วี้!!!
เสียงโหยหวนแสบแก้วหูราวกับเสียงร้องคำรามของสัตว์ร้ายได้ดังขึ้นกลางป่าแห่งหนึ่งใกล้เมืองฝูโจวเสียงร้องคำรามนั่นดังขึ้นลงอย่างต่อเนื่องและผสานกันอย่างลงตัวจนคล้ายกับกลายเป็นบทเพลงหนึ่งซึ่งแฝงท่วงทำนองอันลึกซึ้งเอาไว้
เสียงโหยหวนของสัตว์ร้ายที่แฝงทวงทำนองแห่งดนตรีเอาไว้ได้ดังขึ้นท่ามกลางเสียงร้องอย่างเจ็บปวดของสิ่งมีชีวิตจำนวนมากที่ร้องอย่างโหยหวนต้นกำเนิดของความวุ่นวายภายในป่าแห่งนี้ก็ได้มาจากทวนเล่มหนึ่งและบุรุษคนหนึ่ง
ทวนนั่นก็คือกระดูกมังกรสายฟ้าส่วนคนผู้นั้นก็คือถังเฟยหู่ ภายในป่าแห่งนี้เขากำลังออกล่าสัตว์อสูรอย่างบ้าคลั่งด้วยอาวุธจิตวิญญาณใหม่เล่มนี้ชายหนุ่มได้รับภารกิจกวาดล้างสัตว์อสูรจำนวนมากมาจากสำนักเพื่อทำการฝึกวิชาอีกทั้งผลประโยชน์ที่ตามมาคือการได้รับแต้มคุณูปการเพิ่มอีกเล็กน้อยด้วย
ในตอนนั้นเองที่ได้มีวัวป่าขนาดใหญ่กำลังพุ่งร่างใส่เขาอย่างรวดเร็วชายหนุ่มได้โคจรลมปราณมารไร้ลักษณ์และใช้ออกด้วยเคล็ดกายหยาบมารอย่างรวดเร็วรอยสักมารได้ปรากฏขึ้นที่ขาข้างขวาของเขาในพริบตาเดียวชายหนุ่มได้ออกแรงถีบพื้นด้วยขาข้างนั้นอีกทั้งยังได้ออกแรงบิดร่างกายไปทางซ้ายพร้อมกับทวนจนหมุนคว้างขึ้นกลางอากาศ
ร่างกายของเขาที่ลอยขึ้นในพริบตาได้มองเห็นร่างของวัวป่านั่นพุ่งผ่านร่างกายของตนไปอย่างฉิวเฉียดเขาของวัวป่าได้พุ่งผ่านแก้มเขาไปโดยห่างกันเพียงเล็กน้อยจนรู้สึกถึงความแสบร้อนที่บริเวณแก้มเลยทีเดียวแต่ยังไม่ทันที่ร่างกายของวัวป่านั่นจะพุ่งผ่านร่างของเขาไป ชายหนุ่มได้สะบัดแขนออกไปขณะที่ร่างกายของตนได้หมุนคว้างทวนในมือได้ผสานแรงเหวี่ยงอันมหาศาลและฟันเข้าใส่ลำตัวของวัวป่าอย่างถนัดถนี่!
ฉัวะ!
เสียงเลือดเนื้อของวัวป่าได้ดังขึ้น แต่นั่นมิได้จบเพียงการฟันร่างของมันเท่านั้นแต่เพราะแรงเหวี่ยงอันมหาศาลและนำหนักของทวนได้ทำให้การฟาดฟันครั้งนี้มิใช่การฟันเพียงผิวเผินแต่เป็นฟันผ่านร่างของมันไปอย่างไม่อาจหยุดยั้ง!ไม่สิ...นี่มิใช่การฟัน แต่คมทวนและด้ามของมันได้บดขยี้กลางร่างของวัวป่าให้กลายเป็นเพียงเศษเนื้อ!
ชายหนุ่มได้ร่อนลงบนพื้นอย่างเป็นธรรมชาติในพริบตานั้นเองที่เขาได้โคจรเคล็ดกายหยาบมารและยื่นฝ่ามือของตนออกไปยังพื้นที่เต็มไปด้วยเศษเลือดและเนื้อของวัวป่าที่กระจัดกระจายเต็มพื้นในตอนนั้นเองที่กายเนื้อ เลือด กระดูก และรวมถึงแม้แต่วิญญาณของวัวป่าได้ถูกฝ่ามือข้างนั้นของถังเฟยหู่ดูดกลืนไป!
ในตอนนั้นเองที่ได้มีเงาขนาดเล็กหนึ่งกระโจนออกมาพบพื้นด้านหน้าของถังเฟยหู่ได้ปรากฏร่างของลูกพยัคฆ์สีขาวขนาดเล็กขึ้นตรงนั้นมันก็คือจิตวิญญาณของชายหนุ่มที่หลบอยู่ด้านข้างอยู่นานแล้วในปากของมันได้คาบไว้ด้วยผลึกอสูรของวัวป่า มันได้ออกแรงกัดจนทำให้ผลึกอสูรนั้นแตกและขบเคี้ยวราวกับผลึกอสูรเป็นขนมก็ไม่ปาน
นี่ก็เป็นอีกหนึ่งผลประโยชน์ที่ชายหนุ่มได้เลือกภารกิจกวาดล้างสัตว์อสูรนั่นเพราะจิตวิญญาณพยัคฆ์ขาวนั้นจะได้สามารถดูดกลืนผลึกอสูรเข้าไปเพื่อบ่มเพาะพลังของตนเองให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้งหนึ่ง
มอออออ!!
ในตอนนั้นเองที่ได้มีเสียงวัวป่าอีกตัวดังขึ้นจากด้านหลังชายหนุ่มได้เหวี่ยงทวนออกไปทางด้านหลังโดยใช้เท้าข้างหนึ่งเป็นจุดหมุนทวนถูกฟันออกไปในแนวขวางอย่างรวดเร็ว คมทวนนั้นได้ฟันใส่หน้าของวัวป่าตัวนั้นอย่างถนัดถนี่ร่างของวัวป่าถูกกระแทกจนลอยไปตามแรงฟันของทวนเล่มนั้นแต่ในพริบตานั้นเองเมื่อทวนได้ปะทะกับร่างของวัวป่าก็ได้เกิดแรงต้านจากการกระแทกชายหนุ่มได้อาศัยแรงสะท้อนนั้นเหวี่ยงทวนกลับหลังไปทางอีกด้านอย่างรวดเร็วและฟันเข้าใส่ร่างของวัวป่าจากอีกด้าน!
ฉัวะ!
ร่างของวัวป่าถูกฟันออกเป็นสองรอยแผลด้วยเวลาเพียงพริบตาเดียว! และเป็นอีกครั้งที่ถังเฟยหู่ได้โคจรเคล็ดดูดกลืนร่างกายและวิญญาณของวัวป่าตัวที่พึ่งตายไปส่วนจิตวิญญาณพยัคฆ์ขาวก็ได้กระโดดออกมากลืนกินผลึกอสูรที่ถังเฟยหู่หลงเหลือเอาไว้ให้แต่ในตอนนั้นเองที่ศัตรูตัวใหม่ก็ได้ปรากฏตัวขึ้นมาแล้วเช่นกัน
จิตวิญญาณพยัคฆ์ขาวที่รูปร่างคล้ายแมวเสียมากกว่าในตอนนี้ได้ไหวขยับเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วมันได้วิ่งไต่ไปตามร่างกายของถังเฟยหู่และไปหยุดยืนอยู่บนไหล่ของชายหนุ่มและเฝ้ามองไปยังวัวป่าตัวใหม่ที่กำลังพุ่งเข้ามาถึงสองตัว!
ชายหนุ่มขยับเคลื่อยไหวมือทั้งสอง มือซ้ายอยู่กลางทวนและมือขวาอยู่ที่ด้านท้ายด้ามทวนเขาได้เหวี่ยงทวนไปทางด้านหลังและออกแรงวาดทวนฟันออกไปอย่างรวดเร็วใส่วัวป่าตัวหนึ่งที่พึ่งเข้ามาก่อนส่วนจิตวิญญาณพยัคฆ์ขาวบนไหล่เองก็ได้กระโดดใส่ร่างของวัวป่าตัวนั้นในจังหวะเดียวกันกับที่โดนเจ้านายของมันฟันใส่!
เสียงเลือดเนื้อโดนผ่าดังอย่างชัดเจน! พยัคฆ์ขาวตัวน้อยกระโจนร่างพุ่งไปอย่างรวดเร็วบนแผ่นหลังของวัวป่าที่โดนฆ่าไปแล้วมันได้กระโดดจากแผ่นหลังของวัวป่าตัวที่พึ่งตายไปยังกลางอากาศและพุ่งร่างใส่วัวป่าอีกทั้งที่กำลังวิ่งเข้ามาอย่างไม่เกรงกลัว!
พยัคฆ์ขาวตัวน้อยกลางกรงเล็บออกมาและตะปบใส่ดวงตาของวัวป่าตัวนั้นในทันที!กรงเล็บอันแหลมคมของมันได้ทำลายดวงตาของวัวป่าตนนั้นในทันที! เจ้าวัวป่าหยุดชะงักและร้องออกมาอย่างเจ็บปวดเสือขาวตัวน้อยได้กระโดดพลิกตัวกลับหลังลงบนพื้นก่อนที่จะพุ่งไปกัดยังข้อเท้าของวัวป่าตนนั้น!
วัวป่านั่นร้องคำรามอย่างโกรธแค้น! มันได้สะบัดเท้าของมันเพื่อให้ร่างกายของพยัคฆ์ขาวตัวนั้นกระเด็นออกไปมันได้ตะกุยพื้นอย่างรุนแรงและออกวิ่งไปเพื่อหวังใช้เขาของมันขวิดใส่ร่างกายของเสือขาวน้อย!แต่ความต้องการของมันไม่อาจเป็นจริงได้! ในพริบตานั้นเองที่ถังเฟยหู่พุ่งตัวเข้ามาขวางอยู่เบื้องหน้าของมัน!
ฟุ้บบบบบ!
ถังเฟยหู่สะบัดข้อมือและหมุนควงทวนในมือจนบังเกิดเสียงลมในอากาศอย่างรุนแรงมือขวาของเขาจับทวนอย่างมั่นคงและแทงทวนออกไปพร้อมกับบิดข้อมือไปอย่างรวดเร็วเหมือนกับกระบวนท่าที่ผู้อาวุโสหยางปิงเคยใช้โจมตีใส่เขา!ปลายทวนพุ่งใส่หน้าผากของวัวป่าที่กำลังพุ่งเข้ามาอย่างรุนแรง!เสียงกะโหลกแตกร้าวเพราะกระบวนท่าทวนที่แทงออกไปได้ดังขึ้นพร้อมกับหมุนข้อมืออย่างรวดเร็วของชายหนุ่ม!
ในพริบตานั้นเองที่กะโหลกของวัวป่าได้ถูกบดทำลายพร้อมกับป่นให้กลายเป็นเศษซากเลือดและเนื้อกระจายไปทั่ว! แต่ความเร็วร่างของมันที่พุ่งเข้ามาก็ยังไม่หยุดแม้จะตายไปแล้วก็ตามทีชายหนุ่มได้ใช้มือท้ายจับที่ท้ายทวนและกระชากกลับอย่างรวดเร็วไปในแนวเฉียงไปทางด้านหลังก่อนที่จะใช้มือขวาผลักทวนออกไปเพื่อกระแทกร่างของวัวป่าไร้หัวตัวนั้นให้กระเด็นไปทางอีกด้าน!
ชายหนุ่มถีบเท้าพุ่งไปอย่างรวดเร็วทางร่างกายของวัวป่าและโคจรลมปราณมารไร้ลักษณ์เพื่อใช้เคล็ดดูดกลืนของกายหยาบมารออกมา!วัวป่าทั้งสองถูกกลืนกินไปอย่างรวดเร็วแทบจะในทันทีแต่ในตอนนั้นเองที่เสียงวัวป่าอีกหลายตัวดังก้องสะท้อนไปทั่วทั้งป่าเสียงร้องขู่คำรามได้ดังออกมาโดยรอบบริเวณ
เสียงกระทืบเท้าดังสนั่นวัวป่าจำนวนนับไม่ถ้วนได้พุ่งตัวออกมาโดยมีถังเฟยหู่และพยัคฆ์ขาวตัวน้อยเป็นจุดศูนย์กลางเสือขาวตัวน้อยทำสีหน้าตกใจ ขนบนตัวของมันพองขึ้น มันได้วิ่งหนีเข้าไปหลบในเสื้อของถังเฟยหู่
ชายหนุ่มได้เผยสีหน้าที่แปลกประหลาดออกมาอยู่บ้างไม่น่าเชื่อเลยว่าจิตวิญญาณพยัคฆ์ขาวที่แกร่งกล้าในอดีตจะกลายเป็นเพียงแมวขี้กลัวเช่นนี้! ไม่อยากจะเชื่อว่ามันเคยขู่คำรามใส่ตัวเขาอย่างเกรี้ยวกราดเมื่อครั้งเจอกันครั้งแรกในห้วงวิญญาณของตนนี่ช่างแตกต่างราวฟ้ากับเหวยิ่งนักแต่เขาต้องหยุดคิดเรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเพราะตอนนี้ศัตรูจำนวนมากได้บุกตะลุยมาใส่เขาแล้ว!
ฝูงวัวป่าอันบ้าคลั่งพุ่งใส่เขาอย่างรวดเร็ว ในพริบตานั้นเองที่ถังเฟยหู่ได้ควงทวนไปมาบิดทั้งซ้ายและขวาเขาได้วาดทวนออกไปโดยรอบอย่างประหลาดเสียงร้องคำรามที่เล็กแหลมได้ดังขึ้นจากสายลมที่ผ่านชิ้นส่วนกระดูกคอของมังกรบนทวนเสียงเล็กแหลมที่น่าสยดสยองได้เปลี่ยนไปมาเป็นทวงทำนองด้วยการร่ายรำทวนของเขา!
เพลงทวนสำเนียงสวรรค์ มังกรหลอนวิญญาณ!
ทวงทำนองเพลงจากทวนกระดูกมังกรสายฟ้าได้ครอบงำห้วงความคิดและสมองของพวกวัวป่าอันบ้าคลั่งอย่างรวดเร็วพวกมันไร้ซึ่งสติปัญญาและเต็มไปด้วยความคิดฆ่าฟันเพียงอย่างเดียวจึงทำให้จิตใจและความคิดของพวกมันถูกเพลงของชายหนุ่มครอบงำไปอย่างรวดเร็วแทบจะในทันที
ภาพที่พวกมันเห็นล้วนบิดเบี้ยวและผิดแผกไปจากความเป็นจริง! ร่างของชายหนุ่มตรงหน้าพลันบิดเบี้ยวและไม่อาจแยกออกว่าใครเป็นมิตรหรือศัตรูในตอนนั้นเองที่วัวป่าตัวหนึ่งได้ส่ายหน้าอย่างมึนงงแต่ในตอนนั้นเองที่มันสามารถมองเห็นร่างเงาของศัตรูอยู่ตรงหน้าและในพริบตานั้นเองที่มันได้พุ่งอย่างรวดเร็ว!
ปังงงงงง!
เสียงกระแทกดังสนั่นขึ้น ในตอนนั้นเองที่วัวป่าตนนั้นได้สติขึ้นมา มันรู้สึกเจ็บปวดที่บริเวณศีรษะของมันเป็นอย่างมากภาพของถังเฟยหู่ที่ถูกมันขวิดในสายตาของมันจางหายไปและกลับกลายเป็นหนึ่งในวัวป่าฝูงเดียวกับมันเอง!วัวป่าทั้งสองตัวได้พุ่งชนใส่กันเองจนหัวกะโหลกของพวกมันแตก เขาของพวกมันหักสะบัดและตายไป!
วัวป่าตัวอื่นต่างก็มีจุดจบเช่นนั้นไม่ต่างกัน พวกมันต่างถูกหลอกหลอนจิตด้วยกระบวนท่ามังกรหลอนวิญญาณส่วนวัวป่าบางส่วนที่พุ่งมาอย่างรวดเร็วอย่างไม่อาจหยุดยั้งมาทางร่างกายของชายหนุ่มเขาก็ได้ใช้กระบวนท่าทวนระหว่างร่ายรำบทเพลงของมังกรหลอนวิญญาณเพื่อฟันและแยกร่างของพวกมันให้ขาดเป็นสองท่อนบ้างก็บดทำลายจนกลายเป็นเศษเนื้อได้อย่างง่ายดาย พวกวัวป่าทั้งฝูงได้ตายลงอย่างรวดเร็วแต่ในตอนแรกที่ชายหนุ่มไม่ใช้ออกมาก็เพราะต้องการจะฝึกไหวพริบในการใช้ทวนเสียมากกว่าแต่สถานการณ์เมื่อครู่นับว่ายากเกินรับมือจึงต้องใช้เพลงทวนสำเนียงสวรรค์ออกมา
ชายหนุ่มได้ถอนหายใจออกมาพร้อมกับส่ายหน้า “เฮ้อ…นับว่ายังอ่อนหัดยิ่งนัก ยังไม่อาจใช้เพียงทักษะทวนอย่างเดียวเอาชนะศัตรูจำนวนมากได้โดยไม่พึ่งพาวรยุทธ์หากฝึกทักษะทวนขึ้นพื้นฐานจนเชียวชาญคิดว่าสถานการณ์เมื่อครู่คงต่างออกไป อีกทั้งหากฝึกให้เชี่ยวชาญมากกว่านี้อาจถึงขั้นสำเร็จ…สำนึกทวนก็ได้!”
ชายหนุ่มได้คิดไปไกลถึงขั้นวางแผนฝึกสำนึกทวนขึ้น! เหมือนครั้งที่เขาสามารถบรรลุขอบเขตของสำนึกกระบี่คนและกระบี่รวมเป็นหนึ่ง ในครานั้นเขาได้ใช้สำนึกดาบของหม่าหยางจงเป็นต้นแบบและสร้างสำนึกกระบี่ขึ้นมาได้แต่วิชาทวนของเขาในตอนนี้ยังห่างไกลความเชี่ยวชาญในตอนนั้นมาก
ในอดีตเขาได้ฝึกวิชากระบี่อสรพิษหมื่นแปรที่เป็นวรยุทธ์กระบี่บริสุทธิ์เป็นรากฐานของวิชากระบี่เพื่อบรรลุสำนึกกระบี่ซึ่งนับว่าแตกต่างจากวิถีเพลงทวนของเขาในตอนนี้มากอยู่หลายอย่าง วิชาที่เขามีในครอบครองมีสองแขนงหนึ่งก็คือเพลงทวนทัณฑ์มังกรซึ่งต้องหวังพึ่งสายเลือดของเจ้าสมุทร…ซึ่งการฝึกยังไม่สมบูรณ์นักส่วนวิชาแขนงที่สองคือเพลงทวนสำเนียงสวรรค์ ซึ่งมิใช่วรยุทธ์ทวนบริสุทธ์แต่มันกลับเป็นวิชาทวนซึ่งผสานศาสตร์แห่งดนตรีเอาไว้
ซึ่งหากจะนับไปแล้วหากใช้เพลงทวนสำเนียงสวรรค์เป็นรากฐานเพื่อใช้บรรลุสำนึกทวนอาจจะต้องใช้ความพยายามความเข้าใจ รวมถึงต้องใช้ประสบการณ์รวมถึงการศึกษาศาสตร์วิชาทวนให้ลึกซึ้งมากขึ้นเพื่อเติมเต็มบางส่วนที่ขาดไปของวิชาทวนนี้
โดยผู้คุมกฎหยางปินผู้คิดค้นวิชานี้มิได้มีปัญหาเรื่องนี้แม้แต่น้อยเพราะเดิมเขาได้ฝึกวิชาทวนต่างๆเป็นรากฐานอยู่แล้ว อีกทั้งเขายังเคยได้บรรลุซึ่งสำนึกทวนตั้งแต่ครั้งอดีตหลังจากเข้าร่วมสำนักและฝากตัวเป็นศิษย์เขาจึงได้เริ่มฝึกวิชาเพลงขลุ่ยของศาสตร์ดนตรีและบรรลุวิชาในขั้นสูงจนกลายเป็นศิษย์คนสำคัญของสำนักในภายหลังเขาได้ผสานสองวิชาที่ตนเองถนัดให้กลายเป็นหนึ่งซึ่งก็คือเพลงทวนสำเนียงสวรรค์โดยเคล็ดความในวิชาที่หยางปินบัญญัติขึ้นประกอบไว้ด้วยเคล็ดความสำคัญของสองศาสตร์รวบรวมสิ่งที่หยางปินเห็นว่าจำเป็นในคัมภีร์วิชานั่นจึงทำให้พื้นฐานของเพลงทวนในวิชานี้ขาดๆเกินๆอยู่บ้างแต่ก็นับว่าดีกว่าการฝึกเพลงทวนทัณฑ์มังกรในตอนนี้
โดยเคล็ดพื้นฐานต่างๆหยางปินได้หวังว่าผู้ฝึกวิชาทวนของเขาจะเรียนรู้และซึมซับเพิ่มเติมได้ด้วยตัวเองเพื่อสร้างวิถีทวนในรูปแบบของตนเองโดยไม่ถูกจำกัดกรอบต่างจากวิชามาตรฐานทั่วๆไปอย่างกระบี่อสรพิษหมื่นแปรที่ถ่ายทอดกันในตระกูลซึ่งต้องวางรากฐานของการฝึกให้เป็นขั้นตอนและมีมาตรฐานเพื่อง่ายแก่การสืบทอดของลูกหลานปัจจัยสำคัญของวิชาพวกนี้ก็คือเจตนารมณ์ของผู้คิดค้นวิชานั่นเอง
ในตอนนั้นเองที่ถังเฟยหู่ได้สลายทวนของตนกลับเป็นละอองปราณและดึงรั้งกลับเข้าสู่ห้วงวิญญาณของตนเขาได้เดินตรงไปยังร่างกายของวัวป่าเหล่านั้นและดูดกลืนด้วยเคล็ดกายหยาบมารโดยไม่ลืมที่จะหลงเหลือผลึกอสูรเอาไว้จิตวิญญาณพยัคฆ์ขาวตัวน้อยได้กระโดดออกมาจากเสื้อของเขาในช่วงเวลานั้นเอง
เสือขาวน้อยได้เดินตรงไปยังผลึกอสูรเหล่านั้นอย่างมีความสุขและได้อ้าปากกลืนกินพวกมันเข้าไปอย่างรวดเร็วเมื่อมันได้กินผลึกอสูรจนเสร็จสิ้นแล้วมันก็ได้ล้มนอนลงนอนหงายท้องอยู่บนพื้นโดยที่ท้องของมันได้ป่องขึ้นเพราะความอิ่มอย่างเห็นได้ชัด
ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มเล็กน้อยออกมาเขาได้โบกมือออกไปเพื่อสลายร่างกายของเสือขาวตัวน้อยให้กลับกลายเป็นละอองปราณและเก็บกลับเข้าสู่ห้วงวิญญาณในตอนนั้นเองที่ชายหนุ่มได้โคจรลมปราณมารไร้ลักษณ์ออกมาเพื่อใช้เคล็ดกายหยาบมารบนแผ่นหลังของเขาได้ปรากฏรอยสักมารรูปใบหน้าของวัวป่าอันดุร้าย!
ในตอนนั้นเองที่กำลังขาของเขาพลันรู้สึกเพิ่มสู้ขึ้นเขาได้ถีบส่งร่างของตัวเองออกไปอย่างรวดเร็วราวกับลูกธนูหมัดขวายื่นออกไปทางเบื้องหน้า ในสายตาของเขาได้ปรากฏต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งหมัดของเขาที่พุ่งออกไปได้ทวีความรวดเร็วมากขึ้นราวกับบังเกิดภาพทับซ้อนของวัวป่าที่ใช้เขาอันแหลมคมวิ่งขวิดใส่ศัตรู!
หมัดของชายหนุ่มได้ทะลุต้นไม้ใหญ่นั่นอย่างง่ายดาย หมัดของเขาได้ฝังคาอยู่ในต้นไม้ใหญ่นั่นชายหนุ่มได้ถอนมือของตนออกจากต้นไม้ต้นนั้น จากนั้นรูปขนาดใหญ่เท่าลำแขนของเขาได้บังเกิดรอยแตกร้าวไปทั่วทั้งลำต้นก่อนที่ต้นไม้นั่นจะพังทลายเสียจนหมดสิ้นหลงเหลือเพียงแต่เศษไม้ที่ปลิวว่อนไปทั่วดูเหมือนว่าเคล็ดกายหยาบมารของวัวป่าจะเป็นความสามารถการเร่งความเร็วในส่วนต่างๆของร่างกายขึ้นในชั่วพริบตา
มองผิวเผินอาจมิได้แข็งแกร่งอะไรมากหากแต่สามารถปรับใช้กับสถานการณ์ต่างๆได้อย่างหลากหลายเช่นกัน ชายหนุ่มมีความคิดมากมายเกี่ยวกับการปรับใช้เคล็ดกายหยาบมารใหม่นี้เข้ากับการจู่โจมประเภทต่างๆ
ชายหนุ่มได้ขบคิดเกี่ยวกับการปรับใช้วิธีการโจมตีขณะที่กำลังเดินกลับไปยังเมืองฝูโจวโดยไม่ทันรู้ตัวเขาก็ได้มาถึงเบื้องหน้าประตูเมืองซึ่งก่อนที่จะเข้าเมืองผู้คนทั้งหมดล้วนจะต้องถูกตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ของทางการแต่ชายหนุ่มก็ผ่านมาได้อย่างง่ายดายเนื่องจากตราของสำนักที่เป็นเครื่องยืนยันตัวตนอยู่แล้ว
ถังเฟยหู่ได้เดินไปตามถนนใหญ่ในเมืองเพื่อตรงไปยังโรงเตี๊ยมประตูมังกรซึ่งมีสาขาอยู่ภายในเมืองฝูโจมเช่นกันไม่นานนักเขาก็ได้มาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าของโรงเตี๊ยมสาขานี้เป็นที่เรียบร้อย
โรงเตี๊ยมประตูมังกรแห่งนี้ดูไปก็คล้ายกับที่เมืองฟูเจี้ยนแต่กลับมีขนาดที่ใหญ่กว่ากันมากนัก อาคารทั้งหลังถูกสร้างจากไม้และด้านบนเหนือประตูทางเข้าคือป้ายขนาดใหญ่ที่เขียนไว้ด้วยชื่อโรงเตี๊ยมประตูมังกร
ชายหนุ่มได้ก้าวเดินผ่านประตูนั่นเข้าไปในทันทีเมื่อเข้ามาแล้วเขาได้พบเห็นโต๊ะที่นั่งมากมายวางเรียงรายล้อมสนามประลองยุทธ์ตรงกลางไว้มีชาวยุทธ์มากมายที่ได้เข้ามารับประทานอาหารรวมถึงรับชมการประลองยุทธ์ซึ่งมีชื่อเสียงเป็นอย่างมากของโรงเตี๊ยมประตูมังกรแห่งนี้
ในตอนนั้นเองที่เสี่ยวเอ้อผู้หนึ่งได้โผล่ขึ้นมาตรงหน้าของถังเฟยหู่อย่างรวดเร็วเสี่ยวเอ้อผู้นั้นใส่เสื้อผ้าที่ดูสบายและฟาดผ้าเช็ดโต๊ะไว้บนไหล่เสี่ยวเอ้อผู้นี้ใช้วิชาตัวเบาเข้ามาหาลูกค้าอย่างคล่องแคล่วว่องไว สมแล้วที่โรงเตี๊ยมแห่งนี้เป็นกิจการภายใต้สำนักประตูมังกรอันโด่งดังแห่งเจียงหนาน
เสี่ยวเอ้อประสานมือคาราวะ“ที่แท้ก็เป็นคุณชายถัง เป็นเช่นไรบ้างการล่าวัวป่าของท่านเป็นไปด้วยดีหรือไม่?” ถังเฟยหู่ได้พยักหน้าตอบรับแก่อีกฝ่ายหนึ่ง ในช่วงหลายวันมานี้เขาได้พักอาศัยอยู่ที่โรงเตี๊ยมประตูมังกรแห่งนี้เพื่อความสะดวกในการออกล่าสัตว์อสูรประเภทต่างๆที่เขาได้ไปรับภารกิจจากสำนักมา
อีกทั้งโรงเตี๊ยมยังเป็นสถานที่เหมาะแก่การหาข่าวสารและข้อมูลชายหนุ่มก็ได้หวังพึ่งเสี่ยวเอ้อผู้นี้ในการบอกกล่าวว่าสัตว์อสูรที่เขาต้องการล่าอยู่สถานที่ใดบ้างแต่เสี่ยวเอ้อผู้นี้ก็มักจะขอแลกเปลี่ยนข่าวสารนั้นกับผลึกอสูรบางส่วนที่ชายหนุ่มล่าได้เสมอ
เสี่ยวเอ้อได้นำพาถังเฟยหู่ไปนั่งยังโต๊ะตัวหนึ่งหลังจากชายหนุ่มได้นั่งลงบนโต๊ะแล้ว เสี่ยวเอ้อผู้นั้นก็ได้นำผ้าที่พาดอยู่บนไหล่เช็ดทำความสะอาดโต๊ะตัวนั้นจากนั้นเสี่ยวเอ้อก็ได้หยิบถ้วยชาที่ตั้งไว้กลางโต๊ะมาวางไว้เบื้องหน้าของถังเฟยหู่และรินน้ำชาให้แก่เขา
ถังเฟยหู่ได้ยกถ้วนชาขึ้นดื่นจากนั้นจึงได้กล่าวกับเสี่ยวเอ้อตรงหน้า“พี่หวัง นี่คือของฝากในครั้งนี้ของข้า” เขาได้ยกมือขวาขึ้นและกระตุ้นกำไลมิติที่ข้อมือจากนั้นในฝ่ามือของเขาได้ปรากฏวัตถุหนึ่งขึ้นกลางอากาศธาตุ มันก็คือผลึกอสูรของวัวป่าตนหนึ่งที่เขาเก็บเอาไว้ให้แก่พี่หวังหรือก็คือเสี่ยวเอ้อผู้นี้
พี่หวังผู้นี้หันซ้ายแลขวาจากนั้นจึงได้คว้ามือออกไปอย่างรวดเร็วจนแทบมองไม่ทันและรวบเอาผลึกอสูรชิ้นนั้นมาเก็บไว้เองจากนั้นพี่หวังจึงค่อยกล่าวออกไป “ขอบคุณท่านมากคุณชายถังธุรกิจของพวกเราดูท่าจะไปได้สวยนะ ฮ่าๆๆ”
ถังเฟยหู่เผยรอยยิ้มออกมากับท่าที่อันโลภมากของอีกฝ่าย“ฮ่าๆๆ ช่างเถอะพี่หวัง จริงสิ…ตอนที่ข้าไม่อยู่มีข่าวอะไรน่าสนใจในเมืองบ้างหรือไม่?หรือมีข่าวการปรากฏตัวของสัตว์อสูรที่น่าสนใจหรือไม่”ชายหนุ่มได้ถามออกไปด้วยความอยากรู้ นั่นเพราะหากเขาพบสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งบางทีอาจสามารถดูดกลืนมันเข้ามาเพื่อบ่มเพาะกายหยาบมารได้อีกทั้งยังอาจได้ฝึกเพลงทวนเพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์อีกด้วย เขายังคงต้องการฝึกการใช้ทวนในรูปแบบต่างๆเพื่อเพิ่มความเข้าใจจากการต่อสู่จริง
พี่หวังได้ลูบคางของตนพลางคิดไปด้วยแต่ในตอนนั้นเองที่พี่หวังผู้นั้นได้คิดออก เขาได้นึกถึงบางสิ่งขึ้น “จริงสิ!ช่วงนี้มีข่าวลือเรื่องหนึ่งที่น่าใจอยู่บางทีอาจเป็นการปรากฏตัวของสัตว์อสูรผลัดถิ่นก็ได้ ได้ข่าวมาว่าหมู่บ้านสกุลซุนที่อยู่ไม่ไกลจากที่นี่ได้เกิดเหตุแปลกประหลาดขึ้นอยู่ๆทั้งตระกูลก็ตายเสียสิ้น แถมมือปราบของทางการเข้าไปตรวจสอบก็ล้วนไม่มีใครกลับมาได้ยินว่าอาจจะเป็นสัตว์อสูรผลัดถิ่นเข้าเล่นงานหมู่บ้านตระกูลซุน แต่ก็มีข่าวลืออีกกระแสกล่าวว่าอาจเป็นฝีมือของภูตผีจึงทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ที่ได้ยินเรื่องนี้ก็มักจะไม่กล้าเข้าไปยุ่งเกี่ยวเท่าไหรนักแม้แต่ทางการก็ทำเป็นมองไม่เห็นเรื่องนี้แล้ว เป็นเช่นไรน่าสนใจอยู่บ้างไหมเรื่องนี้?”