ระบบผู้ควบคุมสัตว์อสูร : มีเพียงข้าเท่านั้นที่มองเห็นเส้นทางวิวัฒนาการที่ถูกซ่อนเร้น

    เล่มที่ 5 บทที่ 122 ทำลายทุกความเชื่อ พลังการโจมตีท้าทายสวรรค์!

            “มันมาแล้ว! มันมาแล้ว!”

            “ยังคงเป็นสูตรเดิม! ยังคงเป็นรสชาติเดิม!”

            “นี่แหละคือท่าไม้ตายของหมาป่าเงามรณะเพลิงนรก!บงกชเพลิงนรก!”

            พิธีกรไม่อาจเก็บงำความตื่นเต้นไว้ได้อีกต่อไปเสียงแหบพร่าไปหมดแล้ว

            ภายใต้สายตาของผู้ชมทั่วทั้งสนามหมาป่าเงามรณะเพลิงนรกอ้าปากพ่นดอกบัวเพลิงสีดำออกมา

            ดอกบัวเพลิงหมุนวนกลางอากาศพองตัวขึ้นหลายเท่าตัว

            นี่ไม่ใช่บงกชเพลิงนรกธรรมดาทว่าแกนกลางของมันอัดแน่นไปด้วยพลังปีศาจจำนวนมหาศาล

            ยิ่งพลังชีวิตของสัตว์อสูรต่ำเท่าไรพลังโจมตีของท่าต่อสู้ก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น นี่คือคุณสมบัติเสริมของพลังปีศาจ

            ก่อนหน้านี้หมาป่าเงามรณะเพลิงนรกถูกท่าค้อนหกประสานของอสูรเปลวเพลิงทมิฬสีครามโจมตีได้รับบาดเจ็บสาหัส

            ทว่านี่คือสิ่งที่เซี่ยวซิงอวี่จงใจทำเพื่อลดพลังชีวิตของหมาป่าเงามรณะเพลิงนรก

            พื้นเวทีแตกเป็นเสี่ยงๆอุณหภูมิภายในสนามกีฬาพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

            เมื่อบงกชเพลิงนรกเข้าใกล้ใบหน้าของอสูรเปลวเพลิงทมิฬสีครามมันก็พองตัวถึงขีดสุด แทบจะระเบิดสนามกีฬาให้พังทลายลงทั้งหลัง!

            เซี่ยเวยอันกัดฟันแน่นกระตุ้นพลังวิญญาณที่เหลืออยู่ไม่มากนักอย่างบ้าคลั่ง

            ปัง! ปัง! ปัง!

            เสียงระเบิดดังสนั่นต่อเนื่องเพลิงนรกโหมกระหน่ำ พลังปีศาจส่งเสียงกึกก้องท่ามกลางกระแสลมที่บ้าคลั่ง

            พิธีกรถึงกับบ้าคลั่ง

            “นี่คือบงกชเพลิงนรกที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา!”

            “มันน่าเหลือเชื่อจริงๆพลังของบงกชเพลิงนรกนี้คาดว่าสามารถสังหารสัตว์อสูรระดับสมบูรณ์ได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว!”

            หลังจากการระเบิด ควันบนเวทีก็ค่อยๆ จางลง

            ผู้คนมองเห็นภาพกลางเวทีอีกครั้ง

            เห็นเพียงอสูรเปลวเพลิงทมิฬสีครามชูแขนทั้งหกขึ้นค้ำยันกระแสวนโลหิตไว้

            พลังของบงกชเพลิงนรกถูกกระแสวนโลหิตดูดซับไปทีละน้อย!

            พิธีกรสูดหายใจเข้าลึกๆ อีกครั้ง

            “ท่านผู้ชมครับสถานการณ์ดูเหมือนจะพลิกผันอีกครั้ง!”

            “อสูรเปลวเพลิงทมิฬสีครามกลับดูดซับความเสียหายจากบงกชเพลิงนรก!”

            ท่ามกลางเสียงอุทานด้วยความตกใจของผู้ชมขนาดของบงกชเพลิงนรกก็ลดลงเรื่อยๆ จนกระทั่งถูกกระแสวนโลหิตดูดซับไปจนหมดสิ้น

            “มันน่าเหลือเชื่อจริงๆอสูรเปลวเพลิงทมิฬสีคราม สามารถดูดซับพลังของบงกชเพลิงนรกได้ทั้งหมด!”

            “ต้องบอกว่าการต่อสู้ระหว่างผู้เข้าแข่งขันทั้งสองคนนี้มีความยอดเยี่ยมเทียบเท่ากับการประลองของผู้ควบคุมสัตว์อสูรระดับสามดาวเลยทีเดียว!”

            บนอัฒจันทร์

            “เป็นไปได้ยังไงกันบงกชเพลิงนรกที่เสริมด้วยพลังปีศาจ ถูกอสูรเปลวเพลิงทมิฬสีครามดูดซับไปแล้ว?”

            “ความสามารถของอสูรเปลวเพลิงทมิฬสีครามมันสุดยอดเกินไปแล้วกระแสวนโลหิตที่มันปล่อยออกมา แทบจะเป็นหลุมดำที่กลืนกินทุกสิ่ง!”

            “ฉันพอจะเข้าใจแล้วหลังจากอสูรเปลวเพลิงทมิฬสีครามเข้าสู่ร่างปีศาจคลั่งไม่เพียงแต่พลังโจมตีและพลังป้องกันจะเพิ่มขึ้นสามเท่าแต่ความสามารถในการดูดซับความเสียหายก็เพิ่มขึ้นสามเท่าด้วย!”

            เปลวไฟหยดสุดท้ายถูกกระแสวนโลหิตกลืนกิน

            บงกชเพลิงนรกหายไปอย่างสิ้นเชิง!

            ทั่วทั้งสนามเงียบกริบ บรรยากาศเริ่มอึมครึม

            เซี่ยเวยอันเผยรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวเล็กน้อยซึ่งแตกต่างจากภาพลักษณ์ที่สง่างามและหล่อเหลาของเขาในยามปกติ

            “เซี่ยวซิงอวี่นี่คือขีดจำกัดของนายแล้วหรือ?”

            “อย่าว่าแต่บงกชเพลิงนรกดอกเดียวเลยต่อให้สองดอก สัตว์อสูรของฉันก็สามารถดูดซับมันได้ทั้งหมด!”

            ทันทีที่พูดจบ เซี่ยเวยอันกระตุ้นพลังวิญญาณ

            อสูรเปลวเพลิงทมิฬสีครามคำรามลั่นหัวเสือที่อยู่ตรงกลางทั้งสามพ่นบงกชเพลิงสีครามออกมา

            นี่คือความสามารถในการสะท้อนกลับของอสูรเปลวเพลิงทมิฬสีคราม!

            หลังจากดูดซับการโจมตีของศัตรูมันจะเปลี่ยนเป็นพลังงานของตัวเอง แล้วสะท้อนกลับไป

            บงกชเพลิงสีครามพุ่งแหวกอากาศกระหน่ำเข้าใส่หมาป่าเงามรณะเพลิงนรก

            เสียงระเบิดดังถี่ๆ คลื่นเพลิงสาดกระเซ็น

            สนามกีฬาสั่นคลอน ผู้ชมตกใจจนต้องยกมือปิดตา

            “หมาป่าเงามรณะเพลิงนรกถูกบงกชเพลิงสีครามโจมตีขณะนี้ควันหนาทึบ เรามองไม่เห็นสถานการณ์ในใจกลางเวทีเลยครับ”

            “เส้นทางแห่งการพลิกผันของเซี่ยวซิงอวี่จะต้องหยุดลงแค่นี้แล้วหรือ?”

            “ควันจางลงแล้วครับ ช่างภาพครับซูมเข้าไปใกล้ๆ เลย!”

            “นี่คือ...”

            “เกราะเพลิงสุริยะ!”

            พร้อมกับเสียงอุทานของพิธีกรผู้ชมต่างมองเห็นภาพบนเวที

            หมาป่าเงามรณะเพลิงนรกยังคงยืนหยัดอยู่ได้ร่างกายปกคลุมด้วยเกราะเพลิง

            นี่คือทักษะป้องกันธาตุไฟระดับสูงเกราะเพลิงสุริยะ!

            แม้ว่าเกราะเพลิงสุริยะจะมีรอยร้าวหลายจุดแต่มันก็ต้านทานบงกชเพลิงสีครามไว้ได้สำเร็จ

            เซี่ยวซิงอวี่ยืนอยู่กลางซากปรักหักพังก้มหน้าลง

            สายลมพัดผ่าน เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นดวงตาเปล่งประกายราวกับดวงดาว

            “เป็นไปได้ยังไง...”

            เซี่ยเวยอันรู้สึกเหลือเชื่อก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว

            “เมื่อกี้นายบอกว่าต่อให้มีบงกชเพลิงนรกสองดอกสัตว์อสูรของนายก็สามารถดูดซับได้หมดใช่ไหม?”

            เซี่ยวซิงอวี่หยุดเล็กน้อย แล้วพูดต่อว่า“แล้วถ้าสามดอกล่ะ?”

            เซี่ยเวยอันพยายามรักษาความสงบเยาะเย้ยด้วยรอยยิ้มเย็นชา “เซี่ยวซิงอวี่นายกำลังโม้อะไรอยู่? บงกชเพลิงนรกคือท่าไม้ตายของหมาป่าเงามรณะเพลิงนรกเวลาคูลดาวน์อย่างน้อยหนึ่งชั่วโมงเลยนะ!”

            เซี่ยวซิงอวี่ไม่พูดอะไร เพียงยิ้มเล็กน้อยแล้วเปิดใช้งานตราผนึกอสูร

            “เซี่ยวซิงอวี่เปิดใช้งานตราผนึกอสูรเขาจะอัญเชิญสัตว์อสูรตัวที่สอง!”

            “จะอัญเชิญเทพธิดาแสงศักดิ์สิทธิ์หรือเปล่า?”

            “ไม่! ไม่ใช่!”

            “เขาอัญเชิญ...”

            “กระต่ายหูสายฟ้า?”

            หลังจากที่สัตว์อสูรตัวที่สองของเซี่ยวซิงอวี่ปรากฏตัวขึ้นทุกคนในสนามต่างตกตะลึง

            “โอ้โห! อะไรเนี่ย กระต่ายหูสายฟ้า?”

            “กระต่ายหูสายฟ้าเป็นสัตว์อสูรไร้ธาตุที่มีสายเลือดต่ำต้อยเซี่ยวซิงอวี่บ้าไปแล้วหรือเปล่า?”

            “บอกตามตรง พอเห็นกระต่ายหูฟ้าปรากฏตัวฉันแทบจะอัมพาตไปเลย!”

            กระต่ายหูสายฟ้าเป็นสัตว์อสูรที่ขึ้นชื่อเรื่องความไร้ประโยชน์

            ในรอบชิงชนะเลิศของการแข่งขันซูเปอร์โนวาเซี่ยวซิงอวี่กลับอัญเชิญมันออกมา ทำให้ผู้คนหัวเราะจนแทบจะท้องแข็ง

            เซี่ยเวยอันเห็นกระต่ายหูสายฟ้าปรากฏตัวขึ้นก็ตกตะลึงไปพักหนึ่งจากนั้นก็หัวเราะลั่น

            “ฮ่าๆๆ เซี่ยวซิงอวี่นายไม่ใช่ผู้ควบคุมสัตว์อสูร แต่ฉันยอมรับว่านายเป็นดาราตลกตัวจริงขอบคุณที่สร้างความบันเทิงให้ทุกคน”

            คำพูดของเซี่ยเวยอันแฝงไปด้วยความเสียดสีดูถูกเซี่ยวซิงอวี่ และยังดูถูกกระต่ายหูสายฟ้าอีกด้วย

            เซี่ยวซิงอวี่ไม่ได้อธิบายอะไรมากเพียงแต่ตบหูกระต่ายหูสายฟ้าเบาๆ

            กระต่ายหูสายฟ้าสัมผัสได้ถึงเจตนาของเจ้านายหูรูปสายฟ้าทั้งสองข้างตั้งขึ้นแล้วส่งเสียงร้องเจื้อยแจ้วที่น่ารักแต่แฝงด้วยความดุร้ายออกมา

            “เจ้าตัวเล็กนี่ออกมาอ้อนเหรอ?”

            “ไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าเซี่ยวซิงอวี่ทำอะไรอยู่”

            “นึกว่าจะพลิกสถานการณ์ได้ ที่ไหนได้ม้ามืดก็ยังเป็นแค่ม้ามืด จะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ไปไม่ได้หรอก”

            ในขณะที่ผู้ชมกำลังหมดหวังในตัวเซี่ยวซิงอวี่หมาป่าเงามรณะเพลิงนรกก็อ้าปากพ่นบงกชเพลิงนรกออกมา!

            ก่อนที่ผู้คนจะทันอุทานหมาป่าเงามรณะเพลิงนรกก็พ่นบงกชเพลิงนรกออกมาอีกดอก!

            ตามด้วยบงกชเพลิงนรกดอกที่สามปรากฏขึ้นต่อหน้าผู้คน!

            ในขณะนี้ท้องฟ้าเหนือสนามกีฬามีบงกชเพลิงนรกขนาดยักษ์สามดอกลอยอยู่ล้อมอสูรเปลวเพลิงทมิฬสีครามไว้ทุกทิศทาง!

            พิธีกรลุกขึ้นจากโต๊ะ

            “ผมแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง!หมาป่าเงามรณะเพลิงนรก พ่นบงกชเพลิงนรกออกมาพร้อมกันสามดอก!”

            เซี่ยเวยอันเหมือนถูกฟ้าผ่าร่างกายแข็งทื่อราวกับหิน

            “เป็นไปไม่ได้...”

            ต้องรู้ว่าบงกชเพลิงนรกคือท่าไม้ตายของหมาป่าเงามรณะเพลิงนรกเวลาคูลดาวน์อย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง

            หมาป่าเงามรณะเพลิงนรกเพิ่งจะใช้บงกชเพลิงนรกไปเมื่อครู่ตามหลักแล้วไม่สามารถใช้ท่านี้ได้อีกภายในหนึ่งชั่วโมง

            ทว่าเซี่ยวซิงอวี่ไม่เคยทำอะไรตามหลักการ

            เมื่อบงกชเพลิงนรกสามดอกลอยอยู่เหนือเวทีก็สร้างความตื่นตะลึงไปทั่วทั้งสนาม ทำลายทุกความเชื่อที่เคยมีของผู้คน!

             

    คล้ายกับเรื่องระบบผู้ควบคุมสัตว์อสูร : มีเพียงข้าเท่านั้นที่มองเห็นเส้นทางวิวัฒนาการที่ถูกซ่อนเร้น ที่คุณอ่าน