คิรินที่เดินทางตรงมารับแก้วกานต์ที่ไร่ชมวิวชายหนุ่มมาถึงก่อนเวลาแก้วกานต์เลิกงาน 20นาที เพื่อจะได้มีเวลาเข้าไปคุยกับภุชงค์เกี่ยวกับเื่ที่เขาได้โทรมาหารุ่นน้องเมื่อ่เช้า
“หวัดดีพี่มาถึงเร็วดีนี่” ภุชงค์ที่เห็นคิรินเดินเข้ามาภายในห้องทำงาน ก็ทักทายรุ่นพี่หนุ่ม
“ต้องเร็วสิกลัวหมาคาบเมียไปกิน” คิรินไม่วายพูดแขวะภุชงค์แต่มีหรือเขาจะใส่ใจกับคำพูดของคิริน เขากับคิรินพูดด้วยกันประมาณนี้บ่อยแถมยังพูดตอกกลับคิรินไป
“แหม่!!ก็อยากจะคาบไปอะนะ เห็นผัวน้องเขาไม่สนใจเลย”
“เผาไร่ซะดีไหม”
“ใจเย็นนะพี่ว่าแต่พี่ไปทำอะไรให้มันโมโหถึงได้ส่งคนมาแฝงตัวในไร่” ภุชงค์ไม่เถียงคิรินต่อชวนคิรินพูดเข้าเื่ เขาอยากรู้เื่ที่ละเอียดกว่าเดิมคิรินนั่งลงแล้วเล่าเื่ทั้งหมดให้ภุชงค์ฟังทั้งสองพูดคุยกันไม่นานนักเพราะใกล้ถึงเวลาที่แก้วกานต์เลิกงานแล้วคิรินเลยขอตัวออกมารอหญิงสาว
“ช่วยดูหน่อยแล้วกันไปละ”
“บายพี่”
ระหว่างที่คิรินนั่งรอแก้วกานต์อยู่นั้นพนักงานส่วนใหญ่ก็ทยอยกันเลิกงาน แต่ยังไม่มีวี่แววว่าแก้วกานต์จะเดินออกมา จนชายหนุ่มทนไม่ไหวโทรตามหญิงสาวระหว่างกดโทรหา แก้วกานต์ก็เดินหยอกล้อมากับอธิชัยอย่างสนิทสนมชนาธิปกับกันต์ที่หันหน้ามาทางที่แก้วกานต์เดินออกมาพอดีได้แต่มองหน้ากันมองหน้าเลิ่กลั่กกลัวเ้านายเห็นทั้งสองได้แต่ภาวนาไม่ให้เ้านายหันมาเห็นแต่ก็ไม่ทันเสียแล้วคิรินหันมาเห็นพอดีแถมยังหันมาตอนที่แก้วกานต์นั้นะโขี่หลังอธิชัยอีกด้วย
“แก้วกานต์!!!”คิรินกดเสียงต่ำเรียกชื่อหญิงสาวด้วยความโมโห แล้วเดินตรงไปหาแก้วกานต์ทันทีหญิงสาวที่แหย่เล่นกับเพื่อนก็ไม่ทันสังเกตเห็นว่าผู้เป็สามีนั้นอยู่ตรงหน้าแล้ว“กลับ!!” คิรินเดินตรงไปดึงแขนแก้วกานต์ให้ไปกับเขาที่รถ สั่งให้ลูกน้องขับไปที่โรงแรมของเขาที่อยู่ในตัวเมือง
อธิชัยงุนงงที่อยู่ๆคิรินมาจากไหนก็ไม่รู้มาดึงเพื่อนสาวออกไปปรียากรที่กำลังเดินเข้ามาหาเพื่อนทั้งสอง แต่เห็นคิรินฉุดกระชากแก้วกานต์ขึ้นรถก็รีบเดินเข้ามาถามอธิชัยถึงเหตุการณ์
“เกิดไรขึ้นอามทำไมทำไม..." ปรียากรถามพลางชี้ไปทางที่คิรินลากแก้วกานต์ออกไป
"ไม่รู้อะ" อธิชัยตอบก่อนที่ปรียากรจะถามจบเขารู้ว่าเธอจะถามว่าถึงเื่อะไร "แก้วจะเป็ยังไงบ้างนะ"อธิชัยพูดออกมาด้วยความเป็ห่วงแก้วกานต์ ในฐานะเพื่อน แต่ไม่รู้ตัวเลยว่ามีผู้หญิงอีกคนที่น้อยใจเมื่อเห็นสีหน้าและท่าทางของเขา อธิชัยไม่เคยเป็ห่วงเธอเลย ไม่เคยมองเธอเลยปรียากรเงยหน้าไปมองอธิชัยด้วยสายตามที่ตัดพ้อ แต่เธอก็ต้องฝืนยิ้มพูดกับอธิชัย
“นั่นมันผัวแก้วนะเขาไม่เท่าไรมันหรอก กลับเถอะ” ปรียากรพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าๆแล้วเดินนำชายหนุ่มไปที่รถ เมื่อเห็นเพื่อนสาวเดินนำไปไกลแล้วอธิชัยก็เดินตามขึ้นรถไป
“แกเป็อะไรเนี่ย”อธิชัยเอ่ยถามเพื่อนที่เห็นหน้าตาของปรียากรไม่ยิ้มแย้มเธอทำหน้านิ่งเอาศรีษะพิงไปที่ข้างรถ ไม่พูดไม่จา มันผิดสังเกตไป “ทำไมเงียบ”
“กลับเถอะอยากนอน” ปรียากรไม่ตอบคำถามของคนข้างๆ พูดบอกไปพลางหลับตา ทำทีเป็หลับเธอไม่อยากพูดอะไรกับเขาตอนนี้
“ปวดหัวหรอ”อธิชัยขยับตัวแล้วโน้มใบหน้าเข้าไปดูเพื่อนสาวใกล้ๆ ทางปรียากรที่แกล้งหลับตาอยู่ก็รู้สึกเหมือนมีลมหายใจมาอยู่ใกล้ๆเธอลืมตาขึ้นมาเจออธิชัย หญิงสาวทำตาโตใที่เขาเข้ามาใกล้ขนาดนี้
“นี่ๆนี่!! ขะขะเข้ามาใกล้ทำไม” ปรียากรถามออกไปอย่างตะกุกตะกักพลางผลักอกของเพื่อนออกห่าง แต่มีหรือจะสู้แรงของเขาได้
“เห็นแปลกๆก็แค่ดู ทำไมดูไม่ได้” อธิชัยถามขณะที่หน้าของเขายังจ้องอยู่ที่เพื่อนสาวแต่ทางปรียากรที่ตอนนี้หน้าเริ่มแดงรู้สึกร้อนๆ ที่หน้าหลบสายตาของชายหนุ่มที่เอาแต่จ้องหน้าเธอ ‘ตัวแสบเอ๊ย เจออย่างนี้ไปไม่เป็เลยหรอ’อธิชัยคิดในใจ เขายังไม่วายแกล้งถามต่อ “เขินหรอ” อธิชัยขบขันเมื่อเห็นอาการของคนตรงหน้า
“อารายยยยกะกลับบ้าน ไปออกรถ”
“เป็อะไรตอบมาก่อน”
“เปล่า!!”ปรียากรก็ยังไม่ยอมตอบความจริงที่ว่าเธอน้อยใจเขาเื่แก้วกานต์เธอไม่กล้าบอกไม่รู้ถ้าบอกไปอธิชัยจะคิดอย่างไรจะทำตัวอย่างไงหลังจากรู้ความจริงว่าเธอชอบเขา “แกอย่ามาแกล้งฉันนะ ออกไปสิ”
“น้อยใจ??”
“ปะปะเปล่า!!”
“เฮ้ออออเราอะนะ” อธิชัยแกล้งถอนหายใจให้คนข้างๆแล้วถอยออกมาจากปรียากรหันหน้าออกมองไปตรงหน้ารถ พลางเอามือไปขยี้ผมของปรียากรแล้วพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ไม่ต้องน้อยใจน้า ฉันก็แค่ห่วงแก้วในฐานะเพื่อน”แล้วหันไปส่งยิ้มอ่อนโยนให้ปรียากรเมื่อเห็นชายหนุ่มยิ้มให้เธอก็เผยรอยยิ้มสดใสตอบกลับโดยไม่รู้ตัว
“ยิ้มแล้ว”อธิชัยยังพูดแหย่ปรียากรต่อ แล้วขับรถมุ่งหน้ากลับที่พักทันทีที่หญิงสาวข้างๆยิ้มออกมา เขารู้ตัวมาสักพักแล้วว่าคนข้างๆ แอบชอบเขาอยู่คนที่บอกให้เขารู้ตัวก็เป็แก้วกานต์นั่นเองเธอบอกเขาว่าให้รักคนที่เขารักเราดีกว่า ‘แกลองมองคนใกล้ตัวดูสิว่ามีใครเป็ห่วงแกเปิดใจดู’ เมื่อเพื่อนบอกมาแบบนั้นเขาก็ค่อยสังเกตว่าปรียากรที่คอยเป็ห่วงคอยดูแล คอยช่วยเหลือ เขาต่างๆ แต่จะให้เขาตัดใจจากแก้วกานต์เลยมันก็เร็วไปต้องค่อยๆ เป็ค่อยๆ ไปอย่างน้อยตอนนี้เขาก็เปิดใจรับความรู้สึกของคนตรงหน้าแล้วให้เวลาเป็ผู้ตัดสินแล้วกัน
ทางด้านคิรินที่ไปฉุดแก้วกานต์ให้ขึ้นรถเขาก็สั่งให้ลูกน้องขับตรงไปโรงแรมของเขาในตัวเมืองแก้วกานต์ได้แต่งงกับการกระทำของชายหนุ่มที่อยู่ๆ มากระชากลากถูเธอมาขึ้นรถ
“คุณ!!ทำบ้าอะไรเนี่ย อยู่ๆ ก็ไปลากแก้วมา”
“เหอะรู้อยู่แก่ใจอย่ามาทำเป็ใส จำไว้ด้วยนะมีผัวแล้วไม่ควรไปใกล้ชิดกับผู้ชายอื่น”
“พูดบ้าไรเนี่ย”แก้วกานต์ไม่เข้าใจที่เขาพูด แต่ยังไม่วายเถียงกลับ “ผัวหรอ? ไม่เคยมี และเดี๋ยวเรียนจบก็ไม่มีจริงๆ แล้ว”
“ใครบอกไม่มีห๊ะ!!” คิรินตะคอกใส่แก้วกานต์เขาโมโหที่เธอคิดจะไปจากเขา “ฉันจะย้ำเตือนสถานะของเธอให้นะห่างจากผัวแค่ไม่กี่วันมันอยากขนาดนั้นเลยหรอ”
“คุณ!!”แก้วกานต์เรียกชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงกระแทก เธอไม่ชอบที่เขาชอบดูถูกตัวเธอเธอไม่ดีเขาจะมาวุ่นวายทำไมแต่ยังไม่ทันที่แก้วจะเอ่ยคำอะไรออกมารถก็มาถึงโรงแรมพอดีเมื่อรถจอดสนิทคิรินไม่รอช้าเปิดประตูฉุดกระชากหญิงสาวให้ลงจากรถเพื่อไปยังห้องพักส่วนตัวลูกน้องทั้งสองได้แต่มองตามไปด้วยความเป็นายหญิง
ทันทีที่ถึงห้องพักชายหนุ่มไม่รอช้าให้หญิงสาวได้พูดคำใดออกมาเขารีบประชิดตัวก้มลงประกบปากจูบไปที่ปากหญิงสาวด้วยอารมณ์โกรธที่เห็นเธอใกล้ชิดกับเพื่อนชายชายหนุ่มจูบอยู่นาน ก็ละออกจากปากไล่จุบไปยังใบหู พลางเอามือลูบไล้ไปทั่วตัวของหญิงสาวแก้วกานต์ออกแรงผลักไปที่อกของชายหนุ่ม แต่ก็ไม่เป็ผล คิรินย้ายจากไปไล่ลงไปที่คอตอนนี้ที่ปากของเธอได้เป็อิสระเธอร้องขอให้เขาปล่อย
“ปล่อยแก้วนะ...คุณคิริ...อื้อ...”เสียงร้องของเธอถูกกลืนหายเข้าไปในลำคอ เธอดิ้นและทุบไปที่อกของเขาแต่ก็ไม่เป็เขาจับเธอโยนไปที่เตียง แล้วตามลงมาประกบจูบต่อ “อื้อ....”