เด็กวัด สร้างตำนานลุยโลกแฟนตาซี

    บทที่ 11 เริ่มต้นเทศกาลเมืองบาร็อค

    บทที่ 11
    “วันนี้ในเมืองดูคึกคักดีนะ ดูตลาดสิบ่านแล้วยังมีชาวบ้านเยอะแยะไปหมด”
    “ใช่ๆ เมื่อคราวก่อนข้าจำได้ว่าตลาดเปิดเฉพาะตอนเช้านะ” เสียงพ่อค้าสองคนคุยกันขณะออกมาเดินดู
    “เราไปลองถามลุงตรงนั้นกันเถอะ”
    .”ลุงมีอ่ะไรกันหรอ ชาวบ้านถึงมารวมตัวกันเต็มไปหมด” พ่อค้าถามลุงหน้าม้าคนนึง
    “อ่อ ปีนี้มีเทศกาลขอบคุณเทพแห่งท้องทะเลน่ะ ไม่ใช่คนเมืองนี้สินะถึงไม่รู้” ลุงหน้าม้าแกล้งถาม
    “อ่อพวกเราเป็นพ่อค้าจากเมืองหลวงน่ะลุง” พ่อค้าหนุ่มตอบ
    “อ่อ ที่มาเมื่อตอนบ่ายนั้นสินะ” ลุงพยักหน้าเข้าใจ
    “แล้วงานเทศกาลมันมีอะไรบ้างครับลุง” พ่อค้าถามอย่างสงสัยเพราะเห็นแผงลอยเต็มไปหมด
    “ก็เป็นงานเทศกาลที่จัดขึ้นขอบคุณเทพแห่งท้องทะเลตามชื่อเลยไอ้หนุ่ม โดยเมืองเราวันนี้ทั้งวันสามารถรับประทานอาหารฟรีตามแผงลอยต่างๆ ที่ชาวเมืองมาช่วยกันออกร้านได้เลย ลองไปชิมสิ ข้ารับลองความอร่อย” ลุงเอ่ยเชิญชวน
    “สุดยอดเลยลุงกินฟรี หรอกำลังหิวเลยล่ะ เฮ้ยเพื่อนเราไปกันเถอะ” พ่อค้าชวนเพื่อนไปดูทันที เดินเข้ามาภายในตลาดทั่งคู่ก็มาหยุดหน้าแผงลอยร้านหนึ่งที่กำลังทอดอะไรสักอย่างที่มีกลิ่นหอมมาก
    “ท่านป้า นี่อะไรน่ะ กลิ่นหอมจริงๆ ข้าเดินทางไปทั่วอาณาจักรยังไม่เคยได้กลิ่นอาหารอะไรที่หอมขนาดนี้เลย” พ่อค้าถามป้าที่กำลังทำอาหารอย่างสงสัย
    “อ๋อ นี่คือปีกไก่ทอดน้ำปลา เป็นเครื่องปรุงของเมืองเราเอง ลองชิมสิกำลังร้อนๆเลย” ป้าหน้าม้ายื่นให้พ่อค้าลองชิมสองพ่อค้าหนุ่มรับมาแบบงงๆ
    “เพื่อนเจ้าเคยกินไอ้ปีกไก่ทอดน้ำปลา อะไรนี่ป่าววะ ทั้งชีวิตข้าไม่เคยเห็นเลยวะ จะกินได้มั้ย” พ่อค้าถามเพื่อนด้านข้าง
    “ข้าก็ไม่เคยกินว่ะ ปกติข้าก็กินแต่ย่างไฟธรรมดานะ แต่ข้าว่าลองๆไปเถอะไม่ตายหรอก” “จะดีหรอ งั้นเจ้าลองก่อนสิแล้วข้าค่อยลอง” พ่อค้ายังคงลังเล
    “โธ่เจ้านี่ปอดแหกจริงๆ ข้าจะลองกินให้ดู”
    หงับ !! หลังจากกัดลงไปคำแรก พ่อค้าทำตาโตทันที
    “เฮ้ยเป็นไงบ้างวะ ไม่อร่อยหรอเงียบเลย” พ่อค้าถามเพื่อนอย่างกังวล
    หงับ !! หงับ !! หงับ !! หงับ !! หลังจากถูกทักก็รีบกัดจนหมดทันที พลางตะโกน
    “อร่อยโคตร !! เกิดมาพึ่งเคยกินปีกไก่อร่อยขนาดนี้ ข้าเกิดมาตายตาหลับแล้ว ป้าข้าขออีกอัน” พลางยื่นมือไปขอปีกไก่ทอดอีกชิ้น
    “รอไปก่อนพ่อหนุ่ม ยังไม่สุกเลยไปเดินดูร้านอื่นก่อนก็ได้” ป้าบอกกับพ่อค้าตามสคริปเพื่อที่จะได้ลองอาหารหลายๆชนิด
    “อ๊ะ นั่นของเจ้ายังไม่ได้กินเอามาให้ข้าเถอะ” “เฮ้ยๆ ข้าก็อยากลองนะเว้ยนี่ของข้า เจ้ากินหมดไปแล้ว” ทั่งคู่พยายามแย่งกันกิน
    “อ่า อร่อยจริงๆ เกิดมาไม่เคยพบเคยเห็น มันปรุงออกมายังไงนะ ข้าสงสัยจัง” พ่อค้าบ่นกับตัวเอง
    “เฮ้ยทางด้านนั้น คนมุงเต็มเลยไปกันเถอะ ข้าได้กลิ่นหอมๆ มาจากทางนั้น” พ่อค้าหันไปตามเสียงเพื่อนเรียก เห็นแผงลอยที่เพื่อนบอกมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังย่างอะไรสักอย่างอยู่มีคนมุงเยอะแยะ ก็เดินตามเพื่อนไปทันที
    “ฮึบ !! โอยกว่าจะแทรกเข้ามาได้ร้านนี้คนเยอะจริงๆ” เสียงทั้งคู่บ่นขณะแทรกเข้ามาดู
    “อ้าวพี่ชาย สวัสดีครับ ไม่เคยเห็นหน้าเลยมาจากเมืองหลวงกับขบวนพ่อค้าเมื่อบ่ายสิท่า” เด็กหนุ่มเอ่ยทักทาย
    “ใช่แล้วน้องชายพวกพี่เป็นพ่อค้าจากเมืองหลวงน่ะ แล้วนี่ย่างอะไรอยู่เนื้อหมูใช่มั้ย แต่สีแปลกๆ กลิ่นหอมมากเลย” พ่อค้าเอ่ยถามพลางสูดน้ำลายที่ไหลออกมากลับเข้าปากไป
    “ใช่แล้วพี่ชายเนื้อหมูนั่นล่ะ แต่ข้าเอามาหั่นให้เป็นชิ้นพอดีคำ หมักกับเครื่องปรุง สมุนไพร และเสียบไม้ย่างน่ะพี่ชาย ข้าเรียกมันว่าหมูสะเต๊ะ” เด็กหนุ่มเอ่ยบอกขณะที่มือกำลังพลิกหมูย่างบนเตาอยู่
    “โอ้เครื่องปรุงอีกแล้ว น้องชายเครื่องปรุงมันคืออะไร พี่เดินทางไปทั่วอาณาจักรพี่พึ่งเคยเห็นนี่ล่ะ” พ่อค้าเอ่ยถามเด็กหนุ่ม
    “อ๋อ พี่พึ่งเคยเห็นล่ะสิ เครื่องปรุงคือผลผลิตทางการเกษตรของเมืองเราเองพี่ชาย ท่านเอริกเจ้าเมืองเป็นคนคิดค้นขึ้นหวังว่ามันจะเป็นสินค้าส่งออกของเมืองเราน่ะ แต่น่าเสียดายเมืองเราไม่ค่อยมีพ่อค้าเดินทางมาเท่าไร มันเลยยังไม่แพร่หลายน่ะ” เด็กหนุ่มเอ่ยบอก
    “น้องชายแล้วเราจะหาซื้อเครื่องปรุงได้จากไหนล่ะ” พ่อค้าหนุ่มตาเป็นประกายหลังจากเห็นหนทางทำเงิน ถ้าข้านำไปขายที่เมืองหลวงรับรอง พวกพ่อครัวและชนชั้นสูงต้องให้ความสนใจแน่ๆ
    .”ติดต่อได้ที่บ้านพักท่านเอริกเลยพี่ชาย อ่ะนี่สุกแล้ว เอาไปชิมกันสิพี่ชาย” เด็กหนุ่มพลางยื่นหมูสะเต๊ะให้คนละหลายไม้
    “อืม” ทั่งคู่รับกันมาและเริ่มทานทันที
    “อร่อยมาก มันมีรสชาติเค็ม หวานกำลังดี แถมหอมกลิ่นสมุนไพรด้วย ไม่น่าเชื่อมันเป็นสมุนไพรอะไรกันทำไมถึงหอมขนาดนี้” พวกพ่อค้ากินไปวิจารณ์ไป
    “อ๊ะ พี่ชายข้าลืมให้น้ำจิ้ม หมูสะเต๊ะต้องทานคู่กับน้ำจิ้มนี่” เด็กหนุ่มยื่นน้ำจิ้มมาให้
    “อร่อยมาก หมูสะเต๊ะว่าอร่อยแล้ว แต่เมื่อทานกับน้ำจิ้มนี่ มันๆเค็มๆ เผ็ดเล็กน้อย เข้ากันได้ดีกับหมู่สะเต๊ะจริงๆ น้องชายพี่อยากรู้สมุนไพรที่ใช้หมักหมูนี่คืออะไรบอกพี่ชายหน่อยได้มั้ย” พ่อค้าหนุ่มถามทันที หลังจากทานหมูสะเต๊ะในมือหมดไปส่วนเพื่อนด้านข้างกินลูกเดียวไม่พูดไม่จา
    “ได้สิพี่ มันคือหัวขมิ้นน่ะพี่ชาย” เด็กหนุ่มเอ่ยอย่างไม่ปิดบัง
    “ขมิ้นเนี่ยนะ ไอพืชที่โตใต้ดิน ที่พวกเราใช้เอามาย้อมผ้ากันนี่ กินได้ด้วยเรอะ” พ่อค้าอุทานอย่างตกใจ
    “ได้สิพี่ชาย พี่ก็กินหมดไปแล้วนี่นา” เด็กหนุ่มยังคงย่างหมูสะเต๊ะต่อไป
    “นี่มัน.....” พ่อค้าหนุ่มตกใจมาก
    “อ๊ะนี่พี่ชาย สุกอีกชุดแล้วพี่เอาไปอีกสิ มันเดินไปทานไปได้” เด็กหนุ่มพลางยื่นหมูสะเต๊ะให้อีกหลายไม้
    “ขอบใจมากน้องชาย เฮ้ยเพื่อนหยุดกินก่อน เราไปตามพวกหัวหน้าที่โรงแรมมาเที่ยวเทศกาลกันเถอะ” พ่อค้าเอ่ยพลางลากเพื่อนออกไป
    “พี่ชาย ตอนเย็นอย่าลืมแวะไปที่ชายทะเลล่ะ ที่นั่นก็มีจัดกิจกรรมเหมือนกัน” เด็กหนุ่มตะโกนบอกไล่หลังไป
    “ได้เลย ข้าไปแน่นอน” พ่อค้าตะโกนบอกกลับ
    “นายน้อยคลาวด์ คิดว่าจะได้ผลมั้ยครับ” ลุงคนนึงเข้ามาเอ่ยถาม
    “แน่นอนลุง ข้าเห็นสายตาพวกพ่อค้าเป็นประกายขนาดนั้น” คลาวด์บอกลุงหน้าม้าที่ยืนอยู่หน้าร้าน
    “เอ่อ...ก่อนอื่นข้าขอหมูสะเต๊ะบ้างสินายน้อย ข้าเห็นพวกนั้นกินแล้วข้าก็หิวเหมือนกัน” ลุงพลางสูดน้ำลายที่ไหลออกมาเช่นกัน
    “ฮ่าๆ ได้ครับนี่ครับลุง” คลาวด์ยื่นหมูสะเต๊ะให้
    “ป้าครับผมฝากร้านต่อด้วยนะ ผมจะไปที่บ้านหน่อย จะไปเตรียมของสำหรับกิจกรรมริมหาดคืนนี้ด้วย” คลาวด์บอกป้าด้านหลังที่ช่วยเสียบหมูอยู่
    “ป้าย่างต่อเองนายน้อย” ป้าเข้ามารับหน้าที่ต่อ
    “ขอบคุณครับ” คลาวด์เดินออกไปเพื่อไปที่บ้านทันที
    อีกด้าน
    เอริก ไอแซค และฟีน่าเดินทางมาถึงหน้าบ้านของเอริก
    “หนูฟีน่า เข้าบ้านกันเถอะ” เอิรกชวนฟีน่าเข้าบ้าน
    “ค่ะท่านลุงเอริก” ฟีน่าเดินตามเข้าไป
    “เฮ้ยแล้วไม่ชวนข้าหรอ” ไอแซคท้วง
    “มีขาก็เดินเข้ามาเองสิ” เอริกตอบโดยไม่หันกลับไปมอง
    “เจ้ามัน 2 มาตรฐานนี่หว่า” ไอแซค บ่นแต่ก็เดินตามเข้าบ้านไป
    ภายในบ้าน
    “เอริก กลับมาแล้วหรอ” นาเดียร์ถามหลังจากได้ยินเสียงคนเดินเข้าบ้าน
    “กลับมาแล้วนาเดียร์ดูสิข้าพาใครมาด้วย” เอริกตอบกลับ
    “อ๊ะเด็กผู้หญิงที่ไหนกันน่ารักจังเลย เอริกอย่าบอกนะว่านี่เจ้านอกใจข้า แอบมีบ้านน้อยหรอ” นาเดียร์ถามอย่างเอาเรื่อง
    “ใช่ที่ไหนกันที่รัก นี่ลูกของเจ้าอเล็กซ์น่ะ” เอริกอธิบาย
    “อ๋อลูกของรุ่นพี่อเล็กซ์นี่เอง โตขนาดนี้แล้วหรอ อายุน่าจะพอๆกับลูกเรานะ” นาเดียร์อุทานพลางเดินเข้ามาดูใกล้ๆ
    “ถ้าอย่างนั้นก็เป็นองค์หญิงสินะ ยินดีต้องรับสู่เมืองบาร็อคเพคะองค์หญิง” นาเดียร์ย่อทำความเคารพ
    “สวัสดีค่ะ ข้าฟีโอน่า เดอ เอสเตลล่า เรียกข้าฟีน่าก็พอค่ะข้าเดินทางโดนปกปิดฐานะเอาไว้ค่ะ ท่านป้านาเดียร์ ท่านพ่อมักชอบเล่าเรื่องพวกท่านให้ข้าฟังบ่อยๆ ยินดีที่ได้พบค่ะ” ฟีน่าเอ่ยทักทาย
    “จ๊ะหนูฟีน่า แล้วไปไงมาไงจนมาถึงนี่ได้ล่ะจ๊ะ นิสัยอย่างรุ่นพี่อเล็กซ์ไม่น่าจะให้ออกมานะ ขนาดสมัยคบกับรุ่นพี่ออโรร่า ยังตามติดเป็นเงาซะขนาดนั้น” นาเดียร์ถามอย่างสงสัย
    “แหะๆ คือหนูแอบหนีออกมาค่ะ” ฟีน่ายิ้มแห้งๆ
    “นี่ๆ จะคุยกันแค่นั้นน่ะหรอ” ไอแซคเดินเข้ามาขัดจังหวะ
    “สวัสดีค่ะไม่เจอกันนานเลยนะคะรุ่นพี่ไอแซค พอดีข้าไม่ทันเห็นน่ะค่ะ” นาเดียร์เอ่ยทักทายไอแซค
    “แล้วรุ่นพี่ออโรร่าคุณแม่ของหนูล่ะฟีน่า สบายดีมั้ย” นาเดียร์เอ่ยถามฟีน่า
    “ท่านแม่เสียไปหลายปีแล้วค่ะ” ฟีน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยดีนัก
    “ขอโทษนะหนูฟีน่า ป้าไม่รู้เลย” นาเดียร์ขอโทษ
    “ไม่เป็นไรค่ะอย่าเศร้าไปเลย ถ้าท่านแม่รู้ว่าทำให้ท่านป้าเศร้า ข้าคงจะโดนดุแน่ๆเลย ท่านแม่เคยเล่าฟังสมัยเด็กๆว่า ท่านรักท่านป้านาเดียร์เหมือนน้องสาวแท้ๆ” ฟีน่าเล่าพร้อมนึกถึงท่านแม่ตนเองที่มักเล่าเรื่องสมัยก่อนด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข
    “เราไปห้องนั่งเล่นกันเถอะ อย่ายืนคุยอยู่ตรงนี้เลย มัลโก้ฝากสัมภาระ ของหนูฟีน่า กับไอแซคเอาไปไว้ห้องพักด้านบนด้วย ห้องพักหนูฟีน่าเอาติดกับห้องของคลาวด์แล้วกัน ส่วนไอแซคเอาไปไว้สุดทางเดินไอ้เจ้าบ้านี่มันนอนกรนเสียงดัง” เอริกบอกทุกคน
    “คิกๆๆๆๆ” เสียงฟีน่าและนาเดียร์ขำให้กับสองเพื่อนรักที่ชอบกัดกัน
    “ครับนายท่าน” มัลโก้ตอบรับและยกสัมภาระขึ้นข้างบนไป
    “เราไปกันเถอะ อามีน่าฝากของว่างด้วยนะ” นาเดียร์บอกพลางลากหนูฟีน่าตามไป
    “ค่ะ” อามีน่าตอบรับและเดินเข้าห้องครัวไปเตรียมของว่าง
    ห้องนั่งเล่น
    “หนูฟีน่า ปีนี้อายุเท่าไรแล้วจ๊ะ” นาเดียร์ถาม
    “13 แล้วค่ะท่านป้า อีก 2 ปีก็เข้าโรงเรียนอาคาน่าพอดี” ฟีน่าตอบนาเดียร์
    “อายุเท่าลูกชายป้าเลยนะ ยังไงก็ช่วยเป็นเพื่อนกับลูกชายป้าด้วยนะจ๊ะ” นาเดียร์เอ่ยฝากฝังลูกชายที่ไม่มีเพื่อนวัยเดียวกันเลย
    “ค่ะท่านป้าแล้วลูกชายท่านป้าอยู่ไหนคะ หนูยังไม่เห็นเลย” ฟีน่าถามพลางหันมองรอบๆห้องนั่งเล่น เพราะตั้งแต่มาถึงเมืองยังไม่เจอเลย
    “พอดีลูกชายลุงเข้าไปในเมืองน่ะหนูฟีน่า พอดีเมืองของลุงมีเทศกาลขอบคุณเทพแห่งท้องทะเล” เอริกตอบแทนนาเดียร์
    “เทศกาลขอบคุณเทพแห่งท้องทะเลหรอ ข้าไม่เคยได้ยินเลยนะเอริก มันเป็นแบบไหนกัน” ไอแซคเอ่ยถามเพื่อนรัก
    “เป็นเทศกาลที่จัดขึ้นเพื่อขอบคุณเทพแห่งท้องทะเล ตามที่ชาวเมืองเชื่อน่ะ ชาวเมืองจะมาออกร้านมีอาหารให้กินฟรี ส่วนตอนเย็นจะมีกิจกรรมที่ริมทะเล” เอริกอธิบาย
    “น่าสนุกจังเลยนะคะท่านลุง” ฟีน่าเอ่ยด้วยดวงตาเป็นประกาย
    “เอาถ้าคลาวด์กลับมาเดี๋ยวป้าจะให้คลาวด์เป็นคนพาเที่ยวเองนะจ๊ะ” นาเดียร์บอกกับฟีน่า
    “ค่ะท่านป้า”
    “ขออภัยค่ะ เอาของว่างมาเสริฟค่ะ” อามีน่ายกของว่างเข้ามาพอดีอามีน่าค่อยๆวางขนมและชาลงบนโต๊ะห้องนั่งเล่น
    “หนูฟีน่าลองทานดูสิจ๊ะ ป้ารับรองความอร่อย รุ่นพี่ไอแซคก็ด้วยนะ” นาเดียร์เอ่ยชวน
    “ค่ะ หน้าตาแปลกมากเลย หนูไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนเลย” ฟีน่าเอ่ยพลางพิจารณาขนมตรงหน้าจากนั้นๆค่อยๆ ตักเข้าปาก
    “อร่อย !! หวานกลมกล่อมมากเลย ท่านป้าคะนี่มันอะไรกัน อร่อยสุดๆไปเลย” ฟีน่าถามนาเดียร์ขณะที่มือยังไม่หยุดตักขนมขึ้นมาทาน
    “มันเรียกว่าพุดดิ้งจ๊ะ ใช้ไข่ นมและก็น้ำตาล ในการทำ” นาเดียร์บอกพร้อมทานพุดดิ้งของตัวเอง
    “อืม อร่อยจริงๆ ถึงแม่ข้าจะไม่ค่อยชอบทานขนม ไอ้ไข่กับนมข้ารู้จักดี แต่น้ำตาลคืออะไร” ไอแซคถามหลังจากชิมแล้ว
    “น้ำตาลคือเครื่องปรุงน่ะ ไอแซค ยังมีเครื่องปรุงอย่างอื่นอีกหลายชนิด ขาไม่ได้มาเป็นเจ้าเมืองเฉยๆหรอกนะเฟ้ย” เอริกตอบแทน
    “เครื่องปรุง งั้นหรอมันเป็นยังไง แต่ไม่น่าเชื่อเลยนะ เครื่องปรุงนี่เป็นฝีมือ เจ้างั้นหรอเอริก ไม่น่าเชื่อ” ไอแซคแขวะ
    “เฮ้ยๆ ให้เกียรติเจ้าเมืองด้วย ตอนนี้เจ้านั่งอยู่ในบ้านเจ้าเมืองนะเฟ้ย เดี๋ยวข้าสั่งขังซะเลย” เอริกแขวะกลับ
    “เจ้ากล้าก็ลองดูสิ” ไอแซคตอกกลับอย่างไม่ยอมแพ้
    “พวกท่านนั่งทานเงียบๆกันได้รึไม่” นาเดียร์เอ่ยเสียงเรียบ
    “อึ๋ย !!/ครับ !!” ไอแซคและเอริกตอบรับพร้อมกัน
    “เจ้านี่กลัวเมียจังเลยนะ” ไอแซคแซวเอริกเสียงเบา
    “หึเจ้าเองก็กลัวนาเดียร์เหมือนเดิม” เอริกตอกกลับเช่นกัน
    “ลองเจ้าโดนแบบข้าสิ สมัยเรียนมีครั้งนึกข้าบาดเจ็บจนต้องพักฟื้นหลายวัน นางมาเยี่ยมข้า ตอนแรกข้าก็ดีใจนะ แต่ที่ไหนได้นางดันมานั่งอ่านนิยายที่นางแต่งให้ข้าฟังทุกวัน เจ้าไม่รู้หรอกมันน่ากลัวมากๆ” ไอแซคกระซิบบอกเอริกด้วยใบหน้าซีดขาว
    “อะแฮ่ม นินทาอะไรกัน” นาเดียร์กระแอมเสียงดัง
    “ปล่าวจ๊ะ!!/ปล่าว !!” ทั้งคู่หยุดนินทาทันที
    ระหว่างที่ทั้งคู่นั่งทานของว่างกันอยู่คลาวด์ก็กลับมาพอดี
    “ท่านพ่อ ท่านแม่ข้ากลับมาแล้วครับ” คลาวด์บอกทั้งคู่และเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น
    “อ่าวคลาวด์มาแล้วหรอจ๊ะ มานี่สิแม่จะแนะนำให้รู้จัก นี่หนูฟีน่า ลูกสาวของรุ่นพี่แม่สมัยเรียนน่ะจ๊ะและก็เพื่อนเพื่อนๆของท่านพ่อด้วย ส่วนทางนี้คลาวด์ลูกชายป้าเอง” นาเดียร์แนะนำให้ทั้งคู่รู้จักกัน
    “สวัสดีครับผมคลาวด์ ฟัวร์ บุตรชายของท่านแม่นาเดียร์และท่านพ่อเอริกครับ” คลาวเอ่ยทักทายและโค้งให้ตามธรรมเนียม เด็กคนนี้น่ารักจังเลยนะ ผมขาวดุจหิมะ แถมหน้าตาอย่างกับตุ๊กตา ปากเล็กๆอมชมพู ดวงตาสีฟ้ากลมโต
    “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ข้าฟีโอน่า เรียกข้าฟีน่าก็พอค่ะ ท่านคลาวด์” ฟีโอน่าลุกขึ้นทักทายพร้อมย่อรับ
    “เรียกผมว่าคลาวด์ก็ได้ครับ เราน่าจะอายุเท่าๆกัน” คลาวด์บอก
    “ค่ะ คลาวด์” ฟีน่าตอบรับหลังจากนั้นก็นั่งลงส่วนคลาวด์นั่งลงข้างๆท่านพ่อ
    “คลาวด์เทศกาลเป็นอย่างไรบ้าง” เอริกเอ่ยถามลูกชาย
    “ไม่น่าจะพลาดครับท่านพ่อ ปลากินเบ็ดแน่นอน” คลาวด์บอกด้วยความมั่นใจ
    “อืม...งั้นหรอ” เอริกพยักหน้ารับ
    “ท่านพ่อครับ เดี๋ยวผมขอตัวไปเตรียมอุปกรณ์สำหรับ กิจกรรมคืนนี้ก่อนนะครับ” คลาวด์ลุกขึ้นพลางเอ่ยขอตัว
    “เดี๋ยวก่อนสิจ๊ะคลาวด์ หนูฟีน่าพึ่งเคยมาเมืองเราครั้งแรก ลูกช่วยพาไปเที่ยวเทศกาลทีสิจ๊ะ” นาเดียร์เอ่ยขัด
    “แต่....” คลาวด์กำลังจะปฏิเสธเพราะมีงานต้องทำ
    “ไม่มีแต่จ๊ะ กิจกรรมคืนนี้ ฝากให้มัลโก้ช่วยก็ได้ ลูกเตรียมไว้พร้อมแล้วไม่ใช่หรอ” นาเดียร์ไม่ให้ปฏิเสธ
    “ก็ได้ครับ งั้นคุณมัลโก้ครับ ช่วยไปเอาของในห้องผม ไปที่ชายหาดทีนะครับ” คลาวเอ่ยขอมัลโก้พลางกระซิบบอกสิ่งที่ต้องทำ
    “ได้ครับนายน้อย” มัลโก้เดินขึ้นไปทันที
    “ของที่ว่า คือที่ลูกทำไว้เมื่อหลายวันก่อนใช่มั้ย พ่อเห็นตั้งใจน่าดู” เอริกเอ่ยถาม
    “ใช่ครับท่านพ่อ มันเรียกว่าโคมลอย เอาไว้คืนนี้ท่านพ่อกับท่านแม่ ไปดูด้วยกันสิครับ” คลาวด์เอ่ยอธิบาย
    “ได้สิ ไว้พ่อจะพาท่านแม่เจ้าไป” เอริกบอก
    “เฮ้ยข้าไปด้วยสิ” ไอแซคแทรกกลางแบบขวานผ่าซาก
    “ชิ ก้างขวางคอ” เอริกบ่น นานๆทีข้าจะได้เที่ยวกับนาเดียร์สองคนซะหน่อยดันมีเจ้าบ้าอยากตามมาด้วย
    “ไปกันหลายๆคนสนุกดีนะ” นาเดียร์เอ่ยบอก
    “งั้นผมไปเปลี่ยนชุดก่อนนะครับ ชุดนี้เหม็นกลิ่นควันไฟเมื่อตอนผมไปช่วยที่ตลาดจะแย่แล้ว ฟีน่าเดี๋ยวผมลงมารับนะ” คลาวด์เดินออกไปทันที
    “ค่ะคลาวด์” ฟีน่าตอบรับ จบ....ยังไม่ได้ตรวจคำผิด แต่ขอลงก่อนหวังว่าตอนนี้จะไม่ค้างนะครับ

    นิยายแนะนำ