"หวานรุ้ว่าพี่ไม่ใช่พี่ชัดั้แ่คืนแรกแล้วละจ๊ะ..." หวานสารภาพออกมาบ้าง
"รู้ได้อย่างไรครับ...." คราวนี้ฉัตรชัยพูดออกมาตามปรกติของตนเอง ไม่ต้องจ๊ะๆจ๋าๆ เลียนแบบน้องชายอีกต่อไป
"่ที่พี่มาถึง..พี่ก็ทำอะไรต่างจากพี่ชัดตั้งหลายอย่าง..ไม่สุบบุหรี่งี้...แล้วที่หวานมั่นใจก็ตรงนี้... " หวานพูดจบก็ชี้มือ
มาท่อนลำยาวของฉัตรชัยที่นอนสงบนิ่ง แล้วหัวเราะคิกๆ เสียงสดใสน่ารัก
"มันต่างกับของพี่ชัดมากเลย อิอิ" ฉัตรชัยได้ยินคำตอบถึงกับอายหน้าแดง อยากรู้ว่ามันต่างกับชัดชายผู้น้องอย่างไรแต่
ก็ไม่กล้าสอบถาม
"เอ่อ..แล้วที่หวานตั้งใจยั่วพี่นี้ก้เพื่อให้พี่ทนไม่ไหว สารภาพออกมางั้นรึครับ..."ฉัตรชัยลองสอบถามเพราะความอยากรู้
"ใช่ค่ะ..."
"แล้วถ้าพี่ไม่พูดไม่สารภาพล่ะ จะเกิดอะไรขึ้น...."
"หวานก็....ก็...ทำกับพี่แบบผัวเมียไงคะ...." หวานพูดอุ๊บอิ๊บ อายจนหน้าแดง แต่ฉัตรชัยพอได้ยินกลับรู้สึกสยิวๆ
"เอ้า....หวานก้รุ้ว่าพี่ไม่ใช่สามี แล้วจะทำกับพี่แบบนั้นทำไมครับ...." ฉัตรชัยถามไปแล้ว แต่พอได้คำตอบกลับมา ถ้าเขา
ย้อนเวลาได้ คงไม่กล้าถามคำนี้ออกมาจนตอนนี้เขากำลังรุ้สึกกระอักกระอ่วนใจ
"ก็...ก็....หวานชอบพี่จ๊ะ..."
"อ่ะ...หวานว่าไงนะ" ฉัตรชัยไม่อยากเชื่อหูตนเอง
"พี่ได้ยินไม่ผิดหรอกจ๊ะ...หวานชอบพี่...แม้เพียงรู้จักพี่แค่สองวัน...หวานก้รู้สึกชอบพี่จริงๆจ๊ะ...พี่คงรู้เื่ของหวานกับ
พี่ชัดเขาแล้วใช่มั๊ยคะ...ว่าหวานมาเป็เมียพี่เขาได้อย่างไร..." หวานหยุดเล่ารอจนฉัตรชัยผงกหัวตอบรับ
"หวานไม่เคยรักพี่เขามาก่อน แม้จนบัดนี้หวานก็ไม่เคยรักเขา หลายอย่างมันไปกันไม่ได้ แต่ที่หวานทนอยู่กันจนมีลูก
เต้า ก็เพราะเหมือนตกกระไดพลอยโจน หวานเสียตัวให้พี่เค้าเป็คนแรก แม้ไม่รัก ก็จำต้องอยุ่กับพี่เค้าไปจวบจนวัน
ตาย...หวานไม่เคยใกล้ชิดกับผู้ชายคนใดมาก่อน จนกระทั่งมีพี่มาชิดใกล้ แม้หน้าตาพี่จเหมือนกับพี่ชัด แต่จิตใจพี่น่า
รักกว่า หวานอบอุ่นเป้นสุขกว่าตอนที่อยู่กับพี่ชัด... พี่จะว่าหวานเลวก็ได้นะจ๊ะ...แต่หวานพูดออกมาจากใจจริงๆ .."
หวานพูดมาจนตอนท้ายใกล้จบ เสียงเธอก็สั่นเครือ มีหยาดน้ำตาเต็มสองเบ้าตาคู่สวย จนฉัตรชัยต้องเอื้อมมือดึงร่าง
บอบบางเต็มไปด้วยสัดส่วนอวบนูนโค้งเว้าของสตรีเพศที่เย้ายวนตา เข้ามากอดปลอบ พร้อมก้มหน้าสจูบเรือนผมดำ
ขลับยาวสลวยของหวานเบาๆ.....
ชัดชายไปถึงโรงพยาบาล แจ้งความประสงค์ว่าจะมาพบผู้ป่วยคือคุณนายแจ่มจรัสกับฝ่ายประชาสัมพันธ์ หลังจากทราบ
ว่ามารดากำลังรอการผ่าตัดอยู่ที่ห้องไอซียู ก็เดินไปตามที่ได้รับการบอกมาจากพนักงานของโรงพยาบาล จนถึงหน้าห้อง
ไอซียู ก็เห็นคุณหมิวกับผู้หลักผู้ใหญ่อีกสองคนนั่งรออยุ่หน้าห้องด้วยทีท่ากระวนกระวายใจ พอคุณหมิวหันมาเห็นคุ่หมั้น
ตัวปลอมก็รีบเดินเข้ามาหา
"คุณพี่คะ...ทำไมเพิ่งมา หมิวทั้งโทรไปหาทั้งส่งข้อความ....รุ้มั๊ยว่าคุณป้ากำลังอยู่ในอันตราย..."
คุณหมิวต่อว่าคุ่หมั้นของเธอด้วยความรุ้สึกโกรธจริงๆ ยิ่งเห็นสีหน้าท่าทีของเขาที่ดูไม่ทุกข์แต่ประการใด เธอก็ยิ่งโกรธ
แล้วสับสนงุนงงว่าทำไมคุ่หมั้นของเธอถึงได้เปลี่ยนแปลงไปขนาดนี้
ส่วนชัดชายไม่ได้พูดอะไรออกมา เพียงยืนฟังคู่หมั้นของพี่ชายต่อว่า แล้วมองกราดไปทั่วห้องด้วยตัวเขาไม่รู้ว่าผู้ใหญ่สูง
อายุทั้งสองที่นั่งอยู่กับคุณหมิวนั้นคือใคร เพราะพี่ชายก็ไม่เคยบอกเอาไว้ ยิ่งทำให้พ่อกับแม่ของคุณหมิวรู้สึกผิดหวังกับ
การไม่มีสัมมาคารวะของว่าที่ลูกเขยคนนี้เพิ่มขึ้น จนต้องพากันครุ่นคิดว่า หรือทั้งสองคนกำลังมองว่าที่ลูกเขยผิดไป
แท้จริงแล้วเขาไม่ใช่คนดีตามเปลือกที่เคยแสดงออกมา จึงพากันลุกขึ้นเดินออกไปจากที่ตรงนั้น ด้วยรู้สึกไม่สบอารมณ์
พร้อมหันหน้าปรึกษากันว่า หลังจากเหตุการณ์คืนนี้ผ่านไป คงต้องทบทวนเื่ของบุตรสาวกับนายฉัตรชัยเสียใหม่แล้ว
ส่วนคุณหมิวรีบแจ้งให้พยาบาลเวรหน้าห้องไอซียูรับทราบว่าขณะนี้ญาติของผู้ป่วยเดินทางมาถึงแล้ว พยาบาลเวรจึงรีบ
เข้าไปตามนายแพทย์เ้าของไข้ออกมาจากห้องไอซียู จากนั้นก็อธิบายเื่ราวอาการของคุณนายแจ่มจรัสให้ชัดชาย
รับทราบ พร้อมยื่นเอกสารให้เขาเซ็นต์ยินยอมให้มีการผ่าตัด สีหน้าของนายแพทย์ดูเป็กังวลอย่างมาก เพราะทุกนาที
ทุกชั่วโมงที่ผ่านไป มันหมายถึงอันตรายกับคุณนายแจ่มจรัสเพิ่มขึ้นทุกขณะ ต่างกับสีหน้าของชัดชายที่ไม่แสดงอาการ
ทุกข์ใจร้อนใจเป็ห่วงมารดาแม้สักนิด หลังจากที่ชัดชายเซ็นต์เอกสารเรียบร้อยแล้ว ก็หันไปทางคู่หมั้น
"น้องหมิวขับรถพี่มาด้วยมั๊ย..."
คุณหมิวได้ยินถึงกับขมวดคิ้ว แทนที่คุ่หมั้นจะถามถึงอาการของมารดา กลับถามเื่รถเป็ห่วงเื่รถสปอร์ตเสียมาก
กว่า คุณหมิวคร้านที่จะตอบปากตอบคำ ล้วงมือลงในกระเป๋าถือ หยิบกุญแจรถสปอร์ตวางข้างๆตัว ไม่แม้ที่จะส่งให้กับ
มือของคู่หมั้น
"รถจอดอยู่หน้าตึกค่ะ...." น้ำเสียงของคุณหมิวแข็งกระด้าง แบบที่ไม่เคยเป็มาก่อน
"แล้วคุณพี่จะไม่อยู่รอดูอาการคุณป้าก่อนหรือคะ..."
"พี่ไม่ใช่หมอครับ อยู่ก็ช่วยอะไรแม่ไม่ได้ ฝากน้องหมิวดูแลด้วยละกัน...เื่ห้องเื่ค่าใช้จ่าย เดี่ยวพี่มาจัดการเอง..."
พูดจบก็เดินจากหน้าห้องไอซียูออกมา เดินสวนกับพ่อแม่ของคุณหมิว ก็ทำหน้าเชิดคอแข็งมองผ่านเหมือนคนไม่เคย
รู้จักกันแม้สักนิด จากนั้นชัดชายก็ออกไปจากโรงพยาบาล ขับรถสปอร์ตของตนออกกระชากไปอย่างแรงด้วยอารมณ์ที่
พลุ่งพล่าน ขับไปตามทางเดิมที่มากับรถรับจ้างเมื่อสักครู่
หลังจากที่ฉัตรชัยได้รับรู้ความในใจของหวานน้องสะใภ้จนหมดแล้ว เขาก็รุ้สึกกระอักกระอ่วนใจ ทำตัวไม่ถูก ไม่ใช่รังเกียจ
ที่หวานมาชอบมารักเขา แต่เขากลับกลัวใจตนเองมากกว่าว่าจะทำผิดกับน้องชายของตนเอง แม้หวานจะมีลูกมีสามีแล้ว
ก็ใช่ว่าความสวยความน่ารักของเธอจะด้อยลงไปแต่อย่างใด เธอยังคงความสวยความน่ารัก รูปร่างทรวดทรงหรือก็ไม่มี
ส่วนใดบุบสลายหย่อนคล้อยลงไปเลยแม้สักนิด รูปร่างของหวานยังคงสามารถดึงดูดตาดึงดูดใจ ยามที่เขาอยู่ใกล้ชิด
กับเธอ จนเขาต้องเตือนตนเองอยู่เสมอ ไม่ยอมคล้อยตามอำนาจฝ่ายต่ำ ให้ฉวยโอกาศหาเศษหาเลยกับตัวน้องสะใภ้
"พี่จ๊ะ....เข้ามุ้งนอนกันเถอะ...ดึกแล้ว..."
หวานจัดที่หลับที่นอนเรียบร้อยแล้วก็มุดหัวโผล่หน้าออกมาจากชายมุ้ง เสื้อคอกระเช้าสีชมพูอ่อนย้อยต่ำลงมาจนฉัตรชัย
แลเห็นอกอวบอูมเต้าเต่งของหวานได้เกือบทั้งสองเต้าด้วยเธอไม่ได้ใส่บราไว้ห่อหุ่มข้างใน แล้วก้รีบเบนสายตาไปทาง
อื่น แต่เมื่อหวานเรียกแล้วฉัตรชัยยังคงนิ่งเฉย เหมือนไม่ได้ยิน กระทั่งตาที่แลมองมาที่เธอในตอนแรกนั้นกลับหันเหไป
มองด้านอื่น จนหวานรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ เสียงที่พูดออกมาอีกครั้งจึงสั่นเครือ
"พี่รังเกียจหวานหรือจ๊ะ....พี่จะด่าว่าหวานเป็ผู้หญิงสารเลวใจง่ายก็ได้นะ....หวานยอมรับ...เพราะหวานคงเป็เช่นนั้น
ในสายตาพี่จริงๆ...พี่ถึงไม่ยอมนอนร่วมมุ้งเดียวกับหวาน..."
"อื้อออ..ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกหวาน...พี่มัวแต่คิดเื่ทางบ้านน่ะครับ ห่วงคุณแม่ กับคุณ..เอ่อ...หมิว คุ่หมั้นของพี่น่ะครับ...."
ฉัตรชัยรีบตอบกลับไม่อยากให้หวานคิดมาก เพราะจริงๆในใจของตนเองก็ไม่เคยคิดรังเกียจเธอแม้แต่สักนิด
"อย่าคิดมากเลยจ๊ะ...พรุ่งนี้พี่ก็เข้ากรุงเทพไปดูสิจ๊ะ...ว่าเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า..."
น้ำเสียงของหวานค่อยดีขึ้น เมื่อได้ยินฉัตรชัยตอบว่าไม่เคยนึกรังเกียจ จากนั้นเธอก็ตลบมุ้งกลับเข้าไปนอนเพียงลำพัง
แม้จะพยายามหลับตา แต่ใจดวงเล็กๆของหวานกลับว้าวุ่น..สับสน งุนงงว่าเธอหลงรักพี่ชายของสามีเธอั้แ่เมื่อใดแต่
ก็หาคำตอบให้กับตนเองไม่ได้ จวบจนกำลังจะเคลิ้มหลับ ก็แลเห็นฉัตรชัยมุดมุ้งเข้ามานอนเคียงข้าง
"พี่จ๋า...หวานขอโทษ...หวานไม่ควรสร้างความอึดอัดให้พี่กลัดกลุ้มเลย...หวานเลวที่หวานหักห้ามใจให้รักพี่ไม่ได้..พี่
อย่าโกรธอย่าเกลียดหวานนะจ๊ะ..." หวานหันข้างเอียงมาทางด้านที่ฉัตรชัยนอนพร้อมพูดเบาๆให้เขาได้ยิน
"พี่ไม่เคยรู้สึกโกรธหรือเกลียดหวานเลย...พี่โกรธใจพี่เองต่างหาก...."
"พี่โกรธใจตัวเองทำไมจ๊ะ..." หวานจ้องมองฉัตรชัยด้วยสายตาที่เผยความรู้สึกออกมาจนหมดเปลือก
"พี่โกรธ กลัวว่าใจพี่จะไม่เชื่อฟังคำสั่งของแม่พี่น่ะครับ..."
"คุณแม่สั่งพี่ว่าอย่างไรจ๊ะ..."