เทพอสูรกลืนตะวัน

    บทที่ 36 : ผู้เฒ่าหวางแห่งตำหนักคุมกฏ

    เจียงเฉินเดินทางไม่นานก็ถึงด้านหน้าของตำหนักคุมกฏที่ร่ำลือกัน เมื่อมาหาถึงเจียงเฉินก็ตกใจเล็กน้อยกับความใหญ่โตของตำหนักคุมกฏ มันใหญ่โตกว่าตำหนักภาระกิจ 2 ถึง 3 เท่าและถ้าจากเทียบกับตำหนักเจ้าเมืองของเมืองนภาไหลเรียกได้ว่าตำหนักเจ้าเมืองกลายเป็นบ้านหลังน้อยไปเลยทีเดียว



    เมื่อมาถึงเจียงเฉินก็ได้รับสายตาดุดันจากยามด้านหน้าตำหนักทันที แต่เจียงเฉินก็หาสนใจพร้อมเดินเข้าไปด้านหน้า



    ''เจ้ามาที่นี้ด้วยเหตุใด ?''



    ยามคนหนึ่งถามขึ้นเมื่อเห็นเจียงเฉินเดินตรงเข้ามา 



    ''ข้ามาพบกับผู้เฒ่าหวาง พี่ชายได้โปรดไปแจ้งกับผู้เฒ่าหวางด้วย''



    เจียงเฉินตอบกลับด้วยท่าทางนอบน้อม เมื่อยามได้ยินก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะถามกลับ



    ''เช่นนั้นเจ้าก็คือ เจียงเฉินสินะ''



    เจียงเฉินที่ได้ยินก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าตอบกลับไป เมื่อเจียงเฉินยืนยันยามคนนั้นก็พูดขึ้น



    ''เช่นนั้นตามข้ามาด้านใน''



    เจียงเฉินพยักหน้าพร้อมกับเดินตามยามคนนั้นเข้าไปด้านใน เมื่อเจ้ามาด้านในเจียงเฉินก็ต้องแปลกใจเพราะเขาคิดว่าจะมีคนอยู่ในตำหนักคุมกฏเยอะกว่านี้แต่ที่เจียงเฉินพบกลับมีเพียงไม่ถึง 20 คนทำให้เจียงเฉินรู้สึกแปลกใจ แต่ดูเหมือนยามที่กำลังนำทางเจียงเฉินอยู่จะรู้ถึงความสงสัยของเขา ยามคนนั้นจึงตอบกลับข้อสงสัยของเจียงเฉิน



    ''ตำหนักคุมกฏนั้นเข้มงวดเรื่องการรับศิษย์มากทำให้มีศิษย์เพียงน้อยนิดที่จะถูกยอมรับจากผู้เฒ่าหวาง และหัวหน้าตำหนักนี่จึงเป็นเหตุให้ศิษย์ที่อยู่ในตำหนักคุมกฏนั้นมีน้อย''



    เจียงเฉินเข้าใจความหมายที่ยามคนนั้นพยายามจะสื่อ เพราะตำหนักคุมกฏนั้นเป็นหนึ่งในตำหนักที่สำคัญที่สุดของสำนักที่พร้อมจะเข้าทำจับกุมและคุมตัวเหล่าศิษย์ที่ทำผิดกฏต่อสำคัญดังนั้นจึงต้องการคนที่แข็งเพื่อที่จะมาเข้ารับตำแหน่งเหล่านี้



    แต่เจียงเฉินก็อดที่จะสงสัยไม่ได้ว่าเหตุใดผู้เฒ่าหวางแห่งตำหนักคุมกฏถึงได้ต้องการที่จะพบตัวเขา เพราะตั้งแต่ที่เจียงเฉินได้เข้าร่วมสำนักมาเขานั้นก็ไม่เคยที่จะทำผิดกฏของสำนักเลยสักข้อเดียวถึงแม้เขาจะไม่เคยอ่านกฏเหล่านั้นก็ตามที



    เจียงเฉินและยามก็มาหยุดอยู่หน้าห้อง ๆ หนึ่งเพียงแค่ยืนอยู่ด้านหน้าห้องเจียงเฉินก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันมหาศาลแผ่ออกมาจากด้านในทำให้เจียงเฉินอดไม่ได้ที่จะก้าวถอยหลังไปเล็กน้อย



    จากนั้นยามที่นำทางเจียงเฉินมาก็พูดขึ้น



    ''ผู้เฒ่าหวางข้าได้นำตัวเจียงเฉินมาแล้วครับ''



    ทันทีที่ยามพูดจบประตูก็ค่อย ๆ เปิดออกเผยให้เห็นห้องโถงด้านในซึ่งเต็มไปด้วยเหล่าผู้นำของตำหนักคุมกฏกำลังนั่งปรึกษาหารือกันอยู่จากนั้นก็มีเสียงอันทรงพลังเสียงหนึ่งดังขึ้น



    ''เข้ามาสิ''



    เจียงเฉินเดินเข้าไปภายในห้องก่อนจะมาหยุดอยู่ที่หน้าบัลลังก์ที่ผู้เฒ่าหวางนั่งอยู่ จากนั้นเจียงเฉินก็คาระเล็กน้อยพร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอันน่าเกรงขาม



    ''ศิษย์เจียงเฉิน มาพบกับผู้เฒ่าหวางตามที่ต้องการแล้ว''



    ผู้เฒ่าหวางจ้องมองเจียงเฉินเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้น



    ''เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้านั้นเรียกเจ้ามาเพราะเหตุใด ?''



    ''ข้านั้นมิทราบ''



    จากนั้นผู้เฒ่าหวางก็ได้หยิบป้ายศิลาประจำตัวของเจียงเฉินออกมาพร้อมกับโยนมันมาตรงหน้าของเขา จากนั้นผู้เฒ่าหวางก็พุดขึ้น



    ''เจ้ารู้หรือไม่ว่าสิ่งนี้คือสิ่งใด ?''



    เจียงเฉินจ้องมองไปที่ป้ายศิลาของตนก่อนจะพูดขึ้น



    ''นั่นคือป้ายศิลาประจำตัวของข้าเองครับ''



    เมื่อผู้เฒ่าหวางได้ยินคำตอบก็พยักหน้าช้า ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้น



    ''เช่นนั้นข้าขอถามเจ้าสักหน่อย ข้าอยากรู้ว่าเหตุใดป้ายประจำตัวของเจ้าถึงได้ไปอยู่ที่หุบเขาร้อยอสูร''



    ''มันเกิดขึ้นตอนที่ข้านั้นกำลังปะทะกับสัตว์อสูรเกรงว่าตอนนั้นข้าคงจะทำมันหล่นจากกระเป๋าเสื้อคลุมของข้า''



    เมื่อผู้เฒ่าหวางได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าเล็กน้อยและพูดขึ้น



    ''หากเป็นเช่นนั้นเจ้าก็ไปได้แล้ว''



    เจียงเฉินคาระเล็กน้อยพร้อมกับก้มตัวลงเพื่อจะหยิบป้ายศิลา แต่ในระหว่างขณะที่เจียงเฉินกำลังจะหยิบป้ายศิลานั้นเขาก็สัมผัสได้ถึงรังสีฆ่าฟันของใครบางคนกำลังพุ่งมาที่เขาทำให้เจียงเฉินต้องรีบกระโดดถอยหลังอย่างรวดเร็ว



    ฟุบ ฟุบ 



    ตึง 



    หลังจากที่เจียงเฉินหลบการโจมตีนั้นเขาก็มองไปยังป้ายศิลาที่วางอยู่บนพื้นแต่ก็พบว่ามีกระบี่เล่มหนึ่งปักอยู่ตรงบริเวณที่เจียงเฉินเคยยืนอยู่เมื่อครู่ เจียงเฉินจ้องมองไปยังทิศทางที่กระบี่พุ่งมาก็พบกับศิษย์หญิงคนหนึ่งเดินออกมาจากมุมหนึ่งของห้อง



    เธอมีใบหน้าที่งดงามอย่างมากจนทำให้เจียงเฉินอดที่จะตะลึงกับความงามของเธอเล็กน้อย และเมื่อมองไปที่เอวของเธอก็พบว่ามีเข็มกลัดของศิษย์หลักห้อยอยู่ทำให้เจียงเฉินแปลกใจเล็กน้อยว่าเหตุใดเธอถึงมาโจมตีเขาที่เป็นเพียงแค่ศิษย์ในเท่านั้น



    ''ศิษย์พี่หญิงช่วยบอกเหตุผลถึงการที่ท่านโจมตีข้าได้หรือไม่ ?''



    ด้วยความสงสัยเจียงเฉินจึงอดไม่ได้ที่กล่าวถามออกไปพร้อมกับใบหน้ายิ้มแย้ม เมื่อเธอเห็นใบหน้ายิ้มแย้มของเจียงเฉินก็อดไม่ได้ที่แสดงสีหน้าฮึดฮัดออกมาก่อนจะพูดขึ้น



    ''การที่ศิษย์ใหม่อย่างเจ้านั้นได้ละเลยกฏที่ศิษย์ทุกคนนั้นจะต้องปกป้องป้ายศิลาประจำตัวด้วยชีวิตของตนเองนั้น ทำให้ข้านั้นอดไม่ได้ที่จะต้องลงโทษเจ้า''



    เจียงเฉินที่ได้ยินแบบนั้นก็ตกใจเล็กน้อยพร้อมกับคิดบางอย่างได้ในทันที



    'ดูเหมือนนางจะเป็นคนที่เคร่งครัดในกฏของสำนักเป็นอย่างมาก ช่างน่าสนุกจริงๆ'



    เมื่อเจียงเฉินเห็นหญิงสาวที่เคร่งครัดในกฏแล้วเขานั้นรู้สึกอยากที่จะหยอกล้อนางเสียหน่อยจึงอดไม่ได้ที่เขาจะยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียอันยียวน



    ''ไม่เอาน่าศิษย์พี่หญิง ช่วงเวลานั้นข้ากำลังตกอยู่ในช่วงเวลาแห่งความเป็นและความตาย เหตุใดข้าจักต้องห่วงป้ายศิลานั่นมากกว่าชีวิตของข้าด้วยกันเล่า''



    เมื่อได้ยินคำพูดขึ้นของเจียงเฉินท่าทีของศิษย์พี่หญิงคนนั้นก็เปลี่ยนไปทันทีก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอันเย็นชา



    ''คนที่ไม่เคารพกฏของสำนักก็มิควรที่จะเป็นศิษย์ของสำนัก !''



    ทันทีที่พูดจบเธอก็คว้ากระบี่ที่ปักอยู่บนพื้นและพุ่งเข้าใส่เจียงเฉินทันที



    'อืม... ดูเหมือนเธอจะโมโหจริง ๆ ด้วยแหะ'



    เจียงเฉินยิ้มพร้อมกับตั้งรับการโจมตีของศิษย์พี่หญิงอย่างใจเย็นพร้อมกับส่งคำพูดอันแสนกวนประสาทออกไปเพื่อกระตุ้นเธอ



    ''เหตุใดศิษย์พี่ถึงได้แสดงท่าทีแข็งกร้าวใส่ข้าผู้เป็นศิษย์น้องที่น่ารัก เช่นนี้กันเล่า ?''



    ศิษย์พี่หญิงกระหน่ำโจมตีใส่เจียงเฉินด้วยกระบี่ของเธออย่างรวดเร็ว แต่เจียงเฉินก็สามารถที่จะตั้งรับได้ทั้งหมดนั่นอดไม่ได้ที่จะทำให้ผู้เฒ่าหวางนั้นอดที่จะแปลกใจไม่ได้แม้เจียงเฉินจะสู้กับศิษย์หลักแต่ตัวของเจียงเฉินนั้นปะทะอยู่กับศิษย์หลักก็ไม่ได้แสดงท่าทีร้อนรนแต่อย่างใด 



    กลับกันกลับแสดงใบหน้ายิ้มแย้มพร้อมกับหยอกล้อศิษย์หลักด้วยซ้ำ เมื่อเห็นท่าทีของเจียงเฉินที่กำลังปะทะอยู่กับศิษย์หลักในตอนนี้ผู้เฒ่าหวางก็ได้แต่ยิ้มออกมาก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอันทรงพลัง



    ''หยุด !!''



    เพียงคำพูดเดียวก็ทำให้จิตวิญญาณของเจียงเฉินนั้นสั่นสะท้านราวกับกำลังพบตัวตนที่สูงศักดิ์เกินกว่าจะเอื้อม เจียงเฉินผละออกจากศิษย์พี่หญิงก่อนจะหันหน้าไปยังผู้เฒ่าหวางที่กำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์



    เมื่อทั้งสองหยุดต่อสู้กันแล้วผู้เฒ่าหวางก็ได้พูดขึ้น



    ''เจียงเฉินข้าอยากจะถามเจ้าสักข้อ''



    เจียงเฉินที่ได้ยินดังนั้นก็เอียงคอเล็กน้อยแสดงท่าทีสงสัยออกมาก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนอบน้อม



    ''หากท่านผู้เฒ่าหวางมีข้อสงสัยก็โปรดถามเถิด''



    ''ดี ! เจ้าคิดเช่นไรหากข้าจะให้เจ้าเข้าร่วมกับตำหนักคุมกฏ''



    !!!



    คล้ายกับเรื่องเทพอสูรกลืนตะวัน ที่คุณอ่าน