นางกำนัลถูกสั่งให้มารับใช้หลันหลันที่ตอนนี้ถูกย้ายมาห้องปีกขวาของตำหนักองค์ฮ่องเต้แม้จะมิพบบุรุษในชุดสีทองอีกเลยแต่ฮู่กงกงได้เข้ามาเยี่ยมและสอบถามอาการของหลันหลันในทุกวันโดยมีองค์ชายแปดหยางจี้ที่มานอนเฝ้าทุกคืนหลังเสร็จจากการเรียน
“หลันหลันอาการเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”
“ดีขึ้นมากแล้วคาดว่าพรุ่งนี้ก็คงตัดไหมที่เจ้าเย็บได้”
เด็กชายที่นอนอยู่ด้านล่างเตียงหันหน้ามามองเด็กหญิงที่นอนอยู่บนเตียงนั้นด้วยแววตาที่อ่อนโยน
“เจ้ายังเจ็บแผลอยู่ไหม”
“ไม่แล้วแผลด้านหน้าเจ้าเย็บได้สวยงามมาก ตอนนี้มิทิ้งรอยรอยแผลเป็นแม้สักน้อยส่วนรอยแผลเป็นรูปสายฟ้าด้านหลังก็เป็นเอกลักษณ์ดี มิเป็นก้อนเนื้อน่าเกลียด”
“คะ..คือข้าตั้งให้ให้เป็นรูปดาว แต่ดูเหมือนฝีมือข้าคงไม่ถึง ถึงได้....กลายเป็นรูปสายฟ้า”
“เจ้ามิชอบสายฟ้าหรือ”
“มิใช่มิชอบเพียงแต่....ข้ากลัวเจ้ามิชอบมากกว่า”
“ข้าชอบมากเลยล่ะแล้วอีกอย่าง เรื่องนี้ก็มีเพียงเจ้าและข้าเท่านั้นที่รู้มิใช่หรือ”
หลันหลันส่งยิ้มหวานไปทางหยางจี้ก่อนจะผลอยหลับไปเด็กชายยังคงลืมตาในความมืด ‘ข้ากับนางมีความลับร่วมกันอีกเรื่องแล้ว ช่างดีจริง ๆ’ หยางจี้ค่อย ๆขยับกายไปใกล้เตียงหลันหลันก่อนจะยื่นมือไปจับมือของเด็กหญิงไว้แล้วจึงค่อย ๆหลับตาของตนก่อนจะผลอยหลับไปเช่นกัน
ห่างออกไปเจ้าของตำหนักองค์ชายสามว้าวุ่นอยู่ไม่น้อยเด็กหนุ่มรู้สึกกังวลเรื่องเจ้าของกลิ่นดอกบัวแต่กลับไม่สามารถเผยตัวหรือไปเยี่ยมนางได้ทำได้เพียงแค่ให้ขันทีกู่ไปตามสืบมาเท่านั้น
“หลันหลันเป็นอย่างไรบ้าง”
“ทูลองค์ชายดูเหมือนตอนนี้นางจะดีขึ้นมากแล้วพะยะค่ะองค์ฮ่องเต้ให้นางกำนัลดูแลรวมถึงฮู่กงกงมาได้มาเยี่ยมเยียนอยู่ตลอดอีกทั้งยังมีองค์ชายแปดหยางจี้นอนเฝ้า...ทุกคืน”
“ข้ารู้แล้ว!”
เด็กหนุ่มเหม่อมองไปทางที่ตำหนักองค์ฮ่องเต้ตั้งอยู่อย่างใจลอย‘หากคนที่นอนเฝ้านางเป็นข้าหากข้าพบนางก่อนน้องแปดจะดีสักเพียงใดนะ’ แม้ลึก ๆจะรู้สึกอิจฉาองค์ชายแปดหยางจี้อยู่ไม่น้อยแต่หยางหยวนเองก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากรอฟังข่าวอยู่ที่ตำหนักเท่านั้น
“อาการขององค์ชายเป็นอย่างไรบ้างพะยะค่ะ”
“รู้สึกว่ายาที่หลันหลันให้นั้นจะทำให้ข้ารู้สึกสบายตัวขึ้นมากแต่การป่วยมานานเมื่อถูกรักษาจนหายดีแล้วยังต้องแกล้งป่วยเช่นนี้มันทำให้ข้ารู้สึกทรมานอยู่มากทีเดียว”
“หากยังไม่รู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้องค์ชายก็ยังไม่สามารถจะเปิดเผยว่าทรงหายได้นะพะยะค่ะ”
“เรื่องนั้นข้ารู้แล้ว”
เด็กหนุ่มเดินไปทางหน้าต่างก่อนจะเหม่อมองออกไปด้านนอกดั่งนึกอะไรบางอย่างได้
“เรื่องในวันงานถูกลือว่าอย่างไรหรือ”
“ดูเหมือนว่าจะมีการปล่อยข่าวว่าเป็นการแสดงขององครักษ์ในวังพะยะค่ะจึงทำให้มีผู้ชื่นชมการแสดงที่สมจริงชุดนี้เป็นอย่างมาก”
“แล้วเรื่องที่หลันหลันถูกยิงล่ะ”
“ดูเหมือนว่าระยะห่างจากผู้คนจนถึงที่ประทับจะอยู่ค่อนข้างไกลจึงมิค่อยมีใครสังเกตเห็นพะยะค่ะแต่ทางราชครูถิงได้ให้คนไปแจ้งแก่ฮูหยินใหญ่และฮูหยินจวนตระกูลถิงว่าคุณหนูถิงนั้นอยู่เป็นเพื่อนพระชายาองค์ชายรองที่เพิ่งแต่งเข้ามาจึงทำให้ทางนั้นไม่สงสัยพะยะค่ะ”
“แล้วเสด็จพี่รัชทายาทกับพี่รอง...”
“ทั้งสองพระองค์ได้มาเยี่ยมคุณหนูถิงเป็นครั้งคราวแต่พระชายาของทั้งสองพระองค์มาเยี่ยมนางทุกวันพะยะค่ะ”
“แล้วเสด็จพ่อ...”
“ดูเหมือนฝ่าบาทราชครูถิง องค์รัชทายาทและองค์ชายรองต่างปรึกษาหารือกันถึงเรื่องนี้อยู่พะยะค่ะ”
ไม่นานถิงหลันก็สามารถกลับจวนได้แม้หยางจี้จะอาวรณ์คู่หมั้นของตนอยู่มากแต่ก็ไม่สามารถรั้งนางไว้ได้ ‘รอข้าโตก่อนข้าจะมิให้เจ้าคลาดสายตาของข้าอีก’ เด็กชายคิดในใจก่อนจะเดินมาส่งเด็กหญิงขึ้นรถม้าจากไป
“ฮูหยินใหญ่ฮูหยิน อนุหวัง คุณหนูกลับมาแล้วเจ้าค่ะ”
เสียงจางจูจางอี้และจางจินรีบเดินเข้าไปรายงานสตรีทั้งสามในเรือนอย่างรวดเร็วเมื่อได้ยินเช่นนั้นหลี่ฉางไป๋จื่อและอนุหวังจึงรีบเตรียมตัวออกมาต้อนรับบุตรสาวของตนในทันทีรวมถึงถิงโม่หานและถิงอู่ที่มายืนรอน้องสาวด้วยเช่นกัน
“คำนับท่านย่าท่านแม่ แม่เล็ก พี่ใหญ่ พี่รองเจ้าค่ะ”
“หลันหลันเจ้ากลับมาแล้วไหน ๆ มาให้ย่าดูหน่อยสิ”
หลี่ฉางเดินมากอดหลานสาวก่อนจะสำรวจนางรอบๆ แล้วพาเข้าเรือนพร้อมกันทั้งครอบครัว
“ถิงหลงครั้งหน้าข้าไม่อนุญาตให้หลันหลันพักอยู่ในวังแล้วนะ เจ้าทำเช่นนี้ข้าใจจะขาด”
“ข้าด้วยเจ้าค่ะท่านพี่”
“ข้าเองก็เช่นกัน”
หลี่ฉางเอ่ยขึ้นขณะมองไปทางถิงหลงโดยมีไป๋จื่อและอนุหวังเอ่ยสมทบด้วยมือของหลี่ฉางนั้นจับหลานสาวไว้ไม่ปล่อยดั่งกลัวว่าหลานสาวตัวน้อยของนางจะหายไป
“ท่านย่าท่านแม่ แม่เล็ก ทำให้พวกท่านเป็นห่วงแล้ว”
หลันหลันเอ่ยขึ้นอย่างรู้สึกผิดไม่น้อย
“ย่าฝันไม่ดีตั้งแต่วันงานพระราชพิธีเษกสมรสขององค์รัชทายาทและองค์ชายรองย่าฝันว่าเจ้าบาดเจ็บ”
“ท่านย่าฝันร้ายจะกลายเป็นดีนะเจ้าคะ ดูสิ หลันหลันมิได้เป็นอะไรเสียหน่อยอีกทั้งยังแข็งแรงอ้วนท้วนกว่าเดิมเห็นไหมเจ้าคะ”
“ดูเด็กคนนี้สิ”
หลี่ฉางเอ่ยยิ้มๆ โดยมีสายตาของไป๋จื่อและอนุหวังคอยจับสังเกตอยู่ตลอด ‘ข้าคงจะคิดมากไปเอง’
“ในเมื่อเจ้ากลับมาก็ดีแล้วเดือนหน้าพี่ใหญ่และพี่สะใภ้ของเจ้าจะต้องไปประจำอยู่หัวเมืองตะวันออก”
“พี่ใหญ่!”
หลันหลันหันไปมองทางถิงโม่หานและหงเจวี่ยอวี่ทั้งสองคนส่งยิ้มอ่อนโยนมาทางหลันหลันอย่างอบอุ่นแม้จะรู้ว่าหลันหลันต้องเจอกับอะไรมาแต่การไม่ให้หลี่ฉางไป๋จื่อและอนุหวังรู้จะเป็นการดีที่สุด
“ไว้พี่กับพี่สะใภ้เจ้าไปถึงแล้วหากทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดีพี่จะมารับเจ้าไปเที่ยวที่นั่นดีหรือไม่”
“พี่ใหญ่พูดแล้วนะเจ้าคะอย่าลืมที่รับปากข้าด้วย”
“ได้ๆ ไม่ลืม ๆ”
หลันหลันยิ้มแก้มปริก่อนจะมองพิจารณาทุกคนสายตาของเด็กหญิงหันมาสบเข้ากับสายตาไป๋จื่อและอนุหวัง เด็กหญิงค่อย ๆเดินเข้าไปจับมือมารดาและแม่เล็ก ทั้งสองสวมกอดหลันหลันอย่างอบอุ่นมือของเด็กหญิงที่โอบกอดมารเาทั้งสองนั้นทำให้เด็กหญิงสัมผัสได้ถึงบางอย่าง
“เอ๊ะ!!”
หลันหลันร้องเบาๆ ก่อนจะมองหน้าสตรีทั้งสอง
“ช่วงนี้ท่านแม่กับแม่เล็กทานน้อยลงหรือเจ้าคะดูซูบผอมลงไป...”
“มิได้เป็นเรื่องใหญ่อันใดช่วงนี้อากาศเปลี่ยนข้าจึงรู้สึกไม่ค่อยอยากอาหาร”
“ข้าเองก็เช่นกัน”
“เช่นนั้นท่านแม่กับแม่เล็กนั่งลงก่อนเจ้าค่ะ”
หลันหลันให้ไป๋จื่อและอนุหวังนั่งลงก่อนจะจับชีพจรพวกนางอย่างเบามือหลี่ฉาง ถิงหลง ถิงโม่หานหงเจวี่ยอวี่และถิงอู่มองตามหลันหลันที่กำลังจับชีพจรไป๋จื่อและอนุหวังนั้น
“มีอะไรหรือหลันหลัน”
เสียงหลี่ฉางและถิงหลงเอ่ยขึ้นพร้อมๆ กัน เด็กหญิงมิได้ตอบหลังจากจับชีพจรทั้งสองเรียบร้อยแล้วจึงหันไปทางบิดาด้วยรอยยิ้มสดใส
“ยินดีกับท่านพ่อด้วยนะเจ้าคะดูเหมือนข้าจะมีน้องแล้ว”
“ห๊ะ!!!อะไรนะ! จริงหรือ ๆ ฮ่า ๆ ๆ อายุปูนนี้แล้วข้ายังมีลูกได้อีก ช่างดีจริง ๆ”
“ท่านพี่ล่ะก็พูดเช่นนี้อายเด็ก ๆ นะเจ้าคะ”
ไป๋จื่อเอ่ยขึ้นก่อนจะค้อนให้ราชครูถิงเสียวงใหญ่ถิงอู่เดินเข้ามาจับมือมารดาด้วยความดีใจ
“ช่างเป็นเรื่องน่ายินดีจริงๆ”
“พ่อบ้านถังตกรางวัลทุกคนในจวน”
“ขอบคุณนายท่าน”
เสียงหัวเราะและเสียงพูดจาหยอกล้อดังไปทั่วบริเวณบ่าวไพร่ในเรือนต่างยิ้มแย้มด้วยความสุข หลันหลันแอบเดินเข้าไปหาพี่สะใภ้ของตน
“พี่สะใภ้พร้อมจะมีข่าวดีหรือยังเจ้าคะ”
เมื่อถูกหลันหลันแหย่เล่นเช่นนั้นหงเจวี่ยอวี่ถึงกับหน้าแดงก่ำทำอะไรไม่ถูกถิงโม่หานที่ไม่รู้อะไรได้เดินเข้ามาแตะที่หน้าผากภรรยาตน
“เจ้าไม่สบายหรือเหตุใดถึงได้หน้าแดงเช่นนี้”
หลันหลันที่ยืนอยู่ตรงนั้นอมยิ้มก่อนจะตอบแทนหงเจวี่ยอวี่
“พี่สะใภ้สบายดีเจ้าค่ะเพียงแต่ถูกข้าถามว่าพี่สะใภ้พร้อมจะมีหลานตัวน้อยให้ข้าแล้วหรือยังก็เท่านั้น”
“เรื่องเช่นนี้เจ้าที่เป็นสตรียังมิออกเรือนควรถามนางหรือ”
ถิงโม่หานเอ่ยขึ้นด้วยเสียงกึ่งดุกึ่งเขินอายจนหลี่ฉางที่อยู่ตรงนั้นอมยิ้มน้อยๆ
“เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วที่หลันหลันจะต้องถามเป็นเพราะนางที่ทำให้ทั้งแม่เจ้าและอนุหวังต่างก็มีข่าวดี”
“ท่านย่าเรื่องนี้ข้าจะจัดการเองขอรับ หากปีหน้ายังมิได้ค่อยให้หลันหลันช่วย”
ถิงโม่หานเอ่ยด้วยใบหน้าแดงก่ำมิต่างจากหงเจวี่ยอวี่ทุกคนต่างมองดูทั้งสองด้วยความเอ็นดู