เย่เอ๋อไม่สามารถแทงปิ่นปักผมของนางใส่ชายวันกลางคนได้เพราะถูกมือของหลิวอี้จับเอาไว้ก่อน นางหันไปมองหน้าเขาด้วยความโกธ
“ท่านปล่อยมือข้าเดียวนี้ ข้าจะสังหารมัน”
หลิวอี้เพียงแค่จะหยอกล้อนางเล่นแค่นั้นเขาจึงพูดแบบนั้นออกไปแต่นางกลับจริงจังมากขนาดนี้ ถึงขั้นที่จะสังหารชายวัยกลางคน
“ข้าเพียงแค่หยอกล้อเจ้าเล่น เขายังไม่ได้ทำอะไรเจ้า ข้าจะปล่อยให้เขามาเเตะต้องภรรยาของข้าได้ยังไง”
เย่เอ๋อได้ยินสิ่งที่หลิวอี้พูดนางจึงยอมปล่อยมือจากปิ่น ทำให้ปิ่นตกลงที่พื้น
หลิวอี้หยิบปิ่นปักผมขึ้นมาและนำมันไปปักที่ผมของนางเหมือนเดิม
“ท่านช่างเป็นบุรุษที่น่ารังเกียจยิ่งนัก”เย่เอ๋อพูดขึ้นมา
“แต่สุดท้ายคนที่มาช่วยเจ้าเอาไว้คือบุรุษที่เจ้ารังเกียจ”
เย่เอ๋อนางไม่พูดอะไรกับหลิวอี้ตลอดทางเพราะว่านางยังโกธที่เขาแกล้งนาง
หลิวอี้ไม่ได้กลับเข้าไปภายในเมืองหลวง เขานำเรื่อนสิบทิศออกมาเป็นที่พักเพราะว่าเขานำตัวชายวัยกลางคนมาด้วย หลิวอี้ต้องการที่จะสืบข้อมูลจากชายคนนี้ว่าใครเป็นผู้ที่อยู่เบื่องหลัง จากนั้นหลิวอี้วางแผนที่จะปลอมตัวเป็นชายวัยกลางคนและไปพบกับผู้ที่อยู่เบื่องหลัง
ชายวัยกลางคนถูกหลิวอี้มัดและสกัดจุดเอาไว้ไม่ให้เขาใช้พลังปราณได้ หลิวอี้กับเย่เอ๋อนังรอให้เขาได้สติ เพียงไม่นานชายวัยกลางคนก็ตื่นขึ้นมา
ชายวัยกลางคนลืมตาขึ้นมามองเห็นหลิวอี้กับเย่เอ๋อกำลังนั่งจ่องมองเขาอยู่ เเขนของเขาถูกเชือกมัดเอาไว้
“เจ้าทั้งสองคนกล้ามากที่จับตัวข้ามา”
“ทำไมข้าจะต้องกลัวเจ้าด้วย”หลิวอี้พูดขึ้นมา
“ข้าคือผู้อาวุโสลำดับที่ 7 ของสำนักหมื่นโอสถสาขาทวีปลิ่ว”ชายวัยกลางคนพูดถึงตำแหน่งของเขาและสำนักเพื่อให้หลิวอี้เกรงกลัว
หลิวอี้ได้ยินเขาก็ทำสีหน้าแตกตื่น
ชายวัยกลางคนเห็นสีหน้าของหลิวอี้ เขาคิดว่าหลิวอี้คงจะเกรงกลัว เขาจึงยิ้มและหัวเราะออกมา
สิ่งที่หลิวอี้เเสดงออกมาคือการแสดงของเขา หลิวอี้เห็นชายวัยกลางคนหัวเราะเขาจึงยิ้มและหัวเราะตาม
“ข้าไม่เห็นรู้จัก”หลิวอี้พูดขึ้นมา
ชายวัยกลางคนได้ยินคำพูดของหลิวอี้ถึงกับหยุดหัวเราะทันที
“เจ้ารีบปล่อยข้าออกไปเดียวนี้”
“ข้าปล่อยท่านออกไปก็ได้ แต่ข้าอยากจะรู้ว่าท่านจับตัวภรรยาของข้าไปทำไม”
“ข้าไม่เคยทำเรื่องเหล่านี้เจ้าอย่าได้มาใส่ร้ายข้า”
หลิวอี้เห็นเขายังไม่ยอมรับเขาจึงจะต้องใช้ไม้แข็งในการช่วยเหลือ
“เย่เอ๋อ ตบหน้าเขาจนกว่าเขาจะยอมพูด”
เย่เอ๋อนางอารมณ์ค้างตั้งแต่อยู่บนรถม้าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว นางอยากจะสังหารชายวัยกลางคนตั้งนานแล้วแต่ถูกหลิวอี้หยุดเอาไว้ ตอนนี้หลิวอี้ให้นางตบหน้าเขาทำไมนางจะไม่ยอมทำตาม นางเดินเข้าไปตบหน้าชายวัยกลางคนอย่างแรง นางใส่พลังปราณลงไปในฝ่ามือของนางด้วย
เพี๊ยะ เพี๊ยะ เพี๊ยะ เพี๊ยะ เพี๊ยะ เสียงตบหน้าดังขึ้นต่อเนื่องเรื่อยๆและไม่มีท่าทีว่าจะหยุด
หลิวอี้เห็นการลงมือของเย่เอ๋อเขายังรู้สึกขนลุก เพราะสภาพของชายวัยกลางคนเต็มไปด้วยเลือดไหลออกมาจากปาก ฟันของเขาถึงกับหลุดไปหลายซีก แก้มกับใบหูของชายวัยกลางคนเปลี่ยนสีเป็นสีม่วง หลิวอี้มองไปเห็นฝ่ามือของเย่เอ๋อมีเลือดของชายวัยกลางคนติดอยู่ด้วย หากปล่อยไว้แบบนี้ชายวัยกลางคนจะต้องโดนเย่เอ๋อตบจนตายแน่นอน หลิวอี้จึงรีบเข้าไปดึงนางออกมาก่อน
เย่เอ๋อรู้สึกหงุดหงิดที่หลิวอี้มาขัดขวางความสุขของนาง
“ท่านจะมาห้ามข้าทำไม”
“เจ้าต้องใจเย็นๆ หากเขาตายไปพวกเราจะไม่รู้ว่าใครที่อยู่เบื่องหลังเขา”หลิวอี้ทั้งพูดทั้งกลัว กลัวว่านางจะตบเขา
เย่เอ๋อได้ฟังเหตุผลจากหลิวอี้นางจึงสงบลงและกลับไปนั่ง
ชายวัยกลางคนรู้เจ็บสึกปวดไปทั่วใบหน้า ตั้งแต่เขาเกิดมายังไม่เคยได้รับความอัปยศเช่นนี้มาก่อน
“เจ้าจะบอกข้าได้หรือยังว่าใครคือผู้อยู่เบื่องหลังเจ้า”หลิวอี้ถามชายวัยกลางคนอีกรอบ
ชายวัยกลางคนพ่นน้ำลายใส่หลิวอี้และไม่พูดอะไร ยังดีที่หลิวอี้หลบทัน
“ในเมื่อเจ้าไม่ยอมพูดก็อย่าหาว่าข้าใจร้ายก็แล้วกัน”
หลิวอี้หยิบขวดยาออกมาจากแหวนมิติ
“เจ้ารู้หรือไม่ว่ายาตัวนี้คือยาอะไร…ข้าคิดว่าเจ้าคงจะไม่รู้ เดียวข้าจะบอกเจ้าเอง ยาตัวนี้คือยาปลุกกำหนัด คนที่ได้รับยาตัวนี้เข้าไปจะขาดสติเขาจะไม่สนว่าคนผู้นั้นคือหญิงหรือชาย”
ชายวัยกลางคนรู้สึกเฉยๆเขาไม่ได้เกรงกลัวอะไร
เย่เอ๋อได้ยินสรรพคุณของยาตัวนี้นางถึงกับขนลุก