บทที่ 41 หน้าตาก็ธรรมดา คิดเพ้อฝันซะเหลือเกิน
ผู้เฒ่าลู่เห็นเจียงหนานถือกล่องข้าวกับแผ่นแป้งกำลังจะตรงไปที่เล้าไก่ ส่วนลู่ฮ่าวนิ่งเป็นตอไม้ ไม่มีท่าทีจะห้ามปรามเลยสักนิด
ชายชรารีบร้อนทันควัน
เสียของหมดน่ะสิ อาหารพวกนั้น ให้เป็นอาหารไก่ได้หรือ?
ดวงตาของผู้เฒ่าลู่เป็นประกาย กระแอมไอเบา ๆ เอ่ยอย่างกระดากอาย “ฉันให้อาหารไก่แล้ว พวกเธอทำธุระของตัวเองเถอะไป”
“งั้นหนูจะไปทำอาหารให้นะคะ คุณปู่อยากกินอะไร?” เจียงหนานถามด้วยรอยยิ้ม
“ไม่ต้องทำแล้ว เมื่อเช้ากินไปแล้ว ยังไม่หิว เอาไว้ค่อยว่ากันทีหลัง”
เจียงหนานกับลู่ฮ่าวมองหน้ากันแกมอมยิ้ม วางกล่องข้าวลงบนโต๊ะอีกครั้ง
“คุณปู่คะ เถ้าแก่เนี้ยหยางวางเงินมัดจำห้าร้อยหยวน เรามีเงินซื้อเก็บสมุนไพรแล้วค่ะ”
เจียงหนานหยิบเงินจำนวนหนึ่งในกระเป๋าออกมาแล้วเขย่าเบื้องหน้าชายชราอย่างดีใจ
ผู้เฒ่าลู่มองตาเป็นมัน “ให้แล้วจริงหรือ? งั้นฉันจะไปหาหัวหน้าหมู่บ้านเดี๋ยวนี้แหละ”
เจียงหนานมอบเงินให้ชายชรา “ถ้าอย่างนั้นคุณปู่เอาเงินไปแลกเป็นตั๋วที่ร้านของชำจากบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านเลยค่ะ เดี๋ยวถึงเวลาเก็บสมุนไพรเราจะหาไม่เจอ”
“ได้ งั้นฉันไปล่ะ” ชายชราเก็บเงินอย่างระมัดระวังแล้วเดินออกไป
ทันทีที่ชายชราจากไป เจียงหนานก็มองลู่ฮ่าวพลางแย้มยิ้ม “คุณมองออกหรือยัง? คุณปู่ก็แค่ปั้นหน้าบึ้งตึง อย่าแข็งข้อกับเขานักเลย อธิบายเหตุผลไปก็เปล่าประโยชน์ ต้องค่อย ๆ พูดกล่อม เดี๋ยวเขาจะยอมลงเอง”
ลู่ฮ่าวเหลือบมองเธอ “อุบายเยอะแท้”
“คุณกำลังชมฉันหรือ?”
ดวงตาของลู่ฮ่าวสบดวงตาสุกใสระยับของหล่อน ใจอันเย็นเยือกของเขาพลันสั่นสะท้านทันใด
ไม่รู้ว่าเป็นภาพลวงตาหรือเปล่า ใบหน้าบานเบอะของยัยหมูน้อยเหมือนจะบวมน้อยกว่าเมื่อก่อน
ใช่แล้ว ลักษณะเด่นที่ใหญ่ที่สุดของใบหน้าบวมจากยาฮอร์โมนคือจะบวมฉุ
ดูจากตอนนี้แล้วผิวกระชับขึ้นมาก
ใบหน้าก็เล็กลง รูปทรงคมชัดขึ้น
เป็นอย่างที่หล่อนว่าไว้จริง ๆ โดนคนให้กินยาฮอร์โมนมานาน นี่คือหยุดยาแล้วงั้นสิ?
“คุณมองฉันทำไม?” เจียงหนานสัมผัสได้ถึงสายตาของลู่ฮ่าว แสร้งเตือนเขาด้วยความระแวดระวัง “คุณจะคิดอะไรเลยเถิดกับฉันไม่ได้นะ ในใจฉันมีพี่ชายตัวน้อยแล้ว”
ลู่ฮ่าว “...”
เขาเยาะหยัน “หน้าตาก็ธรรมดา คิดเพ้อฝันซะเหลือเกิน”
เจียงหนาน “!!!”
ปากคอเราะรายอีกแล้ว
เธอคว่ำปาก ไม่ยอมด้อยกว่า “หน้าตาธรรมดาอะไรกัน? เอาไว้คุณจะเห็นใบหน้านี้จนแสงแยงตา”
ลู่ฮ่าวตะลึงงันชั่วขณะยามพิศมองหน้าตาสดใสอิ่มเอิบ
รอยยิ้มของเจียงหนานช่างคุ้นเคย
ให้ตายสิ ระยะนี้พอเห็นหล่อนก็จะนึกถึงเด็กหญิงตัวเล็กเอาง่าย ๆ
ขณะตกอยู่ในห้วงภวังค์ คำพูดของเจียงหนานช่วยดึงความคิดของเขากลับมา
“จริงสิ คุณจะกลับเมืองเมื่อไร? ตอนนี้คือลาพักอยู่หรือ?”
เขาพยักหน้า “อืม ลาพัก”
ทางโรงพยาบาลลาพักให้เขา หายเมื่อไรค่อยกลับไปโรงพยาบาลเมื่อนั้น
แต่เขารู้ว่า การกลับไปครั้งนี้มีโอกาสโดนโยกย้ายงานสูงมาก
เขาอาจจะไม่ได้เป็นหมอผ่าตัดอีกต่อไป
ลู่ฮ่าวหลุบมองมือของตัวเอง แววตาว่างเปล่า
เจียงหนานพูดเสียงเบา “ขอฉันดูแขนคุณได้ไหม”
“จะทำอะไร?”
“ฉันจะดูว่ามีความเป็นไปได้ที่จะถือมีดผ่าตัดอีกหรือเปล่า”
เขายังไม่ทันเอื้อนเอ่ย เจียงหนานก็คว้าแขนขวาของเขามาจับไว้
แถมยังเลิกแขนเสื้อขึ้นหน้าตาเฉยอีกต่างหาก
มีบาดแผลสะดุดตรงปลายแขน
เธอใช้ท้องนิ้วกดบริเวณรอยแผลเบา ๆ “เส้นประสาทส่วนนี้มีความเสียหายใช่ไหม?”
ลู่ฮ่าวไม่ปฏิเสธ
เจียงหนานกดบริเวณปลายแขนด้วยท่าทางที่จริงจังและเป็นมืออาชีพ “อันที่จริง สามารถซ่อมแซมรักษาได้โดยการค่อย ๆ ฝังเข็ม”
ลู่ฮ่าวประสานสายตาอันเคร่งขรึมของเจียงหนาน อดที่จะมองอีกหลาย ๆ ทีไม่ได้
เขานึกถึงใบสั่งยาที่เจียงหนานมอบให้คุณปู่
เมื่อวาน หลังมู่เหล่าผู้เป็นตาของกู้ย่าฮุยได้ฟังเขาอ่านใบสั่งยาจบก็ครุ่นคิดอยู่นาน ท้ายที่สุดพูดเพียงคำเดียวว่า “สุดยอด”
ด้วยการยืนยันจากศาสตราจารย์เก่าของคณะแพทย์แผนจีน อาเนี่ยที่เจียงหนานกล่าวถึงคงมีของบางอย่างจริง ๆ
ลู่ฮ่าวคิดว่าบางทีเขาควรจะเปลี่ยนความคิดเสียใหม่
จะยอมแพ้ไม่ได้จริง ๆ
ลู่ฮ่าวเปลี่ยนใจ เขาอยากสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับหมอเนี่ยที่เจียงหนานพูดถึง
ทันใดนั้น ลำโพงใหญ่ในหมู่บ้านก็ดังขึ้น
ปกติแล้วจะมีการเปิดเพลงยอดนิยมเสียก่อน จากนั้นหัวหน้าหมู่บ้านส่งเสียงทักทายสองที ก่อนเริ่มป่าวประกาศ
“เหล่าชาวบ้านโปรดทราบ เหล่าชาวบ้านโปรดทราบ...”
ลำโพงใหญ่ในหมู่บ้านดังขึ้นสนั่น ชาวบ้านแต่ละครัวเรือนในหมู่บ้านล้วนหยุดชะงักงานในมือ
ยืนอยู่ในลานพร้อมยื่นหูฟังประกาศ
ต่างกลัวต่างกลัวจะพลาดข่าวสารสำคัญ
“บ้านลู่ฮ่าวของหมู่บ้านเรารับซื้อเก็บสมุนไพรจีน บ้านลู่ฮ่าวรับซื้อเก็บสมุนไพร ราคาของผูกงอิงสูงกว่าปีก่อน ๆ หนึ่งเหมา หวงฉีให้ราคาสูงกว่าปีที่แล้วห้าเหมา ถ้าใครมีสมุนไพรตากแห้ง สามารถนำไปขายที่บ้านเขาได้”
ลู่ฮ่าวกับเจียงหนานตั้งใจฟังอยู่ในลานบ้าน เงี่ยหูฟังหัวหน้าหมู่บ้านป่าวประกาศอย่างจริงจังสองครั้ง
ข่าวการรับซื้อสมุนไพรแพร่ออกไปแล้ว เกรงว่าอีกไม่นานชาวบ้านจะแห่เข้ามา
จิตใจอันฮึกเหิมของเจียงหนานปะทุขึ้นมาในทันที
ถ้ากิจการเป็นไปด้วยดี เธอจะเดินบนเส้นทางนี้ต่อไป
คิด ๆ แล้วก็ตื่นเต้นนะเนี่ย
เธอเลิกคิ้วพลางถามลู่ฮ่าวว่า
“คุณปู่บอกว่าที่บ้านมีผ้าไนลอนหลากสีอยู่ผืนหนึ่ง คุณรู้ไหมว่าตรงไหน? ฉันต้องเอาไปปูในลาน”
ต้องปูด้วยผ้าไนลอน สมุนไพรที่ตากถึงจะสะอาด
ลู่ฮ่าวชี้ไปทางห้องฟืน "น่าจะอยู่ในห้องฟืนน่ะ"
เจียงหนานวิ่งเข้าไปในห้องฟืน ค้นหาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะออกมาพร้อมแถบผ้าหลากสีสัน เธอเรียกลู่ฮ่าวให้นำผ้าไนลอนไปกางในลานด้วยกัน
หลังจากปูเสร็จ เจียงหนานก็ลูบคางพลางตรึกตรองอีกครั้ง
“เราน่าจะทำกระดานดำเล็ก ๆ เขียนราคาแล้วแขวนไว้ที่ประตู แบบนี้จะได้เข้าใจง่าย ไม่ต้องอธิบายราคาซ้ำแล้วซ้ำอีก”
ลู่ฮ่าวออกความเห็น “เขียนลงบนกระดาษลังเล็ก ๆ ก่อน ยังไม่รู้ว่าธุรกิจของเธอจะสำเร็จหรือเปล่า จะได้ไม่เปลืองไม้กระดาน”
เจียงหนาน “...”
พูดจาขวานผ่าซากเสียจริง แต่ก็นับว่ามีเหตุผล
เธอไม่ได้แสดงความมุ่งมั่นใด ๆ ว่าธุรกิจจะต้องเจริญก้าวหน้า พยักหน้ารับหงึกหงัก “ได้ งานนี้ฉันมอบให้คุณแล้วกัน”
เจ้าท่อนไม้ช่วยออกความเห็นได้ ถือว่ามีเป็นความมนุษย์มากแล้ว
...
ในหมู่บ้าน หลังทุกคนได้ฟังการป่าวประกาศก็ออกจากบ้านเพื่อสอบถามความเป็นจริงของข่าวสาร
จุดรวมตัวรับข่าวสารในหมู่บ้านคือข้างทุ่งข้าวสาลี เวลานี้มีคนมารวมตัวกันที่ข้างทุ่งข้าวสาลีหลายคน
“ได้ยินแล้วหรือยัง? ว่ากันว่าบ้านเหล่าลู่รับซื้อสมุนไพรแหละ”
“ได้ยินมาแล้วล่ะ ตอนแรกฉันคิดว่าเป็นภาษีการเกษตร ตกใจหมดเลย”
“ฉันยังนึกว่านาขั้นบันไดในปีนี้เริ่มทำกันเร็วเสียอีก ยังไม่หมดฤดูกาลทำนาเลย”
ผู้เฒ่าหลายคนในหมู่บ้านพูดคุยกัน นั่งยอง ๆ อยู่ใต้ต้นไม้พลางสูบบุหรี่ “ทำไมจู่ ๆ บ้านเขาถึงรับซื้อสมุนไพรกัน? หรือเป็นเพราะลู่ฮ่าวตกงานในเมือง เลยเปลี่ยนมาทำธุรกิจรับซื้อสมุนไพร?”
“ใครจะรู้ ไม่อย่างนั้นเราไปดูกันก่อนเถอะ สมุนไพรที่บ้านขายได้ก็ขาย ปล่อยไว้จะเสียเปล่าเอา”
ขณะทุกคนกำลังวิพากษ์วิจารณ์ ผู้เฒ่าลู่ก็เดินเอามือไพล่หลังออกมาจากบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านอย่างอารมณ์ดี