ภายในห้องที่ลึกลงมาจากพื้นโลกประมาณห้าสิบกิโลเมตรประดับตกแต่งไปด้วยดอกกุหลาบหลากสีและส่งกลิ่นหอมแปลกๆออกมาตลอดเวลาใจกลางห้องที่กว้างใหญ่แห่งนั้นก็มีกรงขังขนาดใหญ่อยู่มันไม่ต่างอะไรไปจากกรงของนกยักษ์ ลักษณะภายในของกรงหรูหราไม่ต่างไปจากห้องนอนของเจ้าหญิงและมีทุกอย่างที่ต้องการ
เซล่านอนบนเปลอันหรูหราที่ประดับไปด้วยทองคำบริเวณโครงของมัน ตอนนี้เองเซล่าก็กำลังพลิกหน้าหนังสือเธออ่านมันด้วยท่าทางสบายๆโดยไม่ทุกข์ร้อนอะไรราวกับว่าลืมไปแล้วว่าตนเองถูกจับมา เธอตอนนี้ก็กำลังผ่อนคลายอย่างสบายๆไปกับการนวดของสาวใช้
ผ่านไปสักพักก็มีพ่อครัวระดับพรีเมี่ยมที่มีความสามารถในการทำอาหารระดับสูง เขาเข็นโต๊ะที่ใส่ผลไม้มากมายมาด้วยผลไม้แต่ละชนิดนั้นถูกแกะสลักกลายเป็นสัตว์รูปแบบต่างๆที่มีความน่ารัก พืชพรรณหรือแม้กระทั่งดอกไม้นานาชนิด จนทำให้ผู้คนที่พบเห็นรู้สึกว่ามันสวยงามจนทานมันไม่ลงกันเลยทีเดียว
“ท่านหญิงเซล่าครับผลไม้ได้แล้วครับ”
“หืม! ทำออกมาได้ดีนิ พวกเธอเอามาป้อนฉันซิ”
“ขอบพระคุณมากครับเป็นเกียรติมากที่ได้ทำอาหารให้กับเอลฟ์ที่เป็นหนึ่งในนักชิมของโลกใบนี้ที่ติชมอาหารได้ดีที่สุด”
“ถึงจะบอกว่าดีแต่ก็ยังต้องปรับปรุงอีกมาก หมั่นพัฒนาฝีมือของตนเองขึ้นไปละ”
เซล่าค่อยๆรวบรวมข้อมูลอย่างช้าๆรวมถึงโครงสร้างรอบบริเวณทั้งหมดโดยที่ไม่มีใครรู้ว่าภายใต้ใบหน้าที่ไม่ทุกข์ร้อนอะไรนั้นเซล่ากำลังคิดที่จะทำลายเบนจามินจากรากฐานของกลุ่มของเขา หลังจากที่มาอยู่ที่นี่ได้ไม่นานขณะที่เธอกำลังท้อแท้ใจอยู่ดีๆพลังของเธอก็เกิดพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดรวมไปถึงระบบก็พัฒนาไปด้วย
ส่วนทักษะตรวจสอบก็กลายเป็นไม่มีกำแพงอะไรป้องกันการตรวจสอบของเธอได้อีกต่อไป ทักษะด้านการต่อสู้และทักษะอื่นๆก็พัฒนาขึ้นมาเช่นเดียวกันแต่สิ่งที่ทำให้เธอไม่สามารถหนีออกไปได้ก็เพราะพลังของคนจากโลกที่สูงขึ้นไปมันข่มเธอเอาไว้อยู่แน่นอนว่ามันไม่มีผลกับพลังป้องกันแต่ว่ามันมีผลกับพลังโจมตีและการเคลื่อนที่
หากเธอหลุดออกจากกรงนี้ไปพลังโจมตีของเธอก็เหลือ 0 และความเร็วในการเคลื่อนที่ก็จะเหลือ 0 ไปด้วย ถึงแม้ว่าเธอจะไม่รู้เหตุผลจริงๆที่จับตัวเธอมาแต่ก็คาดเดาได้คราวๆแล้วว่าพวกมันคงใช้เธอเพื่อต่อรองผลประโยชน์กับเผ่าเอลฟ์ ไม่ก็กระทำบางอย่างที่เธอไม่อาจจินตนาการได้เลยก็ได้
ทางฝั่งลูเชียโน่ก็ไม่ต่างไปจากชาร์ลอตต์แต่เขาดูเหมือนจะลำบากมากกว่าเพราะโดนเหล่าสาวๆเร้าอารมณ์ ทำให้เขาต้องฝืนกั้นอดทนเอาไว้อย่างช่วยไม่ได้ แต่มันก็ทรมานอยู่ดีเขาเป็นคนที่รักเดียวใจเดียวและจะไม่นอกใจอิซาเบลล่าอย่างแน่นอน กว่าจะทำให้เธอตกลงยอมแต่งงานกับเขาได้มันก็ลำบากมากแล้วเพราะเขาตามจีบเธอมาตั้งหลายปีและใช้ความพยายามเลือดตาแทบกระเด็นกว่าเธอจะหันมาสนใจเขาได้
แล้วทำไมเขาต้องทำอะไรที่มันหลักหลังความพยายามของตนเองที่ทำโดยตลอดด้วย ลูเชียโน่ใช้มีดสั้นที่เป็นทักษะที่เขาสามารถใช้ได้ในตอนนี้มันคือทักษะสายลอบฆ่าที่สามารถนำมีดสั้นออกมาได้เขาใช้มันแทงเข้าที่ขาของตนเองเพื่อสะกดข่มอารมณ์ของยาปลุกอารมณ์ความรู้สึกพวกนั้นและมันก็ได้ผลทำให้เขาใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย
ผู้หญิงพวกนั้นทันทีที่ได้เห็นการกระทำแบบนั้นของเขาก็กลายเป็นไม่สบอารมณ์ขึ้นมาและพยายามรุกคืบเข้ามาหาลูเชียโน่แต่ว่าท่าทางที่ราวกับนักแสวงบุญของลูเชียโน่ทำให้เขาตัดอารมณ์ความรู้สึกออกไปได้อย่างสมบูรณ์ในขณะที่ได้สติจากความเจ็บปวดจากบาดแผล
เซล่าถึงกับแสดงสีหน้าชื่นชมออกมา ลูเชียโน่ที่เธอรู้จักไม่เคยทำให้ผิดหวังจริงๆสิ่งสำคัญของเขาทุกอย่างเขาล้วนสามารถดูแลปกป้องมันได้อย่างดีมาโดยตลอดรวมกับความแน่วแน่ที่ได้รับมาจากโรเบิร์ตอย่างแรงกล้าและยังไปแอบไปเรียนรู้วิธีจีบสาวมาจากโรเบิร์ตตอนไหนก็ไม่รู้ทำให้เขากลับมาถึงบ้านเกิดก็รุกคืบอิซาเบลล่าด้วยวิธีการแนะนำของโรเบิร์ตจนทำให้อิซาเบลล่าตกลงคำขอแต่งงานของเขาไปแล้ว
กำหนดการของงานก็จะเริ่มในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าแต่ก็ถูกเจ้าพวกโง่เง่าพวกนี้จับตัวมาก่อนคนสองคนกำลังอยู่ในช่วงความรักแท้ๆเลยดันมาขัดจังหวะซะได้ ทำให้เซล่าเกิดความไม่สบอารมณ์อย่างรุนแรงจึงคิดที่จะแฝงตัวเข้ามาโดยทำเป็นโดนจับตัวมาและวางแผนกับลูเชียโน่อย่างลับๆส่วนอิซาเบลล่าก็กลายเป็นคนส่งสารโดยไม่รู้เรื่องอะไรให้ไปหาโรเบิร์ต
กลุ่มมนุษย์ชุดดำจัดได้ว่ามีความแค้นต่อกันมากพอสมควรมันก็เริ่มมาตั้งแต่ที่พวกมันคิดจะเอาชีวิตเธอแล้วแต่ในตอนนี้มันไม่ทำแบบนั้นอาจเป็นเพราะมีแผนการอันยิ่งใหญ่ที่มันจะกระทำขึ้นก็ได้ เซล่าที่กำลังแสดงละครตบตาด้วยการพลิกหน้าหนังสือไปเรื่อยๆจนกระทั่งเธอตรวจพบอะไรบางอย่างที่ดูเหมือนสมบัติล้ำค่าที่พวกมันซ่อนเอาไว้
นี่มันต้นไม้โลกทำไมมันถึงมาอยู่ที่นี่! ในตอนแรกที่เธอเข้ามาที่นี่เธอก็ไม่ได้สนใจเส้นสายพลังธรรมชาติที่แผ่ออกมาเพราะคิดว่ามันเป็นเส้นสายตามปกติแต่เมื่อสักครู่ที่เธอพยายามหาข้อมูลเท่าที่ทำได้จากเส้นสายพลังธรรมชาติพวกนี้ก็ถูกมันนำทางไปยังสถานที่หนึ่งที่ลึกลงไปอีกหนึ่งร้อยกิโลเมตรชั้นล่างสุดนั่นมันมีคนที่มีความสามารถแรงค์ SS ฝีมือดีไม่ต่ำกว่าสามสิบคนเฝ้าระวังไม่ให้ใครลงไปด้านล่างอย่างเข้มงวด
เธอไม่ลืมที่จะใช้ทักษะตรวจสอบไปที่พวกเขา มันก็ทำให้เธอตกตะลึงในทันทีเพราะแต่ละคนนั้นระบบของพวกเขากลายเป็นระบบเหมือนของเซล่าที่พัฒนาขึ้นมาแล้วแสดงว่าคนพวกนี้ไม่ใช่แรงค์ SS ที่โลกใบนี้รับมือได้แล้ว จากนั้นเธอก็ตามเส้นสายพลังธรรมชาติไปต่อก็พบกับต้นไม้ขนาดใหญ่ที่สูงประมาณเจ็ดเมตรที่กิ่งก้านสาขาเริ่มแห้งใบของมันเหลือแค่สี่ใบและกำลังเหี่ยวเฉาเต็มที่แล้ว
ด้วยลักษณะที่พิเศษก็ทำให้เธอจำมันได้ทันทีว่ามันคือต้นไม้โลก ลักษณะพิเศษของมันนั้นมีความสามารถช่วยให้พัฒนาความสามารถของใครก็ตามที่กินใบของมันเข้าไปและหลอมรวมเข้ากับมันได้ก็จะเพิ่มพูนความสามารถด้านร่างกายเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลยังไม่พอพวกเขาก็ยังจะได้รับความสามารถในการพัฒนาในด้านต่างๆรวดเร็วยิ่งขึ้นสองเท่า แต่คนคนหนึ่งก็กินได้เพียงใบเดียวเท่านั้น
หรือว่าพวกมันคิดจะเปิดสงครามกันจริงๆดูจากแรงค์ SS สามสิบคนนั้นก็คงเป็นคนที่ได้ลิ่มลองใบของต้นไม้โลกไปแล้ว และดูเหมือนว่าต้นนี้จะเป็นต้นสุดท้ายที่ยังหลงเหลืออยู่ในโลกใบนี้แล้วสินะเพราะถิ่นกำเนิดมันก็อยู่ที่เผ่าเอลฟ์ ตั้งแต่ที่เธอเกิดมาจนถึงตอนนี้ก็ไม่เคยพบเห็นมัน มีเพียงจารึกชิ้นนั้นเท่านั้นที่บ่งบอกถึงลักษณะของมันเอาไว้อย่างชัดเจน
ภายใต้พันธสัญญาระหว่างโลกแห่งนี้ที่เธอเคยอ่านมาในจารึกชิ้นนั้นด้วยกล่าวว่า “เมื่อใดที่ต้นไม้โลกหายไปจนหมดประตูที่ปิดกั้นระหว่างโลกเบื้องบนกับโลกเบื้องล่างจะถูกทำลายทิ้งไปกฎเกณฑ์ทั้งหมดก็จะเสื่อมสลายไปด้วยและจะนำพาหายนะครั้งใหญ่มาเยือน” ถ้าแบบที่ว่ามาจริงๆต้นไม้โลกก็เหมือนผู้ให้การค้ำชูและรักษาประตูที่ว่านั่นเอาไว้
เซล่าแสดงสีหน้าหดหู่ในทันทีเพราะมันไม่ใช่เรื่องเล็กๆแล้วเท่าที่เธอพบเจอมานั้นตลอดหลายหมื่นปีที่ผ่านมาจากคำบอกเล่าและบันทึกลับต่างๆก็บ่งบอกไปถึงการแทรกแซงของโลกเบื้องบนทั้งนั้น สุดท้ายพวกมันก็พบเข้ากับสิ่งที่ค้ำชูและรักษาประตูเอาไว้จากนั้นก็หลอกล่อให้คนบนโลกใบนี้ใช้ประโยชน์จากมันจนกระทั่งต้นไม้โลกเริ่มที่จะเลือนหายไปจากโลกอย่างช้าๆจนหาพบได้ยากและต้นสุดท้ายก็มาอยู่ตรงหน้าของเธอแล้ว
แต่ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดีเพราะมีแค่ต้นไม้ต้นนี้ต้นเดียวเท่านั้นที่เผ่าเอลฟ์ที่เป็นที่รักของธรรมชาติทำอะไรไม่ได้ นั่นนับว่าสิ้นหวังของแท้ไปแล้วถ้าให้คาดการณ์การร่วงหล่นของใบที่เหลือก็เหลืออีกแค่ไม่ถึงสองเดือนหายนะก็จะเริ่มต้นขึ้น ส่วนเป้าหมายของพวกมันเซล่าเองก็ไม่อาจล่วงรู้ได้เลย
ในขณะที่เซล่ากำลังจะตรวจสอบต่อไปก็สัมผัสได้ถึงการมาถึงของเบนจามินเธอก็เลยต้องหยุดเอาไว้เพียงแค่นี้
ผ่านไปไม่นานนักก็มีชายร่างใหญ่ที่สูงถึงสองเมตรแต่งกายด้วยเสื้อเปิดอกส่วนกางเกงก็มีลวดลายดาวเป็นจุดเป็นจุดไปเดินนำหน้าเบนจามินมาที่มีรูปลักษณ์ที่แปลกตาไปเล็กน้อยก็คือผมของเขาจะเป็นทรงสว่านมีสีเงิน ดวงตาของเขาจะมีสีส้มอ่อนๆ ส่วนหูของเขาก็จะสวมต่างหูที่มีลักษณะวงแหวนขนาดใหญ่สีเงินที่เข้ากับสีผมของเขาเป็นอย่างดี ชุดที่สวมใส่มาในวันนี้ก็เป็นเสื้อที่เปิดอกจุดประสงค์คงเพื่อโชว์กล้ามเนื้อที่เขามั่นใจ ส่วนกางเกงก็จะเป็นกางเกงขายาวที่มีลวดลายดาวเป็นจุดเป็นจุดไป
เซล่าเห็นแบบนี้จนชินไปแล้วถึงตอนแรกจะรู้สึกแสบๆตาก็ตาม เซล่าลุกขึ้นจากเปลของตนเองก่อนจะเดินไปรอการมาของเบนจามิน เขาเดินมาเรื่อยๆจนมาหยุดที่กรงของเซล่าก่อนที่จะเลียปากของตนเองมองดูสัดส่วนร่างกายของเซล่าตั้งแต่หัวจรดเท้า
“แกหยุดจ้องมองฉันแบบนั้นได้แล้วอย่าคิดว่าสิ่งที่แกต้องการมันจะเป็นไปตามที่คิดเสมอไป อีกอย่างฉันก็มีสามีแล้ว ไม่สิต้องบอกว่ามีลูกแล้วมากกว่า”
เบนจามินสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะตรวจเส้นสายชีวิตของเซล่าว่าเธอพูดมาจริงรึเปล่าภาพที่เห็นตรงหน้าเขาถึงกับก้าวถอยหลังไป ที่ว่ามีลูกแล้วนั้นเธอพูดถูกทุกอย่างเพราะในร่างกายของเซล่ามีเส้นสายชีวิตอีกอันอยู่นั่นเอง
“เธอ...เธอ...ทำแบบนั้นได้ยังไงเธอยังไม่แม้แต่จะแต่งงานเลยนะ”
“เฮ้อ นายเป็นคนหัวโบราณรึยังไงการที่คนเราจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมันไม่จำเป็นต้องมีการแต่งงานเสมอไปหรอก แค่ความรักก็มากพอแล้วและถ้าอยากจะแต่งมันก็ทำตอนไหนก็ได้ฉันเองก็ไม่ได้ถือเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว”
สีหน้าที่พูดออกมาไม่ทุกข์ร้อนของเซล่าทำให้เบนจามินเริ่มสภาวะอารมณ์ไม่คงที่
“เอาเถอะถึงจะไม่สามารถสนุกไปกับเธอได้แต่ก็ใช้เป็นข้อต่อรองให้คนที่ต้องการเธอในแบบที่เป็นอยู่ได้”
“มีอะไรก็พูดมาเถอะจะนอกเรื่องไปทำไมฉันยังต้องการพักผ่อนนะเพราะหลายวันมานี้เหนื่อยมามากแล้ว”
“เตรียมตัวเอาไว้อีกสองวันฉันจะให้เธอเข้าร่วมพิธีศักดิ์สิทธิ์โดยให้เป็นร่างทรงเพื่อต่อรองกับต้นไม้โลก” เบนจามินพูดว่าต้นไม้โลกออกมาก็ลอบสังเกตท่าทีของเซล่าไปด้วยเพราะต้นไม้โลกเป็นเรื่องอ่อนไหวของเผ่าเอลฟ์เอามากๆแต่เธอกลับไม่มีท่าทีทุกข์ร้อนอะไรเหมือนกับว่าเธอรู้อยู่แล้วทำให้เบนจามินคิดไปว่าเซล่าคงใจแข็งมากกว่าคนอื่นก็ได้
“ต่อรองกับต้นไม้โลกนี่แกคิดเหรอว่ามันจะยอมพูดอะไรออกมา”
“มันพูดแน่เพราะมีสิ่งนี้ยังไงละ”
เบนจามินเผยรอยยิ้มออกมาก่อนจะเอาหนามสีดำที่เต็มไปด้วยพลังงานสีดำรายล้อมที่มีความยาวประมาณหนึ่งเมตรออกมาให้เซล่าได้ดู ทันทีที่เธอพบมันก็เบิกตากว้างในทันที
“หนามนรก แกได้มันมาได้ยังไง หรือว่าแกเอามันไป...”
“ใช่แล้วฉันเอามันไปกระตุ้นต้นไม้โลกนิดหน่อยก็มันไม่ยอมออกใบเลยนี่นะช่วงนี้”
การกระตุ้นที่ว่ามันจะทำให้ต้นไม้โลกผลิใบจริงแต่ก็เร่งเวลาให้มันตายเร็วยิ่งขึ้น เซล่าได้แต่กำหมัดของตนเองแน่นแต่ก็ทำอะไรไม่ได้จากนั้นเธอก็ค่อยๆทำใจให้เย็นลงอย่างรวดเร็วก่อนที่จะหันหลังกลับไปนอนบนเปลเหมือนเดิมถึงหน้าของเธอจะกลับไปเป็นปกติแล้วแต่ภายในใจกลับสิ้นหวังไปแล้ว เธอไม่อยากจินตนาการเลยว่าหลังจากที่ประตูนั่นเปิดออกแล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น
“ฮ่า ฮ่า สภาพที่สิ้นหวังแบบนี้นี่แหละที่ฉันอยากเห็น ชักจะทนไม่ไหวแล้วที่ประตูที่ขวางกั้นระหว่างโลกอันสูงส่งกับโลกแห่งนี้จะเปิดออกมา”
เมื่อเบนจามินพึงพอใจแล้วก็เดินออกไปจากห้องในทันที ลูเชียโน่ที่อยู่กรงที่ไม่ห่างไปไกลมากก็ตระโกนพูดกับเซล่า
“เอมิเลีย เธอไม่ต้องกังวลไปหรอกนะถ้าทุกอย่างมันย่ำแย่ไปจริงๆเจ้าโรเบิร์ตต้องจัดการทุกอย่างได้อยู่แล้ว”
ทันทีที่เสียงของลูเชียโน่พูดออกมามันก็ทำให้เธอใจชื้นขึ้นมา ใช่แล้ว ถ้ามันแย่จริงๆถึงที่สุดก็แค่ตายเท่านั้นแถมยังได้ตายไปกับคนที่เธอรักอีกแล้วจะมีเรื่องอะไรให้กังวลอีก เซล่าหลับตาลงก่อนที่จิตใจของเธอจะกลายเป็นแน่วแน่ขึ้น
“ขอบคุณมากลูเชียโน่”
“ก็เพื่อนกันนินะไม่เห็นต้องพูดแบบนั้นเลย เพราะฉะนั้นตอนนี้ก็ทำในสิ่งที่ทำได้กันไปก่อนเถอะ”
“นั่นสินะ”
การที่เธอมีเพื่อนแบบลูเชียโน่ในชีวิตนี้เธอก็นับว่าคุ้มค่าอย่างถึงที่สุดแล้ว
. . .