เทพสงครามสายเลือดมังกร

    ตอนที่ 103 ความบาดหมาง

    หลังจากมองหลงเฉินอยู่ครู่หนึ่ง  หลิวเยวี๋ยนก็กวาดตามองใบหน้าอ่อนเยาว์ของผู้ฝึกยุทธ์ที่เก่งกาจทั้งสิบคน


    หลงเฉินมั่นใจว่าภายนอกเขาได้แสดงกิริยามารยาทที่เหมาะสม ทว่าภายในใจลึก ๆ เขาไม่ชอบบรรยากาศเช่นนี้เอาเสียเลย  ด้วยคำพูดเข้มงวดของหลิวเยวี๋ยน เด็กหนุ่มสาวทั้งสิบไม่กล้าส่งเสียงใด ๆ 


    อย่างไรก็ตาม  หลงเฉินไม่มีแก่ใจจะฟัง  ก่อนหน้านี้เขาตั้งตารอคอยที่จะได้พบชายที่ทรงพลังผู้นี้  หากแต่หลิวเยวี๋ยนมองเขาเป็นเพียงคนที่เกณฑ์เข้ามาเพื่อเพิ่มกำลังคนเท่านั้น  หลงเฉินจึงไม่ได้รู้สึกประทับใจอะไรในตัวคนผู้นี้


    ‘ดูเหมือนการที่ข้าไม่ได้ไปที่ลานประลองเป็นตายตามคำท้าของเฟิงอู่เทียนจะทำให้ข้ามีชื่อเสียงในสำนักสุริยันมรกตขึ้นมาไม่ใช่เล่น’


    เมื่อดูพิจารณาจากสายตาของเหล่าผู้อาวุโสและผู้คุมกฎที่เผยแววดูถูกดูแคลนออกมา  หลงเฉินจึงคาดเดาว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนั้น


    ‘เฟิงอู่เทียน หลิวหลิง... การกระทำของพวกเจ้าทำให้ข้าโดนเหยียดหยามถึงเพียงนี้...’


    ขณะที่หลิวเยวี๋ยนกำลังพูดอยู่นั้น  หลงเฉินก็แอบหันไปมองและพบว่าสาวงามหลิวหลิงกำลังพูดคุยกับบิดาของนาง เมื่อสังเกตเห็นว่ามีคนจ้องมองนางอยู่  หลิวหลิงก็มีท่าทีเยาะเย้ยใส่หลงเฉิน


    ‘หากมีโอกาสเมื่อไรละก็  ข้าจะลงโทษเจ้าให้ได้เลยคอยดู!’


    ขณะที่หลงเฉินกำลังครุ่นคิดถึงวิธีรับมือกับพวกเขา  หลิวเยวี๋ยนก็พยักหน้าให้กลุ่มคน


    “เหลือเวลาไม่มากแล้ว พวกเจ้าไปที่มิติห้วงนภาของเหล่ามรกตกันเลยเถอะ  ในการแข่งขันครั้งนี้ เฟิงอู่เทียนจะเป็นผู้นำ  พวกเจ้าทุกคนต้องเชื่อฟังและทำตามคำสั่งของเขา และจงคำนึงถึงชื่อเสียงของสำนักสุริยันมรกตไว้เป็นสำคัญ”


    เขาหันไปมองหลิวหลาน


    “หลานเอ๋อร์  พาพวกเขาเข้าไปที่หอห้วงนภาได้แล้ว”


    หลิวหลานพยักหน้าและลุกขึ้นยืน  เผยให้เห็นทรวดทรงงดงามของนาง  นางพยักหน้าให้หลิวเยวี๋ยนจากนั้นก็พาคนทั้งสิบเอ็ดคนออกไปจากสำนักสุริยันมรกตและตรงไปยังหอห้วงนภา


    หลิวเยวี๋ยนเฝ้ามองพวกเขาจากไปและหันไปหาผู้อาวุโสทั้งสี่


    “พวกท่านคิดเห็นอย่างไรกับโอกาสของพวกเราในครั้งนี้?”


    หนึ่งในผู้อาวุโสรีบตอบ


    “การแข่งขันเพื่อชิงกระบี่แก้วสิขรนั้นเป็นการต่อสู้ระหว่างสุดยอดฝีมือ คนอื่น ๆ ที่เข้าไปที่นั่นก็เพื่อเป็นกำลังเสริมเท่านั้น  โดยทั่วไปแล้วแม้ว่าสำนักสุริยันมรกตของเราจะไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก  แต่เราก็มียอดฝีมือที่เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์อย่างเฟิงอู่เทียนที่มีทั้งสายเลือดและความสามารถในระดับแก่นมนุษย์  ในความเห็นของข้านั้นไม่น่าจะมีปัญหาอะไร!”


    ผู้อาวุโสอีกคนหนึ่งส่ายศีรษะ


    “หากเราพูดถึงยอดฝีมือที่เก่งกาจที่สุด  พวกที่มาจากสำนักอื่น ๆ ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลย  โดยเฉพาะสำนักจักรพรรดิมรกต  ผู้นำที่พวกเขาส่งไปในครั้งนี้น่าจะเป็นบุตรสาวของผู้อาวุโสฉู่เฟิ่งชิง นามว่า ฉู่ยวิ๋นเหยา อายุสิบหกปี อู่เทียนคงกดดันไม่น้อยที่ต้องรับมือกับเด็กสาวอัจฉริยะผู้นี้”


    หลิวเยวี๋ยนขมวดคิ้วและพยักหน้า


    “ฉู่ยวิ๋นเหยาอาจทำให้เฟิงอู่เทียนเกิดความกดดันก็จริงอยู่  แต่ถึงกระนั้นนางก็ยังเด็กนักและเสียเปรียบเรื่องที่นางเป็นหญิง  โอกาสชนะของพวกเราไม่ริบหรี่ถึงเพียงนั้นหรอก!”


    “หากสำนักสุริยันมรกตสามารถคว้าชัยชนะมาได้ในครั้งนี้  พวกเราคงมีชื่อเสียงที่ดีขึ้น  และเมื่อเป็นเช่นนั้น  ผู้อาวุโสใหญ่ก็คงจะปฏิบัติต่อพวกเราอย่างดี  เป็นโอกาสเหมาะสำหรับพวกเราที่จะขยายอำนาจให้มากขึ้น...”


    เมื่อคิดได้ดังนั้น  ทุกคนก็พูดคุยต่ออีกพักใหญ่ก่อนจะแยกย้ายกันไป  


    “จะว่าไป... ท่านผู้อาวุโสใหญ่ ดูเหมือนว่าจะมีความบาดหมางระหว่างหลงเฉินและหลิวหลิง ท่านคิดว่าเขาจะสร้างปัญหาให้กับหลิงเอ๋อร์ระหว่างการแข่งขันของมิติห้วงนภาหรือไม่?”


    หลิงหลิงเปรียบดั่งองหญิงค์แห่งสำนักสุริยันมรกต  ทุกคนต่างรักใคร่เอ็นดูในตัวนาง  หลิวเยวี๋ยนหัวเราะอย่างเย็นชา


    “ก็แค่คนนอกที่เพิ่งเข้ามาในตระกูล  หากเขามีจุดประสงค์แปลก ๆ ละก็  อู่เทียนคงจะกำจัดเขาในนามของข้าอย่างแน่นอน  นอกจากนี้หลิงเอ๋อร์เองก็บรรลุถึงระดับแก่นมนุษย์ขั้นสมบูรณ์แล้วและสามารถจัดการกับคนผู้นั้นได้ด้วยตัวเอง!”


    เมื่อออกจากสำนักสุริยันมรกต  หลงเฉินก็สัมผัสได้ว่าในจำนวนสิบคนนี้  ทั้งเก้าคนล้วนสนิทสนมกับเฟิงอู่เทียนที่อยู่ข้างหน้า และมีถึงสามคนที่บรรลุถึงระดับแก่นมนุษย์ขั้นสมบูรณ์แล้ว


    หลิวหลานไม่พูดอะไรนอกจากนำทางพวกเขา  อีกเก้าคนมองมาที่หลงเฉินด้วยรอยยิ้มจาง ๆ ราวกับกำลังเยาะเย้ยเขาพร้อมแววของการดูถูกเหยียดหยามที่ปรากฏอยู่ในดวงตา 


    “เขารับคำท้าสู้แต่ไม่กล้าพอจะรักษาสัญญางั้นรึ หลงเฉินผู้นี้ช่างไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย”


    หนึ่งในนั้นส่ายศีรษะและกระซิบกระซาบกับคนข้าง ๆ 


    “ความขี้ขลาดเป็นเรื่องปกติของพวกที่มาจากเมืองเล็ก ๆ เขาอาจจะเป็นตัวถ่วงของพวกเราในการแข่งขันมิติห้วงนภาก็เป็นได้”


    “ข้าคิดว่าเขาควรรีบตาย ๆ ไปให้เร็วที่สุดจะดีกว่า  หากเขาหนีไประหว่างการแข่งขันละก็ สำนักสุริยันมรกตของพวกเราคงต้องอับอายขายหน้าและผู้อาวุโสใหญ่อาจจะลงโทษพวกเราทั้งหมดก็ได้  หากเป็นเช่นนั้นพวกเราจบเห่แน่”


    “อย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องนั้นเลย ข้าแน่ใจว่าเฟิงอู่เทียนคงไม่ปล่อยให้เขารอดจากที่นี่ไปได้หรอก ข้าได้ยินข่าวลือมาว่าหวงเฟยหยางที่เคยติดตามเฟิงอู่เทียนถูกหลงเฉินผู้นี้ฆ่าตายด้วยลูกไม้สกปรก”


    “ไม่สมกับเป็นชายชาตรีเอาเสียเลย ไร้ซึ่งความแข็งแกร่งแล้วยังรู้จักแต่การลอบกัดจากเงามืด”


    กลุ่มคนเดินไปพลางซุบซิบกันไป


    เมื่อได้ฟังบทสนทนาเหล่านั้น  หลิวหลิงก็รู้สึกดีใจอยู่ลึก ๆ เมื่อคิดว่าเขาน่าจะกำลังทำสีหน้าบูดบึ้งอยู่ในตอนนี้ นางจึงรู้สึกพอใจมากขึ้นอีก เพราะพวกเขาพูดคุยกันไม่ห่างจากหลงเฉินนักและหลิวหลิงรู้ดีว่าเขาจะต้องได้ยินการสนทนาทั้งหมดอย่างแน่นอน  นางจึงหันไปมองและคาดหวังว่าจะได้เห็นเขาที่กำลังเดือดดาล  แต่หาเป็นเช่นนั้นไม่ เขายังคงเดินไปก้มหน้าไปเรื่อย ๆ ด้วยท่าทีเฉยเมย  


    ‘นี่เขากำลังแสร้งทำเป็นไม่สะทกสะท้านหรือว่าเขาไม่กล้าพอจะโต้ตอบกันแน่?’


    หลิวหลิงสงสัยใคร่รู้  จากนั้นก็พุ่งความสนใจไปที่เฟิงอู่เทียนซึ่งเดินอยู่ข้าง ๆ และทอดสายตามองไปทางอื่น  ความสง่าผ่าเผยและท่าทางแน่วแน่ของเขาดึงดูดนางอย่างมาก


    ‘พี่เฟิงอู่เทียนช่างเป็นชายหนุ่มที่สมบูรณ์แบบจริง ๆ แม้จะมีหลงเฉินนับหมื่นคนก็ไม่มีใครเทียบพี่อู่เทียนเพียงคนเดียวได้...’


    เพียงแค่วาดฝันว่านางจะได้แต่งงานกับชายผู้นี้ หลิวหลิงก็รู้สึกปลาบปลื้มยินดี เวลานี้เฟิงอู่เทียนมองนางด้วยสายตาอ่อนโยน หัวใจของนางหวั่นไหวราวกับกวางตัวน้อย ๆ


    “หลิงเอ๋อร์ เจ้าเป็นคนปล่อยข่าวเรื่องที่หลงเฉินรับคำท้าแต่ไม่กล้าปรากฏตัวใช่หรือไม่?”


    น้ำเสียงของเฟิงอู่เทียนแฝงไปด้วยความไม่พอใจ  หลิวหลิงรู้สึกประหม่า


    “ก็ความผิดของใครกันล่ะที่ทำตัวน่ารำคาญเช่นนั้น?  เขากล้าทำให้ท่านอับอาย แค่เจ้าคนชั่วนั่นปรากฏตัวก็ทำให้ข้ารู้สึกโกรธแล้ว!”


    เฟิงอู่เทียนส่ายศีรษะและลูบศีรษะนางเบา ๆ 


    “ทำตัวดี ๆ หน่อย และวันหน้าอย่าทำเช่นนี้อีก เขาจะได้รับผลกรรมในสิ่งที่เขาทำเอง ดังนั้นไม่ต้องเปลืองแรงไปวุ่นวายกับเขาหรอก  อย่างไรเสียเขาก็รนหาที่ตายอยู่ดี  จะเสียเวลากับคนพรรค์นั้นไปเพื่ออะไร?”


    หลิวหลิงพยักหน้าอย่างเชื่อฟังและเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงร่าเริง


    “ขอบคุณพี่อู่เทียน ข้าจะจำใส่ใจเอาไว้”


    หลิวหลานได้ยินคำพูดของเฟิงอู่เทียนเช่นกัน นางหันไปยิ้มให้เขาและเร่งฝีเท้า


    ‘เฟิงอู่เทียนมีความเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากในช่วงสองปีมานี้ หลิงเอ๋อร์คงไม่ต้องทนทุกข์หากติดตามเขาไปในภายภาคหน้า แล้วตัวข้าล่ะ? ท่านพ่อจะจัดแจงให้ข้าแต่งงานกับชายผู้นั้น  ข้าจะทำเช่นไรดี?’


    ขณะที่กำลังรู้สึกสับสนอยู่นั้นเอง หลิวหลานก็หันไปมองข้างหลังและพบว่าหลงเฉินกำลังเดินอยู่คนเดียว  พวกเขาทั้งสิบเอ็ดคนอยู่ใกล้กันมาก และหลงเฉินก็คงได้ยินทุกคำพูดของเฟิงอู่เทียน


    อย่างไรก็ตาม  เมื่อมองดูแล้ว  เขากลับมีทีท่าสงบเยือกเย็นทั้ง ๆ ที่อยู่เพียงลำพัง


    ‘เขามีจิตวิญญาณที่แรงกล้า  หากแต่ไร้ซึ่งภูมิหลังที่ดี’


    หลิวหลานพินิจพิจารณาจากนั้นก็เดินหน้าต่อ  ภายนอกสำนักสุริยันมรกตมีผู้คนมากมาย  หลังจากผ่านไปได้ราวสองก้านธูป พวกเขาก็มาถึงทางเข้ามิติห้วงนภา --- หอห้วงนภา


    ภายในเหล่ามรกต  นอกจากศาลาแลกสมบัติและหอภารกิจแล้ว  นี่คือสถานที่ที่ครึกครื้นที่สุด  ชีวิตประจำวันของสมาชิกตระกูลหลิงอู่คือการฝึกฝน ทดสอบ และทำภารกิจให้ลุล่วง


    หนึ่งในการทดสอบก็คือการเข้าไปในมิติห้วงนภาและต่อสู้กับสัตว์อสูรเพื่อฝึกฝนทักษะยุทธ์ของตนเอง ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็ได้รับสิ่งของจากสัตว์อสูรเหล่านี้และแลกเปลี่ยนพวกมันเป็นคะแนนผลงานได้อีกด้วย


    หลงเฉินรู้ว่าในมิติห้วงนภามีดินแดนอันกว้างใหญ่อยู่สามดินแดน  ซึ่งก็คือ ดินแดนแก่นมนุษย์  ดินแดนแก่นปฐพี และดินแดนแก่นสวรรค์  ในดินแดนแก่นมนุษย์นั้น สัตว์อสูรที่ทรงพลังที่สุดคือสัตว์อสูรระดับลึกล้ำขั้นสี่


    ในดินแดนแก่นปฐพี สัตว์อสูรที่ทรงพลังที่สุดคือสัตว์อสูรขั้นหกหรือขั้นเจ็ด  และพวกที่แข็งแกร่งกว่านั้นก็จะอยู่ในดินแดนแก่นสวรรค์ 


    สถานที่ซึ่งเหล่าผู้ติดตามของเหล่ามรกตผู้บรรลุระดับแก่นมนุษย์ใช้ฝึกฝน คือดินแดนแก่นมนุษย์ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีผู้คนหนาแน่นที่สุดในมิติห้วงนภา


    อย่างไรก็ตาม  นี่คือวันที่มีการแข่งขันระหว่างผู้ที่อยู่ในเหล่ามรกตและถูกจัดขึ้นในดินแดนแก่นมนุษย์  อีกแปดเหล่าซึ่งตระหนักในข้อนี้ดีจึงนำคนของตนเองออกจากมิติห้วงนภาเพื่อให้มีที่ว่างสำหรับการแข่งขัน


    “ระยะเวลาในการแข่งขันคือแปดวัน  ภายในแปดวันนี้พวกเจ้าจะต้องค้นหาสัตว์อสูรกร่อนจิตและขโมยกระบี่แก้วสิขรในท้องของมันมาให้ได้  หากไม่มีใครสามารถหากระบี่แก้วสิขรพบก็จะถือว่าการแข่งขันสิ้นสุดลง  นอกจากนี้  คนจากเหล่าอื่น ๆ ก็จำเป็นต้องเข้ามาในมิติห้วงนภาแห่งนี้เช่นกัน!”


    หลังจากเข้ามายังหอมิติห้วงนภา  หลิวหลานก็เน้นย้ำข้อนี้อีกครั้ง


    “แปดวันเชียวรึ?”  หลงเฉินคำนวณ


    “ข้าต้องการเวลาเจ็ดถึงแปดวันในการผสานผลึกแก้วเพลิงอัสนี  อย่างไรเสีย กระบี่แก้วสิขรก็ไม่ได้เหมาะกับข้านัก  ข้าน่าจะหาสถานที่สักแห่งและผสานผลึกแก้วชิ้นที่สิบ และหลังจากนั้น...”


    หลงเฉินพึมพำกับตนเองเบา ๆ หลิงซีได้ยินคำพูดที่เขาพูดออกมาด้วยความวิตกกังวล


    “หลงเฉิน อย่าเพิ่งชะล่าใจและอย่าเพิ่งพูดถึงผลึกแก้วชิ้นที่สิบในตอนนี้เลย  เจ้าจะสามารถอยู่รอดในมิติห้วงนภาแห่งนี้ได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ ข้ามองตาของพวกเขาแล้ว บอกได้เลยว่าพวกเขาไม่หวังดีกับเจ้าแน่...”


    หลิงซีสังเกตการณ์อย่างละเอียดถี่ถ้วนมากกว่าเขา  หลงเฉินเงยหน้าขึ้นและมองไปยังทั้งเก้าคน  เขาสัมผัสได้ถึงความกระหายเลือดของพวกเขา  และผู้ที่ดูนิ่งเฉยมากที่สุดก็คือเฟิงอู่เทียน


    ในบรรดาคนทั้งหมด  เขาเป็นคนที่มีความขัดแย้งกับหลงเฉินมากที่สุด อย่างไรก็ตาม  ดูเหมือนว่าเขาไม่อยากจะวุ่นวายกับหลงเฉินนัก  เมื่อหลิงซีตอกย้ำ หลงเฉินก็ตระหนักว่าเขาจำต้องระวังการกระทำของตนเองให้ดี


    เวลานี้  ทุกคนตามหลิวหลานเข้าไปในหอห้วงนภา  ภายในหอห้วงนภาที่กว้างใหญ่กลับว่างเปล่าและมีกลุ่มคนเพียงไม่กี่กลุ่ม  แต่ละกลุ่มมีคนอยู่ราวสิบคน


    ‘คนเหล่านี้คงจะเป็นผู้ติดตามที่มีความสามารถโดดเด่นในระดับแก่นมนุษย์จากแต่ละสำนักในเหล่ามรกต  รวม ๆ กันแล้วน่าจะมีอยู่ราวร้อยคนทีเดียว...’


    ทุกคนล้วนมีคลื่นพลังที่น่าสะพรึงกลัวและเห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่ใช่ผู้ที่จะรับมือได้ง่าย ๆ  มีคนจำนวนไม่น้อยทีเดียวที่ดูอายุรุ่นราวคราวเดียวกับหลงเฉินทว่าบรรลุถึงระดับแก่นมนุษย์ขั้นสมบูรณ์แล้ว  ...และการแข่งขันของมิติห้วงนภาเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ!


    *********************


    คล้ายกับเรื่องเทพสงครามสายเลือดมังกร ที่คุณอ่าน

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.45M 659
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    เทพมารลิขิตฟ้า

    เทพมารลิขิตฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    72K 42
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    481K 312
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852