หลังจากพ้นจากสามวันนรกที่ท้องทำงานชดเชยโอทีไปได้ชีวิตในสัปดาห์ต่อ ๆ มาก็เริ่มอยู่ตัว จากที่เคยใช้เวลาทั้งบ่ายกับข่าวเพียงสองชิ้นตอนนี้ผมสามารถสรุปข่าวการเมืองได้ในเวลาไม่ถึงชั่วโมง สมองเริ่มจับทางสิ่งที่หัวหน้าต้องการได้และนิ้วก็ขยับไปบนแป้นพิมพ์ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายผมเคยชินกับกิจวัตรประจำวันที่เวียนวนเหมือนเครื่องจักร เริ่มจากการตื่นนอนตอนเช้านั่งรถไฟฟ้าไปทำงาน ทำข่าวสัปดาห์ละ 40 ข่าว เท่ากับเฉลี่ยวันละ 8 ข่าวตกเย็นก็รอรับค่าจ้างทำงานในทุก ๆ วันการโอนเงินในยุคนี้ต้องกดยืนยันจากทั้งสองฝั่งเสมอเงินจะรออยู่ในธนาคารจนกระทั่งผมกดรับเขาตั้งใจทำเพื่อป้องกันการจ่ายผิดคนหรือใช้เป็นแหล่งฟอกเงินผ่านไปหลายวันผมเริ่มขี้เกียจ จึงตั้งค่าในบัตรเอ็มการ์ดให้เพิ่มบริษัทซัมนิวส์ไว้ในลิสต์ที่ไว้ใจเพื่อให้เงินเข้าได้ทันทีโดยไม่รีรอ ใครจะกดตัวเลือก ‘ไว้ใจทุกคน’ก็ได้ แต่ต้องยอมรับความเสี่ยงยักยอกทรัพย์โดยไม่รู้ตัว
ส่วนใหญ่ผมจะกลับมากินอาหารที่คอนโดมีแค่บางครั้งที่ธรณี จะชวนออกไปกินข้างนอก เมื่อกลับมาพวกเราก็จะแยกย้ายกันทำงานของตนเองสิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดคือผมมีเวลามากขึ้นหลังจากที่ทำงานเสร็จไม่รู้ว่าจะเรียกว่าขยันขึ้นไหม แต่ผมจะชอบเตรียมไว้กลางคืนสักสองอันเพื่อให้สบายขึ้นในวันต่อมา ทำไปทำมาจนเป็นนิสัยไปแล้วดูเหมือนธรณีก็ไม่ได้ทักท้วงเรื่องนี้เขาบอกว่าตามมุมมองของเขาไม่ได้ตรงกับนิยามการทำโอที ส่วนงานของธรณีไม่ได้เกี่ยวกับบริษัทแต่เป็นภารกิจส่วนตัว เพื่อนผมกลับมาเป็นซูเปอร์โหวตเตอร์อย่างเป็นทางการ สร้างรายได้เสริมให้ตนเองได้สำเร็จ พอผมทำงานเสร็จก็จะปิดท้ายด้วยเกมแนวแอคชั่นคลายเครียดผมจะเก็บเกมเดอะเมเยอร์เอาไว้เล่นช่วงเสาร์อาทิตย์เพราะต้องใช้เวลานานบทเรียนจากครั้งก่อนทำให้ผมเร่งเวลาน้อยลง พิถีพิถันกับภารกิจสร้างเมืองมากขึ้นตอนนี้ถึงเลเวลสี่ก้าวไปไกลกว่ารอบก่อนแล้ว พอรู้ตัวอีกทีราว ๆ 22.00 ผมก็จะเตรียมตัวเข้านอนและตื่นมาในเวลา 07.00 ของวันถัดไป
ผมเลิกคิดเรื่องอิสราไปแล้วธรณีเองก็สังเกตเห็นเลยถามตรง ๆ ผมเลยบอกว่าไม่ได้คิดอะไรเกินกว่าเพื่อนแล้วทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าโกหก ผมพยายามมาแล้วทุกวิถีทางลองสมมุติว่าเรื่องที่สหายพูดว่าอิสราเป็นทรานส์เจนเดอร์เป็นจริงขึ้นมาไม่มีทางยืนยันเรื่องนี้ได้นอกจากอิสราจะปฏิเสธเองว่าเป็นเพศไหนหรือถามจากคนที่อิสราเคยคบในอดีต ถึงกระนั้นข้อเท็จจริงที่ผมค้นพบคือไม่อาจตัดความรู้สึกพิเศษออกจากเธอคนนี้ เหมือนตกไปในหลุมลึกที่ปีนขึ้นมาไม่ได้ผมเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเธอเป็นหญิงแท้ ไม่ใช่คนข้ามเพศ แต่ผมคงไม่มีโอกาสพิสูจน์ตราบที่ยังมีสหายอยู่
ถามว่าตอนนี้ผมมีความสุขดีไหมก็ไม่ได้แย่ ผมยอมรับว่าดีกว่าชีวิตที่ผ่านมาก่อนที่จะได้งานด้วยซ้ำ พอผ่านไปสามสัปดาห์ผมก็เข้าสู่สิ่งที่ธรณีเรียกว่าชีวิตปกติ ถ้าเป็นภาษายุคผมคงเป็นคำว่า Work-Life Balance นั่นคือสภาวะที่งานจะไม่รุกล้ำเวลาส่วนตัวของเราพอเลิกงานทุกคนมีอิสระที่จะทำอะไรตามใจตนเอง กิน เที่ยว ดูหนัง ไปนั่งซดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำสิ่งบันเทิงอื่นหรือแม้แต่นอนกลิ้งบนเตียงไปมา ทุกวันนี้ผมใช้เวลาสามชั่วโมงก่อนนอนไปกับการเล่นเกมอ่านหนังสือนิยายออนไลน์ และไล่ส่องคอมเมนต์ชาวบ้านชาวช่องในโซเชียลมีเดียมีการศึกษาว่าชั่วโมงการทำงานที่มากเกินจำนวนหนึ่ง จะไม่ได้ทำให้ผลผลิตเพิ่มมากขึ้นดังนั้นการพักผ่อนให้เพียงพอ ทำจิตใจให้สบายจึงสำคัญกว่า
“ท่านไม่ต้องเตรียมข่าวไปหรอกเราว่าไมตรีคงไม่ไล่ท่านออก ถ้าทำไม่ครบวันละแปดข่าวหรอกเมื่อก่อนเราก็เคยทำไม่ทัน แต่พอเขาดูข้อมูลจากเอวีเอสอีเห็นว่าเราตั้งใจ ก็ได้แล้ว” ธรณีบอกเมื่อเขาเห็นผมนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะริมหน้าต่าง
“ก็ฉันไม่ชอบสวมเอวีเอสอีนี่นา เลยกลัวจะไม่ทัน” ผมตอบตามตรง
“สามสัปดาห์ที่ผ่านมามีวันไหนจวนตัวด้วยเหรอ เราว่ามันเสียเวลาเท่ากันอยู่ดี เผลอ ๆมากกว่าเดิมอีกถ้าเตรียมไปไม่ตรง” ธรณีแย้ง เขาบอกว่าไม่เคยเห็นด้วยกับการทำโอที เข้าใจว่าจำเป็นในช่วงแรกที่ทดลองงานแต่ไม่ควรทำเป็นกิจวัตรผมนึกถึงยุคสมัยผมที่ชอบมีคนนำบริบทชาติตะวันตกประเทศที่เจริญแล้วมาเปรียบเทียบกับไทยบอกว่ามีคุณภาพชีวิตดีกว่า คนไทยทำงานมากไป ไม่มีเวลาแต่งตัวไม่มีเวลาทำกิจกรรมที่เป็นตัวเองเป็นไปได้ว่าทัศนคตินี้มาพร้อมกับความมั่นคงทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยมาเป็นเวลานาน
--------------------
สัปดาห์ต่อมา ผมลองทำตามที่เพื่อนผมบอกไมตรีขอปรับเวลาทำงานเป็นเก้าโมงเช้าถึงห้าโมงเย็นแม้ว่าจะไมตรีจะส่งไฟล์หัวข้อไว้ให้ตั้งแต่หกโมงเช้าแต่ในการประชุมประจำวันมักจะมีการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆจึงรอหัวข้อให้นิ่งก่อนจะดีกว่า ส่วนใหญ่ผมมักทำเสร็จทันสี่โมงเย็นมีแค่บางวันที่ต้องย้ายตึกเพื่อไปทำงานในชั่วโมงสุดท้ายให้เสร็จเงื่อนไขเดียวคือต้องไม่ตื่นสาย อันที่จริงผมจะเลือกทำงานที่บ้านก็ได้ แถมมีกฎหมายระบุว่าเป็นหน้าที่ของบริษัทที่ต้องจ่ายค่าไฟฟ้าและค่าอุปกรณ์ให้ด้วยซึ่งคำนวณได้ไม่ยากผ่านปลั๊กไฟที่ต่อร่วมกับคอมพิวเตอร์ที่ใช้เอไอจะคำนวณให้อัตโนมัติเช่นเดียวกับการที่ผมสามารถเบิกค่าเดินทางมาทำงานได้ทุกวันเพียงแต่แสดงหลักฐานจากบันทึกในบัตรเอ็มการ์ดว่ามีการใช้งานขนส่งสาธารณะตอนไหนไมตรีตั้งเงื่อนไขการทำงานจากที่บ้านไว้เพียงแค่สามข้อมีการประชุมทางไกลร่วมกันทุกเช้า งานเสร็จตามเวลาและมีบันทึกว่าได้ทำงานด้วยตนเองจริงจากเอวีเอสอี ซึ่งเป็นข้อที่ผมติดมากที่สุดผมไม่อยากถูกเครื่องบ้านี่สอดแนม เลยยอมเสียเวลาเดินทางมาบริษัท สบายใจกว่าเป็นไหนๆ งานที่ถูกส่งจากคอมฯที่ห้องส่วนตัวของเราในบริษัทใช้เป็นหลักฐานว่าทำด้วยตนเองได้ เพราะต้องยืนยันตัวตนก่อนล็อกอินเข้าใช้งานทุกครั้งอยู่แล้ว
ผมพยายามหนีจากโลกของการทำงานการเมืองมาสู่โลกส่วนตัวหลังเลิกงาน ลองหยุดเล่นเกมเดอะเมเยอร์ดูแต่ก็ไม่สามารถหนีพ้นได้อย่างแท้จริงผมยังต้องได้ยินคนพูดถึงเรื่องของการเมืองตามท้องถนน ตามร้านอาหารที่ผมไปนั่งกินก่อนมาจบที่ธรณีซึ่งคำพูด 90%ของเขาเป็นเรื่องการเมืองราวกับสิ่งนี้เป็นเรื่องปกติของหัวข้อประจำวันที่ใช้สนทนาในยามว่างวันก่อนผมเห็นเด็กอายุประมาณสิบขวบสองคนคุยเรื่องปรัชญาการเมืองกันในขณะที่เล่นเกมวีอาร์แข่งกันอยู่ในสนามเด็กเล่นผมตกใจจนอ้าปากค้าง ครั้นนึกถึงตัวเองตอนสิบขวบที่เล่นดีดลูกแก้วกับเพื่อนอยู่
หลังจากผ่านไปอีกสามสัปดาห์ผมเริ่มปรับตัวได้ ไม่ตื่นกลัว ขณะพูดกลางวงประชุม
“เรามาทำข่าวปฐมภูมิวิเคราะห์สถิติการฆ่าตัวตายตามกฎหมายการุณยฆาตดีไหม”ผมเสนอต่อหน้าพนักงานฝ่ายข่าวการเมือง ทำเอาทุกคนหน้าตื่นต่างหันมามองทางผมเป็นจุดเดียว ตามมาด้วยเสียงซุบซิบที่ดังขึ้นแผ่วเบา
“ทำไมท่านถึงสนใจทำเรื่องนี้ล่ะเกี่ยวกับข่าวที่เศรษฐีคลั่งศาสนาแห่งอิสระใช้บริการเหรอ” ไมตรีคาดเดาได้ถูกเผงผมพยักหน้า
“ใช่ครับเรายังค้นเจออีกกรณีเมื่อเดือนก่อน มีชายวัยรุ่นอายุ 20 ปีเองก็ใช้บริการการุณยฆาตเช่นกัน” ผมบอกหัวหน้าตอนที่อ่านเจอข่าวนี้รู้สึกเศร้าสลดพอสมควร เรื่องเศรษฐีที่เข้าลัทธิประหลาดพอเข้าใจได้ว่าคงถูกล้างสมองมา และอายุก็เข้าวัยเกษียณคงผ่านการทดลองทำมาหลายอย่างแล้วจนไม่อยากทำอะไร ในขณะที่อีกรายตรงกันข้ามชายหนุ่มที่ยังอยู่ในวัยกำลังศึกษา และทำงานพิเศษอยู่ ถูกแฟนทิ้งไปมีคนใหม่นำมาสู่การตั้งคำถามกับการเกิดมา เลยฆ่าตัวตาย ไมตรีส่ายหน้าเขาไม่ได้ดูตกใจเลยแม้แต่น้อย
“เรื่องแบบนี้มีมานาน ๆ ทีนะเท่าที่เรารู้ทั้งสองคนก็ผ่านขั้นตอนการประเมินจากนักจิตวิทยาปกตินะไม่มีใครมีปัญหา ที่รบกวนสติสัมปชัญญะ ทุกคนมีเจตจำนงเสรีปกติถ้าเราไปทำข่าวแล้วสาธารณชนจะได้ประโยชน์อะไร”
“สังคมก็จะตั้งคำถามว่ากฎหมายเหมาะสมหรือไม่”
ผมตอบเพียงเท่านี้ อย่างน้อยก็ควรทำให้ยากขึ้นเพื่อให้มีเวลาทบทวนตนเองมากขึ้น ทุกวันนี้อายุที่บรรลุนิติภาวะลดลงมามากจากสมัยผมเด็กอายุ 16 ปีก็มีสิทธิเลือกตั้ง พออายุ 20ปีก็ฆ่าตัวตายได้ตามกฎหมาย แถมรัฐยังจะบริการให้อุปกรณ์ฆ่าตัวตายสำเร็จรูป เรียกว่า แพ็คเกจการุณยฆาต(Euthanasia package) ไปแจกจ่ายให้ถึงที่เพื่อความเท่าเทียมระหว่างคนที่มีขาเดินไปกระโดดตึกได้กับคนที่ต้องนอนติดเตียง ผมรู้มาว่าเจ้าหน้าที่รัฐจะประเมินหลายขั้นตอนทั้งสุขภาพจิต และสติสัมปชัญญะ เพื่อป้องกันการตัดสินใจพลาด ตอนใช้เครื่องก็ยังมีการถามซ้ำยืนยันคำตอบหลายรอบเพื่อป้องกันความบังเอิญก่อนที่ยาผสมระหว่างยานอนหลับ และคลายกล้ามเนื้อจะถูกฉีด แล้วปิดท้ายด้วยโพแทสเซียมคลอไรด์ขนาดสูง[1]เพื่อหยุดการนำไฟฟ้าของหัวใจประเด็นคือ ผมไม่เชื่อการคัดกรองเหล่านี้ ผมย้อนนึกถึงตัวเองในวัย20 ปีความคิดตอนนั้นยังเป็นเด็กอยู่มากไม่มีทางที่จะมีวิจารณญาณในการตัดสินใจเพียงพอหรอก
“สิทธิการฆ่าตัวตายเป็นสิทธิพื้นฐานเทียบเท่ากับสิทธิเสรีภาพในร่างกายนะ” ธรณีกล่าวแทรกขึ้นมาไม่ได้มองหน้าผมเลยจับสีหน้าลำบาก ไม่รู้ต้องการต่อต้านหรือเตือนว่าไม่ควรเถียงไมตรีต่อกันแน่
“ธรณีพูดถูกถ้าเราจะยกเลิกกฎหมายที่เป็นที่ยอมรับสากลนี้ แปลว่าก็ต้องออกจากยูเอ็นดีเรื่องที่ท่านเสนอก็น่าสนใจ เราอาจจะเก็บไว้ทำวันหลังถ้ามีเวลาเราว่าเรื่องที่นิกรณ์เสนอน่าสนใจกว่านะ” หัวหน้าสรุปตัดจบ
“ครับ” ผมพยักหน้ายอมจำนนไม่อยากขัดแย้งกับหัวหน้า ขืนเถียงไปมาเกิดทุกคนรู้ความลับผมจะลำบากไมตรีหันไปมอบหมายหน้าที่ให้ทีมข่าวปฐมภูมิตามกิจวัตรประจำวันต่อแม้ว่าไมตรีจะไม่เคยเลือกเรื่องจากผมเลยสักครั้ง อย่างน้อยหัวข้อข่าวปฐมภูมิที่ผมเสนอก็ไม่ถูกขับไล่ไสส่งก็ถือว่าประสบความสำเร็จเบื้องต้นแล้ว
“อิสรา วันนี้ท่านไปดู คุณอัตลักษณ์หาเสียงนะ ตามดิวที่เราเคยบอกไว้เลย” ไมตรีสั่งงานอิสราผมรู้ว่าคนที่ไมตรีพูดถึงคือหนึ่งในผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดของเราซึ่งจะมีการเลือกตั้งในสัปดาห์หน้า
“แต่ว่า ‘แบ’ กับ ‘ลักษณ์’ลาด่วนพร้อมกันทั้งสองคนเลยค่ะ พอจะมีใครไปช่วยเราได้บ้างไหมค่ะ” อิสราท้วงขึ้นด้วยสีหน้าวิตกกังวลผมจำพวกเขาซึ่งเป็นผู้บันทึกภาพและเสียงของทีมอิสราภาพการแต่งตัวแบบเพศทางเลือกของพวกเขาโดดเด่นทุกครั้งที่มาเข้าประชุม
ผมรู้ดีว่านักข่าวภาคสนามแบบเนื้อเปื่อยแบบอิสราส่วนใหญ่จะถูกมอบหมายงานไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว ตอนเช้าแค่ยืนยันงานเดิมอีกครั้งพร้อมกับรับฟังความคิดเห็นโต้แย้ง ยกเว้นหมายนั้นจะเริ่มเช้ากว่าเก้าโมง
“เออ ใครดี จันทร์ทิพย์ พอได้ไหม”ไมตรีหันไปถามหนุ่มคนหนึ่งที่ดูผอมแห้ง เหมือนเป็นโรคอะไรสักอย่างถ้าจำไม่ผิดเขาจะเป็นหนึ่งในทีมตัดต่อข่าวปฐมภูมิเบื้องต้น
“งานยังเต็มอยู่เลยครับท่าน”หนุ่มผอมแห้งตอบ แค่พูดยังดูเหนื่อย คงไม่น่าเดินแบกกล้องอะไรนาน ๆได้
“คิวเยอะด้วยนะวันนี้ทุกทีมต้องไปเค้นหมดเลย เป็นหาเสียงเลยเลื่อนนัดไม่ได้ จะไม่ไปก็เสียดายโอกาส ..ทำไมต้องลากันเยอะด้วยวะ” ไมตรีกุมขมับ สีหน้าฉายแววหัวเสียอย่างชัดเจนเสียงเขาเริ่มแข็งกระด้างขึ้นเหมือนพร้อมระเบิดอารมณ์ได้ทุกเมื่อ ผมขนลุกซู่บางทีชายผู้นี้ก็เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายคาดเดาไม่ได้
ผมเข้าใจดีสิ่งที่ไมตรีนำมาบอกผ่านการประชุมในกองบรรณาธิการว่าจะเลือกนำเสนอเรื่องอะไร ผ่านการจัดลำดับความสำคัญมาแล้วแต่สมาชิกในทีมสามารถออกความเห็นแย้ง เพื่อตกลงจัดลำดับความสำคัญใหม่ได้ตลอด หากเรื่องไหนที่ตกไปก็อาจจะไม่ได้รายงานทางทีวีแต่ถูกนำเสนอเป็นคอลัมน์เล็ก ๆ ซุกซ่อนอยู่บนเว็บไซต์แทนไมตรีเคยบอกผมว่าจะไม่ทอดทิ้งข่าวใด ๆ ไว้เบื้องหลัง
“ประชา น่าจะพอไปได้อยู่นะ”ธรณีโพล่งขึ้นมา ทำผมตกใจที่โดนพาดพิง พอหันไปมองก็เห็นเพื่อนยักคิ้วให้ผมกัดฟันตอบ รู้สึกเคืองที่เพื่อนคนนี้ไม่ให้โอกาสเตรียมตัวล่วงหน้าไม่ถามความเห็นผมเลยแม้แต่น้อย
ไมตรีครุ่นคิดพักหนึ่ง
“อืม...” “วันนี้มีหัวข้อไม่มากพวกท่านพอจะทำเพิ่มคนละสองข่าวได้ไหม”
ไมตรีหันไปหานิกรณ์และสิรินที่มองมาจากหน้าจอสามมิติกลางห้องประชุม
“สบายมาก เสร็จก่อนสี่โมงแน่นอน”นิกรณ์ยักไหล่ ส่วนสิรินเองก็ตอบว่าไม่มีปัญหา
“ดีเลย” ไมตรีเริ่มยิ้มสีหน้าดูโล่งอกตอนที่หันมาถามผม
“ท่านจะลองไปเปิดหูเปิดตาหน่อยไหมเผื่ออยากเปลี่ยนตำแหน่งเป็นนักข่าวในอนาคตเราให้ค่าตอบแทนเยอะกว่าแบหรือลักษณ์อีกนะ เท่าค่าเฉลี่ยวันปกติของท่านเลยก็ได้”
ปัญหาอยู่ที่ผมนี่แหละ มันคือข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้เลยหัวใจผมพลันเต้นรัวกระหน่ำจนแทบจะหลุดออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะกลัวว่าจะถ่ายวิดีโอไม่เป็นแต่เป็นเพราะรอยยิ้มที่อิสรากำลังส่งมาให้ผมต่างหาก
ผมกำลังจะได้ไปทำงานภาคสนามกับอิสราสองต่อสอง
[1]Potassium chloride ปกติเป็นยาใช้รักษาภาวะโพแทสเซียมในเลือดต่ำ แต่ในกระบวนการการุณยฆาตจะใช้ในขนาดสูงเพื่อให้กล้ามเนื้อหัวใจเต้นผิดจังหวะและหัวใจหยุดเต้นในที่สุด