ตอนที่11ภูตแห่งป่านี้
“น่ารำคาญ”ผมนั้นคำรามออกมาอย่างดุร้ายจากนั้นก็ะเิพลังจิตออกมานั้นทำให้พวกมันทั้งหมด ปลิวออกไปพวกมันนั้นไม่สามารถที่จะขยับได้เนื่องจากติดสถานะมึนงงซอมบี้นักดาบและก็อบลิน พุ่งเข้าไปฆ่าพวกตัวสีดำทั้งหมดทันทีไม่นานพวกมันทั้งสามก็ตายลงแล้วสลายหายไปผมนั้นทำให้เริ่มกังวลพวกมันทั้งหมดเร็วเกินไปและประตูก็ปิดไปแล้วด้วย
“พวกเธอเก็บของก่อนนะผมจะเข้าไปดูด้านในก่อน”ผมนั้นพูดออกมาอย่างจริงจังจากนั้นก็โบกมือให้ซอมบี้สามตัวรอผมอยู่นี้เพื่อปกป้องสองสาวแล้วผมก็มุ่งเข้าไปด้านในด้านในนี้มืดมากจนแถบจะมองอะไรไม่เห็นแต่ผมก็ยังสามารถที่จะสร้างคบไฟได้นั้นทำให้ผมเดินดูรอบๆได้
“พวกมันไม่ถูกกับไฟหรอเพราะงี้สินะถึงได้ชื่อดันเจี้ยนเงา”ผมจ้องมองไปที่จ้องเพื่อตรวจสอบที่ๆผมเข้ามามันมีชื่อว่าดันเจี้ยนเงา แต่แล้วพวกมันก็วิ่งเข้ามาหาผมแต่ก็ะโถอยออกไปอย่างรวดเร็วเมื่อก็อบลินก็ผมเหวี่ยงคบไฟใส่มันนั้นทำให้ผมครุ่นคิดและได้รับรู้จนต้องพึมพำออกมาจากนั้นผมก็ยิ้มออกมาตอนนี้ผมรู้จักจุดอ่อนของพวกมันแล้ว
จากนั้นผมก็ไม่ได้สนใจพวกมันอีกเพราะตอนนี้ผมได้ให้ก็อบลินทั้งสามยืนล้อมรอบตัวผมและพวกมันก็ถือคบไฟคนละสองอันแล้วก็เดินลึกเข้าไปด้านในมีพวกมันจำนวนมากเดินตามผมมาอย่างต่ำก็คงสักสามร้อยตัวเมื่อเข้ามาด้านในก็มีต้นไม้สีดำจำนวนมหาศาลอยู่
“ป่าหรอทำไม่มีป่าด้านในดันเจี้ยนละเนี้ย”
“ฟุมฟุม ฟุม”ผมนพึมพำออกมาอย่างงุนงงเมื่อเห็นป่าอยู่ด้านหน้าแต่ก่อนที่ผมจะได้ทำอะไรต้นไม้จำนวนมากก็พุ่งผ่านผมไปแล้วเริ่มจับเ้าตัวสีดำเมื่อพวกมันโดนจับก็กลายเป็กระดูกในพริบตานั้นทำให้ผมใอย่างมาก ผมนั้นก็ทำให้ผมสงสัยว่าทำไมต้นไม่พวกนี้ไม่โจมตีใส่ผม
“หรือว่าต้นไม้พวกนี้ก็กลัวไฟหรอ”เมื่อเห็นพวกตัวสีดำถูกฆ่าไปจำนวนมากผมก็สังเกตเห็นว่าผมอยู่ใจกล่าววงที่เต็มไปด้วยคบไฟผมเลยพึมพำออกมาก่อนที่จะเดินเข้าไปในป่าต่อต้นไม่สีดำนั้นไม่ได้โจมตีใส่ผมเลยนั้นทำให้ผมยิ้มออกมาพร้อมกับที่ทดลองสิ่งต่างๆกับต้นไม่เช่นการใช้ไฟเผาพวกมันหรือการใช้พวกมันในการทำลูกศร
แต่ต้นไม่พวกนี้อ่อนแอเกินไปและยังติดไฟง่ายมากด้วยผมเลยไม่ได้ทำอะไรกับพวกมันอีกและเดินเข้าไปด้านไหนเมื่อเดินเข้ามาถึงด้านในก็มีพื้นที่วางที่ไม่มีต้นไม่อยู่และยังมีแท่นประหลาดอยู่ตรงกลางผมเลยเดินเข้าไปตรงกลางแท่นประหลาดมันมีสัญลักษณ์ประหลาดเต็มไปหมดแต่ก็มีตัวที่เหมือนกันหนังสือสกิลผมเลยคิดว่ามันน่าจะสแกนได้
ผมเลยใช้หน้าจอที่แขนสแกนดูปรากฏว่ามันมีชื่อขึ้นจริงๆมันมีชื่อว่า แท่นไม้ดำผมไม่รู้ว่ามันสามารถที่จะทำอะไรได้แต่ดูจากชื่อของมันน่าจะมีบางอย่างแน่ๆผมเลยโบกมือให้ก็อบลินตัวหนึ่งเดินไปเก็บเศษของต้นไม้สีดำมากิ่งและใบจำนวนมากมาเมื่อมันเดินกลับมาผมก็ชี้ไปที่แท่นแล้วก็อบลินที่ฉลาดขึ้นก็เดินเอาไปว่าไว้ง่ายๆ
“ไม่เห็นมีอะไรเลย”บนแท่นนั้นมีอ่างใบเล็กสีดำวางอยู่เมื่อเอาเศษไม้จากต้นไม้สีดำว่างลงไปก็ไม่เกิดอะไรขึ้นเลยนั้นทำให้ผมงุนงงและพึมพำออกมาจากนั้นผมก็มองไปรอบๆและเห็นคบไฟผมจึงได้อย่างจะทดลองบางอย่างผมโบกมือให้ก็อบลินใช้คบไฟเผาเศษไม่ดำในอ่างทั้งหมด
“ฟุมมมมมม”เศษของต้นไม้ดำนั้นเต็มไปด้วยสารบางอย่างจึงทำให้มันติดไฟได้ดีไฟที่รุนแรงทำให้ต้นไม่รอบๆสั่นะเืผมก็จ้องมองรอดูสิ่งที่จะเกิดขึ้นและพบว่ามีของเหลวสีดำไหลไปตามแท่นและพุ่งไปตามท่องที่อยู่ตรงแท่นจากนั้นมันก็พุ่งไปที่พื้นแล้วไหลไปตามพื้นที่ของแท่นถึงผมจะสนใจแต่ก็ไม่ได้ประมานแม้แต่น้อย
“เกิดอะไรขึ้นละเนี้ย”
“ตูมตูม ตูม ตูม”ผมะโออกมาอย่างใสุดขีดนั้นเพราะตอนนี้ดันเจี้ยนกำลังสั่นะเือย่างรุนแรงมันหน้ากลัวเอามากๆ จากนั้นก็มีเสาสี่เสาปรากฏขึ้นล้อมรอบพื้นที่ที่ผมกำลังยืนอยู่แล้วก็มีแสงสว่างไสวส่องออกมาอย่างรุนแรงจนผมต้องเอามีปิดตาเอาไว้
“บ้าเอ้ยมันเกิดบ้าอะไรขึ้นวะ”ผมะโออกมาอย่างดุร้ายซอมบี้นักดาบและก็อบลินทั้งสมก็วิ่งเข้ามาด้านข้างของผมเพื่อปกป้องผมจากนั้นแสงทั้งหมดก็หายไปพร้อมกับที่ทั่วทั้งดันเจี้ยน สว่างขึ้นผมขมวดคิ้วเข้าหากันต้นไม้ทั้งหมดก็ยังเป็สีดำอยู่ไม่นานผมก็ได้ยินเสียงของบางอย่างดังมาจากด้านนอกของป่าผมพยายามที่จะวิ่งออกไปแต่ก็มีแสงประหลาดดึงร่างผมให้ลอยขึ้น
“ท่านคือผู้ปลดปล่อยเราหรือ”
“คุณเป็ใครครับ”มีหญิงสาวที่งดงามและยังมีผมสีขาวงดงามมากแต่ที่ประหลาดคือเธอมีปีกของแมงปออยู่ด้านหลังและยังปีกอยู่เหนือพื้นเธอถามผมอย่างจริงจังนั้นทำให้ผมครุ่นคิดบางอย่างก่อนที่จะถามเธอด้วยความสนใจนั้นทำให้ผมเธอยิ้มและค่อยๆพาผมลงมาที่พื้น
“ข้าคือเอเดนภูตแห่งป่านี้ ข้าต้องขอขอบคุณท่านที่ปลดปล่อยข้า”
“ไม่เป็ไรครับมันแค่เื่บังเอิญเท่านั้นครับ”หญิงสาวแนะนำตัวอย่างเป็ทางการนั้นทำให้ผมใแต่ก็เปลี่ยนเป็สงบผมในตอนนี้รับรู้ได้ถึงสิ่งประหลาดที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ได้จนชินแล้ว ผมนั้นไม่ได้คิดอะไรมากมายอยู่แล้วเลยตอบไปตามความจริง
แล้วหน้าจอที่แขนของผมก็ส่องแสงออกมาผมเลยก้มลงไปดูเล็กน้อยมันมีเควสมาอีกแล้วและผมยังได้บางอย่างจากการปลดปล่อย ภูตเอเดนออกมาอีกด้วยนั้นทำให้ผมยิ้มออกมาอย่างยินดี
“คุณได้ทำการปลดปล่อยภูตแห่งป่าดำสำเร็จคุณได้รับ2 แต้มในทุกสถานะ”
“คุณได้รับเควสช่วยเหลือภูตแห่งป่าดำทั้งสามตนที่เหลือเมื่อทำสำเร็จจะได้รับ 10 แต้มในทุกค่าสถานะ และคทาแห่งปัญญาเพิ่มพลังของสกิลประเภทปัญญา”
“เลเวล 16 สมุทร เวเดฟ อายุ20ปี
พลังกาย4 ปัญญา 36 จิตใจ 14
สกิล1 ควบคุมความตาย(เลเวล2/3) 2 พลังจิต(เลเวล1/3)3 ”
ผมมองรายระเอียดของเควสและสิ่งที่ได้รับมานั้นมันสุดยอดมากและการที่จะไปช่วยอาจจะไม่ใช้สิ่งที่ยากก็เป็ได้ผมจึงได้ยิ้มออกมาพร้อมกับจ้องมองไปที่ภูตสาวแสนสวยที่อยู่ด้านหน้าผม
“ผมจะไปช่วยภูตอีกสามตนนะครับ”
“เอ๋.....นี้ท่านรู้หรือว่าพี่น้องของข้าอยู่ที่ใด”ผมนั้นพูดออกมาอย่างจริงจังนั้นทำให้ภูตสาวตัวสั่นเอเดินเข้ามาจับที่มือของผมและถามอย่างจริงจังนั้นทำให้ผมหัวใจเต็มเร็วเธอน่ารักอย่างที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนผมยิ้มและส่ายหน้านั้นทำให้เธอเปลี่ยนเป็โศกเศร้าอย่างถึงที่สุด
“แต่ไม่ต้องห่วงถึงผมจะไม่รู้แต่ผมจะต้องข้าพี่น้องของคุณเอเดนให้เจอให้ได้”
“จริงหรอ”ผมนั้นพูดออกมาอย่างจริงจังนั้นทำให้เอเดนเต็มไปด้วยรอยยิ้มเธอถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความยินดีนั้นทำให้ผมเต็มไปด้วยสีหน้าที่มีความสุขจากนั้นผมก็เดินเข้าไปในป่าลึกอีกโดนที่มีเอเดนเดินอยู่ด้านข้าง
“นั้นใช้แท่นเดียวกับแท่นที่คุณเอเดนโดนขังไว้ใช้ไหม”
“ใช้นั้นคือแท่นผนึกภูต”เมื่อเดินทางมาได้ราวสองชั่วโมงผมก็เจอเข้ากับแท่นอันที่สองผมหันไปถามเอเดนอย่างสนใจเธอยิ้มและพยักหน้าตอบผมนั้นทำให้ผมยิ้มออกมาพร้อมกับรีบเดินตรงไปยังแท่นผนึกผู้และโบกมือให้ก็อบลินไปเอาเศษไม้ดำมากเพื่อทำแบบเดิมอีกครั้ง
“ตูมตูม ตูม”หลังจากที่จุดไฟเผาอีกครั้งพร้อมกับที่เสาทั้งสี่ปรากฏขึ้นอีกครั้งจากนั้นมันก็มีแสงพุ่งออกมาอีกครั้งไม่นานแสงก็หายไปปรากฏภูตอีกตนหนึ่งด้านหน้าผมเธอมีผมสีฟ้าและปีกเหมือนกับผีเสื้องดงามเธออาจจะงดงามยิ่งกว่าเอเดนเลยก็ว่าได้นั้นทำให้ผมตกตะลึงมาแล้วเอเดนกับภูตตนให้ก็กระโดนกอดกันนั้นทำให้ผมยิ้มออกมาพวกเธอทั้งสองเต็มไปด้วยน้ำตา
“ไม่ได้พบกันนานเลยท่านพี่เลเดน”
“แล้วเ้าหลุดออกมาจากผนึกได้เช่นใดเอเดน”เอเดนนั้นพูดออกมาทั้งน้ำตานั้นทำให้เลเดนที่ร้องไห้อยู่คิดบางอย่างได้เลเดนรีบถามเอเดนทันทีเอเดนพยักหน้าและจ้องมองมาที่ผม
“ข้าต้องขอขอบคุณท่าน....”
“ผมยังไม่ได้แนะนำตัวเลยสินะผมกาย ครับแล้วเื่ขอบคุณนะไม่ต้องหรอกครับผมอยากช่วยก็เท่านั้นเอง”เลเดนบินมาที่ด้านหน้าของผมและจับมือของผมเหมือนกับเอเดนก่อนที่จะพูดอย่างน่ารักออกมาอีกครั้งนั้นทำให้ผมมีความสุขมากชีวิตผมไม่เคยมีสาวน่ารักขนาดนี้มาบอกขอบคุณเลยแถมยังต้องสองคนผมรีบตอบกลับท่านที
“ท่านกายเราจะไปก็เลยไหมคะ”
“ไปกับเถอะครับคุณเอเดนคุณเลเดน”หลังจากที่ทักทายกันเสร็จเลเดนก็ถามผมผมจึงได้ยิ้มและตอบออกไปจากนั้นผมและพวกเธอสองคนก็เดินทางยาวไปหลายชั่วโมงก็ไม่ถึงแท่นที่สามสักที่นั้นทำให้ผมหมดแรงจึงได้นั่งพักอยู่ที่ใจกลางบ้าอาหารผมก็ไม่ได้เอามาด้วยนั้นทำให้ผมหิวมากเลยตอนนี้
“ท่านเป็อะไรไปคะ”
“ผมหิวนะ”เอเดนนั้นเมื่อเห็นผมเริ่มหน้าซีดเธอก็ถามผมอย่างเป็ห่วงผมนั้นยิ้มและตอบกลับไปอย่างสงบเมื่อเอเดนและเลเดนได้ยินพวกเธอก็มองหน้ากันแล้วยิ้มจากนั้นเอเดนก็เดินเข้ามาหาผมก่อนที่จะวางมือลงบนท้องของผมนั้นทำให้ผมสนใจมากแต่ก็ไม่ได้ขัดขืนอะไรจากนั้นความหิวทั้งหมดก็จากหายไปราวกับว่าผมไม่เคยหิวมาก่อนและอาการเหนื่อยกับง่วงก็หายไปเช่นกัน