ตอนที่ 43 หัวหน้ากิลโอเอซิส
ในระหว่างที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจสงครามตีเมืองของกิลโอเอซิสและกิลอดาเลียอยู่นั้นกิล Admiration ที่กำลังเติบโตอย่างลับๆอยู่มุมหนึ่งของแผนที่ในทวีปตะวันออก
หลังจากที่การก่อสร้างกำแพงเริ่มขึ้นเวลาได้ผ่านมาแล้ว 20 วันซึ่งเป็นวันที่กุยแกนัดทุกคนเอาไว้ ในขณะนี้ทุกคนได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง
มอนจีและฮิเดโยชิยกทัพทหารกว่า200 นายกลับมาพร้อมกับนำทรัพย์สมบัติที่ได้มาจากกลุ่มโจรบนเขากลุ่มหนึ่งแม้ว่าทรัพย์สมบัติที่ได้มานั้นมีไม่มากเนื่องจากกลุ่มโจรกลุ่มนี้เป็นเพียงกลุ่มโจรขนาดเล็กที่หนีมากบดานบนเขาเท่านั้น
แต่ทว่าฮิเดโยชิได้นำชนเผ่าภูเขาประมาณ 40 คนซึ่งเป็นกลุ่มที่สมัครใจลงจากเขาเป็นกลุ่มแรกเพื่อลองใช้ชีวิตบนพื้นดินด้านล่างโดยคนที่เหลือที่ยังอยู่บนเขานั้นจะตัดสินใจอีกครั้งถ้าหากชีวิตความเป็นอยู่ของชนเผ่าภูเขากลุ่มแรกเป็นไปได้ด้วยดีหัวหน้าของชนเผ่าภูเขาจะช่วยฮิเดโยชิเกลี้ยกล่อมคนที่เหลือให้อีกแรง
นอกจากชนเผ่าภูเขามอนจีและฮิเดโยชิได้เจอกับรังสัตว์อสูรอีก3 รังซึ่งเป็นเพียงสัตว์อสูรทั่วไปทำให้ไม่มีของดีๆ ดรอปมากนักมีเพียงชิ้นส่วนบางอย่างที่สามารถนำมาทำเป็นอาหารได้เช่นหมูป่าที่สามารถนำมาทำอาหารได้หลากหลายส่วนพวกหมาป่านั้นดรอปเขี้ยวและกรงเล็บที่สามารถทำเป็นอาวุธบางอย่างได้มอนจีและฮิโดโยชิได้เก็บรวบรวมมาทั้งหมดหลังจากที่ทำลายรังสัตว์อสูรทั้ง 3 แห่งทิ้ง
การทำลายรังสัตว์อสูรนั้นจะทำให้สัตว์อสูรไม่สามารถมาเกิดในบริเวณนี้ได้อีกและผู้เล่นที่ทำลายรังสัตว์อสูรสำเร็จจะได้โบนัสค่าประสบการณ์เพิ่มอีกเล็กน้อยฮิเดโยชิจึงให้ทหารช่วยลากสัตว์อสูรให้มอนจีเป็นคนฆ่าเพื่อเก็บค่าประสบการณ์ทำให้มอนจีที่ทำลายรังสัตว์อสูรไป 3 รังและยังได้ปราบกลุ่มโจรบนภูเขาบางส่วนที่ไม่ยอมสวามิภักดิ์มอนจีเลเวลอัพจาก 193 เป็น 200 กลายเป็นผู้เล่นคนที่3 ของกิลที่มีเลเวลถึง 200 ถือว่า 20วันในการเดินทางสำรวจคุ้มค่าสำหรับมอนจีเป็นอย่างมาก
ทางด้านกุยแกที่ออกเดินทางไปพร้อมกับองค์หญิงผิงหยางและเหิ่นซ่วยนั้นไม่รู้เหมือนกันว่าใช้วิธีใดในการเกลี้ยกล่อมชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านรอบๆบริเวณนี้ให้ยินยอมย้ายสำมะโนครัวเข้ามาอยู่ร่วมกันในอาณาเขตของกิลทำให้ตลอดหลายวันมีชาวบ้านขนของย้ายเข้ามายังพื้นที่ของกิลอยู่เรื่อยๆซึ่งทำให้เวลานี้มีอาสามัครแรงงานจำนวนมากถึง 300 กว่าคน
ทีชที่เห็นว่าจำนวนชาวบ้านมีมากเกินกว่าจะให้มาสร้างกำแพงทั้งหมดเพราะในเวลานี้กำแพงใกล้จะสร้างเสร็จแล้วจึงบอกให้กุยแกคัดคนบางส่วนไปก่อสร้างที่พักโดยครั้งนี้ทีชเลือกจุดที่จะสร้างเป็นบ้านกิลด้วยตัวเอง
เมื่อทุกคนลงความเห็นกันเรียบร้อยการก่อสร้างก็เริ่มต้นขึ้นในขั้นแรกเนื่องจากกิลยังไม่มีรายได้มีเพียงทรัพย์สมบัติที่สะสมไว้เล็กน้อยสำหรับทีชเองที่ช่วงแรกอาศัยว่ามีกิจการโรงเตี้ยมที่กุยแกทำไว้คอยทำเงินให้แต่บัดนี้หมู่บ้านฮูซาและหมู่บ้านหยู่เปิงคล้ายกับจะเป็นส่วนหนึ่งของเมืองที่กิลกำลังสร้างจึงทำให้ไม่อาจนับเป็นรายได้ของตัวเองได้อีก แต่จะต้องนับเป็นรายได้ของกิลและการจะเก็บภาษีของเมืองก็ยังไม่ควรทำเพราะเมืองยังสร้างไม่เสร็จมีเพียงกำแพงและบ้านพักที่ชาวบ้านสร้างขึ้นเองขนาดระบบของเกมยังไม่นับว่าหมู่บ้านฮูซาและหมู่บ้านหยู่เปิงอยู่ในการครอบครองของกิลเลยทีชจึงไม่อาจหน้าด้านเรียกเก็บภาษีได้ในเวลานี้
การสร้างบ้านกิลจึงต้องทำเป็นบ้านไม้ไปก่อนแต่ในเมื่อทุกคนมารวมตัวกันหมดแบบนี้ทีชจึงเสนอให้ทุกคนในกิลช่วยกันกำหนดพื้นที่เอาไว้ก่อนว่าจุดไหนจะเป็นบ้านพักอาศัยของชาวบ้านจุดไหนจะก่อสร้างค่ายทหาร และจุดไหนจะเป็นลานกิจกรรมรวมถึงจุดที่จะทำเป็นตลาดหรือย่านการค้า ทุกคนพากันออกความเห็นมากมายกุยแกและฮิเดโยชิกลับนั่งอยู่เงียบๆ คอยรับฟังสมาชิกกิลที่พูดคุยกันทำเอาทีชถึงกับแปลกใจเพราะบุคคลทั้งสองมีประสบการณ์ในการดูแลเมืองมาก่อนในสมัยอดีตโดยเฉพาะฮิเดโยชิที่เคยเป็นผู้มีอำนาจสูงที่สุดคนหนึ่งของญี่ปุ่น
หลังจากที่ทุกคนกำหนดโครงสร้างของเมืองไว้คร่าวๆกุยแกและฮิเดโยชิได้ช่วยกันพิจารณาและปรับเปลี่ยนบางอย่างเพียงเล็กน้อยโดยฮิเดโยชิเสนอให้เว้นพื้นที่บางจุดไว้ขุดคูน้ำจากแม่น้ำทำเป็นลำคลองให้ไหลตัดผ่านเพื่อให้ชาวบ้านสามารถใช้น้ำได้สะดวกสบายยิ่งขึ้นโดยให้ว่างเว้นพื้นที่เอาไว้ก่อนยังไม่จำเป็นต้องลงมือขุดในเวลานี้ฮิเดโยชิได้เสนอให้เริ่มลงมือขุดหลังจากที่ชาวบ้านย้ายเข้ามาตั้งรกร้างมากขึ้นเมื่อถึงเวลานั้นค่อยเปิดรับสมัครแรงงานไปขุดคลองทำเป็นคูน้ำการทำเช่นนี้จะทำให้ชาวบ้านที่พึ่งย้ายเข้ามามีงานทำและสามารถตั้งตัวในเมืองได้ไว
ทางด้านกุยแกนั้นได้เสนอให้จัดตั้งกองทหารก่อนเพราะในเวลานี้เป็นสิ่งสำคัญมากเช่นกันเพราะเมื่อกำแพงเสร็จเมืองจำเป็นต้องมีกองทหารรักษาการไว้คอยดูแลบริเวณรอบๆ เมืองถึงฮิเดโยชิและมอนจีจะสำรวจภูเขาแล้วแต่ก็เป็นเพียงสำรวจในบางจุดไม่ใช่การสำรวจพื้นที่ทั้งหมดกุยแกได้เสนอให้องค์หญิงผิงหยางไปคัดทหารจากค่ายของหมู่บ้านหยู่เปิงมาเป็นครูฝึกสักสามคนโดยจะเปิดรับสมัครชาวบ้านจากหมู่บ้านและชนเผ่าภูเขาที่ย้ายเข้ามาอยู่ใหม่เพราะทหารที่อยู่ในค่ายหมู่บ้านหยู่เปิงนั้นถึงจะมีจำนวนที่เยอะแต่ก็ยังคงไม่เพียงพอเพราะในเวลานี้อาณาเขตของกิลกว้างกว่าหมู่บ้านหยู่เปิงมากโดยเฉพาะชนเผ่าภูเขากุยแกต้องการให้ชนเผ่าภูเขานั้นฝึกฝนทหารและชาวบ้านให้สามารถดูแลตัวเองได้ดีเวลาอยู่บนภูเขาเพราะเมื่อเวลานั้นมาถึงทหารกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่ออกไปสำรวจบนเขาอีกครั้งโดยครั้งนี้จะเป็นการสำรวจที่ละเอียดมากกว่าเดิม
เมื่อทุกคนปรึกษาเรื่องการสร้างเมืองเสร็จกุยแกได้บอกเหตุผลที่เขานัดทุกคนมาในวันนี้กุยแกได้เล่าแผนการในขั้นต่อไปอย่างละเอียด แผนการที่ฮิเดโยชิตั้งชื่อให้ว่า ‘มือเดียวบังฟ้า’
และเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยกุยแกก็ออกเดินทางไปยังเมืองเริ่มต้นเจิ้งโจวโดยให้เหตุผลว่ามีธุระบางอย่างต้องไปกระทำโดยครั้งนี้กุยแกออกเดินทางไปเพียงคนเดียว
......
สำนักงานใหญ่ ‘กิลโอเอซิส’
ในห้องโถงที่ใช้สำหรับประชุมเวลานี้มีคนนั่งอยู่หนึ่งคนคล้ายกับกำลังรอใครบางคนอยู่ผู้ที่นั่งอยู่นั้นมีลักษณะเป็นชายวัยกลางคนผมสีดำใบหน้าไว้เคราเล็กน้อยโครงหน้าบ่งบอกว่าเป็นคนเอเชีย ชายวัยกลางคนนี้มีชื่อว่า ‘ยูจิโร่’
ยูจิโร่เป็นหัวหน้าของกิลโอเอซิสเป็นมหาเศรษฐีของญี่ปุ่นที่มีอำนาจและทรัพย์สมบัติมหาศาลจากธุรกิจหลายอย่างที่มีอยู่ทั่วทุกมุมโลกยูจิโร่นั้นนอกจากเป็นหัวหน้ากิลโอเอซิสแล้วยังเป็นผู้ก่อตั้งทีมโอเอซิสที่แข่งขันอยู่ในลีกอีกด้วยโดยที่ตัวเขานั้นเป็นกัปตันทีมด้วยตัวเอง เพียงแต่ว่าเขานั้นไม่ใช่ผู้เล่นที่เก่งกาจหากเทียบกับนักกีฬาคนอื่นที่อยู่ในทีม
ทีมโอเอซิสและกิลโอเอซิสนั้นเป็นทีมที่ใช้วิธีซื้อตัวนักกีฬาและผู้เล่นให้มาเข้าร่วมยูจิโร่ใช้อำนาจของเงินตราที่มีในโลกภายนอกสร้างทีมโอเอซิสขึ้นมาจนทำให้ทีมโอเอซิสในเวลานี้ถูกจัดอันดับให้เป็นทีมอันดับที่ 4 ของโลกแต่สำนักข่าวและนักวิเคราะห์หลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าทีมโอเอซิสในฤดูกาลหน้าอาจเป็นทีมที่ล้มทีมความลับได้เพราะทีมโอเอซิสถือเป็นทีมที่เติบโตตลอดเวลา เป็นทีมที่ซื้อตัวนักกีฬาเก่งๆมากมายในทุกๆ ปีเพื่อเสริมกำลังให้กับทีม และในทีมก็มีตำนานอย่าง ‘ซีโร่’ อยู่ด้วย
ในเวลานี้ ‘ซีโร่’ เป็นนักกีฬาที่ถูกกล่าวขานว่าเก่งที่สุดในโลกซึ่งความจริงแล้วเขาคือลูกบุญธรรมของยูจิโร่เพียงแต่ความจริงในข้อนี้ไม่มีใครในโลกที่ทราบแม้แต่สมาชิกในทีมก็ไม่มีใครทราบเช่นกัน
และเหตุการณ์เบื้องหลังที่ทีมในตำนานอย่างทีมLegend of world ประกาศยุบทีมนั้นยูจิโร่เองก็มีส่วนร่วมด้วยเช่นกัน
ยูจิโร่เป็นนักธุรกิจที่ร่ำรวยระดับโลกเขาย่อมเล็งเห็นว่าวงการอีสปอร์ตและลีกการแข่งขันเกม LC นั้นมีแนวโน้มที่จะเติบโตได้อีกมากยูจิโร่จึงคิดที่จะเข้ามาในวงการนี้ และในเมื่อเขามีผู้เล่นชั้นยอดเป็นลูกบุญธรรมย่อมไม่มีเหตุผลที่เขาต้องปฏิเสธโอกาสที่มีเขาได้เข้าไปเกลี้ยกล่อมผู้ก่อตั้งทีม Legendof world อีก 3 คนแต่ทว่าทั้ง 3 ไม่ต้องการมาเป็นลูกน้องของยูจิโร่จึงตอบปฏิเสธ
จึงทำให้มีซีโร่เพียงคนเดียวที่ตกลงย้ายมาเข้าร่วมทีมโอเอซิสแต่ทว่ายูจิโร่ไม่ต้องการให้ทีม Legend of world ขัดแข้งขัดขาในการคว้าแชมป์ของทีมโอเอซิสเขาที่เป็นนักธุรกิจย่อมไม่ต้องการให้มีความเสี่ยงในเมื่อตัวเองไม่สามารถเกลี้ยกล่อมอีกฝ่ายได้ก็มีแต่ต้องทำลายทิ้งเท่านั้นยูจิโร่จึงวางแผนการบางอย่างทำให้ผู้ก่อตั้งอีก 3 คนเกิดความขัดแย้งกันเองจนในที่สุดทีม Legend of world ก็ประกาศยุบทีม
ยูจิโร่อาศัยจังหวะนั้นสร้างข่าวลือให้ทั่วทั้งโลกเชื่อว่าที่ซีโร่ยอมย้ายมานั้นเพราะเขาให้ค่าตัวเป็นเงินจำนวนมากและอาศัยข่าวนี้ประกาศรับสมัครผู้เล่นฝีมือดีอีกมากมายเข้าร่วมจนทีมโอเอซิสได้เปิดตัวครั้งแรกในฤดูกาลที่ 2 แต่ทว่ากลับได้แค่อันดับที่ 3
ยูจิโร่ที่ไม่พอใจในผลลัพธ์จึงสร้างกิลโอเอซิสขึ้นและเข้ามาบริหารกิลด้วยตัวเองกิลโอเอซิสได้สร้างอำนาจและชื่อเสียงมากมายจนทำให้กิลติดบอร์ดอันดับกิลที่มีชื่อเสียงในเวลาอันรวดเร็วยูจิโร่ได้ปรับเปลี่ยนทีมใหม่อีกครั้งโดยให้ซีโร่เป็นศูนย์กลางคนทั้งโลกที่กำลังจับตามองต่างคาดหวังว่าทีมโอเอซิสในฤดูกาลที่ 3 จะต้องได้แชมป์อย่างแน่นอน
แต่ทว่าในฤดูกาลที่3 ทีมโอเอซิสกลับต้องพบกับฝันร้ายอีกครั้งเพราะในฤดูกาลที่ 3 ได้กำเนิดทีมที่คนทั้งโลกต่างยกย่องให้เป็นทีมที่จะมาสานต่อจากทีมLegend of world ทีมที่จะกลายเป็นตำนานทีมต่อไป
ทีมความลับหรือ Secret ทีมที่จู่ๆก็โผล่มาในฤดูกาลที่ 3 พร้อมกับคว้าแชมป์ลีกได้ทันทีและยังสามารถคว้าแชมป์ในฤดูกาลที่4 ต่อทำให้เป็นทีมแรกที่ได้แชมป์ 2 สมัยติดต่อกันแต่ถึงแม้จะคว้าแชมป์ไปแล้วถึง 2 สมัยแต่กลับไม่มีใครในโลกรู้ตัวตนจริงของคนในทีมเลยแม้แต่น้อยเพราะไม่ปรากฏชื่อกิลนี้ไม่ว่าจะในทวีปตะวันตกหรือทวีปตะวันออกและตัวนักกีฬาที่ลงแข่งก็มักสวมหน้ากากปกปิดใบหน้าไว้เสมอ
กฎการแข่งขันที่สมาคมตั้งไว้นั้นไม่มีกฎข้อบังคับให้นักกีฬาเปิดเผยตัวทำให้มีนักกีฬาบางคนที่ต้องการสร้างภาพให้ดูลึกลับหรือนักกีฬาบางคนที่ต้องการปกปิดตัวตนสามารถสวมหน้ากากขณะแข่งขันหรือสัมภาษณ์ได้
ทางสมาคมเองได้อนุญาตให้นักกีฬาเหล่านั้นปรับเปลี่ยนหน้าตาของตัวละครที่ใช้ในการแข่งขันได้โดยให้เลือกจากใบหน้าที่เป็นดาราที่ทางสมาคมอนุญาตเท่านั้นซึ่งทางสมาคมได้ทำสัญญากับดาราดังทั่วโลกไว้มากมายเพื่อให้นักกีฬาได้เลือกใช้ในกรณีที่ต้องการปกปิดตัวตนแต่ที่น่าแปลกคือทีมความลับเป็นทีมเดียวที่นักกีฬาทุกคนปกปิดตัวตนและนี่คือเหตุผลที่ยูจิโร่ไม่สามารถใช้อำนาจเงินตราซื้อตัวนักกีฬาจากทีมนี้ได้นั่นเอง
แอ๊ดดดด
เสียงเปิดประตูของห้องโถงดังขึ้นพร้อมกับประตูที่เปิดออกให้เห็นคนหลายคนกำลังเดินเข้ามาในห้องโถง
วันนี้ยูจิโร่ได้เรียกประชุมครั้งใหญ่ที่มีทั้งซีโร่นักกีฬาทีมโอเอซิส และเหล่าผู้บริหารกิลโอเอซิสมาประชุมตามคำสั่งเพราะทุกคนต้องมาช่วยกันวางแผนโจมตีเมืองของกิลอดาเลียในสงครามตีเมืองที่กำลังจะเริ่มใน7 วันข้างหน้านี้
“ก่อนอื่นคนนำทัพครั้งนี้ย่อมต้องเป็นซีโร่เพียงแต่ข้าไม่ต้องการให้ทุกคนในห้องนี้เข้าร่วมทั้งหมด ข้าจะขออาสาสมัครอีก 4คนเท่านั้น เพราะข้าไม่สามารถส่งทุกคนเข้าสู่สงครามได้พร้อมกันหมดเพราะสงครามอาจกินเวลาถึง 1 เดือนเต็มข้าจำเป็นต้องแบ่งคนไปคอยดูแลเมืองในครอบครองและกิจการของกิล” ยูจิโร่พูดขึ้นหลังจากที่ทุกคนนั่งประจำที่
“ได้ครับแต่ข้าขอให้ท่านกุนซือเข้าร่วมสงครามด้วย” ซีโร่ที่ได้ยินว่าตัวเองต้องเป็นคนนำทัพเอ่ยขึ้น
“ไม่ได้!ท่าน ‘ลกซุน’แจ้งข้าว่ามีบางอย่างต้องไปทำซึ่งในเวลานี้ได้ออกเดินทางไปพร้อมกับท่านแม่ทัพ‘อุยกาย’ แล้ว” ยูจิโร่ เอ่ยค้านซีโร่
“อา...งั้นก็ไม่เป็นไรครับหัวหน้า”ซีโร่ที่เมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่นจะเรียกยูจิโร่ว่าหัวหน้า
“ไม่ต้องห่วงข้าได้บอกกับแม่ทัพ‘มิตสึฮิเดะ’ ให้เตรียมตัวไปช่วยเจ้าเรียบร้อยแล้วเอาละใครจะอาสาเข้าร่วมสงครามบ้าง” ยูจิโร่ หันไปถามคนอื่นอีกครั้ง
*อาเกจิ มิตสึฮิเดะ เป็นบุรุษที่มากด้วยความสามารถทั้งในด้านบุ๋นและบู้มีความรอบรู้ทางด้านการปกครองและด้านการทหารรวมไปถึงฝีมือด้านเพลงดาบและอาวุธปืนชนิดหาตัวจับยาก
มิตสึฮิเดะในวัยหนุ่มได้หนีไปเข้าร่วมกับโชกุนอาชิกางะโยชิอากิ ซึ่งในขณะนั้น เกิดการกบฏขึ้นในเมืองหลวงทำให้อาชิกางะต้องคนไปขอความช่วยเหลือจากโอดะ โนบูนางะทำให้มิตสึฮิเดะได้มีโอกาสรู้จักกับโนบูนางะและได้กลายมาเป็นขุนพลคนสำคัญของโนบูนางะในภายหลัง
อาเกจิ มิตสึฮิเดะ เป็นผู้บัญชาการกองทัพของ โอดะ โนบูนางะ ในสงครามต่าง ๆ แม้มิตสึฮิเดะจะได้รับความดีความชอบจาก โอดะโนบูนางะ แต่กระนั้นจุดเปลี่ยนสำคัญก็ได้เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1579 เมื่อมิตสึฮิเดะได้รับคำสั่งให้บุกปราสาทยางามิที่ ฮาตาโนะ ฮิเดฮารุ ครอบครองอยู่มิตสึฮิเดะไม่ต้องการให้มีการนองเลือดเกิดขึ้นจึงไปเจรจากับฮิเดฮารุให้ยอมจำนนต่อโนบูนางะ โดยส่งมารดาไปเป็นตัวประกันเพื่อแลกกับการให้ฮิเดฮารุยอมสวามิภักดิ์ต่อโนบูนางะแต่ทว่าเหตุการณ์กลับพลึกผันเมื่อโนบูนางะได้สังหารฮิเดฮารุและพวกพ้องรวมไปถึงมารดาของมิตสึฮิเดะ สร้างความแค้นต่อมิตสึฮิเดะเป็นอย่างมากจนนำไปสู่แผนลอบสังหารโนบูนางะที่วัดฮนโน หลังจากนั้น มิตสึฮิเดะก็ตั้งตนเป็นใหญ่เหนือกองทัพโนบูนางะแต่หลังจากนั้นเพียง 13 วัน เขาก็ถูกสังหารโดย โทโยโตมิ ฮิเดโยชิ
“ข้าขออาสาครับ” ปรากฏเด็กหนุ่มผิวดำพูดขึ้น พร้อมกับยกมือขึ้นสูง
“อืม...ได้ถือว่าให้ อาซาน ออกไปหาประสบการณ์ในสงครามจริงละกัน”ยูจิโร่ที่นิ่งคิดสักพักเอ่ยขึ้น
หลังจากที่เด็กหนุ่มนามอาซานอาสาก็มีนักกีฬาตัวจริงของทีมโอเอซิสอีก 3 คนที่อาสาเข้าร่วมสงครามยูจิโร่ที่ตอนแรกจะปฏิเสธ
แต่ทว่าซีโร่ให้เหตุผลว่าทางกิลอดาเลียเองมีนักกีฬาของทีมอดาเลียอยู่ถึงแม้ทีมอดาเลียจะเป็นทีมท้ายตารางของลีกแต่ก็ถือว่าเป็นทีมที่มีประสบการณ์ในการแข่งลีกมาแล้วตั้งแต่ซีซั่นที่1 ซีโร่จึงเสนอให้นักกีฬาทั้ง 3คนที่เป็นนักกีฬาหน้าใหม่ได้ลองเข้าไปรับมือกับนักกีฬามืออาชีพเพื่อเก็บประสบการณ์จะดีกว่าถือว่าเป็นการฝึกฝนไปในตัว ยูจิโร่ที่ได้ยินแบบนั้นจึงอนุญาต
สรุปแล้วกิลโอเอซิสได้กำหนดให้ ซีโร่ ตำนานของเกมที่ยังมีชีวิตเป็นผู้บังคับบัญชากองทัพในสงครามตีเมืองโดยจะมี แม่ทัพ มัตสึฮิเดะ ที่เป็นขุนพลในประวัติศาสตร์เป็นรองแม่ทัพและยังมีดาวรุ่งของลีกเลเจนด์เด็กหนุ่มชาวแอฟริกัน อาซานและมีผู้เล่นหน้าใหม่ที่ทีมโอเอซิสพึ่งเซ็นสัญญาเข้าร่วมทีมอีก 3 คน ทั้ง 6 คนจะเข้าร่วมพร้อมกับกองกำลังทหารอีก 3 หมื่นนายและยังไม่รวมกับผู้เล่นที่เป็นสมาชิกกิลทั่วไปที่ยูจิโร่ประกาศให้ทุกคนสามารถอาสาเข้าร่วมสงครามได้ตามใจชอบเพียงแต่ว่าในระหว่างทำสงครามนั้นต้องทำตามคำสั่งของแม่ทัพอย่างเคร่งครัด
…...
บรรดานักข่าวที่กำลังรอข้อมูลจากกิลโอเอซิสในขณะนี้เมื่อได้รับข้อมูลที่แน่นอนแล้วว่าซีโร่จะเป็นคนนำทัพและยังมีรุกกี้อย่างอาซานร่วมด้วยอีกคนนักข่าวจึงรีบเขียนข่าวกันอย่างรวดเร็วทำให้ทั่วโลกที่กำลังรอฟังข่าวสงครามตีเมืองต่างตื่นเต้นจนอยากให้สงครามนั้นเริ่มขึ้นไวๆ