เมื่อถึงเวลาชก ขจรได้ถูกจัดเอาไว้เป็นคู่เอก ก่อนขึ้นชก อัตราการต่อรองอยู่ที่ 3ต่อ2 เท่านั้น
“ เอาไงดีวะ” พี่ธงเอ่ยกับขจร
ขจรกระซิบเข้าข้างหูพี่ธงเบาๆ ไม่มีใครได้ยิน
“ เฮ้ย...มึงจะเอางี้เลยหรือวะ? ครูยอดรู้เอามึงตายแน่”
“ พี่ธงก็ไปบอกกับ ครูยอดด้วยละกัน แกจะเชื่อใจผมหรือเปล่าก็แล้วแต่แก”
“ เออ กูจะบอก”
ขจรมอบการ์ดเงินสด 5 ล้านให้กับ พี่ธงให้ไปจัดการตามที่บอก
แล้วเวลาชกก็มาถึง โฆษกสนามเริ่มออกประกาศ
“ บัดนี้การชกชิงแชมป์เปี้ยนมวยไทยรุ่นซูเปอร์ฟลายเวทเวทีมวยเดอะแชมเปี้ยน ก็ได้เวลาแล้ว ขอเชิญท่านผู้มีเกียรติพบกับ ผู้ท้าชิง ขจรเดช ศิษย์ครูยอด ผู้ที่เพิ่งขึ้นชกได้เพียง สามไฟต์เท่านั้น ก็ได้ชิงแชมเปี้ยนโดยอัตโนมัติ เป็นการเลื่อนขั้นที่เร็วที่สุด ไม่เคยมีในประวัติศาสตร์วงการมวยบ้านเรา ขจรเดช มีอายุเพียง 19 ปี
น้ำหนักชั่งเมื่อเช้า 113 ปอนด์ ....”
ขจรกระโดดขึ้นไปบนเวที พร้อมกับ พี่ธง และ ครูทิม ค่อยบีบนวด ปล่อยให้โฆษกพูดไปเรื่อยๆ จนกระทั่ง ถึงคิวของ แชมเปี้ยนก้องฟ้า คราวนี้เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่มีเสียงเพลงดังเปิดน้ำ มีพริตตี้สาวสวยเต้นโยกนำมาสี่ห้าคน ใส่ชุดผ้าคลุมไหล่สีแดงเหมือนกับพวกซูเปอร์แมน แต่ตัวหนังสือที่ปักเห็นตัวเค ผู้ชมต่างส่งเสียงเชียร์กันดังลั่น
“ แฟนแม่งเยอะขนาดนี้ ทำไมเปิดราคาต่อ แค่ 3 จ่าย 2 เองวะ” พี่ธงเอ่ยอย่างไม่เข้าใจ
“ ยกแรกพวกมันคงกลัว แบบไฟต์ที่ผ่านมา”
ครูทิมเอ่ยตอบ แล้ว ก็ถอดเชื้อกมงคลออก แล้วพากันลงเวทีออกไป เหลือแค่ขจรกับ ก้องฟ้า กรรมการเรียกเข้ามา แล้วอธิบายกติกา
“ ทุกคนรู้กติกาอยู่แล้ว อย่าเล่นตุกติก ไม่งันกูไล่ลง เข้าใจไหม”
นักมวยทั้งคู่มองหน้ากรรมการ พยักหน้าพร้อมกัน แล้วเสียงระฆังก็ดังขึ้น
“ ไอ้หน้าอ่อนวันนี้ กูจะให้มึงชกมวยเป็นวันสุดท้าย”
ก้องฟ้า เดินหน้าเข้ามาหา แล้วเย็บซ้ายนำ แล้วเตะเข้าใส่ขจร แม้นว่าขจรใช้แขนซ้ายรับเอาไว้ แต่ด้วยน้ำหนักเท้าที่เหวี่ยงมา ทำให้ขจรถึงกับ เซถลา บรรดาเซียนมวย ต่างส่งเสียงเฮ กันดังลั่น แชมป์ไม่ปล่อยโอกาสให้ขจรตั้งตัว พุ่งเข้ามา ใช้ศอกฟันเข้าที่หน้า แต่ว่า ขจร ใช้แขนต้านรับเอาไว้ ทำให้เปิดใบช่องว่างบนใบหน้า
ก้องฟ้าไม่ปล่อยโอกาสหลุดลอย จึงเหวี่ยงหมัดซ้าย เข้าที่ใบหน้าของขจรเต็มๆ ทำให้ขจรถึงกับลงไปนอนกับพื้น กรรมการเข้ามานับ 8 ทันที คนในสนามส่งเสียงเฮกันลั่น ราคาต่อรองเพิ่มขึ้นมาเป็น 2 ต่อ 1 ทันที
ชจรลุกขึ้นมาได้ ก้องฟ้าก็ลุยเข้ามา เหวี่ยงหมัดซ้ายขวา แล้วเตะใส่ขจรจนไม่อาจตอบโต้ได้ คนในสนามส่งเสียงเฮกันลั่น พวกเขาล้วนเชียร์แชมป์ก้องฟ้ากันทั้งนั้น
ยิ่งราคาต่อไม่เท่าไรแบบนี้ พวกเขาเลยแห่ เทข้างแชมป์ก้องฟ้ากันมากขึ้น เจ้าของสนามเลยรีบเปิดราคาใหม่ เป็น 3 ต่อ 1 เซียนมวยเห็นสภาพขจรที่กระดูกมวยอ่อนหัด เจอบดหนักๆ แค่นาทีแรกก็ลงไปนอนนับแล้ว สายตาเซียนมวยดูแล้วไม่น่าเกินยกแรกแน่ๆ
แล้วขจรก็โดนเตะก้านคอเข้าอย่างจัง จนลงไปนอนนับดาว คราวนี้พี่ธง ถึงกับตาค้าง ครูยอดกับครูทิม ได้แต่ส่ายหัว มาดามเกรซได้แต่มองนิ่ง
กรรมการนับไปได้ 8 ขจรก็ค่อยๆ จับเชือก พยุงร่างของขึ้น
“ไหวไหม” กรรมการเข้ามาจับแขนเขย่าเพื่อดูปฏิกิริยาของขจร
“ ไหวครับ” ขจรเอ่ยอย่างมั่นใจ
“ หากล้มอีกที กูจับมึงแพ้แล้วนะเว้ย”
“ ไม่มีอีกแน่” ขจรตอบแต่ก็มองไปที่ แชมป์ก้องฟ้าที่ไม่หันมามอง กลับไปยืนบนเชือก ยกมือให้แฟนๆ ทำเหมือนกับว่า มันชนะแล้ว จนกรรมการต้องเรียกให้มันลงมาจากเชือก ให้มาสู้ต่อ
“ คราวนี้มึงไม่รอดแน่” แชมป์ก้องฟ้า เดินกึ่งวิ่ง เข้ามาจะจัดการปิดจ๊อบขจร แต่ทว่า ระฆังดังหมดยกแรกเสียก่อน
บรรดาเซียนมวยแห่ไปแทงข้าง แชมป์กันทั้งสนาม ทำให้ราคาต่อรองเปลี่ยนใหม่ คือ 10 ต่อ 1 และยังคงไหลอย่างต่อเนื่อง
“ ไม่ไหวก็ยอมแพ้ อย่าให้ต้องเจ็บหนักไปกว่านี้เลย” ครูทิมเอ่ยอย่างเป็นห่วง
“ ผมไหวครับ”
“ ดี หากเอ็งล้มอีก กรรมการคงจับเอ็งแพ้ กระดูกมวยมันคนละเบอร์จริงๆ” ครูทิมเตือน
“ กูทำตามที่มึงบอกแล้ว ยกนี้ไม่ต้องออมแรงแล้ว” พี่ธงกระซิบบอกกับขจร
แก๊ง แก๊ง เสียงระฆังเริ่มขึ้นยกสอง
แชมป์ก้องฟ้า คราวนี้ยิ้มยิงฟันยาง ออกมา หมายเผด็จศึกขจรให้ได้ มันเดินโยกซ้ายและขวาเข้ามาอย่างมั่นใจ พอเข้าใกล้ระยะประชิด ก็รัวหมัดแย็บ เข้าก่อกวนใบหน้าทั้งซ้ายและขวา แล้วซัดหมัดขวาออกมาเต็มแรง เพราะมั่นใจว่า หมัดนี้จะต้องถูกหน้าของขจร จนล้มคว่ำแน่ๆ แต่ว่าแชมป์คิดผิด เพราะขจรกลับถีบเข้าที่ท้องน้อยจนแชมป์ถึงกับจุกจนตัวงอ แล้วขจรก็กระโดดตัวลอยเข้าสับศอกเข้ากลางกระหม่อม
เลือดหัวของ แชมป์ไหลลงมาอาบหน้า แชมป์ยืนนิ่งตาค้าง แล้วก็ค่อยๆ หงายท้องลงไปนอนกับพื้น กรรมการยุติการต่อสู้ เรียกหมอให้ขึ้นมาดูอาการแชมป์ก้องฟ้าทันที
เสียงเซียนมวยในสนามเงียบกริบ มีแต่เสียงของฝ่ายผู้ท้าชิงเฮดังลั่น
ครูยอดถึงกับยืนขึ้นปรบมืออย่างดีใจ พี่ธงรีบกระโดดขึ้นเวที มากอดกับขจรแล้วบอกว่า
“ ราคาต่อรองแม่งไหลขึ้นมา ถึง 20 ต่อ 1 กูเลยแทงให้มึงไป 5 ล้าน ได้มา 100 ล้านบาทมึงเป็นเศรษฐีแล้ว”
“ แล้วพี่ไม่แทงหรือไง”
“ กูแทงแค่ 1 ล้าน ได้มา ยี่สิบล้าน กูก็รวยแล้วเหมือนกัน”
“ แล้วครูยอดเล่า”
“ แกแทงแค่ แสนเดียว ได้มาสองล้าน แกบอกว่าจะปิดร้านไก่ย่าง เลี้ยงพวกเรา แกไม่รู้ว่า พวกเราแทงกันเท่าไร ไม่กล้าบอกแก”
“ อืม ดีแล้ว”
ณ ห้องทำงานของเจ้าของสนาม เดอะแชมเปี้ยน
“ มันเป็นแบบนี้ได้ยังไง แชมป์มันล้มมวยหรือเปล่าวะ”
“ คงไม่ครับ แต่ว่ามีเรื่องแปลก ไอ้ธง พี่เลี้ยงของ ขจรเดช มันไม่รู้เอาเงินมาจากไหน แถมยังมั่นใจว่า ไอ้จรต้องชนะ มันแทงมา 6 ล้าน ได้เงินไป 120 ล้าน โต๊ะของเราถึงกับขาดทุน ไปหลายสิบล้าน”
“ มันวางแผนเอาไว้ แล้วอย่างนั้นรึ?”
“ แน่นอน ผมว่า พวกมันต้องวางแผนมาก่อนแน่” รองผู้จัดเอ่ยกับ เจ้าของเวทีมวยเดอะแชมป์เปี้ยน
“ บังอาจมาก ที่กล้าหลอกล่อพวกเรา”
“ จะให้ผมจัดการกับมันเลยไหมครับ”
“ ไม่...รอไปก่อน มันต้องขึ้นชกกับ แชมป์ราชดำริ ในเดือนหน้า วันนั้นเราค่อยจัดการเหมือนเคย แล้วเราจะได้เงิน แถมจัดการกับมันทุกคนได้อีกด้วย”
“ เข้าใจแล้วครับ”
ทั้งสองคนยิ้มออกมาเหมือนกับว่า มั่นใจในแผนชั่วของมันยิ่ง
ขจรกับนักมวยในค่ายก็มาเลี้ยงฉลองกันเหมือนเคย
มาดามเกรซ เข้ามาคุยกับ ขจรสองต่อสอง โดยที่ไม่มีใครอยู่ใกล้
“ ยินดีกับเธอด้วยนะ สำหรับตำแหน่งแชมป์”
“ ขอบคุณครับ”
“ แต่แผนหลอกเด็ก เพิ่มเดิมพันนี่ หลอกฉันไม่ได้หรอกนะ และที่สำคัญเจ้าของสนามก็ต้องรู้เหมือนกัน เรื่องนี้มันไม่จบง่าย ๆ พวกเขาต้องหาทางจัดการกับเธอแน่ ไม่ว่าอย่างไร ก็ต้องระวังตัวเอาไว้ด้วย”
มาดามเกรซเอ่ยจบ ก็เดินจากร้านอาหารกลับบ้านไป
ทิ้งให้ขจรนิ่งคิด แต่เรื่องมันเกิดไปแล้ว ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องปล่อยไป
คืนนั้น ขจรก็กลับมาพักที่วัด แล้วก็เข้าไปในมิติแผ่นหนัง แล้วก็มายืนอยู่หน้าหินมรกต
“ ออกมาคุยกันให้รู้เรื่อง ท่านเป็นใครกันแน่”
“ ข้า คือหินมรกตศักดิสิทธิ์ เป็นหนึ่งในหินห้าสีที่พระแม่หนี่วา ทรงใช้ในการสร้างโลกใบนี้”
“ ตลกแล้ว เรื่องแบบนี้มีจริงที่ไหนกัน”
“ พูดไปเจ้าเองก็ไม่เข้าใจ เอาไว้สักวันหนึ่งเจ้าเข้าไปในโลกเซียน แล้วก็จะเข้าใจเอง”
“ โลกเซียน ไปกันใหญ่แล้ว ท่านเป็นพวกหุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์อะไรแบบนั้นหรือเปล่า” ขจร หยิบก้อนหินมรกตออกมาดู กลับไม่พบว่า มีชิพฝังอยู่เลยแม้แต่น้อย จึงลองเขย่าดูเพื่อทดสอบหาสิ่งปกติด้านใน
“ พอได้แล้ว ข้าคือหินมรกตศักดิ์สิทธิ์มีผู้คนบูชากราบไหว้ เป็นหินเจ้าปัญญา ข้ารอบรู้เรื่องราวทั้งหมด ไม่ว่าเรื่องเล็กไปจนถึงเรื่องใหญ่ เรื่องง่ายไปจนถึงเรื่องยาก ในโลกนี้และโลกเซียน เจ้าน่าจะดีใจที่ได้ข้ามาอยู่ด้วย”
“ เอาไปขาย จะมีคนซื้อหรือเปล่าก็ไม่รู้”
“ ไอ้หนูนี่ ช่างโง่เง่าจริงๆ ”
“ เอาล่ะ ผมไม่อยากฟังเรื่องไร้สาระ ช่วยบอกหน่อยว่า ไอ้เจ้าตราราชลัญจกรนี่มันทำอะไรได้บ้าง”
“ หยกเหอซื่อปี้ที่เอามาทำนั้น ก็เป็นเช่นเดียวกับข้า เป็นหินสีอีกก้อนหนึ่งที่พระแม่หนี่วาสร้างเอาไว้ มันเป็นหินเจ้าสงคราม หากผู้ใดนำพลังในหินเจ้าสงครามมาใช้ ก็จะเป็นใหญ่ในไต้หล้า แต่ว่าผู้ที่ได้ครอบครอง หากไม่รู้วิธีนำพลังออกมาใช้ ก็เหมือนกับ พวกกิ้งก่าได้พลอย ไม่รู้คุณค่าของมัน”
“ พลังอะไรที่ท่านว่า”
“ อธิบายไป เจ้าก็ไม่เห็นภาพ ข้าจะช่วยให้เจ้ารู้จักพลังนั้น เอามือมาจับ ที่ข้า แล้วก็ ใช้อีกมือสัมผัส ตราราชลัญจกร”
ขจรลองใช้มือสัมผัส ก็พบว่า ร่างกายถูกดูดไปในอีกโลกหนึ่ง ที่นั่นเห็นกองทัพนับแสนอยู่เบื้องหน้า แล้ว เห็นชายแต่งกายด้วยชุดสีดำ ยืนเผชิญหน้ากับกองทัพนับแสนเพียงตัวคนเดียว แล้วเขาก็ใช้ฝ่ามือ ปล่อยคลื่นพลังบางอย่างออกมา เป็นคลื่นพลังที่ไร้รูปลักษณ์ สัมผัสได้ถึงการเคลื่อไหวของลมที่ถูกผลักดันออกมา พอมันเข้าไปสัมผัสกับกองทัพทหารนับแสน ทุกคนก็ค่อยๆ กลายเป็นเถ้าธุลี ไปในพริบตา
ขจรตกใจอย่างยิ่ง นำมือออกมาจากหินทั้งสองก้อน
“ นี่มัน...”
“ นี่คือพลังของหินเจ้าสงคราม ผู้ที่จะนำพลังนี้มาใช้ได้ ต้องฝึกตนเข้าถึงขั้นเซียนระดับสูงเท่านั้น”
ขจรคิดว่าเรื่องเช่นนี้มีแต่ในนิยายเท่านั้น ไม่มีทางเป็นความจริงไปได้
“ ถามตามตรงเลยนะ ทำไมต้องมาอยู่กับผม เพื่ออะไร?”
“นี่คือชะตาฟ้า ในอดีตชาติ เจ้าเคยเป็นราชันครองดินแดนไร้ที่สิ้นสุด เราทั้งสองเคยอยู่ร่วมกัน ผจญภัยมาด้วยกันแต่สุดท้ายเจ้าถูกหักหลัง และทรยศ ถูกฆ่าตาย ทำให้มาเกิดใหม่ในโลกมนุษย์แห่งนี้ ดังนั้นข้าจะรอให้เจ้าจำอดีตชาติได้แล้ว พวกเราก็จะไปชำระแค้นพวกมันด้วยกัน แต่ตอนนี้ข้าจะให้เจ้าฝึกฝนตนให้กลับมามีพลังดั่งชาติที่แล้วก่อน”
ขจรได้ฟังก็ได้แต่ส่ายหัว อดีตชาติอีกแล้ว ทำไมอดีตชาติของเขามันช่างมีเยอะเหลือเกิน
“ เดี๋ยวก่อนนะพี่ชาย ตอนนี้ผมชื่อว่า ขจร ผมบอกตามตรง ผมจำอดีตชาติของผมได้เมื่องสองร้อยกว่าปีก่อน ว่าผมเป็นใคร แล้วต่อมาผมก็รับทราบว่า อดีตชาติอีกคนผมคือ ราชันเหมันต์นาคราช แล้วนี่ พี่ชายจะบอกว่า ผมมีอดีตชาติเป็นราชันดินแดนอะไรนั่นอีก ตกลงหากมีใครมาบอกว่า ชาติก่อนผมถูกฆ่าตาย อีกสักสามสี่ชาติแล้วต้องไปแก้แค้นแล้วละก็ ชาตินี้ผมมิต้องตามแก้แค้นคนในอดีตไปตลอดเลยหรือไง ผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไปเถอะ”
“ ข้าเข้าใจ เอาไว้เมื่อถึงวันที่เจ้าจำความได้ ก็ตัดสินใจเอาเอง ข้าไม่อาจบังคับเจ้าได้ ตอนนี้เจ้าก็ไม่ได้ทำอะไร ก็ฝึกฝนพลังของตนเอาไว้ไม่ดีกว่าหรือ”
“ ฝึกฝนพลัง?”
“ ก่อนที่เจ้าจะเข้าไปในโลกเซียน เจ้าก็ควรฝึกฝนพลังก่อน ไม่ใช่ใช้แต่พลังที่ออกมาจากร่างกายโดยทั่วไป แต่เริ่มต้นโดยใช้พลังปราณในร่างกายนำออกมาใช้ก่อน”
“ ท่านมีวิธีนำพลังปราณในร่างออกมาใช้ด้วย?”
“ มีซิ ข้าบอกแล้ว ข้าคือ หินแห่งปัญญา ข้ารอบรู้ทุกอย่าง”
“ ดี ผมสนใจ เริ่มฝึกกันเมื่อไรดี”
“ ก็เริ่มวันนี้เลยก็ได้ ก่อนอื่นเจ้าต้องทำความเข้าใจกับพลังนี้ก่อน โนโลกเซียนนั้นมีพลังยุทธ์ขั้นพื้นฐาน เรียกว่า พลังเทพยุทธ์ มีทั้งหมด 5 ขั้นพลัง ได้แก่
หนึ่ง พลังขั้นปราณ เทพยุทธ์
สอง พลังขั้นวิญญาณ เทพยุทธ์
สาม พลังขั้นอัศวิน เทพยุทธ์
สี่ พลังขั้นราชัน เทพยุทธ์
ห้า พลังขั้นจักรพรรดิเทพยุทธ์
หากฝึกฝนสำเร็จ ก็จะเข้าสู่เขตแดนพลังกึ่งเซียน ซึ่งก็มี อีก 5 ขั้นพลัง
คือ ขั้นปราณพรหมเทพ ขั้นวิญญาณพรมเทพ ขั้นอัศวินพรหมเทพ ขั้นราชันพรหมเทพ และ ขั้นจักรพรรดิพรหมเทพ
หากฝึกสำเร็จแล้ว ก็เข้าสู่เขตแดนพลังเซียน อีก 5 ขั้นพลัง คือ
ขั้นปราณเซียน ขั้นวิญญาณเซียน ขั้นอัศวินเซียน ขั้นราชันเซียน ขั้นราชันจักรพรรดิ
หากผ่านขั้นเซียนไปได้ ก็จะพบกับ เขตแดนพลังมหาเซียน
ซึ่งเรียกว่า พลังเทียนจุน และ พลังมหาเทพเทียนจุน
แต่ตอนนี้เจ้าควรเริ่มฝึกฝน การฝึกเดินลมปราณ แล้วการนำออกมาใช้ก่อนเป็นอันดับแรก”
ขจรฟังแล้วยังสับสนมึนงง กับขั้นพลังที่กล่าวมา แต่ก็ยังสนใจฝึกพลังปราณมากที่สุด
“ ผมเคยฝึกเดินลมปราณมาบ้างแล้ว ไม่รู้ว่าจะใช้ได้หรือเปล่า”
“ ไม่ต้องกังวล ทำใจให้สบาย แล้วนั่งสมาธิ ข้าจะถ่ายทอดความรู้เข้าไปในจิตของเจ้าเอง” แล้วหินมรกต ก็ปล่อยแสงสีแดงออกมาเข้าใส่หน้าผากของขจร
ความรู้เรื่องการเดินพลังก็ไหลเข้าสู่สมองของเขาเหมือนน้ำไหลหลาก ขจรได้รับข้อมูลเข้ามาแล้วไม่ต้องผ่านการประมวลผลใดๆ ก็สามารถเข้าใจวิธีการเดินลมปราณในแบบใหม่ ซึ่งทำให้ลมปราณในร่างของเขาไหลเวียนทะลุทะลวงมากกว่าก่อน จุดชีพจร ที่เคยเปิดแค่ 130 ก็ถูกเปิดออกไปในคราวเดียวอีก 170 จุด บัดนี้ขจรสามารถเปิดจุดชีพจรได้มากกว่านักกีฬาทั่วไปที่ เปิดจุดชีพจรแค่ 200 เท่านั้น ส่วนเขาตอนนี้เปิดไปที่ 300 จุดแล้ว พอพลังลมปราณที่หมุนเวียน ได้มากขึ้นกว่าแต่ก่อนแบบนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ มีพลังแปลกๆ ได้เร่ิมก่อตัวขึ้นในร่าง มันรวมตัวกันที่ใต้ท้องน้อยของเขา แล้วมันก็กระจายไปทั่วร่างของเขา กระดูกและเส้นเอ็นที่เคยผลัดมาใหม่ ก็เริ่มขยายใหญ่ขึ้น จนพลังลมปราณของที่อยู่ในร่างกายของเขาก็ระเบิดพลังแปลกๆ ออกมา
ตูม !!
พลังปราณที่ระเบิดออกมาจากร่าง ทำให้ข้าวของในกระท่อม ปลิวว่อนออกไป ขจรลืมตาขึ้นมา
“ นี่หรือ ขั้นพลังปราณเทพยุทธ์ ระดับต้น”
“ ยินดีด้วย เจ้าเข้าสู่พลังยุทธ์ของโลกเซียนแล้ว” หินเจ้าปัญญาเอ่ยออกมา.....