“ทุกคนมาพร้อมกับหมดแล้วใช่หรือไม่ เช่นนั้นเราก็เริ่มกันเลย”
ในฐานะนายท่านใหญ่เป็รองเพียงมารดาผู้เป็ผู้นำตระกูล ครั้งนี้อ๋าวซีห่าวจึงเป็ผู้นำเริ่มพิธีบูชาเทพมงกรขึ้นกลางแจ้ง ใบหน้าและน้ำเสียงของเขาดูเคร่งเครียดแววตาแฝงความไม่ยินดีอยู่บ้างเมื่อคิดว่าการกระทำทั้งหมดของตนก็เป็เพื่อการยกย่องอ๋าวหลวนหลงหลานชายผู้ซึ่งตนไม่ชอบหน้า
เสร็จจากการเซ่นไหว้ด้วยนกนางแอ่นย่างและบ๊ะจ่าง บ้านสายหลักทุกคนก็ยังต้องกินเครื่องบูชากันจนหมด จึงจะเดินรวมตัวกันอยู่ที่ศาลเทพัเพื่อเริ่มการเปิดศาล
ครั้งนี้ไม่ได้มีการประลองเพื่อคัดเลือกผู้เปิดศาลอีกแล้ว ทุกสายตาจึงจับจ้องไปที่อ๋าวหลวนหลง ผู้ชนะการประลองในคราวก่อนและรอคอยที่จะได้เห็นเขาทำเื่ปาฏิหาริย์อีกครั้ง
“หลวนหลงเ้าเริ่มได้เลย” ฮูหยินผู้เฒ่ากัวเห็นหลานชายยังยืนนิ่งอยู่ด้วยใบหน้าเชิดขึ้นฟ้าเล็กน้อยจึงรีบร้องเตือน
“ท่านย่า วันนี้หาใช่ข้าขอรับที่จะทำการเปิดศาลเทพั แต่เป็พี่ใหญ่” อ๋าวหลวนหลงถอยหลังไปก้าวหนึ่งผายมือไปยังอ๋าวหลวนเซี่ย
“ข้าคิดไว้แล้วเชียว เ้ามันก็แค่สุนัขจิ้งจอกแอบอ้างบารมีเสือ!” อ๋าวซีเค่อหัวเราะเสียงดังลั่นสะใจ หันมาสบตากับอ๋าวหลวนตงบุตรชายเพื่อหาแนวร่วม
“ทุกคนเห็นแล้วสินะว่าที่ข้าสงสัยนั้นมันเป็เื่จริง น้องสี่อาศัยเล่ห์กลดึงเอาพี่ใหญ่ไปช่วยฝึกสอนวิชายุทธ์ให้ตัวเองเสียมากกว่า มีหรือที่เขาจะเป็ฝ่ายสอนพี่ใหญ่ได้” อ๋าวหลวนตงยิ้มกว้างอย่างผู้มีชัย
อ๋าวหลวนเซี่ยปรายตามองน้องชายคนรองแวบหนึ่ง รู้สึกเสียดายแทนอ๋าวหลวนตงยิ่งนัก เพราะต่อจากนี้ความก้าวหน้าของอ๋าวหลวนตงคงจะช้ากว่าพี่น้องคนอื่นเป็แน่
แม้ว่าอ๋าวหลวนหลงจะไม่ยอมเปิดเผยฝีมือให้ตนเห็น แต่อ๋าวหลวนเซี่ยมั่นใจว่าน้องสี่ก้าวหน้ามากกว่าตนไปอย่างน้อยสามเท่าแม้ว่าเขาจะเริ่มฝึกฝนทีหลังก็ตาม
“หรือเราควรทำการประลองเพื่อให้ขั้นตอนทุกอย่างสมบูรณ์กันดี หากพี่รองยังรู้สึกสงสัยก็ก้าวออกมาได้เลยขอรับ” อ๋าวหลวนหลงกระโจนมาอยู่ตรงพื้นที่โล่ง เชิดหน้าท้าทายอ๋าวหลวนตงท่าทางยียวน
“มาสิไอ้ลูกเต่า! เ้าคิดว่าข้ากลัวเ้าเช่นนั้นหรือ ครั้งก่อนเป็เพราะข้าต่อสู้หลายรอบต่างหากเล่าจึงได้พ่ายแพ้ให้กับเ้า!" อ๋าวหลวนตงะโตามออกมาทันควัน
“พอที! ทั้งสองคนนั่นล่ะ! วันนี้เป็ข้ามิใช่หรือที่คิดจะเป็ผู้ทดสอบการเปิดศาลเทพั หากใคร้าทำหน้าที่นี้ก็มาสู้กับข้าจึงจะถูก”
อ๋าวหลวนตงยืนตัวแข็งทื่อไม่รู้จะทำเช่นไรต่อ กับพี่ใหญ่เขาก็รู้ว่าตนเองสู้ไม่ได้แม้จะอยากลองดูสักครั้ง แต่การแสดงออกที่พี่ชายกระทำออกมาเมื่อครู่ ดูอย่างไรก็เป็การปกป้องอ๋าวหลวนหลงอยู่ชัดๆ
“พี่ใหญ่ ท่านเห็นดีเห็นงามไปกับเ้าสี่ไปได้อย่างไร เขาหลอกใช้ท่านอยู่นะขอรับ!”
“ข้าไม่ได้เห็นดีเห็นงามไปกับผู้ใดทั้งสิ้น น้องสี่หลีกทางให้ข้าเป็ผู้ทดสอบเปิดศาลเทพั แต่เ้าเองไม่ใช่หรือที่มีปัญหา”
อ๋าวหลวนเซี่ยใจเต้นไม่เป็ส่ำ อยากร้องะโออกมาดังๆ ด้วยซ้ำว่าการที่เขาก้าวเข้ามายุติเื่นี้ก็เพราะเป็ห่วงอ๋าวหลวนตงเสียมากกว่า น้องชายคนรองไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอ๋าวหลวนหลง สี่เดือนก่อนยังสู้ไม่ได้ วันนี้ยิ่งไร้ทางต่อสู้โดยสิ้นเชิง
“เหอะ!! วันนี้เป็เพราะพี่ใหญ่ออกหน้าหรอกนะหลวนหลง ไม่เช่นนั้นคงได้เห็นดีกัน!” อ๋าวหลวนตงส่งสายตาเคียดแค้นให้กับอ๋าวหลวนหลงแล้วกลับไปยืนที่เดิมของตน
“ไม่มีอะไรแล้วเช่นนั้นก็เชิญพี่ใหญ่เริ่มได้เลยขอรับ” อ๋าวหลวนหลงเมินเฉยกับอ๋าวหลวนตงโดยสิ้นเชิง หันมากล่าวคำกับอ๋าวหลวนเซี่ยแทน
ฮูหยินผู้เฒ่ากัวมองหลานสี่คนที่เก็บตัวอยู่แต่ในเรือนของอ๋าวหลวนหลงทีละคน ดูเหมือนว่าทั้งสี่ได้ตกลงกันมาก่อน แล้วว่าจะให้อ๋าวหลวนเซี่ยเป็ผู้เปิดศาลเทพั ไม่เช่นนั้นนางจะต้องเห็นร่อยรอยของความแปลกใจจากหลานชายและหลานสาวบ้าง
แล้วมันเกิดอะไรขึ้น? ไม่ใช่ว่าอ๋าวหลวนหลงหรอกหรือที่สมควรเป็ผู้ทดสอบเปิดศาลเทพั แล้วหลานชายคนโตสามารถควบคุมพลังปราณได้แล้ว?
“เ้าแน่ใจหรือหลวนหลงว่าเ้าจะไม่เป็ผู้ทดสอบด้วยตนเอง ”
“แน่ใจขอรับ ไม่มีผู้ใดเหมาะสมมากกว่าพี่ใหญ่แล้วท่านย่า”
คำพูดที่เปี่ยมไปด้วยความนับถือจากใจจริงของอ๋าวหลวนหลงทำให้อ๋าวซีห่าวถึงกับต้องกลืนก้อนแห่งความอับอายลงท้องไปอย่างยากเย็น ในคราวแรกเขายังรู้สึกว่าอ๋าวหลวนหลงจงใจหักหน้าพี่น้องทุกคน โดยเฉพาะกับบุตรชายคนโตของตนที่ถึงกับยอมคุกเข่าขอร้องให้น้องชายสั่งสอน ไม่คิดว่าอ๋าวหลวนหลงกลับมอบเกียรติให้อ๋าวหลวนเซี่ยต่อหน้าทุกคน
“เช่นนั้นก็เรามาลองดูกัน หลวนเซี่ยเข้ามาเถิด”
อ๋าวหลวนเซี่ยหันกลับมามองภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ใกล้คลอดของตนคราวหนึ่ง คิดถึงอนาคตของลูกที่ยังไม่รู้ว่าจะเป็หญิงหรือชาย แต่เขากำลังจะได้ถือกำเนิดในฃ่วงวันเวลาที่สกุลอ๋าวกำลังจะรุ่งเรืองจนถึงขีดสุดแล้ว
อ๋าวซีเค่อกับอ๋าวหลวนตงสองพี่ลูกลอบกำหมัดแน่นอยู่ภายใต้แขนเสื้อ แม้จะสะใจที่อ๋าวหลวนหลงไม่มีโอกาสเดินไปยืนอยู่หน้าแท่นบูชาศาลเทพัอีกครั้ง แต่ก็ยังมีอ๋าวหลวนเซี่ยอีกคนที่เป็หนามชิ้นใหญ่อยู่เบื้องหน้าอ๋าวหลวนตงคุณชายรองผู้อาจหาญ
“ท่านพ่อ สีหน้าพี่ใหญ่ดูจะมั่นใจมากเลยนะขอรับ”
“ก็ยังไม่แน่ ครั้งก่อนได้ยินว่าเด็กนั่นก็มั่นอกมั่นใจเช่นนี้มิใช่หรือ หลวนเซี่ยก็อาจจะเป็เหมือนกับเขา”
“หากพี่ใหญ่ทำสำเร็จในครั้งนี้ ความสำคัญของเขาในฐานะพี่ชายคนโตก็ยิ่งมั่นคงมากกว่าเดิม เป็ไปได้หรือไม่ขอรับท่านพ่อว่าทั้งหมดนี้เป็แผนการของท่านย่าที่เตรียมไว้ให้พี่ใหญ่”
อ๋าวซีเค่อมองดูบุตรชายที่ตนเฝ้าเลี้ยงดูสั่งสอนมาั้แ่เล็กด้วยความสงสาร ตัวเขาเองก็เป็บุตรชายคนรองเช่นกัน เข้าใจความรู้สึกของการที่มีคนที่เหนือกว่าอยู่ใกล้แค่เอื้อม จะคิดทำสิ่งใดก็ไม่สามารถโงหัวให้สูงขึ้นกว่าผู้เป็พี่ชายได้เลย
“ไม่น่าจะใช่ เพียงแค่นางสอนสั่งหลวนเซี่ยโดยตรงก็ได้แล้วมิใช่หรือ เหตุใดจึงต้องไปอ้อมผ่านมาทางหลวนหลง” อ๋าวซีเค่อส่ายหน้าช้าๆ
“รอดูก่อนเถิดหลวนตง หลวนเซี่ยอาจทำไม่สำเร็จก็เป็ได้”
อ๋าวหลวนเซี่ยเดินขึ้นบันไดศาลเทพัและหยุดอยู่ที่เบื้องหน้าลูกแก้วสีดำบนแท่นศิลาสักการะ ชายหนุ่มเริ่มขับเคลื่อนลมปราณตามวิธีของอ๋าวหลวนหลง ขยับมือม้วนวนเป็ท่ามุทราปล่อยปลายนิ้วสามนิ้วไปยังลูกแก้ว
แสงสีเหลืองอำพันวิ่งผ่านนิ้วมือของอ๋าวหลวนเซี่ยไปปกคลุมลูกแก้วสีดำสนิทเอาไว้อยู่ชั่วครู่ก่อนจะค่อยๆ จางหายไป แต่ลูกแก้วสีดำยังคงลอยอยู่เหนือแท่นศิลาดังเดิม
“ครืด..คราด..” เสียงสลักประตูศาลเทพัเริ่มทำงาน
ความรู้สึกเป็อันหนึ่งอันเดียวกันกับลูกแก้ว ทำให้อ๋าวหลวนเซี่ยสามารถขยับมือหมุนลูกแก้วได้เป็จังหวะในการปลดผนึกได้อย่างน่าอัศจรรย์ ชายหนุ่มตื่นเต้นจนเกือบจะทำลูกแก้วตกไปวูบหนึ่งแต่สุดท้ายก็ยังประคองมันกลับมาได้ดังเดิม
อ๋าวซีห่าว อ๋าวซีเค่อ อ๋าวซีซวนและอ๋าวซีฮัน สี่พี่น้องถึงกับต้องยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเองเอาไว้แน่น และยังหันไปส่งสัญญาณกับทายาทคนอื่นๆ ไม่ให้ส่งเสียง
ความอิจฉาริษยาของอ๋าวซีเค่อหรือความไม่รู้ทุกข์รู้ร้อนของอ๋าวซีซวนยามนี้ถูกแทนที่ด้วยความตื่นเต้นกับภาพปรากฏการณ์ที่คนรุ่นของตนจะได้เห็นกับตา
ประตูศาลเทพัเปิดออกแล้ว!!
“ยินดีกับท่านด้วยขอรับพี่ใหญ่ ท่านทำสำเร็จ”
อ๋าวหลวนเซี่ยปล่อยลูกแก้วัให้กลับไปวางอยู่ในตำแหน่งเดิม เขาหันกลับมามองท่านย่าที่น้ำตาไหลพรากด้วยแววตาเปี่ยมสุข บิดาอ๋าวซีห่าวและท่านอาทั้งสามช่วยกันจุดธูปสักการะขึ้นมาอีกครั้ง ภรรยาน้องชายน้องสาวและน้องสะใภ้ต่างพากันคุกเข่าลงกับพื้นและสุดท้ายก็มองไปที่อ๋าวหลวนหลงที่ยังยืนอยู่ใกล้ๆ
“น้องสี่..”
อ๋าวหลวนหลงส่ายหน้าห้ามปรามรู้ดีว่าพี่ใหญ่คิดจะกล่าวสิ่งใด
แท้จริงแล้วเขาสามารถเปิดศาลเทพัได้ด้วยตนเอง แต่เป็เพราะเขายังมีหน้าที่ต้องตามหาเมล็ดพันธุ์ท้อ์กับเซียนน้อยเหยาจี เื่ของคนตระกูลอ๋าวตนจึงทำได้เพียงสนับสนุนอ๋าวหลวนเซี่ยผู้มีคุณธรรมให้เป็ที่ยอมรับเสียก่อนเพราะเขารับไม่ได้ หากผู้นำตระกูลอ๋าวคนต่อไปจะเป็อ๋าวซีห่าวผู้มีใบหน้ากว้างใหญ่เกินกว่าจิตใจ