“โม่โฉว ไปไงมาไงถึงมาหาฉันได้ล่ะ ไม่ใช่ว่านายให้คนรับสินค้าจากนายไปขายต่อแล้วเหรอ” หงอวี้หลุนทักเจียงโม่โฉว
“่นี้ไม่ใช่ฤดูเก็บเกี่ยว งานในไร่ไม่ค่อยมี ผมก็เลยลาหยุดมาได้น่ะครับ อ้ายเหม่ยเลยถือโอกาสให้ผมเอาแยมผลไม้ หมั่นโถวนึ่ง แล้วก็หมั่น โถวทอดกรอบมาให้พี่กับพี่ซูเจินลองชิม เธออยากทำเป็เมนูใหม่สำหรับเดือนหน้า” เจียงโม่โฉววางตะกร้าขนมไว้บนโต๊ะ
“อ้ายเหม่ยคิดเมนูใหม่มาอีกแล้วเหรอ ขนมที่มีอยู่ก็ขายดีมากแล้วนะ ฉันรู้สึกเกรงใจน้องสะใภ้จริงๆ”
“เธอชอบทำอาหารอยู่แล้วครับ ไม่ได้ลำบากอะไร”
“สิ้นเดือนนี้นายพาน้องสะใภ้มาด้วยสิ ฉันอยากเลี้ยงข้าวพวกนาย อีกอย่างซูเจินก็อยากเจอน้องสะใภ้ด้วย”
“ตกลงครับ สิ้นเดือนผมจะพาอ้ายเหม่ยมาหาพวกพี่”
หลังจากที่หว่านซูเจินเปิดร้านอย่างเป็ทางการ ขนมที่ร้านของเธอได้รับความนิยมและขายดีมาก จนเธอรู้สึกเกรงใจและไม่อยากเอาเปรียบโจวอ้ายเหม่ย เพราะยังไงขนมทุกอย่างก็เป็สูตรลับของโจวอ้ายเหม่ย หว่านซูเจินจึงเสนอให้โจวอ้ายเหม่ยเป็หุ้นส่วนของร้าน โดยโจวอ้ายเหม่ยรับหน้าที่ทำขนมทั้งหมด ส่วนเธอจะรับผิดชอบงานขายและดูแลร้าน กำไรที่ได้จะแบ่งกันคนละครึ่ง
โจวอ้ายเหม่ยยินดีที่จะเป็หุ้นส่วน เพราะเห็นความจริงใจของหว่านซูเจิน แต่เธอไม่ยอมรับส่วนแบ่งครึ่งหนึ่ง เธอขอรับส่วนแบ่งแค่สามสิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น
“พี่อวี้หลุน ผมมีเื่รบกวนพี่นิดหน่อยครับ”
“เื่อะไรล่ะ” หงอวี้หลุนถาม
จากนั้นเจียงโม่โฉวก็สอบถามเื่ของหลีไห่ และเล่าเื่ข้อสงสัยที่เขาคาดว่าหลีไห่กำลังปองร้ายภรรยาของเขาอยู่ พอหงอวี้หลุนได้ฟังเื่ทั้งหมด เขาก็สั่งให้ลูกน้องออกไปสอบถามคนในตลาด ไม่นานลูกน้องของหงอวี้หลุนก็เข้ามารายงาน
“อย่างที่นายได้ยินนั่นล่ะ ก่อนหน้านี้หลีไห่เคยเอาของเข้ามาขายในตลาดของฉันจริง แต่เขาผิดกฎหลายครั้ง ฉันก็เลยขึ้นบัญชีดำห้ามเขาเข้ามาในนี้อีก” หงอวี้หลุนถาม “แล้วทีนี้นายจะทำยังไงต่อ”
“ผมคงต้องรอให้เขาลงมือก่อนถึงจะจัดการขั้นต่อไปได้ครับ”
“เอาอย่างนี้ ฉันมีเพื่อนอยู่คนหนึ่ง ฝีมือใช้ได้เลยล่ะ และเขายังรู้จักคนเยอะด้วย เขาอาจจะช่วยนายเื่นี้ได้ เขาชื่อเฮ่าซาน บ้านอยู่ที่...” หงอวี้หลุนบอกรายละเอียดพร้อมกับจดที่อยู่ใส่กระดาษให้เจียงโม่โฉว
เจียงโม่โฉวรับกระดาษมาอ่าน “เพื่อนพี่คนนี้เขาเดินไม่ค่อยสะดวกใช่ไหมครับ”
“นายรู้จักเฮ่าซานด้วยเหรอ” หงอวี้หลุนถามอย่างแปลกใจ
“จากที่อยู่ที่พี่เขียนให้ ผมคิดว่าพี่เฮ่าซานที่ผมกับพี่รู้จักน่าจะเป็คนเดียวกัน”
หงอวี้หลุนยิ้ม “นายเคยไปซื้อของกับเขามาก่อนสินะ”
“ใช่ครับ แต่ตอนนี้พี่เฮ่าซานเลิกขายของที่บ้านแล้ว เขาเปลี่ยนมารับของจากผมไปขายต่อตามโรงงาน”
เจียงโม่โฉวคุยกับหงอวี้หลุนต่ออีกสักพัก จากนั้นเขาก็ขอตัวกลับ แต่เขาไม่ได้กลับไปที่บ้าน เขาไปหาเฮ่าซาน และเล่าเื่ของหลีไห่อีกรอบ พอเฮ่าซานรู้ว่าเจียงโม่โฉวรู้จักกับหงอวี้หลุน เขาก็ยิ่งดีใจและไว้ใจเจียงโม่โฉวมากขึ้น จากนั้นเขาก็รับปากว่าจะช่วยสืบเื่ของหลีไห่ให้ เจียงโม่โฉวกล่าวขอบคุณและกลับหมู่บ้านไป
“อาหรง งานแต่งของเธอ ฉันจะชวนเพื่อนจากในเมืองมาร่วมงานด้วย เธอเคยบอกว่าโจวอ้ายเหม่ยทำอาหารเก่งมากใช่ไหม ถ้างั้นเธอไปขอให้อ้ายเหม่ยมาทำอาหารเลี้ยงรับรองเพื่อนฉันหน่อยสิ อย่าเพิ่งปฏิเสธ” หลีไห่ยกมือขึ้นห้ามน้องสาว “เธอคงไม่อยากให้มีคนบ่นและพูดจาไม่ดีในงานแต่งของเธอหรอกใช่ไหม อีกอย่างเพื่อนกลุ่มนี้จะช่วยแนะนำให้ฉันเข้าไปทำงานในโรงงานด้วย เธอเป็น้องสาวไม่ควรใจดำแล้วยืนมองดูพี่ชายอย่างฉันถูกคนดูถูก และในอนาคตฉันยังต้องหาเลี้ยงพ่ออีก งานที่โรงงานสำคัญกับฉันมาก”
ผู้ใหญ่บ้านสั่งลูกสาวเสียงเข้ม “ฉันไม่หวังจะให้แกมาเลี้ยงดูฉันตอนแก่ เพราะฉะนั้นแกต้องไปบอกให้โจวอ้ายเหม่ยมาทำอาหารเลี้ยงรับรองเพื่อนๆ ของพี่ชายแกให้ได้ จะเต็มใจหรือไม่เต็มใจแกก็ต้องช่วย ไม่งั้นแกก็รอดูได้เลยว่าฉันจะล่มงานแต่งของแกยังไง”
“ฉันเคยบอกพ่อไปแล้วไม่ใช่เหรอคะว่าฉันอยากจัดงานแต่งเล็กๆ แค่เชิญคนในครอบครัวมากินอาหารร่วมกันก็พอ แล้วนี่พี่ใหญ่ไปเชิญเพื่อนๆ มาทำไม” หลีหรงอึดอัดจนแทบจะร้องไห้ออกมาแล้ว
“ก็มาเป็เกียรติในงานแต่งของเธอไง น้องสาวของฉันได้แต่งกับยุวชนจากปักกิ่งเชียวนะ ต้องให้คนมีระดับมาร่วมงานหน่อยสิ อย่างนี้ถึงจะเป็หน้าเป็ตาให้พ่อเราได้” หลีไห่พูดยิ้ม
“แกไม่ต้องมาพูดมากหรอก รีบไปบอกโจวอ้ายเหม่ยซะ อ้อ...ฉันได้ยินว่าแปลงผักที่บ้านของหล่อนมันสดและอร่อยมากไม่ใช่เหรอ ตอนที่หล่อนมาทำอาหาร แกก็ให้หล่อนเก็บผักจากบ้านของหล่อนมาด้วย บอกหล่อนด้วยว่าถือเป็น้ำใจสำหรับงานแต่งของแก” ผู้ใหญ่บ้านหันไปพูดกับลูกชายอย่างอยากรู้ “แกบอกว่าเพื่อนกลุ่มนี้จะช่วยให้แกเข้าทำงานในโรงงานได้จริงเหรอ เป็โรงงานอะไร แล้วเขาได้บอกไหมว่าจะช่วยให้แกทำงานในตำแหน่งอะไร”
“โรงงานผลิตรองเท้าน่ะพ่อ ตำแหน่งดูแลคลังสินค้า” หลีไห่โกหกหน้าตาย เพื่อนที่เขาพูดถึงเป็เพื่อนเล่นพนันของเขาต่างหาก และที่เขาต้องพาพวกนั้นมาก็เพราะเขาตั้งใจจะทำแผนสับเปลี่ยนคู่นอน
โดยจะให้หลีหงเสี่ยวแต่งชุดเ้าสาวแทนหลีหรง จากนั้นก็จะวางยาโจวอ้ายเหม่ย แล้วพาโจวอ้ายเหม่ยเข้าไปนอนในห้องของเขา ส่วนเจียงโม่โฉว เขาจะใช้วิธีมอมเหล้า เพราะยังไงเจียงโม่โฉวก็ต้องมาดื่มเหล้ามงคลให้ต้าเฉียงอยู่แล้ว รอให้เจียงโม่โฉวเมาจนไม่ได้สติ เขาก็จะให้สหายพาเจียงโม่โฉวไปนอนกับหวังลี่ปิงที่กระท่อมท้ายหมู่บ้าน เท่านี้แผนสับเปลี่ยนคู่นอนของเขาก็จะสำเร็จแต่โดยดี
“พี่อ้ายเหม่ย ฉันมีเื่มารบกวนพี่อีกแล้วค่ะ” หลีหรงร้องไห้
“ใจเย็นก่อนแล้วค่อยๆ พูด อย่าเอาแต่ร้องไห้สิ ถูกพ่อกับพี่ชายรังแกมาอีกแล้วเหรอ อดทดหน่อยนะ เดี๋ยวพอเธอแต่งงาน เธอก็ได้ย้ายออกมาแล้ว” โจวอ้ายเหม่ยเช็ดน้ำตาให้หลีหรง
“ฉันรู้สึกว่าพ่อกับพี่ใหญ่ไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย นอกจากเงินสินสอดห้าร้อยหยวนแล้ว พวกเขายังเอาเปรียบพี่ต้าเฉียงอีกสารพัด ทั้งยังบอกว่าจะยึดเอาธัญพืชในส่วนของฉันไว้อีก ฉันกับพี่ต้าเฉียงไม่อยากให้เกิดปัญหาก่อนงานแต่ง ก็เลยยอมทุกอย่างตามที่พ่อกับพี่ใหญ่เรียกร้อง
ยังไม่พอ พวกเขายังมาบังคับให้ฉันมาบอกให้พี่ไปทำอาหารเลี้ยงรับรองเพื่อนๆ ของพี่ใหญ่ที่บ้านอีก พอฉันปฏิเสธ พ่อก็บอกว่าจะล่มงานแต่งฉัน พี่คิดดูสิว่าพวกเขาไร้เหตุผลขนาดไหน”
เจียงโม่โฉวกับโจวต้าเฝิงหันไปยิ้มให้กันอย่างรู้ทัน ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน เฮ่าซานก็มาส่งข่าวบอกพวกเขาแล้วว่าหลีไห่ชวนเพื่อนอันธพาลในบ่อนมาร่วมงานแต่งของหลีหรง
จากนั้นพวกเขาจะทำแผนสลับตัวคู่นอน โดยจะหลอกให้โจวอ้ายเหม่ยไปช่วยทำอาหาร ก่อนที่จะพาโจวอ้ายเหม่ยไปซ่อนไว้ที่ห้องนอนของหลีไห่ จากนั้นก็จะมอมเหล้าเจียงโม่โฉว แล้วจะจับเจียงโม่โฉวไปนอนกับหวังลี่ปิง และยังจะสลับตัวหลีหงเสี่ยวให้เข้าห้องหอแทนหลีหรง แผนของหลีไห่นับว่ายุ่งยากและน่าเวียนหัว เพราะคนที่เกี่ยวข้องมีเยอะเกินไป แต่ถ้าแผนการนี้สำเร็จ ผลกระทบกลับมีไม่น้อยเลย อย่างน้อยหนุ่มสาวสี่คนต้องได้แยกจากคนที่ตัวเองรัก
“ไม่เป็ไร งานแต่งของเธอทั้งทีพี่ยินดีไปช่วย แค่ทำอาหารเองไม่ใช่เหรอ” โจวอ้ายเหม่ยบอกอย่างใจดี ทั้งยังหันไปยิ้มกับสามีและพี่ชายว่าแผนการของหลีไห่กำลังจะเริ่มแล้ว
“ฉันทำให้พวกพี่เดือดร้อนจริงๆ” หลีหรงพูดเสียงเบา
“ตกลงน้องอ้ายเหม่ยรับปากว่าจะมาทำอาหารที่บ้านเราแล้วใช่ไหม แกทำได้ดีมากน้องรัก” หลีไห่พูดอย่างดีใจ
“ก็ไม่ใช่เพราะพี่กับพ่อมาบังคับฉันหรอกเหรอ คิดที่จะใช้ประโยชน์จากฉันจนวันสุดท้ายเลยใช่ไหม” หลีหรงยังไม่หายโกรธ
“วันสุดท้ายอะไรกัน ต่อไปถ้าพี่ชายมีปัญหา พี่ชายก็ต้องให้เธอช่วยเหลืออยู่ดี” หลีไห่ยิ้มให้น้องสาวและอยากลูบหัวเธอ “อย่าโมโหไปเลยน่า เดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นมาก็ไม่สวยกันพอดี”
“สวยไม่สวยก็เื่ของฉัน” หลีหรงเบี่ยงตัวหลบ
“เอ๊ะนังนี่ พูดกับพี่ชายให้มันดีๆ หน่อยไม่ได้หรือไง” ผู้ใหญ่บ้านดุลูกสาว
“พ่อก็ดีแต่เข้าข้างพี่ใหญ่ ที่พี่ใหญ่เป็คนไม่เอาไหนและทำตัวอันธพาลอย่างนี้ก็เพราะพ่อ” หลีหรงหันไปพูดกับพี่ชายก่อนที่จะเดินกลับห้อง “พี่ใหญ่...พี่จำไว้นะ ต่อไปถ้าพี่มีเื่เดือดร้อนอะไร ฉันจะไม่ช่วยพี่แล้ว”
หลีไห่มองตามหลังน้องสาวแล้วยิ้ม “ไม่ช่วยก็ไม่ต้องช่วย พอฉันขึ้น์กับน้องอ้ายเหม่ยเสร็จ แกก็ไม่มีประโยชน์กับฉันแล้วเหมือนกัน”