เกษียณทหารแล้วไปทำฟาร์มที่ต่างโลก

    บทที่ 50

    เนื่องจากเมื่อวานออกแรงไปมาก วันนี้ตื่นขึ้นมาภามจึงรู้สึกปวดตามเนื้อตัวไปหมด แต่ถึงแม้จะปวดเมื่อยมากแค่ไหน เมื่อนึกถึงภารกิจที่ต้องทำในวันนี้ กลิ่นเงินที่ลอยมา ก็ทำให้ภามตาลุกวาว รีบเด้งตัวลุกขึ้นจากเตียง ตรงไปล้างหน้าแปรงฟันทันที “อรุณสวัสดิ์” ภามกล่าวทักทายทุกคน“อรุณสวัสดิ์ขอรับ/เจ้าค่ะ” ทุกคนตอบกลับมาอย่างพร้อมเพรียง พร้อมกับส่งยิ้มมาให้“น้าอลันวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง ปวดเมื่อยตามตัวหรือไม่” หลังจากทักทายทุกคนแล้ว ภามก็นั่งลงในตำแหน่งประจำของโต๊ะอาหาร และหันไปพูดคุยกับอลัน“นิดหน่อยขอรับ ไม่ได้มากมายอะไร ข้าชินแล้ว ขอบคุณท่านภามที่เป็นห่วง” อลันตอบ พร้อมกับค้อมศีรษะขอบคุณ ยังไม่ทันได้คุยอะไรกันต่อ เมมี่ก็ยกอาหารมาวางตรงหน้าทุกคน บทสนทนา และเสียงพูดคุยบนโต๊ะอาหารจึงเงียบลงชั่วคราว หลังมื้ออาหาร ทุกคนช่วยกันเก็บล้างทำความสะอาดห้องครัวจนเรียบร้อย แล้วจึงออกมารวมตัวกันที่หน้าบ้าน ตามที่ภามบอกไว้หลังกินข้าวเสร็จ “วันนี้เราจะทำอะไรกันหรือขอรับ” อามินถามขึ้นอย่างกระตือรือร้น“วันนี้เราจะต้องช่วยกันเก็บมันฝรั่งกับข้าวโพด” ภามบอกพร้อมกับชี้ไปที่แปลงมันฝรั่ง และแปลงข้าวโพด“ขอรับ/เจ้าค่ะ” ทุกคนตอบรับอย่างพร้อมเพรียง“เดี๋ยว! อย่าเพิ่งไป ช่วยกันเก็บมันฝรั่งมาสัก 1,000 หัวก่อน วันนี้ข้าจะเอารวมกับผลผลิตรอบก่อน กับผลไม้ที่เหลือไปขายในเมือง” ภามอธิบายเพิ่ม“ท่านภามจะเข้าเมืองหรือขอรับ” อามินถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น“ใช่แล้ว พวกเจ้ามีใครอยากได้อะไรจากในเมืองหรือไม่”“...ไม่มีขอรับ/เจ้าค่ะ” หลังจากทุกคนมองหน้ากัน ก็หันมาตอบ พร้อมกับส่ายหัวเป็นการยืนยัน ในเมื่อไม่มีใครต้องการของอะไรจากในเมืองเป็นพิเศษ หลังจากสั่งงานเรียบร้อยแล้ว ภามจึงให้ทุกคนแยกย้ายกันไปทำงานตามหน้าที่ ภามปล่อยให้อลัน เมมี่ และเด็กๆ ช่วยกันขุดมันฝรั่งขึ้นมาให้ได้ 1,000 หัว ส่วนเขาก็ไปยกผักกาดขาว กะหล่ำปลี แครอท มันฝรั่ง ที่เก็บมาเมื่อสองวันก่อนจากในห้องเย็นใต้ดินหลังบ้าน มาเตรียมไว้ที่เกวียนรถม้า จากนั้นกลับไปหยิบผลไม้ที่เก็บมาจากในป่า ออกมาด้วย 100 ผล ส่วนที่เหลืออีกเล็กน้อยเก็บไว้ที่เดิม เผื่อไว้ใช้กินกันในบ้าน ตอนนี้ด้านบนรถม้ามีก้อนแร่ต่างๆ ที่เก็บมาได้จากถ้ำเมื่อวานวางอยู่มุมหนึ่ง มีผักกาดขาว กะหล่ำปลี แครอท มันฝรั่ง อย่างละกระสอบวางอยู่อีกมุมหนึ่ง ภามสำรวจความเรียบร้อยซ้ำอีกครั้ง ก่อนจะจับเจ้าดำ เจ้าขาวมาเทียมที่เกวียน และขับบังคับทิศทางไปจอดไว้ใกล้ๆ แปลงมันฝรั่งที่ทุกคนกำลังขุดกันอยู่ “ขุดได้เท่าไหร่กันแล้ว” ภามเอ่ยถาม หลังจากกระโดดลงจากเกวียนรถม้า“ใกล้จะครบ 1,000 หัวแล้วขอรับ” อลันหันมาตอบภามพยักหน้ารับรู้ และแบกกระสอบที่ใส่มันฝรั่งไว้จนเต็มแล้วขึ้นไปวางไว้บนเกวียน หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็ขุดมันฝรั่งขึ้นมาครบตามเป้าหมาย ภามสั่งงานให้ทุกคนช่วยกันขุดมันฝรั่งที่เหลืออีก 2,000 หัว และข้าวโพดอีก 1,000 ต้น ซึ่งการเก็บเกี่ยวข้าวโพดแตกต่างจากการเก็บมันฝรั่งอยู่เล็กน้อย เนื่องจากข้าวโพด 1 ต้น มีผลทั้งหมด 3 ฝัก ภามจึงให้ทุกคนตัดผักออกจากต้นให้เรียบร้อยด้วย เมื่อยกผลผลิตที่ต้องการขึ้นไปไว้บนเกวียนจนครบแล้ว ภามเดินตรวจสอบผลผลิต และความเรียบร้อยรอบๆ เกวียนอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าไม่ลืมอะไรแล้ว จึงกระโดดขึ้นเกวียน จับบังเหียน เตรียมบังคับม้าให้ตรงเข้าไปไปทางด้านหน้า “เดินทางปลอดภัยนะขอรับ/เจ้าคะ” อลันและเมมี่กล่าว ก่อนภามจะขยับบังเหียน“ได้ เจอกันเย็นนี้” ภามหันมาบอกยิ้มๆ ก่อนจะดึงบังเหียนเบาๆ เป็นสัญญาณให้เจ้าดำ และเจ้าขาวก้าวเดินไปข้างหน้า ภามบังคับเกวียนรถม้าของเขาเข้าไปในป่า ผ่านป่าลึกที่มักพบเจ้ามอนสเตอร์ตัวร้าย แต่ครั้งนี้กลับแปลกประหลาดที่มันไม่ยอมออกมาหาเรื่องเขา ทั้งๆ ที่เขาจงใจจอดเกวียนรอประมือกับมันแล้วแท้‘ไม่เป็นไร เช่นนั้นไว้ตอนเย็น หากเวลาเหลือค่อยแวะอีกครั้งก็แล้วกัน’ ภามคิด ก่อนจะบังเกวียนผ่านบริเวณจุดลึกสุดของป่านี้ไป ภามเดินทางผ่านป่า ออกมาบนเส้นทางที่ชาวบ้านใช้เดินทาง จากนั้นบังคับรถม้าไปตามทางนั้นเรื่อยๆ แวะพักม้าที่ริมธารน้ำที่เดิม ก่อนจะเดินทางต่อ ใช้เวลาไปไม่ต่างจากรอบที่แล้วที่เข้าเมืองมากนัก แล้วกำแพงเมืองก็ปรากฏขึ้นในสายตาตรงหน้า “หยุดก่อน เจ้ามาจากที่ใด และเข้าเมืองไปด้วยเหตุอันใด” นายทหารเฝ้าประตูเมืองคนหนึ่งกล่าว พร้อมกับยื่นทวนในมือออกมาขวางทางรถม้าไว้ ในขณะที่นายทหารอีกสองสามคนที่เหลือเดินไปสำรวจรอบๆ เกวียนของเขา“ข้ามาจากภูเขาแม็กซิมัส เอาผลผลิตมาขายในเมืองขอรับ” ภามชี้แจ้ง“ไม่มีของน่าสงสัย หรือของต้องห้าม ให้ผ่านได้” นายทหารที่ยืนอยู่ด้านข้างเกวียนตะโกนแจ้ง“ภาษีค่าผ่านทางพ่อค้า 50 เหรียญทองแดง” นายทหารที่ยื่นทวนอยู่หน้ารถม้ากล่าว ภามนับเหรียญทองแดงในถุงผ้า พบว่ามีเหรียญทองแดงอยู่เพียงแค่ 20 เหรียญ จึงเปลี่ยนเป็นหยิบเหรียญเงิน 1 เหรียญออกมายื่นให้นายทหารตรงหน้า พลางนึกเสียดาย หากเป็นไซมอนอยู่เวรเฝ้าประตู ไม่แน่ว่ารอบนี้เขาอาจจะได้จ่ายเงินเพียงแค่ 10 เหรียญทองแดง เหมือนรอบที่แล้วก็ได้ หลังจากรับเงินทอนมา 50 เหรียญทองแดง ภามก็เก็บเงินเข้าถุงเหรียญ ก่อนจะบังคับเกวียนรถม้าของเขาผ่านประตูเมืองเข้าไปด้านใน ภามเงยหน้ามองดวงอาทิตย์บนท้องฟ้า คาดว่าตอนนี้น่าจะเป็นช่วงเวลาเที่ยงพอดี เขาจึงตัดสินใจเบนหัวเกวียนรถม้าของเขา มุ่งหน้าตรงไปยังทิศทางโรงแรมของไซมอน ตั้งใจจะแวะเข้าไปทานอาหารกลางวันก่อน แล้วค่อยเดินทางไปสมาคมการค้าต่อภามนำเจ้าดำ เจ้าขาวไปจอดไว้ที่คอกสัตว์ด้านข้างโรงแรม ก่อนจะเดินเข้าไปในโรงแรม และทันทีที่ก้าวผ่านประตูเข้าไปในห้องโถงด้านหน้าโรงแรม ก็พบกับนาเดียกำลังก้มๆ เงยๆ จดอะไรบางอย่างอยู่ข้างโต๊ะสูงที่เหมือนเคาน์เตอร์ ซึ่งตั้งอยู่ด้านข้างประตู ก๊อกๆๆ“...น้านาเดียเป็นอย่างไรบ้าง ไม่เจอกันนานเลยนะขอรับ” ภามเอ่ยทักทาย พร้อมกับใช้มือเคาะโต๊ะตรงหน้าเบาๆ“อ้าว ท่านภาม ข้าสบายดี ท่านเล่า เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ” นาเดียเงยหน้าขึ้นมาเห็นภามก็เอ่ยทักทายอย่างยิ้มแย้ม“สบายดีขอรับ” ภามตอบพร้อมกับส่งยิ้มน้อยๆ คืนกลับไป“เชิญท่านภามนั่งก่อน วันนี้ท่านจะมาค้างคืนหรือไม่” นาเดียผายมือเชิญภามนั่งลงที่ชุดโต๊ะที่ว่างอยู่ ไม่ห่างจากโต๊ะเคาน์เตอร์มากนัก“ข้าแวะมาหาอะไรทานเฉยๆ น่ะ แล้วน้าไซมอนอยู่หรือไม่”“อยู่ในครัวเจ้าค่ะ เดี๋ยวข้าไปบอกให้ว่าท่านภามแวะมา ว่าแต่ท่านอยากทานอะไรเจ้าคะ”“อืม.. รบกวนน้านาเดียเลือกเมนูให้เลย จัดมาสักสองอย่างก็พอ” ภามตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงสบายๆ“เจ้าค่ะ” นาเดียรับคำ พร้อมกับเดินไปทางห้องครัวด้านหลังห้องโถง ระหว่างรออาหาร ภามมองไปรอบๆ ผ่านมาสองสัปดาห์ได้แล้ว หลังจากที่เขาพักที่นี่ครั้งล่าสุด โรงแรมไม่ได้เปลี่ยนไปเลย ที่ต่างไปคงเป็นแค่จำนวนคนที่เพิ่มมากขึ้นเล็กน้อย อาจเป็นเพราะเป็นช่วงเวลากลางวันพอดี นอกเหนือจากคนที่พักในโรงแรม จึงมีผู้คนที่ผ่านไปมาแวะเข้ามาทานอาหารด้วย

    คล้ายกับเรื่องเกษียณทหารแล้วไปทำฟาร์มที่ต่างโลก ที่คุณอ่าน