หลังจากประมูลโสมหิมะอายุหนึ่งพันปีต้นแรกไปแล้วพิธีกรสาวได้เริ่มในการประมูลโสมหิมะต้นที่สองต่อทันที บรรดาผู้ประมูลส่วนใหญ่ต่างนิ่งเงียบเพื่อรอดูการแย่งชิงมากกว่าที่จะประมูลแข่งเพราะพวกเขาก็ไม่รู้ว่าจะเอาโสมหิมะไปทำอะไร รู้เพียงแค่ว่ามันมีสรรพคุณในการบำรุงร่างกายเท่านั้น
“สุดยอดมากเลยค่ะสำหรับโสมหิมะอายุหนึ่งพันปีต้นแรกราคาจบลงไปที่หกร้อยหกสิบล้านบาท เรามีเริ่มประมูลต้นที่สองกันดีกว่าค่ะราคาเริ่มต้นสองร้อยล้านบาท”
“สองร้อยสิบล้าน”
ชายชุดดำกล่าวเปิดราคาขึ้นเขาเหลือเงินแค่สามร้อยสี่สิบล้านบาท ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องลองเสี่ยงดูหากประมูลไม่ได้ ค่อยไปแย่งชิงเมื่อจบการประมูล
“สองร้อยยี่สิบล้าน”
นพ.อุดมซึ่งผิดหวังจากโสมหิมะต้นแรกจึงลองที่จะสู้ราคาดูบ้าง เพราะราคาที่เขาพอจะไหวที่สุดก็ไม่น่าจะเกินสามร้อยล้านเท่านั้น
“สามร้อยล้าน”
ไตรภพเอ่ยขึ้น ฟาดราคาที่โดดขึ้นทีเดียวเป็นสามร้อยล้านบาทนพ.อุดมได้แต่ส่ายหน้าไม่สู้ราคาต่อราคาขนาดนี้เขาไม่อาจจะที่เอื้อมถึง
“สามร้อยสิบล้าน”
“สามร้อยห้าสิบล้าน!”
ชายชุดดำสู้ราคาขึ้นมาสิบล้านไตรภพจึงเกทับด้วยราคาสามร้อยห้าสิบล้านตอนนี้ชายชุดดำไม่มีเงินที่จะแย่งชิงโสมหิมะกับไตรภพแล้วจึงได้แต่กำหมัด วางแผนที่จะแย่งชิงและฆ่าชายหนุ่ม
ในงานประมูลผู้ที่ประมูลทุกคนจะต้องแสดงยอดเงินในบัญชีก่อน เพื่อป้องกันการปั่นราคา นอกจากนี้ผู้ประมูลยังไม่สามารถเสนอราคาที่เกินวงเงินในบัญชีได้เพราะมีการตรวจสอบความเคลื่อนไหวของบัญชีธนาคารแบบ Real Time
เงินในบัญชีไตรภพถูกหักออกไปอีกสามร้อยห้าสิบล้านบาทตอนนี้เงินจากหนึ่งพันล้านบาท เหลือแค่สองร้อยเก้าสิบล้านบาทเท่านั้น
“ได้วัตถุศักดิ์สิทธิ์รองรับกับ โสมหิมะอายุหนึ่งพันปีหนึ่งต้นมา ก็ถือได้ว่าเกินความคาดหมาย สามารถบ่มเพาะจากระดับที่1 ไปถึงระดับที่4 ได้ไม่ยาก“
ชายชุดดำรู้สึกเสียรู้เป็นอย่างยิ่งที่นำเอาเงินหกร้อยหกสิบล้านบาทไปประมูลแย่งชิงโสมต้นแรก ทั้ง ๆ ที่ต้นที่สองมีราคาเพียงสามร้อยห้าสิบล้านเท่านั้น
“เอาหละค่ะสำหรับโสมหิมะอายุหนึ่งร้อยปีต้นสุดท้าย ราคาเปิดอยู่ที่สองร้อยล้านบาท”
“…”
บรรยากาศในห้องประชุมเงียบลงพิธีการสาวได้แต่มองด้วยความคาดหวัง เตรียมจะเคาะราคาขึ้นไปเรื่อย ๆ แต่ก็ไม่มีคนเปิดราคามาเลย
นพ.อุดมกำลังลังเล ว่าจะสู้ราคาดีรึเปล่าที่ผ่านมาเขาได้แต่อับอาย จากตัวหลักของทุกงานประมูล ในตอนนี้เปรียบเหมือนตัวประกอบเท่านั้น
ด้านชายชุดดำก็นิ่งเงียบเขาคิดว่ายังไงก็ต้องแย่งชิงจากชายหนุ่มห้อง VIP09 มาอยู่แล้ว จะเสนอราคาแข่งไปทำไมกัน ไม่เป็นการเสียเงินโดยใช่เหตุหรอกหรือ
“สองร้อยสิบล้าน”
เมื่อไม่เห็นมีใครเปิดราคาไตรภพจึงเปิดราคาขึ้น เพราะคาดหวังที่จะได้โสมหิมะเพิ่มมาอีกหนึ่งต้นเงินที่เหลือสามร้อยห้าสิบล้านบาทคงจะพอสู้ได้
“สองร้อยยี่สิบล้าน”
นพ.อุดมกัดฟันเสนอราคาสู้ เนื่องจากไม่เห็นใครประมูลแข่งมีเพียงแต่ห้อง VIP09 เท่านั้น เขาจึงลองเสี่ยงดวงดู
“สองร้อยห้าสิบล้าน”
“สองร้อยหกสิบล้าน”
“สามร้อยล้าน!!!”
ไตรภพเกทับราคาด้านนพ.อุดมได้แต่ถอนหายใจอย่างหมดอาลัยตายอยากเขาไม่น่าแส่หาความอับอายเลย จึงได้แต่ยกป้ายลงไม่สู้ราคาต่อแล้ว
“ราคาสามร้อยล้านบาทครั้งที่ 1”
“ราคาสามร้อยล้านบาทครั้งที่ 2”
มินตรากล่าวย้ำราคาประมูลตามพิธีเธอเชื่อว่าราคาประมูลน่าจะจบลงที่สามร้อยล้านบาทแล้ว ขณะที่กำลังจะนับครั้งที่ 3 อยู่นั้น
“สามร้อยสิบล้าน”
เสียงใสของหญิงคนหนึ่งดังขึ้นทั่วห้องต่างหันไปมอง เป็นหญิงสาวใบหน้าสวยสง่า สวมใส่เดรสสีขาว กร้าวผมอย่างเป็นระเบียบยกป้ายประมูลขึ้น
“เอาหละค่ะ ด้านผู้ประมูลเบอร์38 สู้ราคามาที่สามร้อยสิบล้านบาทแล้วมีใครจะให้เพิ่มกว่านี้ไหมคะ”
ไตรภพหรี่ตามองหญิงสาวใจของเขาเต้นไม่เป็นจังหวะ ใบหน้าของหญิงสาวคนนั้นช่างคุ้นเคยเป็นอย่างมาก
“เธอนี่เอง…”
ที่แท้หญิงสาวคนนี้คือคนที่ไตรภพเจอในร้านปารีสสตาร์หญิงสาวผู้พรากความบริสุทธิ์ในร่างนี้ของเขาไป ทั้งยังเอาเงินห้าหมื่นบาทปิดปากเขาอีกต่างหาก
“สามร้อยห้าสิบล้าน”
ไตรภพเอ่ยราคาขึ้นมาเพื่อข่มขวัญแก่หญิงสาว เป็นหลักจิตวิทยาที่ทำให้คู่แข่งเกินความเกรงกลัวเงินก้อนนี้เป็นเงินก้อนสุดท้ายในบัญชีของเขาแล้ว
“สามร้อยหกสิบล้าน”
หญิงสาวเคาะราคาแข่งกับไตรภพอย่างไม่คิดแม้สักนิดไตรภพได้แต่ถอนหายใจ ดูเหมือนโชคของเขาจะได้โสมหิมะมาเพียงแค่ต้นเดียว
“ราคาสามร้อยหกสิบล้านครั้งที่ 1”
“ราคาสามร้อยหกสิบล้านครั้งที่ 2”
“ราคาสามร้อยหกสิบล้านครั้งที่ 3”
“ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะเป็นผู้ประมูลหมายเลข 38 ได้ไปต้องขอบพระคุณทุกท่านที่ให้เกียรติมางานประมูลในวันนี้มาก ๆ เลยนะคะ หากทุกท่านยังไม่รีบไปไหนขอเชิญรับประทานอาหารในโรงแรมและสามารถพักได้ที่ห้องพักฟรีหนึ่งคืนค่ะ”
มินตรากล่าวปิดงานประมูลทั่วห้องประชุมต่างลุกจากเก้าอี้เดินออกนอกห้องประชุม บางคนก็ออกจากโรงแรมเลยบางคนก็รับประทานอาหารต่อ
“แบ่งกำลังออกเป็นสองส่วนตามนังผู้หญิงคนนั้นด้วย ฉันจะรอห้องใต้ดินที่บ้าน”
ชายชุดดำกล่าวกับลูกน้องคนสนิทแล้วเดินออกจากโรงแรมไป ขึ้นรถเบนซ์ E Class สีดำที่จอดรอรับอยู่ด้านหน้า เพื่อไปยังบ้านให้เร็วที่สุด
กริ๊ง กริ๊ง
เสียงโทรศัพท์ไตรภพดังขึ้นชายหนุ่มมองเบอร์ที่โทรเข้าม เป็นเบอร์แปลกซึ่งไม่ได้เมมเอาไว้
“สวัสดีครับผมไตรภพ แล้วนั่นใคร ?”
“สวัสดีค่ะดิฉันกันยา เป็นพนักงานของบริษัท Nan Rich ที่คุณไตรภพได้ซื้อคฤหาสน์เอาไว้”
“อ่อ เธอนั่นเองเป็นอย่างไรบ้าง”
ไตรภพลืมเรื่องคฤหาสน์ไปเสียสนิทตอนนั้นเขาเสียเงินสามสิบล้านบาทเพื่อซื้อคฤหาสน์หลังหนึ่ง เมื่อชำระเงินและเซ็นเอกสารหมดแล้วได้วานให้พนักงานคนนั้นเป็นธุระในการแต่งบ้านและจัดเฟอร์นิเจอร์ให้พร้อมเข้าอยู่
“ตอนนี้ตกแต่งบ้านสไตล์โมเดรินตามที่คุณไตรภพต้องการเรียบร้อยแล้วนะคะส่วนสวนเป็นสภาพเดิมเพราะคุณไตรภพรีเควสมาแบบนั้น ไม่ทราบว่าคุณไตรภพสะดวกจะเซ็นรับมอบบ้านวันไหนดีคะ?”
“อาทิตย์นี้ฉันไม่ว่างเลยเอาเป็นเสาร์หน้าได้ไหม”
“ได้ค่ะ ฉันจะรออยู่ที่โครงการนะคะคุณไตรภพสามารถเข้ามาในเวลาทำการตั้งแต่ 09.00 – 17.00 น.”
หลังจากวางสายไตรภพได้เดินออกจากห้องประชุมเพื่อที่จะขึ้นรถกลับบ้าน วันนี้เป็นวันอาทิตย์ เขาอยากจะชวนครอบครัวไปทานอาหารนอกบ้านเสียหน่อย
ร้านครัวช่อผกาเริ่มเป็นระบบมากขึ้นลูกค้าจะต้องจองผ่าน Line 100% ไม่สามารถWalk in เข้ามาได้ยอดจองล่วงหน้ายาวเป็นเดือน ทั้งร้านยังมีวันหยุดคือทุกวันจันทร์อีกด้วย
ไตรภพเดินมาที่รถของเขาเห็นหญิงสาวที่คุ้นเคยกำลังจะขึ้นรถ BMW Z4 ซึ่งจอดอยู่ข้างเขาแถมยังเป็นสีดำเหมือนกันอีกต่างหาก
“นะ นาย!”
หญิงสาวหันมาหาชายหนุ่มอุทานด้วยความตกใจ เรื่องราวในวันนั้นได้แล่นเข้ามาในความทรงจำของเธอ ความน่าอับอายครั้งนั้น…
“สวัสดี บังเอิญจังนะ”
“นายมาทำอะไรที่นี่?”
หญิงสาวถามไตรภพทันทีในวันนั้นที่เจอในร้านปารีสสตาร์ หญิงสาวได้คว้าโทรศัพท์มือถือเพื่อโอนเงินให้กับไตรภพเธอดูยอดเงินในบัญชีเขาแล้ว จึงสรุปได้ว่า เขาจน การมาปรากฏตัวที่โรงแรมหรูแห่งนี้ได้เขามาทำอะไรกัน นี่จึงเป็นคำถามที่เธอสงสัย
“เธอมาได้คนเดียวฉันมาไม่ได้ ?”
“ฉันไม่อยากเสียเวลากับนายหรอกนะหลบไปด้วยฉันจะขึ้นรถ”
“หลบ ?ผมต้องพูดมากกว่ามั้ง เพราะคุณยืนบังรถผมอยู่”
ไตรภพมองหญิงสาวซึ่งยืนขวางอยู่ทางเข้าประตูด้านคนขับของเขาหญิงสาวมองไปที่รถ Benz E Coupeอย่างไม่เชื่อสายตา
“รถนาย ? โกหกไม่เนียนได้เป็นรถนายจริง ฉันยินดีให้เงินนายอีกห้าหมื่นเลย”
“เธอดีแต่เอาเงินฟาดหัวคนอื่น? คิดว่าเงินห้าหมื่นมันเยอะมาก ?”
ไตรภพแค่นเสียงอย่างไม่พอใจหญิงสาวตรงหน้าคิดว่าตัวเองรวยมากหรือไง ครั้งที่แล้วก็เอาเงินห้าหมื่นฟาดหัวเขามาแล้ว
“แล้วทำไม ?นายจะทำอะไรฉันได้”
“เหอะ”
ไตรภพแค่นเสียงไม่อยากต่อปากต่อคำกับหญิงสาว จึงล้วงเอากุญแจรถในประเป๋า กดปลดล๊อคประตูรถจนเสียงของ Benz ที่เป็นเอกลักษณ์ดังขึ้นมา
แปร๋น
หญิงสาวหันหน้าไปมองที่รถสลับกับไตรภพเธอรู้สึกตะลึง ไม่ใช่ว่าชายหนุ่มตรงหน้าจนมากหรอกหรือ แล้วทำไมเขาถึงขับรถหรูป้ายแดงแบบนี้หละ
“ทีนี้จะหลบได้รึยัง”
ไตรภพเค้นเสียงด้วยความรำคาญเขาเองถือกล่องสองกล่องที่ถูกใส่ถุงอย่างดี นั่นคือ โสมหิมะอายุหนึ่งพันปีและตราลัญจกรจึงอยากจะเอามันไปเก็บในรถ เพราะหากเก็บด้านหลัง จะทำให้โสมหิมะเสียคุณค่า
หญิงสาวยืนอึ้งไตรภพจึงแทรกกายเบียดร่างของเธอ โยนของไปเบาะด้านหน้าข้างคนขับก่อนที่จะปิดประตูและล๊อครถ หันหน้าไปหาหญิงสาวอย่างท้าทาย
“เงินห้าหมื่นฉันหละ?”
“เอาเลขบัญชีนายมา”
ไตรภพยิ้ม บอกเลขบัญชีหญิงสาวตรงหน้าไปอยู่ ๆ ก็ได้เงินมาฟรี ๆ ห้าหมื่นบาท โดยไม่ต้องทำอะไร เขาจึงรู้สึกพึงพอใจมาก
“งั้นฉันไปละ”
“เดี๋ยว…”
“เธอมีอะไรอีก?”
ไตรภพขณะกำลังจะเปิดประตูรถหันหลังขวับมาตามเสียงเรียกของหญิงสาว จู่ ๆ เธอก็รั้งเขาขึ้นมา รึว่าเธอจะอยากมีปัญหาอะไรอีก
“นายชื่อ ไตรภพรัศมีโชติกุล พื้นเพอยู่ที่ ตำบลท่าน้าว จังหวัดน่านปัจจุบันเรียนที่มหาวิทยาลัยพื้นฐานประจำจังหวัด”
“นี่เธอ…”
หญิงสาวบอกเล่าประวัติของไตรภพออกมาชายหนุ่มได้แต่ขมวดคิ้ว หญิงสาวคนนี้ไปรู้จักประวัติเขาได้อย่างไรกัน
“ฉันมีข้อเสนอ”
“ข้อเสนอ ?”