Pioneer Era

    ตอนที่ 142 เข้าปะทะครั้งที่สอง

    "ท่านเทพโนอาร์ได้บันดาลอาวุธแห่งทวยเทพแก่พวกเราแล้ว! "

    เสียงคำรามของบุรุษผู้ถูกเลือกกำลังดังมาจากแท่นพำนักของเทพเจ้า

    บนยอดพีระมิดนั้นมีร่างของราชสีห์สีทองยืนอยู่คนหนึ่ง

    เขาเป็นบุรุษหนุ่มผู้น่าเกรงขามที่มาพร้อมกับชุดเกราะสีทองประดับลวดลายสีแดงคล้ายเส้นใยประสาทแห่งชีวิต

    แสงสว่างทีทองอร่ามจากชุดของเขา ได้ย้อมเงามือที่ถูกบดบังให้กลับมาฉับพลันสว่างเรืองรองอีกครั้งหนึ่ง



    “เปิดคลังแสงของเทพเจ้า! ”

    ชายผู้นั้นประกาศด้วยเสียงอันดังกึกก้อง

    พริบตานั้นมวลอากาศหน้าพีระมิตก็ถูกบิดเบือนจนเห็นเป็นวังวนของกระแสน้ำ

    มันหมุนวนอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นรูสีดำขนาดใหญ่ที่ฉายภาพของสถานที่อันแปลกตา

    สถานที่แห่งนั้นเต็มไปด้วยชุดเกราะสีขาวที่ดูบอบบาง หมวกเกราะที่ติดเครื่องแก้วประหลาดสีแดง และอาวุธไร้คมที่ดูคล้ายกับแท่งเหล็กสำหรับใช้ทุบตีมากกว่าจะเอาไปฟันแทง

    มันเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่เคยพบเห็นมาก่อนในชีวิตนี้



    “เหล่านักรบจงสวมอาวุธ! ”

    พริบตาที่เขาลั่นคำสั่ง อาวุธกับชุดเกราะก็โบยบินออกมาจากรูสู่โลกภายนอก

    พวกมันวิ่งเข้าหาเหล่านักรบที่ยืนประจำอยู่ในแนวหน้า พร้อมกับเข้าสวมติดตั้งให้ประนึ่งว่ามันมีความนึกคิดเป็นของมันเอง

    เสียงกระแสไฟฟ้าเริ่มดังออกมาจากชุดเกราะ พร้อมกับที่มีแสงสีแดงส่องสว่างขึ้นมาตามรอยต่อของข้อพับแขนและขา

    วิสัยทัศน์ที่ถูกมองผ่านหมวกเกราะ ถูกแต่งแต้มเติมเต็มไปด้วยข้อมูลจำนวนมาก

    พวกเขาสามารถมองเห็นได้ถึงชีพจรชีวิตที่ไหลเวียนใต้ผิวโลก

    สามารถมองเห็นร่างกายที่ซ่อนอยู่หลังกำแพงไม้

    สามารถรับรู้ที่ว่างได้กว้างไกลยิ่งกว่าที่เคยราวกับมีดวงตาติดอยู่รอบทิศทาง

    สามารถได้ยินแม้แต่เสียงกระซิบของผู้คนที่ยืนห่างไกลออกไป

    [เพาเวอร์สูท] นั่นคือนามของมัน



    ในเวลาต่อมา อาวุธสีขาวที่คล้ายตะบองเหล็กยาวหนึ่งเมตรก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง

    มันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงอยู่บนมือของพวกเขา ก่อนจะแตกตัวแยกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แล้วเริ่มเรียงตัวขึ้นมาใหม่เป็นอาวุธที่น่าเกรงขาม

    บางคนได้รับขวานที่ทรงพลัง

    บางคนได้รับเป็นดาบเล่มโตที่มีขนาดใหญ่

    บางคนได้รับเป็นกรงเล็มที่แหลมคม

    มันอาวุธที่สามารถเปลี่ยนรูปทรงได้ทุกรูปแบบตามใจที่ผู้ใช้อยากปราถนา

    [อาวุธไร้ลักษณ์] นั่นคือนามของมัน



    “จงใช้อาวุธของเทพเจ้าบุกเข้าไปหยั่งดินแดนของอสูรเพื่อนำชัยชนะกลับมาสู่แผ่นดินของเรา! ”

    บุรุษสิงโตเริ่มสั่งให้เหล่านักรบลั่นกลองสงคราม

    ตอนนั้นเองที่สตรีเผ่าแมวในชุดเมดสีดำได้แย่งความสนใจไปจากบุรุษสิงโตผู้น่าเกรงขาม

    เธอกระโดดออกมาจากข้างหลังของบุรุษสิงโตทองคำ พร้อมกับแผ่ออร่าสีแดงออกมา

    ออร่าสีแดงนั้นถูกนำมารวมที่ตรงหน้าเธอ

    มันก่อตัวเป็นก้อนทรงกลมขนาดห้าเมตร พร้อมกับส่งคลื่นเสียงที่ชวนทำให้ฝันร้ายดังไปทั่วทั้งแปดทิศ

    “จงเปิดเส้นทาง”

    สตรีเผ่าแมวเอยเอื้อนคำพูดออกมาอย่างเบาบาง แต่กลับได้ยินชัดไปทั่วทุกมุมของสนามรบ

    ก้อนสีแดงฉับพลันเลือนหายไป

    พร้อมกับที่เกิดปาฏิหาริย์จักปรากฏขึ้นตรงหน้า



    เหล่านักรบต่างจับจ้องสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง

    พวกเขามองเห็นบางสิ่งกำลังแตกตัวขยายออกมาจากจุดที่ก้อนสีแดงหายไป

    มันมีลักษณะคล้ายกับผิวน้ำที่แตกกระจายออกเป็นวง ประหนึ่งก้อนลูกโป่งอากาศที่แตกออกใต้ผิวน้ำลึก

    พวกเขาไม่รู้ว่าสิ่งนั้นคือ [คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า] ที่ไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

    คลื่นนั้นกำลังเข้าปะทะกับม่านสีฟ้าที่หุ้มดินแดนของอสูรกายลอยฟ้า

    ผิวม่านบาเรียเริ่มสั่นกระเพื่อมอย่างรุนแรงจากแรงปะทะ ก่อนจะถูกแหวกออกเป็นรูขนาดใหญ่ที่มีความกว้างมากกว่าสิบเมตร



    “เส้นทางถูกเปิดแล้ว! ”

    “ทุกคนเตรียมบุก! ”

    นักรบเผ่ามนุษย์สัตว์ต่างลั่นกลองศึก ใช้อาวุธในมือทุบกระแทกสร้างจังหวะให้ฮึกเฮิม

    เลือดในกายของพวกเขากำลังเดือดพล่าน และพร้อมที่จะทำสงครามแลกชีวิตเพื่อดินแดนแห่งนี้กันแล้ว

    แต่ทว่าพอพวกเขาได้เงยหน้ามองขึ้นไปหยังเงาของแผ่นดิน ที่กำลังลอยอยู่เหนือพื้นขึ้นไปหลายสิบเมตรตรงหน้า---

    “...ว่าแต่จะบุกขึ้นไปยังไงกันดีกันละนั่น? ”

    ---พวกเขาก็พบกับความจริงที่ว่าตัวเองนั้นบินไม่ได้...



    “กระโดดเข้าไปเช่นนี้ไง”

    บุรุษสิงโตคำรามเสียงดังกลบเสียงอื้ออึงของสนามรบ

    เขากระโดดตัดอากาศจากยอดพิระมิดลงมาสู่แถวหน้าสุดของกองทัพนักรบนับล้านคน

    การปรากฏตัวขึ้นที่แนวหน้าอย่างไม่ทันคาดคิดของเขา ทำให้เหล่านักรบต่างกล้ำกลืนน้ำลายลงคอพร้อมกัน



    แสงสีทองที่ส่องประกายจากชุดเกราะเริ่มพร่าเลือนจางหาย

    ในขณะเดียวกัน แสงสีแดงที่เป็นเส้นสายใยประสาทกลับเจิดจ้าสว่างขึ้นจนสายตาพร่ามัว

    มวลอากาศรอบตัวเขาเริ่มไหลเวียนสับสนอลม่าน

    แล้วพริบตาต่อมา ก็บังเกิดเสียงระเบิดกึกก้อง พร้อมกับที่ร่างของบุรุษสิงโตพุ่งทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า



    "จงเชื่อมันในเกราะของเทพเจ้าโนอาร์ แล้วพลังจักบังเกิดขึ้นให้แก่พวกท่าน! "

    โดยไร้ซึ่งข้อกังขา

    โดยไร้ซึ่งความสงสัย

    เหล่านักรบต่างพร้อมใจกันทุ่มพลังใส่ขาทั้งสองข้างของตน แล้วกระโดดทะยานขึ้นท้องฟ้า เลียนแบบตามแสงสีทองที่สุกสว่างนั้นในทันที



    ความปรารถนาที่จะโบยบินไล่ตามราชสีห์สีทอง ได้แปรเปลี่ยนเป็นแรงกระตุ้นสู่ชุดเกราะสงคราม

    เส้นใยที่ถูกทักทออย่างละเอียดละออเข้ากับนาโนแมชชีน กำลังผันแปรเรียงตัวล้อเลียนรูปลักษณ์ของกล้ามเนื้อผู้สวมใส่

    ล้อเลียนเพื่อพัฒนารูปลักษณ์ซ้ำขึ้นมา ก่อนจะระเบิดเป็นพลังเหนือธรรมชาติให้กับเจ้าของผู้ที่สวมใส่มัน



    "โอ๊วววว! "

    กองทัพมนุษย์สัตว์เริ่มกระโดดมุดเข้าช่องว่างที่ถูกเปิดออกบนม่านสีฟ้า โดยมีราชสีห์สีทองเป็นผู้นำทัพ

    เหนือผืนดินคือผืนฟ้า

    เหนือผืนฟ้าคือผืนดิน

    เหนือผืนดินขึ้นไปคือกำแพงสีเทาที่ทอดยาวออกไปสุดปลายสายตา

    กำแพง… ที่ครั้งหนึ่งพวกเขาเคยต้องยอมปราชัยกลับไป



    "พบศัตรูจำนวนมาก! "

    บนยอดของกำแพงนั้น มีอาวุธร้ายที่พวกเขาไม่เคยพบเคยเห็นจากสงครามครั้งที่แล้ว ได้มาปรากฏอยู่บนนั้น

    พวกมันมีลักษณะเป็นแท่งทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเท่าลำต้นของต้นไม้ใหญ่

    มีผิวสีเงินมันวาวสะท้อนแสงตะวันจนแสบตา

    ภายในนั้นกลวงโบ๋ราวกับเป็นหลุมลึกที่ไร้ก้น

    มันถูกสร้าง และปล่อยให้ลอยตัวอย่างอิสระบนแท่นนูนทรงกลมสีเงินที่ส่องแสงสีขาว



    "มันโจมตีมาแล้ว! "

    นักรบเผ่าแมวคนหนึ่งกรีดเสียงดังขึ้นมาอย่างตื่นตระหนก

    ขนของเขาตั้งชั้นฟูฟ่อง

    ได้ยินเสียงเสียดอากาศแสบแก้วหู

    ได้เห็นแสงสีน้ำเงินส่องประกายขึ้นจากบนยอดกำแพงตลอดแนว ราวกับมีพู่กันยักษ์มาละเลงสีแต่งแต้มย้อมให้มันกลายเป็นสีน้ำเงิน



    พวกเขายังคงลอยอยู่ใจกลางอากาศ

    ไร้ซึ่งพื้นให้ยืนหยัด

    มีอิสระจากผืนแผ่นดิน แต่ไร้ซึ่งอิสระที่จะเคลื่อนไหวอย่างน่าตลกขบขัน

    พวกเขาไม่อาจจะหลบเลี่ยงการโจมตีนี้ไปได้

    กำแพงติดอาวุธที่ตั้งตระหง่านตรงหน้า มันทำให้เหล่านักรบหวนระลึกถึงฝันร้ายของสงครามครั้งแรก

    บ่อเลือดกระจายไปทั่วแผ่นดิน

    มิอาจต่อสู้ได้

    มิอาจก้าวข้ามกำแพงนี้ไปได้

    มิอาจที่จะเอาชนะเผ่าอสูรกายได้…



    แสงแห่งมัจจุราชสีขาวอมน้ำเงินเริ่มย้อมร่างของนักรบนับร้อยที่อยู่ ณ รูกว้างบนม่านแสงสีฟ้า

    ทุกชีวาจักต้องเลือนหายไปพร้อมกับยามที่แสงสว่างนั้นจบสิ้นลง

    หากแต่กฏที่ว่านั้นกลับมิอาจใช้กับนักรบกลุ่มนี้ได้

    ชุดเกราะอันล้ำสมัยที่มีส่วนผสมของแร่เฮเดสอันทรงคุณค่า คือตัวแปรที่ช่วยในการลบล้างพลังงานแสงรังสีนั้น

    เกราะหัว เกราะตัว แขน ขา ทุกส่วนที่ถูกหุ้มปิดกายา ได้ช่วยปัดเป่าเงาแห่งมัจจุราชออกจากตัวพวกเขา

    ไม่มีนักรบคนใด ที่ต้องยอมเสียสละพลีกายเหนือแผ่นดินจากการโจมตีในครั้งนี้

    "สมกับที่เป็นเกราะของเทพเจ้า! "

    "สุดยอด! "



    "ได้เวลาโจมตีสวนกลับ! "

    ในเวลาเดียวกัน เหล่าทัพชนเผ่าม้าก็เริ่มโจมตีสวนกลับ

    พวกเขายกคันธนูยื่นตรงออกไป แล้วง้างมันออกโดยไร้ซึ่งคันศรกับลูกธนู

    ถึงแม้จิตใจจะสงสัยว่าอาวุธแห่งเทพเจ้าทำไมถึงมีรูปลักษณ์พิกลพิการ แต่พริบตานั้น ข้อกังขาก็ถูกปัดเป่าหายไปจนสิ้น



    แสงสีแดงพึงบังเกิดขึ้นบนที่ว่างอากาศทันทีที่พวกเขาง้างธนูที่ไร้คันศร

    มันคือลำแสงเลเซอร์ที่มีอำนาจทะลวงได้แม้โลหะหนาในชั่วพริบตา

    ศรแสงสีแดงนั้นถูกยิงออกไปดั่งห่าฝน พุ่งเป็นเส้นตรงโดยไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงกฏของแรงโน้มถ่วง

    อาวุธที่ดูแข็งแรงเกรียงไกรของศัตรู ถูกเจาะหลอมละลายสิ้นด้วยลูกศรเพียงดอกเดียวเท่านั้น



    "ฮะ! "

    ท่ามกลางแสงสีแดงที่โปรยปราย มีแสงสีทองพุ่งทะยานตามลงไป

    นั่นคือบุรุษสิงโต ชายผู้ถูกเลือกโดยเทพเจ้าของพวกเขา

    มือทั้งสองเขากำดาบสีขาวเล่มโต แล้วฟันมันลงบนกำแพงสีเทาที่ขวางเส้นทางระหว่างพวกเขา กับเมืองของอสูรกายเอาไว้

    กำแพงสูงสิบเมตรที่ขวางเส้นทางได้ถูกแยกออกเป็นสองฝั่ง ประหนึ่งการแยกแม่น้ำของโมเสก



    กำแพงที่ไม่เคยพังทลาย ได้ถูกตัดแยกออกเป็นสองส่วนในชั่วพริบตา

    กำแพงสูงมิอาจก้าวข้าม

    อาวุธอันทรงพลังที่มิอาจเอื้อมเอาชนะ

    ในวันนี้ พวกเขา สามารถก้าวข้ามมันไปได้แล้ว

    “สุด… สุดยอด...”

    เหล่านักรบที่เคยผ่านสงครามครั้งแรก ถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาอย่างไม่รู้ตัว



    ความเศร้า

    ความสุข

    ความทุกข์

    ความเจ็บปวด

    และความปิติยินดี

    ทุกอารมณ์กำลังอัดแน่นอยู่ภายในหัวใจ แล้วหลั่งออกมาเป็นน้ำตาให้กับสหายผู้ล่วงลับที่จากไปเพราะสงคราม



    พวกเขาไม่ใช่ผู้แพ้อีกต่อไป

    นักรบแห่งเผ่ามนุษย์สัตว์ จะไม่มีคำว่าพ่ายแพ้อีกต่อไป

    สหายมิตรแห่งข้าเอย จงนอนตายตาหลับเสียเถิด

    ไม่มีสิ่งใดที่พวกเจ้าจำต้องเป็นห่วงอีกต่อไป

    สงครามในคร่านี้จะมีเพียงแต่ชัยชนะเท่านั้น

    พวกเรา จะมีแต่เพียงชัยชนะเท่านั้น!

    "ทุกคน! บุกเมืองเผ่าอสูรกาย! "

    "โอ๊ววววว! "



    ***เจ้าแห่งฮาเร็มสาวยัน [โนอาร์]

    ฉันทำหน้าที่ของฉันเสร็จแล้ว

    ตอนนี้นายท่านคงกำลังนำทัพพวกเศษสวะบุกเข้าไปข้างในเมืองศัตรูอยู่

    จากที่ดูตรงนี้ เหมือนว่าจะสามารถบุกเข้าไปได้อย่างปลอดภัยดี

    อาวุธของศัตรูไม่อาจเทียบรัศมีอาวุธของฉันได้เลย



    แต่ว่า…

    ทำไมถึงใช้อาวุธรังสีกับพวกเรา ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าไร้ประโยชน์กันนะ?

    แถมยังไม่มีร่องรอยของยามหรือทหารคอยตรวจตราเฝ้ากำแพงเมืองอีกด้วย

    อยากจะตรวจสอบจำนวนสิ่งมีชีวิตภายในเมืองของศัตรูอยู่เหมือนกัน แต่เป็นเพราะบาเรียที่น่ารำคาญ เลยทำได้แค่ตรวจสอบรอบ ๆ บริเวณบาเรียที่เจาะเข้าไปได้เท่านั้นเอง

    ซึ่งฉันพบว่าไม่มีวี่แววแม้แต่เงาทหารของศัตรูแม้แต่คนเดียว...



    “อืม...”

    ถ้าคิดในแง่ร้ายคือเป็นแผนล่อเข้าเมืองเพื่อปิดประตูตีแมว

    แต่ถ้าคิดในแง่ดีคือศัตรูจัดหาอาวุธมาเตรียมใช้ต่อต้านไม่ทันการ

    "... ช่างเถอะ"

    ต่อให้เป็นอาวุธแบบใด ก็ไม่มีทางเจาะเกราะทองคำของนายท่านได้หรอก

    อีกอย่าง ถ้าถึงเวลาอันตรายจริง ๆ ฉันก็สามารถควบคุมชุดเกราะของทุกคนให้มาเป็นโล่เนื้อกับนายท่านได้ทุกเวลาอยู่แล้ว



    ตอนนี้มาสนตรงนี้ก่อนดีกว่า

    "ฮุ ฮุ ฮุ"

    ในที่สุดก็ถึงเวลานี้

    เวลาที่ฉันจะสามารถขจัดเสี้ยนหนามคู่แข่งทางความรักไปให้หมดสิ้น

    ถึงฉันอีกคนจะบอกว่ายอมให้ไพไรต์มีฮาเร็มได้ แต่ฉันคนนี้ยอมรับไม่ได้ค่ะ

    ของทุกอย่างคือของ ๆ ฉัน และมีฉันเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้นค่ะ

    โนอาร์คนนั้นไร้เดียงสาเกินไปค่ะ

    โชคดีที่โนอาร์ผู้ไร้เดียงสาเหนื่อยจนหลับไปแล้ว ฉันเลยมีโอกาสกลับมายึดร่างกายนี้ได้สำเร็จ

    ถึงหุ่นยนต์จะไม่มีวันเหนื่อย แต่จิตวิญญาณไม่ใช่เช่นนั้นค่ะ



    เอาละ ว่าแล้วรีบใช้โอกาสนี้จัดการทุกอย่างแทนยัยคนอ่อนหัดก่อนดีกว่าค่ะ

    ตอนนี้สงครามได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

    นายท่านไพไรต์กำลังนำทัพอยู่ในแนวหน้า

    เพราะแบบนี้ เลยทำให้ยัยเสือขี้ขโมยรู้สึกว่าตัวเองช่างไร้ค่า



    นายท่านไม่รู้สึกตัวเลยว่ายัยเสือคนนั้นกำลังรู้สึกน้อยใจที่ทำประโยชน์ให้ไม่ได้

    ดังนั้น ในฐานะเมียหลวงที่ดี จึงต้องตอบรับความปราถนาของเมียน้อยค่ะ

    ตอบรับด้วยการมอบชุดนัดรบที่มีพร้อมกับแขนขาเทียมให้กับยัยนั่นค่ะ

    พอยัยนั่นได้รับพลัง มันจะต้องกระโจนไปแนวหน้าเพื่อต่อสู้ร่วมกับนายท่านอย่างแน่นอน



    แต่ในสงครามอะไรก็เกิดขึ้นได้ค่ะ

    บางทีชุดเกราะอาจเสียกลางทาง

    บางทีอาจจะมีกระสุนลูกหลงพุ่งเข้าใส่

    หรือไม่ก็ชุดขัดข้องจนระเบิดตัวเองอย่างปริศนา

    สนามรบมันอันตรายมากเลยค่ะ

    หุ หุ หุ

    ฉันเฝ้ารอช่วงโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาอย่างอดใจทนรอไม่ไหวแล้วค่ะ!