ตอนที่ 15 ผักผลไม้เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว
ผ่านไป 10 วันแล้วนับั้แ่ครั้งสุดท้ายที่ไปบ้านพักคนชรา พ่อเซียวและแม่เซียวยุ่งอยู่กับงานศพของคุณปู่ อย่างไรก็ตามคุณปู่ไม่ได้มีทรัพย์สินส่วนตัวมากนัก มีเพียงเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งเพียงไม่กี่ชิ้น
ั้แ่จัดการเื่เล็กน้อยไปจนถึงงานศพ คุณย่าไม่เคยปรากฏหัวให้เห็นเลยสักครั้ง สิ่งที่เธอเกลียดมากที่สุดในชีวิตคือการแต่งงานกับคุณปู่ซึ่งเป็ครูโรงเรียนประถมผู้ไม่ทะเยอทะยาน เธอไม่เต็มใจที่จะมาร่วมงานศพของเขาด้วยซ้ำ
ลุงกำลังติดคุกมาร่วมงานไม่ได้ ป้าสะใภ้อ้างว่าต้องดูแลลูกสาว ส่วน
เซียวอวี่ไม่เคยโผล่หัวมาที่งานเลย
งานศพคุณปู่จึงมีญาติห่าง ๆ และเพื่อนบ้านในละแวกใกล้เคียงเท่านั้น
บรรยากาศของงานนั้นเรียบง่ายมาก พ่อเซียวร้องไห้เสียใจไม่หยุด กระทั่งน้ำหนักหายไปถึง 10 ชั่งในเวลาเพียงไม่กี่วันและล้มป่วยหนักหลังงานศพ
นอกเหนือจากการช่วยพ่อแม่จัดการงานศพแล้ว เซียวิเยวี่ยยังยุ่งอยู่กับการควบคุมงานปรับปรุงวัสดุต่าง ๆ ภายในบ้าน
การตกแต่งภายในเสร็จสมบูรณ์ ประตูและหน้าต่างทั้งหมดถูกแทนที่ด้วยวัสดุกันะุ รวมถึงติดตั้งระบบกรองน้ำทั่วทั้งบ้าน เซียวิเยวี่ยได้ทดลองใช้งานและรู้สึกพึงพอใจมาก
รั้วรอบบ้านถูกสร้างขึ้นใหม่แล้วเช่นกัน เพียงแต่ต้องทิ้งไว้ 2-3 วันให้แห้งสนิทจึงจะสามารถทาสีทับได้ จากนั้นก็ติดตั้งหลังคารับแดดและแผงโซลาร์เซลล์
่นี้บริการส่งด่วนที่เธอสั่งของซื้อทางออนไลน์ทยอยมาส่งเรื่อย ๆ โชคดีที่่นี้พ่อแม่เซียวยุ่งกับงานศพของคุณปู่และไม่อยู่บ้าน เธอออกมารับสินค้าจากรถขนส่งคันแล้วคันเล่า ส่วนใหญ่เธอจะเก็บมันไว้ในพื้นที่มิติ และแบ่งบางส่วนออกมาวางบนชั้น เพื่อป้องกันการถูกสงสัยเมื่อเธอหยิบเสบียงออกมาเติมหลังวันสิ้นโลก
ตอนที่กำลังปรับปรุงบ้าน เธอตกลงกับผู้จัดการหวังว่าจะทำชั้นวางบนผนัง และในขั้นตอนสุดท้ายที่ชั้นวางจึงถูกนำไปฝังติดกับผนังห้องเก็บของชั้นใต้ดิน ทำให้มีพื้นที่เหลืออีกกว่าครึ่ง
เซียวิเยวี่ยนำตู้แช่แข็งเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ 2 ตู้เข้าไป และเห็นว่ายังมีพื้นที่เหลืออีกมาก เธอจึงซื้อตู้แช่แข็งใหม่เอี่ยมซึ่งมีความยาว 3 เมตร และมีหน่วยความจุถึง 1,680 ลิตร ซึ่งใหญ่กว่าตู้แช่แข็ง 2 ตู้นั้นรวมกัน
ทำให้เธอสามารถเก็บรักษาเนื้อสัตว์ได้มากเท่าที่้า
เซียวิเยวี่ยไปตลาดค้าส่งและซื้อเนื้อแช่แข็งจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็เนื้อหมู เนื้อแพะ เนื้อวัว และเนื้อไก่ นอกจากนี้ยังมีอาหารทะเลนำเข้าอีกมากมาย รวมถึงอาหารแปรรูปอย่างเกี๊ยวต้ม ขนมทังหยวน*[1] ลูกชิ้นหม้อไฟ และอื่น ๆ
เธอ้าทำให้แน่ใจว่าจะมีเนื้อสัตว์สำรองเพียงพอให้ทั้งครอบครัวและฟู่กุ้ยกินหลังจากวันสิ้นโลก
่นี้ฟู่กุ้ยเติบโตขึ้นอย่างมาก และยิ่งเปล่งรัศมีของเ้าป่า ยกเว้นแค่ตอนที่มันวิ่งไล่ฝูงไก่
ในวันปกติเมื่อที่บ้านทำอาหารจานเนื้อ เซียวิเยวี่ยมักแอบหยิบบางส่วนเก็บไว้ให้ฟู่กุ้ย ไม่ว่าจะเป็หมูสามชั้น น่องไก่ทอด เนื้อแพะยี่หร่า เป็ดปักกิ่ง ซุปไก่ดำ และเมนูเนื้ออื่น ๆ อีกมากมาย
ฟู่กุ้ยกลิ้งไปมาอย่างมีความสุข ส่งผลให้เหรียญทองร่วงหล่นลงมาราวกับใบไม้
จากนั้นเซียวิเยวี่ยก็ตระหนักได้ว่าฟู่กุ้ยไม่ชอบกินเนื้อดิบ แต่เขาชอบเนื้อปรุงสุกทุกชนิด ตอนนี้หากเธอวางน่องไก่ดิบไว้ตรงหน้า ฟู่กุ้ยไม่แม้แต่จะหันมอง
เขาเริ่มกลายเป็เ้าเสือน้อยที่เลือกกิน!
เธอเก็บเกี่ยวเหรียญทองได้ 36 เหรียญ ซึ่งขายได้รวมเป็เงินกว่า 8 ล้านหยวน
เซียวิเยวี่ยถอนหายใจ ยิ่งใช้เงินมากเท่าไหร่ก็ยิ่งได้รับมากขึ้นเท่านั้น ช่างน่าหนักใจเสียจริง!
สถานการณ์ในแปลงผักผลไม้ขนาด 5 ไร่ก็ค่อนข้างผิดปกติเช่นกัน ผักที่ปลูกเติบโตอย่างรวดเร็ว ดูเหมือนว่าการเจริญเติบโตั้แ่งอกรากจนมีใบสีเขียวจะรวดเร็วเป็ 2 เท่าจากปกติ แม้แต่ผลไม้ก็เผชิญกับสถานการณ์เดียวกัน ต้นไม้ของไม้ผลเติบโตอย่างรวดเร็ว กระทั่งบางต้นเริ่มแตกกิ่งก้านและดอก
เซียวิเยวี่ยตระหนักได้ในภายหลังว่า ดินในพื้นที่มิตินั้นไม่ธรรมดา พืชผลของที่นี่เติบโตเร็วกว่าที่ปลูกในโลกภายนอกมาก ดินในสถานที่นี้อุดมไปด้วยสารอาหาร เธอไม่จำเป็ต้องใส่ปุ๋ยหรือรดน้ำเลย เนื่องจากมีลำธารอยู่ใกล้ ๆ ทำให้ดินมีความชุ่มชื้นเพียงพอ อาจเรียกได้ว่าเซียวิเยวี่ยสามารถรอเก็บเกี่ยวผลผลิตโดยไม่ต้องลงแรง
สิ่งที่ทำให้หญิงสาวประหลาดใจยิ่งกว่านั้นคือ ภายในระยะเวลาเพียง 10 วัน ผักต่าง ๆ ก็เติบโตขึ้น ไม่ว่าจะเป็ผักเซียงไห้ กะหล่ำปลี หรือหัวไชเท้า ผักมากกว่า 10 ชนิดโตเต็มที่และจะสามารถเก็บเกี่ยวได้ในอีกไม่กี่วัน
ใบสีเขียวนั้นทั้งอวบและใหญ่ ไร้ร่องรอยแมลงเจาะ และมีรสหวานกรอบเมื่อทานดิบ
เธอไม่คาดหวังเลยว่าจะได้กินผักที่ตัวเองปลูกได้เร็วขนาดนี้ แม้จะนำกลับมาทานที่บ้านบางส่วนแล้ว แต่ผลผลิตก็มีมากเกินกว่าจะกินให้หมดในคราวเดียว
ทุกครั้งที่ครอบครัวต้องซื้อผัก เซียวิเยวี่ยจะอาสาออกไป ก่อนกลับมาพร้อมกับถุงใหญ่หลายถุงที่เต็มไปด้วยผักสด รากของผักยังคงเปื้อนดินชื้นและดูสดมาก แม่เซียวมักเอ่ยชมว่าเธอเลือกผักเก่ง และถามว่าไปซื้อผักสดแบบนี้มาจากที่ไหน
หญิงสาวทำได้เพียงยิ้มรับอย่างเขินอาย โดยไม่สามารถพูดได้ว่าเธอปลูกพวกมันเอง
เนื่องจากผลผลิตผักในพื้นที่มิติมีจำนวนมากเกินไป เซียวิเยวี่ยจึงตัดผักเพื่อนำมาเลี้ยงปศุสัตว์ ทั้งหมู วัว และแพะต่างก็เพลิดเพลินกับมื้ออาหาร ทำให้ร่างกายของพวกมันอวบอ้วนขึ้นมาก แม้แต่ฝูงไก่เองก็ยังดูอุดมสมบูรณ์เช่นกัน
กระทั่งแพะตัวเมียสองตัวก็ยังมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะพุงของพวกมันที่กลมป่อง
ถึงแม้จะตัดนำมาบริโภคและเลี้ยงสัตว์จำนวนมากทุกวัน แต่ผักในทุ่งก็ไม่หมดไป
เซียวิเยวี่ยตั้งใจที่จะทิ้งบางส่วนของผักแต่ละชนิดโดยไม่เก็บเกี่ยวและปล่อยให้มันเติบโตจนมีเมล็ด เธอ้าทดสอบดูว่าวิธีนี้จะใช้ได้ผลหรือไม่ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องกังวลหากเมล็ดพันธุ์ที่เธอซื้อมาถูกใช้จนหมด
[นายท่าน ภารกิจใหม่ของท่านมาถึงแล้ว : ทำความสะอาดสนามหญ้า นายท่าน้ารับภารกิจนี้หรือไม่ นับเวลาถอยหลังสามวินาที 3 2…]
“ยอมรับ”
เธอเรียนรู้ที่จะตอบกลับอย่างรวดเร็ว
ทันทีที่เข้าไปในพื้นที่มิติ เซียวิเยวี่ยก็เห็นปากของฟู่กุ้ยเต็มไปด้วยขนไก่ ขณะเดียวกันไก่ตัวหนึ่งถูกเหยียบอยู่ใต้เท้าพร้อมส่งเสียงดังไม่หยุด แววตาของมันฉายชัดถึงความหวาดกลัวและเศร้าหมอง
“ฟู่กุ้ย แกแกล้งไก่อีกแล้วนะ”
เซียวิเยวี่ยเข้าไปช่วยจับไก่ออกมา ก่อนที่ไก่ตัวนั้นจะรีบวิ่งหนีเอาชีวิตรอดเข้าไปในเล้าไก่และไม่ออกมาอีก
ฟู่กุ้ยเดินทอดน่องอยู่ในสนามหญ้า ราวกับกำลังมองหาเป้าหมายต่อไปที่จะรังแก ขณะที่ฝูงไก่ต่างก็ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว เซียวิเยวี่ยทนไม่ได้อีกต่อไปหลังเห็นแบบนั้น เธอจึงเดินไปเปิดประตูรั้วและบอกให้ฟู่กุ้ยออกไป พร้อมกันนั้นเธอบอกว่าจะแกะห่อปลาหมึกแห้งให้ตราบใดที่มันไม่รังแกไก่อีก
ฟู่กุ้ยรีบวิ่งออกจากประตูรั้วทันที
หญิงสาวยกมือเท้าสะเอวมองดูสนามหญ้ารก ๆ ที่เต็มไปด้วยขนและมูลไก่ ไม่รู้เลยว่าควรต้องเริ่มทำความสะอาดจากตรงไหน
เธอพับแขนเสื้อขึ้นและเริ่มทำความสะอาดด้วยไม้กวาดอันใหญ่
มูลไก่ติดอยู่กับพื้นเต็มไปหมด ซึ่งน่าขยะแขยงมาก เธอจึงเดินไปหยิบถังน้ำเพื่อล้างคราบเ่าั้
หลังจากผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมง ในที่สุดสนามหญ้าก็สะอาดเอี่ยม
[ขอแสดงความยินดีกับเ้าของที่ทำภารกิจสำเร็จ ได้รับรางวัลเป็ชุดของตกแต่งครบครัน]
ครบครันเหรอ?
เซียวิเยวี่ยเดินเข้าไปในบ้านไม้ ห้องที่เดิมทีเคยว่างเปล่ากลับเต็มไปด้วยเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็ชุดน้ำชา เตียงคู่ พรม ผ้าม่าน...
มีแม้กระทั่งแปรงสีฟัน ทุกอย่างทำจากไม้ เรียบง่ายแต่ก็ประณีตในเวลาเดียวกัน ซึ่งทำให้เซียวิเยวี่ยตกหลุมรักั้แ่แรกเห็น
โซฟาตัวนี้ ทำมาจากไม้จื่อถาน*[2]หรือเปล่า?
ชุดน้ำชานี้ หรือว่าจะทำมาตากไม้จินซือหนาน*[3]?
แล้วเตียงคู่นี้ล่ะ ทำมาจากไม้หวางฮวาหลี*[4]ใช่ไหม?
แล้วจิตรกรรมฝาผนังนูนต่ำขนาดกว้าง 3 เมตรบนผนัง มันสลักมาจากไม้กฤษณาเหรอ?
ทั้งห้องนั่งเล่น ห้องนอน ห้องครัว ห้องเก็บของ และห้องชั้นลอยต่างก็ได้รับการตกแต่งอย่างครบครันเช่นกัน
“ไม่เลวเลย น่าอยู่มากจริง ๆ”
เซียวิเยวี่ยพึงพอใจอย่างมาก แม้ว่าตัวเธอจะเหม็นเหมือนมูลไก่ แต่มันก็คุ้มค่า
ทว่างานของเธอยังไม่จบ หญิงสาวไม่สามารถปล่อยให้สนามหญ้าเลอะเทอะได้อีกต่อไป
เธอพบรั้วไม้ที่ไม่ได้ใช้ จึงนำออกมาล้อมรอบเล้าไก่ ทำให้มีพื้นที่เล็ก ๆ เพียงพอให้ไก่ได้เคลื่อนไหว
วิธีนี้จะป้องกันไม่ให้พวกมันถ่ายเรี่ยราดไปทั่วสนาม และช่วยให้ทำความสะอาดง่ายขึ้นด้วย
เซียวิเยวี่ยทำประตูเล็ก ๆ ไว้ให้ตัวเอง เธอเดินเข้าไปในเล้าไก่และตรวจดูว่ามีช่องโหว่ใด ๆ หรือไม่ หลังจากเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี เธอก็โล่งใจในที่สุด
วันนี้แม่ไก่ดูเหมือนจะอารมณ์ดี จึงสามารถออกไข่จำนวนมากอีกครั้ง
เซียวิเยวี่ยลองนับ และพบว่ามีทั้งหมด 8 ฟอง
ไข่จากพื้นที่มิตินั้นมีคุณภาพดีกว่าไข่ธรรมดามาก เซียวิเยวี่ยจึงแอบนำมันไปเก็บไว้ในตู้เย็นของที่บ้าน เพื่อหวังให้สุขภาพของพ่อแม่เซียวดีขึ้น
โชคดีที่มีไข่จากพื้นที่มิติและน้ำค้างแจ่มชัด ไม่เช่นนั้นร่างกายของพ่อเซียวคงจะทรุดโทรมลงมาก เซียวิเยวี่ยหวังเพียงว่าพ่อของเธอจะฟื้นตัวโดยเร็ว และพร้อมที่จะเผชิญกับการมาถึงของวันสิ้นโลกที่เลวร้าย
เธอวางแผนที่จะนำไข่ทั้ง 8 ฟองนี้ไปทำไข่คนมะเขือเทศให้พ่อเซียวทาน
เธอเดินไปหยิบตะกร้าและเริ่มเก็บไข่ ทว่าแม่ไก่ไม่พอใจที่เซียวิเยวี่ยมาขโมยไข่ของตัวเอง มันจึงกระพือปีกและจิกหญิงสาวทันที
“คุณพระช่วย!”
เซียวิเยวี่ยยกตะกร้าขึ้นป้องกันตัวเองจากแม่ไก่ ก่อนรีบหยิบไข่ขึ้นมาและหันหลังวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
แม้จะเข้าไปเก็บไข่หลายหน แต่เธอก็ยังกลัวการโจมตีจากจะงอยปากอันแหลมคมของแม่ไก่อยู่ดี และทุกครั้งที่เก็บไข่ หญิงสาวรู้สึกเหมือนว่าตัวเองเป็หัวขโมย
เซียวิเยวี่ยนำเศษข้าวโพด 1 ชั่งและรำข้าว 1 ชั่ง จากนั้นหยิบผักใบเขียวมา 1 กำและโรยเข้าไปในเล้าไก่เพื่อเป็การชดเชย คล้ายกับบอกว่าเธอไม่ได้เอาไข่ไปฟรี ๆ แต่เป็การแลกเปลี่ยนต่างหาก
[1]ขนมทังหยวน คือขนมดั้งเดิมของชาวจีน ทำจากแป้งข้าวเหนียวปั้นเป็ก้อนกลมๆ ด้านในมีไส้ หน้าตาคล้ายขนมหัวล้านของไทย
[2]ไม้จื่อถาน เป็ไม้ที่มีเนื้อไม้สีม่วงดำ น้ำหนักมาก เป็ที่นิยมใช้ในสมัยราชวงศ์ชิง
[3]ไม้จินซือหนาน เป็ไม้หายากและทรงคุณค่า เนื้อไม้แข็งแรง ทนทาน สีสันสวยงามโดดเด่น
[4]ไม้หวางฮวาหลีเป็ไม้มีราคาในสมัยราชวงศ์ิและชิง เ้าขุนมูลนาย พระราชวงศ์ เนื้อไม้มีสีเหลือง และลวดลายแตกต่างจากไม้ชนิดอื่น