ตู้เจิ้นอู่หยุดชะงักสักครู่จากนั้นกล่าวต่อว่า “ที่บ้านสกุลเยี่ยเปิดเหลยฉือแก่บุคคลภายนอกส่วนหนึ่งเพื่อแบ่งปันผลประโยชน์ที่ได้รับมาจากอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าจะได้ลดความไม่พึงพอใจของบ้านสกุลใหญ่อื่นๆ และสลัดความคิดที่ไม่ดีของบ้านสกุลใหญ่อื่นๆทิ้งไป หลายปีมานี้การประลองฝีมือของทายาทวัยรุ่นที่จัดมาหลายครั้งทายาทของบ้านสกุลเยี่ยชนะอยู่บ่อยๆ สำหรับบ้านสกุลใหญ่อื่นๆนี่ก็เป็นเรื่องที่ทำให้หวาดหวั่นมากเช่นกันทำให้บ้านสกุลอื่นไม่กล้าลงมือบุ่มบ่าม งานประลองระหว่างทายาทวัยรุ่นของสุดยอดห้าสกุลที่จะจัดอีกในหนึ่งเดือนเจ้าต้องหาทางเข้าไปในเหลยฉือให้ได้”
“ข้ายังมีอาการบาดเจ็บอยู่ พอถึงตอนนั้นน่าจะชนะได้ยาก” ตู้เซ่าฝู่กล่าว
“อย่าพูดซี้ซั้ว เจ้าเล่ห์เพทุบายกว่าบิดาของเจ้าเยอะเลยไม่รู้ว่าทำไมน้องสามถึงมีลูกที่ปลิ้นปล้อนได้ขนาดนี้ อย่าคิดนะว่าข้าไม่รู้ญาติผู้พี่ของตู้เฮ่าที่เป็นอัศวินประจำแคว้นถูกเจ้าจัดการอัดเละจนบาดเจ็บหนักรู้สึกอับอายจึงรีบเดินทางออกไปจากบ้านสกุลตู้เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้ความจริงหรอกหรือ” ตู้เจิ้นอู่ถลึงตาใส่ตู้เซ่าฝู่นิสัยของเด็กคนนี้กับน้องสามของเขาช่างแตกต่างกันเสียเหลือเกิน
“แหะๆ” ตู้เซ่าฝู่หัวเราะแห้งๆดูท่าลุงใหญ่จะรู้ความจริงแล้ว เป็นครอบครัวเดียวกัน คงไม่ต้องเสแสร้งอีกต่อไป
“เอาดีๆ อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าเจ้าคิดอะไรอยู่”
ตู้เจิ้นอู่มองบนใส่ตู้เซ่าฝู่กล่าวว่า “ผู้อาวุโสในตระกูลของเราหลายคนก็ไม่ได้ทึ่มมองไม่ออกข้ากับผู้อาวุโสทั้งหลายปรึกษากันไว้แล้วหากเจ้าสามารถชนะในการประลองระหว่างทายาทวัยรุ่นของสุดยอดห้าสกุลข้าจะอนุญาตให้เจ้านำ 'คัมภีร์จื่อชี่เฉาหยัง' ไปฝึก”
“แค่นี้เองหรือ?”
ตู้เซ่าฝู่ตะลึงเล็กน้อยหากตอนแรกเขาสามารถได้คัมภีร์จื่อชี่เฉาหยังมาฝึกจะเป็นเรื่องที่น่าปีติเป็นอย่างมากทว่าตอนนี้เขาได้วิชาฝึกฌานของอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองมาแล้วในตอนนี้ตู้เซ่าฝู่ไม่ได้ต้องการคัมภีร์จื่อชี่เฉาหยังมากมายขนาดนั้นแล้ว
“เจ้ายังอยากได้อะไรคราวก่อนแย่งโลหิตสกัดอสูรหมาป่าเป้าสือกับยาสร้างรากฐานไปยังไม่พออีกหรือ” ตู้เจิ้นอู่มองบนใส่ตู้เซ่าฝู่อีกครั้ง
“ก็ได้ ข้าจะลองพยายามดู”
ตู้เซ่าฝู่เถียงไม่ออกเลยก้มหน้ายอมพยักหน้าดูท่าเขาคงได้ผลประโยชน์อะไรมากกว่านี้ไม่ได้แล้วแม้ว่าเขาไม่ได้สนใจในตัวคัมภีร์จื่อชี่เฉาหยังแล้วทว่าเหลยฉือก็เป็นสถานที่ที่เขาอยากลองไปเห็นเองกับตาไม่แน่อาจจะได้นำมาใช้ผสมผสานกับวิชาฝึกร่างของตน ซึ่งอาจช่วยทำให้เขาพัฒนาขึ้นไปได้อีกขั้น
“ยาวิเศษพวกนี้เป็นวัตถุดิบที่นักเวทยันต์ใช้กันนี่เป็นของที่เจ้าต้องการงั้นหรือ?”
ตู้เจิ้นอู่หยิบกล่องไม้ขนาดใหญ่พอประมาณออกมาจากข้างในห้องหนังสือเปิดกล่องออกมา ในนั้นมียาวิเศษและวัตถุดิบที่มีเพียงนักเวทยันต์ใช้เท่านั้น ราคาสูงมหาศาลคนทั่วไปไม่มีทางซื้อได้ไหวยิ่งไปกว่านั้นของเหล่านี้มีเพียงนักเวทยันต์เท่านั้นที่จะนำมันมาใช้ประโยชน์ได้เขามองตู้เซ่าฝู่ด้วยความสงสัย ถามว่า “ตู้ผิงนำมันมาส่งแต่เช้าตรู่บอกว่าเป็นวัตถุดิบที่เจ้าซื้อ?”
“ข้าต้องการพวกมัน เพราะข้าอยากลองดูว่าข้าสามารถเป็นนักเวทยันต์ได้หรือไม่” ตู้เซ่าฝู่พยักหน้าการไปซื้อยาวิเศษในร้านค้าของบ้านสกุลตู้เขาพอเดาออกได้ว่าจะต้องมีคนของบ้านสกุลตู้รู้แน่ๆ คงไม่มีอะไรต้องปิดกันแล้ว
“เจ้าอยากเป็นนักเวทยันต์?” ตู้เจิ้นอู่มองตู้เซ่าฝู่ด้วยความประหลาดใจก่อนหน้าเคยเชิญคนมาตรวจรากปราณของตู้เซ่าฝู่ตรวจสอบไปแล้วว่าเขาไม่สามารถเป็นนักเวทยันต์ได้
“ข้าแค่อยากทดลองดู ได้หรือไม่ได้ก็ไม่เป็นไร” ตู้เซ่าฝู่กล่าว
ตู้เจิ้นอู่จ้องมองตู้เซ่าฝู่เป็นเวลาหลายนาทีจากนั้นสีหน้าเคร่งเครียดก็ค่อยๆ ผ่อนลง กล่าวว่า “หากเจ้าอยากลองจริงๆ ละก็ในร้านของบ้านสกุลตู้เราก็มีเชิญนักเวทยันต์มาช่วยสกัดยาแม้จะเป็นเพียงนักเวทยันต์ระดับสองดาว ทว่าข้าเชื่อว่าหากข้าเข้าไปช่วยพูดเขาก็น่าจะพอช่วยให้คำชี้แนะอะไรกับเจ้าได้บ้างการจะเป็นนักเวทยันต์ไม่ใช่เรื่องที่สามารถลองคลำๆ ก็ฝึกได้ด้วยตัวเองได้”
“ขอบคุณท่านลุงใหญ่ ช่วงนี้ไว้ก่อน ข้าขอลองเองก่อนแล้วกัน”
ตู้เซ่าฝู่รู้ว่าร้านค้าของบ้านสกุลตู้มีนักเวทยันต์ระดับสองดาวคนหนึ่งตอนนั้นเขานี่แหละที่เป็นคนตรวจร่างกายให้เขา
แม้จะเป็นเพียงนักเวทยันต์ระดับสองดาวก็เทียบเท่ากับผู้ฝึกฌานขั้นเบิกนภาแล้ว ทว่าเพราะนักเวทยันต์มีความพิเศษกว่าแม้กระทั่งลุงใหญ่เองก็ยังแสดงความเกรงใจกับเขา ให้เกียรติเขาถือว่ามีสถานะในบ้านสกุลตู้สูงอยู่ไม่น้อย
ทว่าจากที่เจินชิงฉุนพูดแนะนำหากเจินชิงฉุนไม่ได้หลอกว่านักเวทยันต์ระดับห้าดาวเมื่อมาอยู่ข้างเขายังเป็นดั่งเพียงลมตดอย่างนั้นนักเวทยันต์ระดับสองดาวก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลยดังนั้นตู้เซ่าฝู่จึงอยากลองฝึกกับเจินชิงฉุนดูก่อนเพื่อตรวจสอบว่าเขาหลอกตนหรือไม่
“ก็ได้ เจ้าตัดสินใจเองแล้วกันทว่าจำเรื่องการประลองระหว่างทายาทวัยรุ่นสุดยอดห้าสกุลที่จะเริ่มในอีกหนึ่งเดือนที่จะถึงนี้ไว้ด้วยเจ้าห้ามทำให้เสียเรื่องล่ะครั้งนี้พวกตู้เฮ่าและตู้เหยียนไม่น่าจะสามารถเอาชนะได้พี่ชายและพี่สาวของเจ้าเมื่อสามปีก่อนก็พลาดในการประลองสุดยอดห้าสกุลมาแล้วขณะนี้ก็ยังอยู่ข้างนอก ดังนั้นครั้งนี้จึงต้องพึ่งเจ้าแล้วล่ะ”
ตู้เจิ้นอู่พูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียดไม่ได้พูดเรื่องนักเวทยันต์เพิ่มเติมอะไร ตอนแรกก็เคยตรวจว่าชีพจรลมปราณใช้ไม่ได้แต่ขณะนี้ก็ฝึกฌานได้แล้ว บางทีเรื่องนักเวทยันต์ก็อาจจะเกิดปาฏิหาริย์ขึ้นอีกครั้ง
หากบ้านสกุลตู้กำเนิดนักเวทยันต์ขึ้นมาสักคนจริงๆจะก่อให้เกิดผลดีอย่างมหาศาลสำหรับบ้านสกุลตู้ ดังนั้นมีบางเรื่องเขาไม่จำเป็นต้องถามอะไรมาก ทุกคนต่างมีความลับเป็นของตัวเองบุตรชายของน้องสามจะมีความลับบ้างก็เป็นเรื่องปกติ
“ข้าจะทำสุดความสามารถ” ตู้เซ่าฝู่รู้สึกขอบคุณลุงใหญ่รู้ว่าลุงใหญ่ปรารถนาดีกับเขา ที่ลุงใหญ่พูดถึงพี่ชายและพี่สาวก็คือบุตรสาวของลุงใหญ่และบุตรชายของลุงสอง สองคนนี้ออกไปผจญภัยข้างนอกแต่เล็กตู้เซ่าฝู่เองก็ไม่ได้พบพวกเขามานานแล้วเขายังพอจำได้ว่าพี่ใหญ่และพี่รองมักจะปกป้องเขาเสมอ
ตู้เซ่าฝู่คุยกับลุงใหญ่สักครู่หนึ่งเมื่อคุยเสร็จก็อุ้มกล่องไม้เดินจากไป
เมื่อเดินมาถึงประตูของห้องหนังสืออยู่ดีๆ ตู้เจิ้นอู่ก็เรียกตู้เซ่าฝู่ไว้ กล่าวว่า “เซ่าฝู่ครั้งนี้ได้ยินว่าในบ้านสกุลอื่นๆ ก็มีทายาทที่ฝีมือไม่ธรรมดามาเข้าร่วมเช่นกันมีหลายคนบรรลุขั้นเบิกนภากันแล้ว ตอนนี้เจ้าพัฒนาไปถึงขั้นไหนแล้วกันแน่ลองบอกให้ลุงฟังหน่อย ลุงจะได้พอคาดเดาและวิเคราะห์สถานการณ์ได้”
ตู้เซ่าฝู่หันศีรษะกลับไปยิ้มเล็กน้อย ให้คำตอบไปว่า “เหลยฉือ ข้าได้ไปแน่”
เมื่อพูดจบตู้เซ่าฝู่ก็ก้าวออกไปจากห้องหนังสือเหลยฉือต้องมีประโยชน์กับการฝึกร่างของเขาอย่างมากแน่ ดังนั้นโอกาสเช่นนี้เขาไม่มีทางปล่อยให้หลุดมือไปได้หรอก
“เจ้าหนูคนนี้นี่นะ สรุปเขาอยู่ขั้นไหนแล้วกันแน่ พูดจายโสโอหังเสียจริงข้าเดาไม่ออกเลยจริงๆ” ตู้เจิ้นอู่แววตาเปี่ยมด้วยความรู้สึกสงสัยเขาอยากรู้มาตลอดว่าตู้เซ่าฝู่มีฌานอยู่ในระดับขั้นไหนกันแล้ว ทว่าความสงสัยนี้ไม่สามารถทำให้กระจ่างได้เสียทีดูเหมือนว่าจะหลอกถามออกมาตรงๆ ไม่ได้
“ท่านพ่อ ท่านกลับมาแล้วหรือ”
ตู้เซ่าฝู่แบกกล่องไม้กลับเข้ามาในเรือนยากที่จะได้เห็นบิดาขี้เหล้ามอมแมมหนวดเคราเฟิ้มคนนี้อยู่ติดบ้านทว่าก็ยังคงนั่งกอดขวดเหล้าอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเดิมอยู่ดี
“อือ” ตู้ถิงเซวียนขานรับกลับไปมาเสียงเบาๆจากนั้นก็นั่งกอดขวดเหล้าเหม่อมองท้องฟ้าอยู่บนเก้าอี้ไม้โยกต่อไป
เมื่อตู้เซ่าฝู่เดินเข้ามาในห้องวางกล่องไม้เสร็จก็หยิบขวดเหล้าและชุดหลายตัวที่ซื้อมาใหม่ออกมาจากถุงหยินหยางจากนั้นเดินออกไปหาตู้ถิงเซวียนอีกครั้ง เอ่ยว่า “ท่านพ่อขวดเหล้าที่ท่านใช้น่าจะใช้มานานมากแล้วข้าซื้อขวดน้ำเต้าใส่เหล้ากับเสื้อผ้าใหม่มาหลายชุดเลยพอมีเวลาท่านพ่อก็ไปอาบน้ำบ้างเถิดนะ”
“อืม” ตู้ถิงเซวียนยังคงขานรับมาเสียงเบาๆแค่นั้นเช่นเดิม และยังคงเหม่อมองท้องฟ้าตาไม่ขยับต่อไป
“วางไว้ตรงนี้นะ ข้าออกไปข้างนอกหน่อย ท่านพ่อดื่มสุราให้น้อยลงหน่อยเถิดนะ”
ตู้เซ่าฝู่นำชุดใหม่ที่ซื้อมาพาดไว้พนักวางแขนเก้าอี้ไม้โยกมองใบหน้าบิดาของตนที่มีผมยุ่งเหยิงปิดใบหน้าอันหล่อเหลาอยู่เมื่อมอบของให้เสร็จเขาก็เดินจากไป
หลังจากผ่านไปสักครู่ตู้ถิงเซวียนถึงขยับตัว เขาหยิบเสื้อที่ถูกพาดไว้บนเก้าอี้กับขวดเหล้าไว้ในมือจากนั้นก็มองไปที่ท้องฟ้าที่อยู่ห่างไกล นัยน์ตาของเขาสั่นหวั่นเล็กน้อย
“ตึงโครม!”
ในเขาหลังบ้านสกุลตู้เกิดเสียงดังโครมๆ สนั่นไปทั่วบริเวณนั้น ตู้เซ่าฝู่กำลังง่วนอยู่กับการฝึกฌานอยู่
เมื่อถึงเวลากลางคืนเสียงดังสนั่นก็เริ่มหายไป ตู้เซ่าฝู่เริ่มนั่งขัดสมาธิฝึกบำเพ็ญเพียรอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนอยู่ห่างจากเขาไม่ไกลตั้งใจมองทุกอากัปกิริยาของเขา
ยามฟ้ามืดครึ้มไร้แสงตะวันดวงจันทร์ส่องสว่างกลางนภา
“หลงเอ๋อร์ เจ้ามีความเห็นกับตู้เซ่าฝู่คนของบ้านสกุลตู้ว่าอย่างไร?” หน้าลานของเรือนเรือนหนึ่ง อั้นชิงซงกำลังหันหน้าไปพูดกับบุตรชายของตัวเอง
อั้นหลงแหงนหน้ามองพระจันทร์ที่ประดับอย่างงดงามอยู่บนเวหาสะบัดแขนเสื้อเล็กน้อย พูดตอบไปว่า “ท่านพ่อ ท่านไม่ได้มีความคิดอยู่แล้วในใจหรือเหตุใดยังจึงมาถามข้าอีก”
อั้นชิงซงยิ้มกล่าวว่า “เจ้าตู้เซ่าฝู่อายุเพียงแค่นั้น แต่ก็ไม่ใช่ย่อยเลยจัดการอั้นหู่ได้ถึงขนาดนั้น”
“ไม่ใช่ย่อยจริงๆ ความสามารถก็ไม่ธรรมดา ระดับฌานในตัวเขามองออกยากมากบ้านสกุลไป๋กับบ้านสกุลฉินต่างก็น่าจะเตรียมตัวกันอยู่ ดูท่าเดือนนี้ข้าเองก็ต้องเก็บตัวฝึกหน่อยแล้ว มิเช่นนั้นโอกาสที่จะชนะคงลดลง”
อั้นหลงก้มหน้าจากนั้นยิ้มและกล่าวว่า “ทว่าก่อนที่จะเก็บตัวข้าเองก็ต้องคิดหาวิธีให้บ้านสกุลไป๋กับบ้านสกุลฉินออกมาเดินเล่นกันหน่อยจะให้คนอื่นเอาแต่จับตามองบ้านสกุลอั้นไม่ได้”
“มีเพียงพบศัตรูที่แข็งแกร่งสำหรับตนเองจึงจะทำให้เจ้าไม่หยุดที่จะพัฒนาตนเองเรื่องนี่เป็นเรื่องที่ดีสำหรับเจ้า”
อั้นชิงซงมองไปที่ทิศทางของบ้านสกุลเยี่ยในเมืองสือเฉิงแววตาสุกใสเป็นประกาย กล่าวว่า “หากได้ครอบครองอภิมหาสมบัติอันเลอค่านั้นจะทำให้อนาคตของพวกเราสดใสและพัฒนาได้อย่างไร้ขีดจำกัด เพื่อบ้านสกุลอั้นเพื่อพวกเจ้า ข้าจะพยายามสุดความสามารถ”