ในเวลานี้ทุกสายตาจับจ้องไปที่บัลลังก์ราชันสีแดงชาดขนาดใหญ่ที่อยู่ใจกลางของตระกูลหยุน ในใจล้วนแต่สั่นสะท้านพลานุภาพสยบแห่งบัลลังก์ราชันนั้นแม้แต่มหเทวะยังหวั่นเกรง
"ให้ตายสิไม่ว่าจะมองกี่ครั้งบัลลังก์ราชันของเจ้าหนูเฟยหรงนั่นก็ดูน่าหวาดกลัวจริงๆ"ไปหู่กล่าวขึ้น ในใจเต็มไปด้วยความเคารพในพลังจากใจจริง ในเวลานี้ไม่มีใครหยุดเฟยหรงได้อย่างแน่นอนหากเขาต้องการตระกูลหยุนอาจต้องรับกับความเสียหายมหาศาลท่ามกลางกองเพลิงแห่งเทวะนี้
"ท่านพ่อรากปราณของท่านยังต้องการมันอยู่หรือไม่"เฟยหรงว่ากล่าว เฟยเทียนจึงหันออกไปและกล่าวตอบ "หากไม่เกินกำลังก็นำมันมา ข้าจะเอามันไปให้ปู่ของเจ้า"
คำพูดของเฟยหรงทำให้จิตวิญญานของทุกคนสั่นสะท้านในเวลานี้พวกมันรู้แล้วว่าชายหนุ่มเบื้องหน้านี้เป็นใคร ในใจแม้จะไม่อยากจะเชื่อเท่าไรนักแต่ก็ต้องเชื่อเพราะเนื่องจากว่ามันเป็นเพียงเหตุผลเดียวที่ทำให้พวกมันมาอยู่ในจุดนี้ได้
"ท่านประมุขช่วยพวกเราด้วย!!พวกเรายังไม่อยากตาย"เสียงของเหล่าผู้อาวุโสร้องโหยหวนอย่างน่าสงสัย เฟยหรงยังคงเดินขึ้นไปบนบัลลังก์แห่งราชันอย่างมั่นคง หนึ่งก้าวของเขาเท่ากับระยะเวลาชีวิตของพวกมันแต่ละคนสั้นลงไปด้วย
"เจ้าหนุ่มหยุดมือแล้วมาคุยกันดีๆไม่เช่นนั้นเห็นทีว่าข้าจะต้องลงมือ"หยุนฮ่าวผู้เป็นประมุขกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังหากยังคงเป็นเช่นนี้ตระกูลหยุนจะอ่อนแอลงมากและนั่นอาจจะทำมาถึงจุดจบ เฟยหรงยังคงเดินขึ้นบันไดสีแดงฉานอย่างไม่ใยดี ส่วนเฟยเทียนนั้นถึงกับหัวเราะลั่นเต้มไปด้วยความขบขันที่มีอยู่ในใจ
"ฮ่าๆๆท่านลงมือ?? ตาแก่อย่าลืมเชียวว่าใครกำลังคุมเชิงท่านอยู่ แม้พวกเขาจะอยู่มหาเทวะขั้นต้น แต่อย่าลืมว่าเขาคือเผ่าพันธุ์มังกรและพยัคฆ์สวรรค์ แม้จะเป็นมหาเทวะขั้นกลางอย่างท่านก็ตึงมือไม่ใช่น้อย หรือก็คือท่านไม่มีปัญญาพอที่จะข้าได้!"
หยุนฮ่าวกำหมัดแน่น แม้จะไม่พอใจในคำพูดของอีกฝ่ายแต่มันก็เป็นดังที่เฟยเทียนพูดจริงๆในเวลานี้ทุดสิ่งยิ่งเลวร้ายลงกว่าเดิมเข้าไปอีก เพราะเฟยหรงได้มาอยู่เบื้องหน้าของบัลลังก์ราชันแล้ว
"เปลวเพลิงนิรันทร์ไม่สิ้นสุด"เฟยหรงประกาศบัญชา วิหคเพลิงนับร้อยค่อยๆหลอมรวมกลายเป็นหอกเปลวเพลิงขนาดใหญ่แผ่กลิ่นอายของคลื่นความร้อนที่ทำให้น้ำตกบริเวณนั้นล้วนแต่เหือดแห้ง ต้นไม้โดนเผ่าใหม้แม้จะมีเพียงกลิ่นอายของมันก็ตาม หากทักษะนี้ถูกใช้งานเกรงว่าตระกูลหยุนทั้งตระกูลคงได้เหลือแต่เถ้าถ่านอย่างไม่ต้องสงสัย
"หยุดนะ หยุดมือเดี๋ยวนี้!!"ในช่วงระยะเวลาคับขันนั้นเอง หยุนอู่หลิงตะโกนออกมาเสียงดังจนทำให้เฟยหรงต้องชำเลืองมองเล็กน้อย หญิงสาวในเวลานี้น้ำตาไหลออกมาไม่ขาดสายไม่รู้ว่าจะทำเช่นไรดี
"ท่านถือสิทธิ์อะไรมาสั่งข้า"เสียงเรียบเฉยของเฟยหรงดังขึ้น ไม่มีแม้แต่เยื้อใยของหลานในใส้ เขาไม่ได้สนใจความเจ็บปวดของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย หากเทียบกับที่ปู่ของเขาเคยได้รับแค่นี้นับว่ามันยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ
แรงกดดันของชายหนุ่มยิ่งทวีคูณเข้าไปใหญ่หอกเปลวเพลิงค่อยๆเคลื่อนที่ลงในทันใด เหล่าคนของตระกูลหยุดได้เห็นต่างพากันคุกเข่าด้วยความสิ้นหวังและหวาดกลัว
"เห้อ ข้าคงต้องเคลื่อนไหว"หยุนฮ่าวถอนหายใจจู่ๆร่างของเขาก็หายไปกับสายลมและมาโผล่ของบริเวณหน้าของเหล่าผู้อาวุโส
"เร็วมาก!!"หลงเสี่ยวหยาและไป๋หู่อุทานออกมาพร้อมกันแม้จะคลาดสายตา แต่ก็ไม่ได้ช้าไปกว่าอีกฝ่าย กงเล็บมังกรและพยัคฆ์ฟาดเข้าใส่หยุนฮ่าวอีกทาง ดังนั้นมันจึงทำให้เขาต้องรับศึกสองด้านพร้อมกัน เขาจึงเลือกตั้งรับพลังของสองมหาเทวะแทนและใช้ร่างกายบังหอกเปลวเพลิงเอาไว้นั่นทำให้เกิดการระเบิดครั้งใหญ่ในอากาศ
"ท่านพ่อ!!"หยุนอู่หลิงตะโกนลั่น การได้เห็นบิดาของนางต้องรับการโจมตีที่โหดเหี้ยมเช่นนี้ยิ่งทำให้จิตใจมีแต่ความเจ็บปวดแต่จะให้นางทำอย่างไรหนึ่งคือลูกในใส้อีกหนึ่งคือบิดาของตนเอง
"โอ้ คุณธรรมล้ำเลิศสินะ ในเวลานี้ใช้ร่างกายของตนเพื่อปกป้องผู้อาวุโสแต่เมื่อร้อยปีที่แล้วกลับละเลยหลานของตนเอง"เฟยหรงกล่าวอย่างเรียบเฉย เขารู้ดีอีกฝ่ายไม่มีทางตายตกเพราะถึงอย่างไรเขาก็ยังเป็นแค่ระดับเทวะเท่านั้นแม้จะเสริมพลังด้วยบัลลังก์ราชันแต่ก็เทียบไม่ได้กับปราณคุ้มกายของมหาเทวะ อย่างมากก็ทำได้เพียงให้อีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บก็เท่านั้น
"หลาน?? เจ้าหมายถึงอะไร??"เมื่อม่านควันหายไป ร่างของหยุนฮ่าวที่เต็มไปด้วยเลือดสดก็ปรากฏขึ้นอีกครั้งแววตามองไปที่เฟยหรงด้วยความตะลึงงันไปชั่วขณะ
"ฮ่าๆๆน่าขำๆเกินไปแล้ว เคยมีคนบอกท่านไหมว่าปิดด่านมากเกินไปจะกลายเป็นคนโง่ไม่ทันโลก"บัลลังก์ราชันสลายหายไปในเวลานี้ไม่มีใครกล้าหาญที่จะป้องป้องหยุนเฉียนอีกต่อไปทำให้เฟยหรงเข้าไปใช้วิชากระชากรากปราณออกมาอย่างไร้ปราณี
"อ๊าก!!! รากปราณของข้า"มันร้อยโหยหวนขึ้นมาทันใด จากอัจฉริยะกลับกลายเป็นคนพิการในชั่วพริบตา เฟยหรงเดินออกไปอย่างเมินเฉยพร้อมมองไปที่รากปราณห้าสีด้วยแววตาที่หลากหลาย นี่คือเหตุผลที่ทำให้ปู่ของเขาทรมานงั้นหรือนี่ไม่ถูกต้องการจะมองเห็นรากปราณของเด็กทารกอายุเพียงสองปีได้จะต้องมีพลังชนิดเดียวกันอย่างเช่นเฟิงหยุนเยว่ลูกสาวของเขาที่เฟิงหลินเทียนสามารถพบเจอเส้นลมปราณของเด็กน้อยได้ในทันทีเนื่องจากมีคุณสมบัติปราณคล้ายๆกันนั่นเอง แต่ในที่นี้เขามั่นใจว่าไม่มีใครที่มีปราณสายเดียวกับเส้นลมปราณเทพยุทรอย่างแน่นอนกล่าวอีกนัยหนึ่งคือต้องมีคนที่มีดวงเนตรพิเศษหรือไม่ก็มีอุปกรณ์ตรวจจับอะไรสักอย่าง
"ท่านพ่อฆ่ามันเถอะมันเป็นคนดึงรากปราณของท่านไป"เฟยหรงเมื่อเดินมาถึงในตามองผู้อาวุโสใหญ่ที่อยู่ใต้เท้าของเฟยเทียนอย่างเมินเฉยในใจเต็มไปด้วยความเกียจชัง เฟยเทียนเมืองได้ยินดังนั้นเท้าของเขาก็ยกขึ้นและเยียบหัวอีกฝ่ายดัง 'โพล๊ะ'เป็นการปิดฉากความแค้นเคืองทั้งหมด
สองพ่อลูกทะยานร่างกลับไปด้านหลังของจักรพรรดิมังกรอีกครั้งด้วยความเมินเฉยก่อนจะชำเลืองมองไปที่หยุนอู่หลิงที่ตอนนี้น้ำตาไหลออกมาไม่หยุดมองดูแผ่นของหลังชายหนุ่มที่ดูเหมือนกำลังจากไป ในใจมีแต่ความเจ็บปวดนางพึ่งออกจากการปิดด่านได้ห้าสิบปีที่แล้ว ในเวลานั้นเหล่าผู้อาวุโสพากันบอกว่าเฟยหงตายไปพร้อมกับบุตรชายในตอนที่ออกผจญภัยยังด้านนอกพิภพ ในตอนแรกนางก็ไม่เชื่อแล้วออกตามหาอย่างบ้าคลั่งแต่กลับไม่เจอ
สิบปีต่อมาจึงทำให้นางตัดใจและเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่พ่อและแม่ของนางออกจากการปิดด่านพอดีและเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายต้องกังวลนางจึงเก็บความรู้สึกเศร้าแทบขาดใจนี้เอาไว้และบ่มเพาะพลังอย่างบ้าคลั่งจนในที่สุดก็มาถึงระดับจักรพรรดิเทวะขั้นต้นในที่สุด
แต่มาถึงวันนี้นางกลับได้เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยอีกครั้งแต่ทั้งสถานการณ์และความเย็นชาที่เฟยเทียนปล่อยออกมามันทำให้นางไม่กล้าแม้แต่จะขยับหรือเอ๋ยอะไรออกมาเลยแม้แต่น้อย นั่นจึงทำให้เรื่องราวในวันนี้ต้องจบลงด้วยความทุกข์ทนเฉกเช่นวันนี้
"นี่คือผลตอบแทนที่พวกเจ้าทำกับท่านพ่อของข้าเอาไว้ นับจากนี้ตระกูลหยุนและข้าไร้ซึ่งเยื่อใยใด หากต้องการแก้แค้นก็มาหาได้ทุกเมื่อหอกระบี่ดาวตกของข้าพร้อมรับมือเสมอ"เฟยเทียนกล่าวอย่างเมินเฉย ในตอนที่กล่าวออกไปน้ำตาของเขาเองก็ไหลออกมาโดยที่เขาไม่สามารถหยุดได้ จักรพรรดิมังกรและพยัคฆ์สวรรค์สามเนตรทะยานร่างออกไป ทิ้งไว้เพียงความงุนงงของประมุขตระกูล และใบหน้าที่สิ้นหวังของเหล่าผู้อาวุโสเพียงเท่านั้น
"ท่านพ่อ ท่านไม่เห็นจำเป็นต้องทำตัวไร้เยื้อใยถึงเพียงนั้น ท่านย่าก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยเสียหน่อยไม่ต่างกับตาเฒ่านั่นที่มัวแต่ฝึกตนจนหลงลืมตัว"เมื่อออกจากพิภพหยุนเฟยหรงกล่าวขึ้นมาพร้อมกับถอนหายใจ หากเอาตามความจริงเขาไม่ได้สนใจเรื่องสายสัมพันธ์อะไรกับตระกูลหยุนมากนัก สำหรับเขาจะมีย่าก็ได้ไม่มีก็ได้ความรู้สึกไม่ได้แตกต่างกันเท่าไรนัก แต่เฟยเทียนนั้นไม่ใช่นั่นคือแม่ผู้ให้กำเนิดเชียวนะถึงอย่างไรสายสัมพันธ์แม่ลูกไม่ควรจะจบลงเช่นนี้เลย
"ถึงอย่างไรนางก็เป็นคนของตระกูลหยุน พ่อยังไม่อาจยอมรับนางในเวลานี้ได้ สิ่งที่พวกเขาทำมันมากเกินกว่าที่จะให้อภัย ปล่อยพวกเขาไปในครั้งนี้ก็ถือว่าไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก"เฟยเทียนกล่าวออกไปเช่นนั้น เฟยหรงถอนหายใจยาวนี่คือการตัดสินใจของเฟยเทียนผู้เป็นพ่อดังนั้นเขาจึงไม่ว่ากล่าวแต่อย่างไร