื่อแสดงความเมตตา จึงตัดสินให้ยึดทรัพย์สินและเนรเทศแทนซึ่งสกุลหลินก็ติดร่างแหไปด้วย
สำหรับเื่ที่ว่าอาวุธเข้ามาอยู่ในคลังใต้ดินของจวนเซียงอ๋องได้อย่างไรนั้นนั่นต้องถามหลินเสวี่ยจู๋ผู้ลุ่มหลงมัวเมาในความรักแล้ว
วันที่ตัวโง่งมผู้นี้แต่งงานกับเซียงอ๋อง ตอนนั้นสามีสวมชุดเกราะออกไปทำศึกไม่ได้ร่วมหอด้วย นางจึงอารมณ์เสียตลอดเวลา กิจภายในจวนเซียงอ๋องนางก็คร้านที่จะดูแลจึงหนีกลับมาที่จวนสกุลหลิน
เมื่อข่าวชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่จากชายแดนเหนือส่งมาถึงฮ่องเต้องค์ใหม่ก็ตกรางวัลให้จวนเซียงอ๋องอย่างหนัก ทว่าข้างในรางวัลเ่าั้ล้วนซ่อนไว้ด้วยอาวุธ
ตัวโง่งมไม่แม้แต่จะตรวจสอบ สั่งให้คนยกเข้าไปในคลังใต้ดินทันที
ช่างเป็ผู้เชี่ยวชาญในการหาเื่ให้สามีเสียจริง
ตอนที่หลินเสวี่ยจู๋อ่านเนื้อหา่นี้ นางได้แต่ด่าทอตัวโง่งมผู้นี้อยู่ในใจไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าตนเองจะต้องมาแก้ปัญหาให้
หลินเสวี่ยจู๋นั่งรถม้ากลับจวนเซียงอ๋องทันที
เมื่อถึงจวนก็ไล่บ่าวรับใช้ออกไปจนหมด แล้วถือกุญแจไปที่คลังใต้ดินเพียงลำพัง
เซียงอ๋องหยวนซิวทำศึกอยู่ข้างนอกมาหลายปีน้อยครั้งที่จะสานสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจในเมืองหลวง ด้วยเหตุนี้ ของส่วนใหญ่ในคลังใต้ดินจึงเป็รางวัลจากการทำความดีความชอบ
หลินเสวี่ยจู๋เปิดหีบหลายใบที่อยู่ด้านนอกสุด
เมื่อกวาดเอาเพชรนิลจินดาออก ก็เผยให้เห็นดาบ หอกกระบี่ และง้าวที่เปล่งแสงเย็นเยียบ
เป็อย่างที่คิดทั้งหมดนี้คือฝีมือของฮ่องเต้องค์ใหม่ ใช้ประโยชน์จากพระอนุชาของตนเองให้ยุติาที่ชายแดนเหนือก่อนจากนั้นค่อยกำจัดเขาด้วยโทษฏ ถือเป็การยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ช่างวางแผนได้แยบยลนัก
หลินเสวี่ยจู๋ไม่พูดพร่ำทำเพลง นางย้ายอาวุธทั้งหมดเข้าไปในมิติ
สำหรับของมีค่าอื่นๆยังต้องทิ้งไว้ในคลังใต้ดินไปก่อน ทำทีว่าไม่เคยถูกแตะต้อง เช่นนี้ถึงจะทำให้ฮ่องเต้องค์ใหม่น้ำท่วมปากและงุนงง
หลินเสวี่ยจู๋ทำทั้งหมดนี้เสร็จก็หมุนตัวจากไปอย่างไม่เปิดเผยความดีความชอบ
นางกลับไปที่เรือนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทันทีที่นั่งลงและคิดจะดื่มชาสักถ้วย ก็เห็นว่ามีสาวใช้วิ่งเหยาะๆ มารายงาน
“พระชายาเพคะ คนจากในวังมาแจ้งว่าฝ่าาทรงคิดที่จะจัดงานเลี้ยงเพื่อเฉลิมฉลองให้ท่านอ๋องของพวกเราที่ได้รับชัยชนะฮองเฮาทรงเชิญท่านไปร่วมงานด้วยเพคะ” ใบหน้าของสาวใช้เต็มไปด้วยความยินดียิ้มไม่หุบ
“เปลี่ยนเสื้อผ้าเถิด”
หลินเสวี่ยจู๋มีท่าทีเฉยเมย นางเปลี่ยนเป็ชุดฝ่ายในโดยมีสาวใช้คอยปรนนิบัติจากนั้นก็เดินออกจากจวนเซียงอ๋องอย่างสง่างาม
ผู้ที่มารับนางคือขันทีของตำหนักฮองเฮา เรียกได้ว่าฮ่องเต้และฮองเฮาให้เกียรตินางอยู่หลายส่วน
“พระชายาเซียงอ๋อง เชิญ” ขันทีกล่าวพลางโค้งคำนับ
หลินเสวี่ยจู๋กวาดตามองเขา แล้วมุดเข้าไปในรถม้าอย่างหยิ่งยโสตามนิสัยของตัวละครนี้ในนิยาย
ไร้คำพูดคุยตลอดทาง
จนกระทั่งมาถึงตำหนักเฟิ่งอี๋ของฮองเฮา หลินเสวี่ยจู๋ก็เห็นว่าบรรดาสตรีสูงศักดิ์ในเมืองหลวงมากันหมดแล้วนางอดไม่ได้ที่จะลอบถอนหายใจ ช่างเอิกเกริกเสียจริง
เมื่อเห็นหลินเสวี่ยจู๋มาแล้ว ทุกคนก็หยุดหัวเราะ พลางทยอยลุกขึ้นพูดแสดงความยินดี
แม้ว่าพวกนางจะรู้ว่าเซียงอ๋องถูกกล่าวหาว่าก่อฏแต่เนื่องจากฮ่องเต้องค์ใหม่ยังไม่ตรัสถึงเื่นี้พวกนางจึงคิดว่าฝ่าามีพระประสงค์ที่จะปกป้องพระอนุชาของตนเอง เช่นนั้นบุคคลที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดในตอนนี้ก็คือเซียงอ๋องที่กำลังเดินทางกลับเมืองหลวง
การที่พวกนางเอาอกเอาใจพระชายาเซียงอ๋องนับว่าเป็การสานสัมพันธ์ให้สกุลของตนเองด้วย
หลินเสวี่ยจู๋กล่าวทักทายไม่กี่ประโยคอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวตามนิสัยของตัวละครแล้วไปนั่งร่วมกับทุกคน
.............................