“อะไรนะ? เลื่อนรวดเดียว 22 เลเวลเลยเหรอ?”
เมื่อคำนี้หลุดออกมาเฉาอวี่และสวี่ซาซาก็ตกใจเช่นกัน
ทว่าพวกเขาก็แค่ประหลาดใจเล็กน้อยเท่านั้นไม่ได้แสดงท่าทีตกตะลึงจนตาค้างเหมือนลู่เซิ่งราวกับว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่คาดการณ์ไว้ได้อยู่แล้ว
“สมแล้วที่เป็น นักฆ่าพันศพ ทาเคดะ จิโร่ ให้ค่าประสบการณ์สูงขนาดนี้เชียว!”เฉาอวี่กล่าวออกมาอย่างอดไม่ได้
“น่าเสียดายที่ค่าประสบการณ์จากการฆ่าผู้ใช้อาชีพของประเทศศัตรูจะได้รับเฉพาะผู้ที่ลงมือฆ่าเท่านั้นไม่สามารถแชร์ให้คนในทีมได้”
สวี่ซาซามองลู่เซิ่งด้วยสายตาอิจฉา
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของทั้งคู่
ในที่สุดลู่เซิ่งก็เริ่มตระหนักว่ามีบางอย่างผิดปกติ
“เอ๊ะ? ฟังจากที่นายพูดมาหรือว่าในเขตสงครามทรายโลหิตการฆ่าผู้ใช้อาชีพจากประเทศศัตรูก็จะได้ค่าประสบการณ์ด้วยงั้นเหรอ?” ลู่เซิ่งถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ
“ก็แน่ล่ะสิ!”
เฉาอวี่พยักหน้าแล้วกล่าวว่า“เขตสงครามทรายโลหิต เดิมทีเป็นพื้นที่ที่เป็นกลางกฎระเบียบจึงอนุญาตให้ผู้ใช้อาชีพจากประเทศที่เป็นอริกันเข่นฆ่ากันได้”
เมื่อพูดถึงตรงนี้เขาก็ไม่ลืมที่จะเสริมขึ้นว่า
“แต่ถ้าผู้ใช้อาชีพประเทศศัตรูที่คุณฆ่ามีเลเวลต่ำกว่าคุณเกิน 20 เลเวล คุณก็จะไม่ได้รับค่าประสบการณ์ยกเว้นแต่จะเป็นการสังหารผู้ใช้อาชีพในระดับเดียวกันหรือสูงกว่าและยิ่งเลเวลของผู้ใช้อาชีพประเทศศัตรูสูงเท่าไหร่ พลังต่อสู้แข็งแกร่งแค่ไหนค่าประสบการณ์ที่ได้รับก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น”
หลังพูดจบเฉาอวี่ดูเหมือนจะกลัวว่าลู่เซิ่งยังไม่เข้าใจ จึงยกตัวอย่างขึ้นมาด้วยความใจเย็น
“อย่างเช่นทาเคดะ จิโร่ คนนี้ เขาเป็น ‘นินจาแห่งฝูซาง’เลเวล 150 ไม่เพียงแต่จะมีเลเวลสูงกว่านายถึง 90กว่าเลเวล แต่ระดับดาวพลังรบก็ยังต่างกันราวฟ้ากับเหวดังนั้นหลังจากที่นายฆ่าเขาได้ จึงได้รับค่าประสบการณ์มหาศาลขนาดนี้ไง!”
“อะไรนะ? มีเรื่องดีๆ แบบนี้ด้วยเหรอ?”
ในที่สุดลู่เซิ่งก็ไม่อาจระงับความตื่นเต้นในใจได้เขาฉีกยิ้มกว้างแล้วหัวเราะเสียงดัง “วะฮ่าฮ่างั้นจากนี้ฉันจะไปตีมอนสเตอร์กระจอกๆ ให้เสียเวลาทำไมล่ะวันหลังก็ฆ่าคนอัปเลเวลไปเลยไม่ดีกว่าเหรอ?”
“ว่าไงนะ? ฆ่าคน?”
เมื่อคำนี้หลุดออกมาทั้งเฉาอวี่และสวี่ซาซาต่างก็หน้าเปลี่ยนสีทันที
“ลู่เซิ่ง นายอย่าทำอะไรบุ่มบ่ามนะ”
เฉาอวี่รีบเตือน“พวกผู้ใช้อาชีพจากประเทศศัตรูไม่ใช่พวกมอนสเตอร์ที่ใช้ได้แค่สกิลตายตัวพวกเขาซ่อนไพ่ตายอะไรไว้บ้าง มีเล่ห์เหลี่ยมที่ไม่มีใครรู้มากแค่ไหนนายไม่มีทางคาดเดาได้ล่วงหน้าเลย จะรู้ได้ก็ต่อเมื่อเริ่มสู้กันจริงๆ เท่านั้นภายใต้เงื่อนไขแบบนี้ ต่อให้นายจะเป็นผู้ใช้อาชีพระดับสูงสุด...ต่อให้พลังต่อสู้ของนายจะแข็งแกร่งแค่ไหน มันก็มีโอกาสเรือล่มน้ำตื้นได้เสมอนะ”
“ใช่แล้วลู่เซิ่ง ได้ยินมาว่าเมื่อก่อนประเทศเสินเซี่ยของเราก็มีผู้ใช้อาชีพที่มีพรสวรรค์สูงบางคนที่คิดจะเลื่อนระดับอย่างรวดเร็วด้วยการไล่ล่าผู้ใช้อาชีพประเทศศัตรูในพื้นที่ที่เป็นกลางแต่สุดท้ายพวกเขาทุกคนกลับต้องจบชีวิตลงก่อนวัยอันควรกันหมด”
สวี่ซาซาช่วยเกลี้ยกล่อมด้วยเจตนาดี“ที่จริงแค่พรสวรรค์ของนาย ขอแค่ก้าวไปทีละขั้นอย่างมั่นคงอนาคตย่อมสดใสไร้ขีดจำกัดอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงแบบนั้นเลย”
“หึๆ ไม่ต้องกังวลหรอก ฉันรู้ขอบเขตดี”
ลู่เซิ่งกล่าวพลางมองดูทั้งคู่ที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
“นายเนี่ยนะจะรู้ขอบเขต!”
สวี่ซาซาและเฉาอวี่ได้ยินดังนั้นก็ถึงกับมองบนพร้อมกัน
แม้ว่าพวกเขาจะรู้จักกับลู่เซิ่งได้ไม่นานและไม่ได้เข้าใจตัวตนของอีกฝ่ายลึกซึ้งนัก
แต่มีสิ่งหนึ่งที่พวกเขามองออกนั่นคือความใจกล้าของหมอนี่ เรียกได้ว่าหาตัวจับยากไม่ว่าในอดีตหรือตอนนี้
เพราะเขามีเลเวลแค่50กว่า แต่กลับกล้าเผชิญหน้ากับนินจาแห่งฝูซาง เลเวล 150 ตรงๆ
แถมเขายังรู้อยู่เต็มอกว่าพี่ชายของหลี่ว์อันเป็นอัจฉริยะของสถาบันจิงหลงแต่ก็ยังกล้าลงมือสังหารอีกฝ่ายแบบไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย
ขอถามหน่อยเถอะว่าในโลกนี้ยังมีเรื่องอะไรที่เขาไม่กล้าทำอีกบ้าง?
ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะเอ่ยปากเกลี้ยกล่อมต่อเพื่อให้ลู่เซิ่งล้มเลิกความคิดนี้...
ปัง!!
ทันใดนั้นก็มีเสียงระเบิดดังสนั่นมาจากที่ไกลออกไป
ที่ข้างซากศพสภาพเละเทะจากการถูกขย้ำของทาเคดะจิโร่ ปรากฏสิ่งของส่องแสงระยิบระยับนับไม่ถ้วนร่วงหล่นกระจายเต็มพื้น
“ดูนั่นสิ เหมือนเจ้านินจาแห่งฝูซางนั่นจะดรอปอุปกรณ์ออกมาด้วย!”
เมื่อเห็นภาพนี้ดวงตาของสวี่ซาซาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
ส่วนเฉาอวี่นั้นยิ่งตื่นเต้นจนหัวเราะร่าเขาเริ่มก้าวเท้าพุ่งไปเก็บรวบรวมของรางวัลจากการต่อสู้พร้อมกับหันกลับมาตะโกนบอกลู่เซิ่งที่อยู่ด้านหลัง “ลู่เซิ่งดูนี่สิ ไอเทมเยอะแยะเลย อุปกรณ์ระดับท็อปทั้งนั้น!”
“เหอะ! เจ้าเดรัจฉานนี่ทำชั่วในเขตสงครามทรายโลหิตมาหลายปีฆ่าผู้ใช้อาชีพของเสินเซี่ยเราไปตั้งเท่าไหร่การที่มีทรัพย์สินสะสมไว้ขนาดนี้ก็ถือว่าสมเหตุสมผลอยู่”
ลู่เซิ่งส่ายหัวแต่เขาไม่ได้เข้าไปแย่งชิงของรางวัลกับสวี่ซาซาและเฉาอวี่กลับกันเขาเอ่ยปากเร่งเร้าอยู่ข้างๆ ว่า “รีบเก็บของเถอะเดี๋ยวฉันยังมีเรื่องอยากจะให้พวกนายสองคนช่วยหน่อย”
“ขอให้พวกเราช่วย?”
สวี่ซาซาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะถามออกไปตามสัญชาตญาณ “เรื่องอะไรเหรอ?”
“ไม่ปิดบังพวกนาย จริงๆ แล้ว ลั่วเซวียนเซวียนที่ทาเคดะ จิโร่พูดถึงเมื่อกี้ เป็นคนเมืองตงหลินบ้านเกิดของฉัน และฉันก็เคยติดต่อกับเธออยู่บ้าง”ลู่เซิ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“อะไรนะ? นายรู้จักลั่วเซวียนเซวียนคนนั้นด้วยเหรอ?”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ทั้งสวี่ซาซาและเฉาอวี่ต่างก็ตกใจ
“ใช่ ตอนนี้เธอก็อยู่ในเขตสงครามทรายโลหิตและคาดว่าอาจจะโดนพวกคนขายชาติซุ่มโจมตีได้ทุกเมื่อ”
ลู่เซิ่งมีสีหน้าเคร่งเครียดในที่สุดเขาก็ยอมเผยเหตุผลเบื้องหลังออกมา
“เพราะงั้นฉันเลยอยากขอให้พวกนายช่วยกันตามหาเธอหน่อยอย่างน้อยมีคนเพิ่มมาสักคนก็ยังดีกว่าหาคนเดียว”
“เรื่องนั้นไม่มีปัญหาอยู่แล้ว แต่ว่า...”
สวี่ซาซามีท่าทีอึกอักเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง
“แต่ว่าอะไร?”
เมื่อลู่เซิ่งเห็นดังนั้นก็รีบถามจี้ทันที
“ลู่เซิ่งนายพอจะรู้ไหมว่าตอนนี้ลั่วเซวียนเซวียนน่าจะอยู่แถวไหนของเขตสงครามทรายโลหิต?”
สวี่ซาซาไม่ตอบแต่ถามกลับแทน
“เรื่องนั้น... ไม่รู้เลย”
ลู่เซิ่งยิ้มเจื่อนๆพลางกล่าวว่า “ก่อนหน้านี้ฉันเคยลองแอดเพื่อนเธอไปแล้วแต่โดนปฏิเสธน่ะ”
“งั้นก็งานช้างแล้วล่ะ!”
สีหน้าของสวี่ซาซาหม่นลงส่วนเฉาอวี่ที่อยู่ข้างๆ ก็ขมวดคิ้วมุ่นเช่นกัน
“หมายความว่ายังไง?”
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของทั้งคู่ลู่เซิ่งก็รีบถามต่อทันที
“จะบอกความจริงให้ฟังนะ ในเขตสงครามทรายโลหิตแค่เขตเก็บเลเวลขนาดใหญ่อย่างหุบเขาสิ้นหวัง ก็มีจำนวนมากถึงสามร้อยแห่งแล้วแถมแต่ละแห่งยังกระจายอยู่คนละทิศคนละทางด้วย”
สวี่ซาซากล่าวเสียงเครียดซึ่งคำพูดของเธอก็ทำให้คนฟังแทบช็อก
“อะไรนะ? เขตเก็บเลเวลขนาดใหญ่สามร้อยแห่งเลยเหรอ?”
ลู่เซิ่งได้ยินดังนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที
ทว่ามันยังไม่จบเพียงแค่นั้นสวี่ซาซายังกล่าวเสริมอีกว่า “ไม่เพียงเท่านั้นนอกจากเขตเก็บเลเวลขนาดใหญ่สามร้อยแห่งนี้แล้ว ในเขตสงครามทรายโลหิตยังมีเขตเก็บเลเวลขนาดเล็กกระจัดกระจายอยู่อีกเป็นพันๆ แห่งซึ่งเขตพวกนี้ก็เหมาะสำหรับให้ผู้ใช้อาชีพเข้าไปเก็บเลเวลได้เหมือนกัน”
พอพูดจบเธอก็เงยหน้าขึ้นมองลู่เซิ่งแล้วถอนหายใจอย่างอ่อนใจ“ภายใต้เงื่อนไขแบบนี้ ถ้านายไม่รู้แม้กระทั่งตำแหน่งคร่าวๆของเพื่อนร่วมชั้นคนนั้น แล้วไปออกตามหาแบบไร้จุดหมายมันก็ไม่ต่างอะไรกับการงมเข็มในมหาสมุทรเลยนะ”