เมื่อยามรัตติกาล

    บทที่85 ข้อมูลของคลาร์กดีแลน

    ด้านของหลี่ไป๋ เดินทางไปก่อน…พลางหัวเราะร่าออกมาด้วยความเบิกบานใจ ขณะหยุดที่น้ำตก หน้าผาสูง “ฮ่าๆ ข้าบอกแล้ว เจ้าหนูนี่ เป็นเหมือนไพ่ ที่คาดเดาอะไรไม่ได้”

     

    โจวยี้เองก็พยักหน้า ยอมรับ ความสามารถของเชน เป็นอะไรที่เกินความคาดหมายของพวกเขาไปมาก เมื่อหากมองจากพวกเขา ที่ตรากตรำฝึกฝนหนัก อีกฝ่ายสามารถเป็นแรงค์ S ได้ด้วยการกลืนเลือดในสามนาที อย่างไรก็ดูโกง เอาเปรียบพวกเขาชะมัดยาด

     

    แต่ดูท่าฮันเตอร์ระดับชาติ หลี่ไป๋ จะคาดหวังกับเชนไม่น้อย หากพวกเขาจัดปาร์ตี้ คิดจะไปเผชิญเหยียบย้ำโลกเกตอีกด้าน การรวมตัวพวกฮันเตอร์ระดับสูง ก็ถือว่าไม่ง่ายจริงๆ

     

    …2วันให้หลังเชนรักษาตัวภายในโรงพยาบาลของค่ายฝึกฝน…เหมือนเขาจะไม่ได้บาดเจ็บ ร้ายแรงอย่างที่หลายคนคาดการณ์ แค่เสียเลือดไปมาก กับบาดแผลเต็มตัว กระดูกหักบางส่วนก็เท่านั้น

     

    ช่วงสายที่เชนฟื้นคืนสติ มีรินคอยเฝ้าอยู่เป็นเพื่อนตลอด ไม่นานก็มีรุ่นพี่จ้านสวีจี มาเยี่ยมเยียนกล่าวขอโทษจากใจจริงที่เผลอ เอาจริงเอาจังการต่อสู้ไปหน่อย

     

    รินทำหน้าดุ เหมือนแมวขู่พยัคฆ์ ดูท่ายังไม่ค่อยหายแค้นเคืองรุ่นพี่จ้านสวีจี เท่าใดนัก

     

    ก็อาจเนื่องด้วย รินที่รู้เชน ร่างกายแบกรับภาระหนักมาตั้งแต่ต้น ส่วนนี้ นางยังไม่ได้พูดคุยกับอีกฝ่ายเป็นการส่วนตัวเช่นกัน…จึงพานโกรธ เชน ขุ่นเคืองในใจอยู่บ้าง

     

    ชายหนุ่มผมขาว นอนบนเตียงในชุดผู้ป่วย พันตัวเหมือนมัมมี่ เอ่ยเสียงไม่ใส่ใจมากนัก “อย่างน้อย ผมก็ทำให้รุ่นพี่ เผยสกิลไม้ตายออกมาได้แล้วซินะ ฮ่าๆ”

     

    รุ่นพี่จ้านสวีจี คลี่ยิ้มละไม เขาไม่ได้ปฏิเสธ “ก็อาจเป็นอย่างนั้น…แต่อย่างไรเจ้าก็ยังเอาชนะข้าไม่ได้อยู่ดี เว้นแต่เจ้าจะเลเวลทัดเทียมกับข้า ส่วนนี้ก็อีกเรื่องหนึ่งรุ่นน้อง”

     

    พร้อมพวกเขาเห็นแววตาจริงจังของเชน พลางหัวเราะเปลี่ยนบรรยากาศทันที

     

    หัวหน้าบ้านทีม 10 ปู้จิ้งอวิน มารับหน้ารุ่นพี่จ้านสวีจี ยังเอ่ยทักท้วง “เอาน่านายเองก็อย่าได้ใส่ใจ คำพูดของรุ่นน้องนักเลยน่า” ก่อนพาจ้านสวีจี ปลีกตัวออกไปพูดคุยด้านนอกเป็นการส่วนตัว ไม่ได้รบกวนการพักผ่อนของเชน

     

    ซึ่งพวกเขารับรู้ ไม่ช้าการประลองแต้มต่อสู้ จะต้องแข่งขันอย่างดุเดือด ในหนึ่งเดือนให้หลังเป็นที่แน่นอน จากการแสดงความสามารถของเชน เขาจะต้องติดการแย่งชิง20อันดับต้นของค่ายฝึก อย่างไม่ต้องสงสัย

     

    …แต่ช่วงบ่ายก็ถือว่าผิดคาดฮันเตอร์บ้านทีม10ไม่น้อย เมื่อเห็นกลุ่มพวกบ้านทีม3 พวกคลาร์กดีแลนมาเยี่ยม เชน ขณะกล่าวขอพูดคุยเป็นการส่วนตัว

     

    ริน จู่ๆ ก็เผยสีหน้าประหลาดใจ พลางกระซิบข้างเชน “พวกเจ้า ไม่ได้เป็นคู่แค้นกันหรอกหรือไง?” ขณะมองตาสลับกันไปมา…ระหว่างทั้งสอง มีความขุ่นข้องหมองใจ กันอยู่ เล็กๆ

     

    เชน นอนบนเตียงก็บ่นงึมงำออกมา “ก็มีความไม่ชอบ บาดหมาง ติดอยู่ในใจจริงๆ แหละ ถามอีกฝ่ายดูค่อยว่ากัน”

     

    รินยืนกันท่าด้านหน้า พลางพยักหน้า “เจ้าจะพูดคุยเรื่องอะไรว่ามา!”

     

    คลาร์กดีแลน เอ่ยเสียงเรียบ มองสาวแว่นตรงหน้า เผยสายตาเฝ้าระวังตัวแจ “ก็แค่เรื่องส่วนตัว ไม่ได้มาหาเรื่อง…ขอคุยแค่สองคนได้หรือไม่?” ขณะมันเผย รอยยิ้ม จริงใจ ออกหาริน

     

    เชน ลอบพยักหน้าบอกหญิงสาวที่ยืนกันท่า “ไม่เป็นอะไร หากผมมีปัญหาจะตะโกนเรียกรุ่นพี่ ทันทีแล้วกัน”

     

    หญิงสาวลอบพยักหน้า ก่อนจะเดินออกไปรอด้านนอกห้องทันที

     

    คลาร์กดีแลน มองแผ่นหลังหญิงสาวเดินออกไป เขาถึงกลับยิ้มหน้าเจื่อนเมื่อได้ยินคำพูดของเชน…ชายหนุ่มผมทอง คิ้วดกหนา ดวงตาดูอันตราย ก็นั่งข้างๆ กล่าวพูดเรื่องสำคัญ “ข้าได้ตรวจสอบเรื่องคนภายใน บริษัทเวทานิของข้า ที่เจ้าสังหารไปแล้ว”

     

    ขณะมืออีกฝ่าย พุ่งไปหยิบมีดปอกผลไม้ ปลายแหลม ขึ้นมาควง ‘ถือ’ บรรยากาศรอบห้องอึมครึม คล้ายรอดูปฏิกิริยาของ เชน ที่เบิกตาขึ้นเล็กน้อย

     

    คลาร์กดีแลน คลี่ยิ้ม ก่อนหยิบจับ ผลแอปเปิลในตะกร้า พลางปอกเปลือก ช้าๆ แล้วกล่าวต่อ “เจ้าคงไม่คิดว่า ข้าจะเอามีดพุ่งมาแทง เจ้าหรอกกระมัง”

     

    เชน แค่อึกอัก เล็กน้อยก็เท่านั้น ที่ได้ยินอีกฝ่ายพูด

     

    ก่อนมันกล่าวเข้าประเด็นหลักต่อ “เหมือนฮันเตอร์นักฆ่าพวกนั้นที่เจ้าจัดการ จะมีความสัมพันธ์ติดต่อกับ บริษัทแม่ เซ็นทีเนลโกลบอล…อยู่ด้วย”

     

    “ข้าไม่รู้หรอกนะ พวกมันต้องการอะไรจากเจ้า เชน แต่ระวังพวกเซ็นทีเนล บริษัทระดับโลกอย่างพวกมาร์คอันแลนให้ดี”

     

    “พวกเขามีมหาอำนาจอย่างผู้อาวุโสสูงสุด คุมกฎของโลก แล้วก็ฮันเตอร์ระดับชาติของสหรัฐอเมริกาอย่างประทานไอโอเซฟ ที่พลังไม่ด้อยไปกว่า ราชาเพลิงอัคคี หลี่ไป๋ หนุนหลัง…บางทีพวกเขาอาจยืมมือบริษัทข้าจัดการเจ้า จากการสังหารคนของบริษัทเราก็เป็นได้”

     

    เชนได้ฟังทำหน้าคิดตาม เริ่มเข้าใจ แต่เขาก็ไม่รู้เป็นคำสั่งจากเบื้องบนหรือเปล่า คำตอบนั้นต้องไปถาม ฮันเตอร์ระดับชาติคนนั้นเองกับตัวเชนถึงจะรู้คำตอบแน่ชัด แต่ก็ต้องยอมรับว่าธาตุความมืดหายากระดับสูง เป็นสิ่งล้อตา ล่อใจไม่น้อย

     

    “อืมๆ ข้าเข้าใจแล้ว หวังว่าเราจะเป็นสหายที่ดีต่อกันได้” เชนคลี่ยิ้มออกไป แล้วกล่าวพูดอีกประโยค “แต่ตอนนี้ เจ้ากำลังกิน ของเยี่ยมคนไข้ของข้า ปลอกมันให้ข้ากินบ้างสิ”

     

    อีกฝ่ายได้ยินพลางเบ้ปาก น้อยๆ “อยากกินก็ปลอกเอง เจ้าหนู”

     

    ส่วนเชน ส่งสัญญาณ บอก ให้ดูสภาพของตน ตอนนี้เต็มไปด้วยผ้าพันแผล จะลุกไปปอกผลไม้ได้อย่างไร

     

    คลาร์กดีแลน ห่างตากระตุกน้อยๆ พลางยัดแอปเปิลหนึ่งซีก เข้าปากเชน ก่อนเขาจะเดินจากไป ทำตัวอายแปลกๆ

     

    เชนจะกล่าวคำพูดไล่หลังออกไป “คงไม่ใช่ว่า นายชอบไม้ป่าเดียวกันหรอกกระมัง คลาร์ก ไม่งั้นก็เป็นเรื่องแล้ว”

     

    อีกฝ่ายขนลุกซู่ “จะเป็นแบบนั้นไปได้อย่างไรเล่า ไอ้บ้าเอ๊ย ข้าแค่ไม่เคยป้อน อาหารให้ใครกิน ก็เท่านั้น…”

     

    ก่อน คลาร์ก กล่าวประโยคสุดท้าย เมื่อเตรียมเลื่อนประตูออกจากห้องไป “อย่างไรเจ้ากับข้า ก็ไม่เหมาะจะเป็นสหายกันจริงๆ แต่เหมาะเป็นคู่แข่ง น่าจะดูเข้าท่ามากกว่า”

     

    เชน เองก็พยักหน้า งึกๆ “ข้าก็ว่างั้น” ครั้นเห็นด้วยในข้อนี้อย่างถึงที่สุด

     

    ครั้นเขากลับมาคิดกับตนเอง เผยสายตาเอาเรื่องจริงจัง ไม่เฉื่อยชา ซึ่งอย่างน้อยก็ต้องขอบใจอีกฝ่าย ที่เอาข่าวมาบอกให้ระวัง ไอโอเซฟ แรงค์ S ระดับชาติ กับคนของบริษัทเซนทีเนล โกลบอล อย่างพวกมาร์คอันแลน

     


    คล้ายกับเรื่องเมื่อยามรัตติกาล ที่คุณอ่าน