กำเนิดธิดาสวรรค์ผู้เหี้ยมโหด(Devil in the Goddess)

    ตอนที่56:หทัยเทวะ

    ณ ลานประลองโรงเรียนสหเวทย์ บรรยากาศยังคงคุกรุ่นด้วยไอสังหารจากการปะทะกันระหว่างณิชาและสินี สิ้นเสียงประกาศิตของณิชา วงแหวนรอยสักสีเหลืองทองที่แผ่นหลังของนางพลันหมุนวนอีกครั้ง คราวนี้มันหยุดลงที่ลูกแก้วทักษะวิญญาณลูกที่สอง พลันบังเกิดมวลอากาศอันศักดิ์สิทธิ์หมุนวนอยู่เบื้องหลังร่างของณิชาอีกครา ละอองแสงสีทองละเอียดระยิบระยับเริ่มก่อตัวขึ้นทีละน้อย สอดประสานกันดุจดวงดารานับล้านบนฟากฟ้ายามราตรี ก่อนจะค่อยๆ รวมตัวกันเป็นรูปร่างอันเลือนรางแต่แฝงไว้ด้วยความยิ่งใหญ่! บรรยากาศโดยรอบพลันสงบนิ่งลงอย่างน่าประหลาด ราวกับสรรพสิ่งกำลังหยุดนิ่งเพื่อรอคอยการสำแดงเดชแห่งเทพเจ้า!


    อึดใจต่อมา เงาร่างนั้นก็พลันชัดเจนขึ้น! ปรากฏเป็นเทพธิดาองค์เดิมเฉกเช่นครั้งแรกที่นางสำแดงดาบจำแลง แต่ครั้งนี้...ในมือนางกลับว่างเปล่า ไร้ซึ่งดาบศักดิ์สิทธิ์ใดๆ เทพธิดาผู้สง่างามในชุดเกราะทองคำอร่าม ปีกสีทองอร่ามคู่ใหญ่โอบล้อมร่างของณิชาไว้ดุจปราการศักดิ์สิทธิ์ ดวงพระพักตร์ของเทพธิดานั้นนิ่งสงบ แต่แฝงไว้ด้วยอำนาจอันลึกล้ำเกินหยั่งถึง นัยน์ตาสีทองทอประกายเย็นเยียบมองตรงไปยังสินี


    แล้วภาพอันน่าตื่นตะลึงก็บังเกิดขึ้น! เทพธิดาองค์นั้นใช้มือทั้งสองข้างโอบกอดณิชาจากทางด้านหลังอย่างนุ่มนวล ปรากฏเป็นภาพสองเทพธิดาคลอเคลียกันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เทพธิดาศักดิ์สิทธิ์ในชุดเกราะสีทองจะค่อยๆ กลายเป็นไอพลังเวทย์สีทองอร่าม แล้วไหลหลั่งเข้าสู่ร่างของณิชาอย่างต่อเนื่อง!


    เลือดในกายณิชาพลันสูบฉีดด้วยพลังอันบริสุทธิ์อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน! หัวใจปฏิกรณ์เวทมนตร์ของนางที่เคยเป็นสีขาว บัดนี้เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม! ไอพลังเวทย์อันศักดิ์สิทธิ์เอ่อล้นท่วมท้นไปทั่วทุกอณูในร่างกาย! กลิ่นอายรอบกายนางแปรเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง! และที่น่าอัศจรรย์ที่สุด...เรือนผมสีดำขลับยาวสลวยของนาง พลันเริ่มเปลี่ยนเป็นสีทองสุกปลั่ง! ไล่ตั้งแต่โคนผมจรดปลาย! หากไท่เซวียนได้มาเห็นณิชาในยามนี้ เขาจะต้องจำได้ในทันทีว่านางคือสตรีในฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนเขาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน!


    ทั่วทั้งสนามประลองพลันตกอยู่ในความเงียบงัน! ราวกับเวลาได้หยุดหมุนไปเสียเฉยๆ! ทุกสายตาจับจ้องไปยังร่างของณิชาที่กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างน่าสะพรึงกลัว! เสียงซุบซิบเริ่มดังแผ่วเบามาจากทั่วอัฒจันทร์ "นั่นมัน...อะไรกันน่ะ?" "ผมของนาง...กลายเป็นสีทอง!" "พลังนั่น...ข้ารู้สึกถึงความศักดิ์สิทธิ์...แต่ก็น่ากลัวเหลือเกิน!"


    ณิชาค่อยๆ ก้าวเดิน...ทีละก้าว...อย่างเชื่องช้า...มุ่งตรงไปยังสินีที่ยืนตัวแข็งทื่อด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด! แรงกดดันอันมหาศาลแผ่ออกมาจากร่างของณิชา ทำให้สินีรู้สึกหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก! ราวกับกำลังเผชิญหน้ากับราชินีผู้ยิ่งใหญ่! ความหวาดกลัวเข้าครอบงำจิตใจของนางอย่างสมบูรณ์!


    "ทักษะเวทย์...หทัยเทวะ" ณิชาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบแต่ก้องกังวานไปทั่ว


    ณ ห้องทำงานส่วนตัว ผู้อำนวยการใหญ่แห่งโรงเรียนสหเวทย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในเมือง 896 ถึงกับลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความตกตะลึง! ดวงตาของเขาเบิกกว้างจับจ้องไปยังภาพของณิชาบนหน้าจอเสมือน เขาไม่รู้แน่ชัดว่า "หทัยเทวะ" คือสิ่งใด แต่สัมผัสได้ถึงพลังอันสูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ที่แผ่ออกมาจากร่างของเด็กสาวผู้นั้น มันเป็นพลังที่เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อนในชีวิต! "ทักษะระดับสูงถึงเพียงนี้...หรือว่าทางวิหารศักดิ์สิทธิ์ซุกซ่อนของดีเช่นนี้ไว้จริงๆ! หรือทั้งหมดนี้จะเป็นเพราะ...ผู้อาวุโสนักบุญมทินาผู้นั้นกันแน่" ผู้อำนวยการพึมพำ เขามองผู้อาวุโสลึกลับแห่งวิหารศักดิ์สิทธิ์นางนั้นไม่ออกเลยแม้แต่น้อย


    มทินาเองก็ประหลาดใจไม่น้อยกับสิ่งที่เห็น แต่เพียงชั่วครู่ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของนางอย่างไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น 'แม่หนูนี่...ช่างเป็นหนูค้นหาสมบัติที่เก่งกาจเสียจริง!'


    'นิชา' ที่อยู่ในร่างณิชานั้นรู้สึกทึ่งเป็นอย่างมาก 'ไม่คิดเลยว่าเวลาผ่านไปเพียงไม่กี่วัน ณิชาจะได้ลูกแก้วทักษะที่สองมาครอบครองเสียแล้ว! ยัยเด็กนี่สร้างความประหลาดใจให้ข้าได้ตลอดเวลาจริงๆ และเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังอันศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้...ข้าก็เริ่มรู้สึกแล้วว่า ลูกแก้วดาบจำแลงลูกแรกที่นังมทินามอบให้นั้น น่าจะเป็นสิ่งที่ยุ่งยากและมีปัญหาซ่อนเร้นอยู่มากกว่าที่ข้าเคยคาดคิดไว้เสียอีก'


    ต่างคนต่างก็มีแผนการในใจ ณิชาก็มีแผน มทินาก็มีแผน 'นิชา' เองก็มีแผน แต่สุดท้ายแล้ว ใครจะเป็นผู้ได้ประโยชน์ และใครจะเป็นผู้สูญเสียประโยชน์นั้น...มันยังไม่แน่! ต้องคอยพิสูจน์กันต่อไป


    แต่ละก้าวของณิชาที่เดินเข้าหา ทำให้สินีรู้สึกหนักอึ้งอย่างอธิบายไม่ได้ เป็นการกดทับของพลังที่มากกว่าอย่างยิ่งยวด เธอเคยรู้สึกเช่นนี้...ตอนที่ขอรับการชี้แนะจากท่านอาจารย์สาธิตาเท่านั้น แต่ความกดดันนี้มันเพิ่มพูนด้วยความศักดิ์สิทธิ์ ความน่าเกรงขาม ความหวาดกลัวพลันบังเกิดขึ้นในใจอย่างห้ามไม่ได้ ราวกับเธอกำลังยืนอยู่ท่ามกลางลานประหาร!


    ณิชาเดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้า สินีทรุดกายลงคุกเข่า ก้มหน้าจนหน้าผากแทบจะจรดพื้นด้วยความหวาดวิตกสุดขีด เหงื่อกาฬไหลท่วมกายราวกับอาบน้ำ ร่างกายสั่นเทิ้มอย่างควบคุมไม่ได้ ประหนึ่งทาสผู้ต่ำต้อยกำลังเผชิญหน้ากับองค์ราชินีผู้ทรงอำนาจและเกรี้ยวกราด ดวงตาของสินีแดงก่ำคลอหน่วไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความอัปยศและความสิ้นหวัง ความทะเยอทะยานและความหยิ่งผยองที่เคยมีมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวจับขั้วหัวใจ นางไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตาณิชาโดยตรง ได้แต่ตัวสั่นงันงกอยู่เช่นนั้น


    เสียงซุบซิบจากอัฒจันทร์ดังขึ้นอีกระลอก "ดูสินีนั่นสิ! หมดท่าเลย!" "ฮ่าๆๆ สมน้ำหน้า! เมื่อครู่ยังปากดีอยู่เลยไม่ใช่รึไง!" "พลังของแม่นางผมทองนั่นมันอะไรกันแน่? แค่เดินเข้าไปใกล้ๆ สินีก็ขาสั่นแล้ว!" "ศิษย์เอกของสาธิตา...ก็มีดีแค่นี้เองรึ?"


    ณิชาเหลือบมองร่างอันน่าสมเพชของสินีด้วยหางตา ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าคอเสื้อของนาง ยกขึ้นราวกับเป็นเพียงลูกแมวตัวเล็กๆ ที่เปียกปอนน่าเวทนา แล้วเหวี่ยงร่างของนางออกไปนอกลานประลองอย่างไม่ไยดี!


    ร่างของสินีกระเด็นไปตกกระแทกพื้นนอกเขตประลองอย่างแรง นางนอนแอ้งแม้งหมดสภาพอยู่ตรงนั้น ดวงตาเบิกกว้างค้างมองเพดานฟ้าอย่างเลื่อนลอย ร่างกายไม่ขยับเขยื้อนราวกับไร้วิญญาณ สนับมือโลหะที่เคยสวมใส่อย่างภาคภูมิใจหลุดกระเด็นไปคนละทิศละทาง เสื้อผ้าอาภรณ์ขาดวิ่นเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นดินและคราบน้ำตา ปอยผมที่เคยจัดแต่งอย่างสวยงามบัดนี้หลุดลุ่ยลงมาปรกหน้าอย่างน่าเวทนา ความพ่ายแพ้อย่างย่อยยับและไร้ทางสู้ได้ทำลายทั้งร่างกายและจิตใจของศิษย์เอกแห่งผู้อาวุโสนักบุญสาธิตาจนหมดสิ้น เหลือเพียงความว่างเปล่าและความอัปยศอดสูที่ยากจะลืมเลือน


    "กรรมการ...ประกาศผลด้วย" เสียงหวานอันเย็นเยียบของณิชาเอ่ยขึ้น ปลุกให้กรรมการที่กำลังยืนตะลึงงันให้ตื่นจากภวังค์


    "อะ...เอ่อ...ผู้ชนะ...ได้แก่...ท่านณิชา!" กรรมการเผลอเติมคำว่า "ท่าน" เข้าไปในคำประกาศด้วยความรู้สึกที่ว่ามันเป็นสิ่งที่สมควรแล้ว!


    ผู้อาวุโสนักบุญสาธิตาและโชติกาต่างก็ตกตะลึงจนพูดไม่ออก! พวกนางไม่ได้มองณิชาเป็นเพียงผู้เยาว์อีกต่อไปแล้ว โดยเฉพาะโชติกา...นางรู้สึกตึงเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน! "นาง...นางทำได้อย่างไร..." โชติกาพึมพำ มองไปยังร่างของสินีที่นอนหมดสภาพด้วยแววตาที่ซับซ้อน


    คณิณ ธีรเดช ที่มองดูเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง อดที่จะพึมพำออกมาอย่างหลงใหลมิได้ "โอ้...เทพธิดา...เทพธิดาจุติโดยแท้! งดงาม...แข็งแกร่ง...และ...น่าครอบครองยิ่งนัก!" เขารีบปรับท่าทีให้ดูภูมิฐานที่สุด เดินตรงเข้ามาหาณิชาอีกครั้งด้วยรอยยิ้มเจ้าเสน่ห์ที่เคยใช้ได้ผลกับสตรีมานักต่อนัก "แม่นางณิชา...ข้า คณิณ ธีรเดช สุดแสนจะประทับใจในความสามารถอันน่าทึ่งของท่านยิ่งนัก! ช่างเป็นเกียรติอย่างสูงที่ได้ยลโฉมเทพธิดาเช่นท่านในวันนี้ หาก...หากท่านไม่รังเกียจ...ข้าใคร่ขอโอกาสได้ทำความรู้จักและสนทนากับท่านเป็นการส่วนตัวได้หรือไม่?" น้ำเสียงของเขาหวานหยดย้อย พยายามจะใช้เสน่ห์ทั้งหมดที่มีเพื่อเอาชนะใจนาง


    เสียงซุบซิบจากกลุ่มสตรีบนอัฒจันทร์เริ่มดังขึ้น "ดูคุณชายคณิณสิ! พอเห็นคนสวยหน่อยก็ออกลายเจ้าชู้อีกแล้ว!" "ข้าว่าแล้ว! พวกผู้ชายก็เหมือนกันหมด! เห็นคนสวยเก่งหน่อยก็ตาลุกวาว!" "แต่แม่นางผมทองนั่นก็งดงามจริงๆ นะ พลังก็สุดยอด ข้าไม่แปลกใจหรอกถ้าคุณชายคณิณจะสนใจ"


    ณิชาปรายตามองคณิณด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยคล้ายรอยยิ้มแต่ก็ไม่เชิง "ท่านคณิณช่างปากหวานเสียจริงนะเจ้าคะ" นางเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ "แต่ถ้าท่านอยากจะสนทนากับข้าจริงๆ ล่ะก็..." นางเหลือบมองไปยังโชติกาที่ยืนหน้าเครียดอยู่ไม่ไกล "...เอาชนะแม่นางโชติกาให้ได้เสียก่อนเป็นไรเจ้าคะ? หากท่านทำได้...เมื่อนั้น ข้าอาจจะพอมีเวลาว่างให้ท่านบ้าง"


    คำพูดของณิชานั้นสองแง่สองง่าม แต่สำหรับคณิณผู้กำลังหลงใหลในตัวนางอย่างหัวปักหัวปำแล้ว มันไม่ต่างอะไรกับคำเชื้อเชิญอันแสนหวาน! "จริงหรือขอรับแม่นาง!?" เขาร้องออกมาอย่างดีใจ ดวงตาเป็นประกายด้วยความหวัง "หากเป็นเช่นนั้น...ข้าจะทำตามประสงค์ของท่านทุกประการ! แม่นางโชติกา! โปรดเตรียมตัวให้พร้อม! เพื่อแม่นางณิชาแล้ว...ข้าจะเอาชนะท่านให้จงได้!" คณิณหันไปประกาศกร้าวกับโชติกาอย่างฮึกเหิม โดยไม่ทันได้สังเกตเห็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่ปรากฏขึ้นเพียงชั่ววูบบนใบหน้าของณิชา


    "ดูเหมือนคุณชายเจ้าสำราญจะโดนปั่นหัวเสียแล้ว" เสียงนินทาดังมาจากมุมหนึ่ง "แต่โชติกาก็ไม่ใช่หมูในอวยนะ นางเก่งกาจไม่แพ้สินีเลย" "ข้าว่าโชติกาน่าจะเครียดหนักกว่าเดิมเสียอีก ตอนแรกก็เสียศิษย์น้องไปคนหนึ่งแล้ว นี่ยังต้องมาเจอเรื่องแบบนี้อีก"


    หลังจากเหตุการณ์อันน่าตื่นตะลึงนั้น ผู้เข้าประลองคนอื่นๆ ที่เห็นพลังอันน่าสะพรึงกลัวของณิชา ต่างก็พากันขอสละสิทธิ์ในการประลองกับนางโดยพร้อมเพรียง! เมื่อมีคนแรกที่กล้าขอสละสิทธิ์ ก็มีคนที่สอง สาม และอีกหลายคนตามมาเป็นทิวแถว!


    เชียร์ร่าเองก็เช่นกัน นางหันมายิ้มให้ณิชาอย่างเข้าใจ ก่อนจะประกาศสละสิทธิ์ "ข้าขอยอมแพ้"


    ณ บัดนี้ เหลือผู้เข้าประลองเพียงสามคนเท่านั้น...ณิชา...โชติกา...และคณิณ ธีรเดช!


    คณิณยิ้มกว้างอย่างมีเลศนัย ก่อนจะประกาศก้อง "ข้า คณิณ ธีรเดช ขอสละสิทธิ์ในการประลองกับแม่นางณิชา! แต่ข้าขอท้าประลองกับแม่นางโชติกาแทน!"


    โชติกาได้ยินดังนั้นก็ถึงกับหน้าซีดเผือด! นางคำนวณความเป็นไปได้ในใจอย่างรวดเร็ว...ต่อให้ชนะคณิณได้...แล้วนางจะเหลือเรี่ยวแรงใดไปต่อกรกับณิชาผู้มีพลังดุจเทพเจ้าองค์นั้นได้อีกเล่า!? นางกำหมัดแน่น ขบกรามจนเป็นสันนูน ก่อนจะประกาศออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ... "ข้า...โชติกา...ขอสละสิทธิ์!"


    เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้ง "อะไรกัน! โชติกาก็ยอมแพ้รึ!?" "นางคงรู้ตัวว่าสู้ไม่ได้กระมัง" "แบบนี้คุณชายคณิณก็อดพิสูจน์ตัวเองเลยสิ ฮ่าๆๆ" "ข้าว่าเขาก็คงไม่อยากสู้กับแม่นางผมทองนั่นจริงๆ หรอก แค่หาเรื่องเกี้ยวไปวันๆ"


    และแล้ว...ณิชาก็กลายเป็นผู้ชนะเลิศการประลองจัดอันดับของโรงเรียนสหเวทย์ สาขา 896 ไปอย่างง่ายดาย...โดยที่นางแทบจะยังไม่ได้ออกแรงอันใดเลยด้วยซ้ำ!


    รุจีและมารินวิ่งเข้ามากอดณิชาด้วยความดีใจระคนหมั่นไส้ "นี่มันอะไรกันเนี่ย! ชนะแบบไม่ต้องเหนื่อยเลยสักนิด! น่าอิจฉาเป็นบ้า!" พวกนางหยอกล้ออย่างสนุกสนาน ท่ามกลางเสียงปรบมือและเสียงแสดงความยินดีที่ดังก้องไปทั่วทั้งลานประลอง "สมแล้วที่เป็นเทพธิดาของพวกเรา!" "ใช่ๆ! เทพธิดาผู้ไม่เคยต้องออกแรง!"

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดธิดาสวรรค์ผู้เหี้ยมโหด(Devil in the Goddess) ที่คุณอ่าน