ตอนที่ 39
หลังจากที่มอนสเตอร์ปรากฏตัวออกมา นิลกาฬจัดการไปแล้วกว่าห้าพันตัว
“เมื่อไหร่จะจัดการครบหมื่นซะที เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว ถึงหลังอานจะเป็นมอนสเตอร์ระดับราชันย์ก็เถอะ แต่เจอมอนสเตอร์ระดับกษัตริย์หลายพันตัวรุมก็ไม่น่าจะไหวบาดแผลเองก็รักษาไม่ทัน คงต้องเข้าไปพักในบังเกอร์แล้วล่ะ หลังอานกลับเข้าไปในบังเกอร์ซะ”
“กรรร” หลังอานส่ายหัว
“หลินรีบเรียกหลังอานกลับไปเร็วก่อนที่มันจะไม่ไหวเดียวข้าตามไปทีหลัง เร็วเข้า”
“จ..จ้า หลังอานกลับมาเร็ว”
“หงิงๆ” หลังอานใช้ก้าวเงากลับไปหาหลินทันที
นิลกาฬได้ใช้แรงโน้มถ่วง 100 เท่ากับพวกมอนสเตอร์ ทำให้พวกมันไม่สามารถขยับไปไหนได้ จริงๆแล้วเขาเองก็อยากใช้ฝนดาวฤกษ์ แต่ในบ้านมอนแห่งนี้แคบเกินไป แถมพลังของฝนดาวฤกษ์นั้นรุงแรงเป็นอย่างมาก เขาฝึกสำเร็จตั้งแต่พิชิตดันเจี้ยนสุสานมังกรทมิฬโบราณแล้ว แต่เขาแค่ไม่มีโอกาศได้ใช้มัน
หลังจากที่นิลกาฬเข้ามาพักในบังเกอร์แล้ว พวกมอนสเตอร์พยายามโจมตีบังเกอร์ แต่ก็ไม่สามารถทำให้บังเกอร์เป็นรอยขีดข่วนได้เลย
“เหนื่อยเป็นบ้าเลย ถึงพลังจะเยอะกว่าแต่การต่อสู้กับศัตรูจำนวนมากแบบนี้ก็เหนื่อยเอาเรื่องเหมือนกัน แถมออกมาแค่ที่ล่ะร้อยตัวอีก”
“ไหวหรือเปล่านิล สู้มากว่า 10 ชม. จัดการได้แค่ 5,788 ตัวเอง”
“น่าๆ สบายมากหลินไม่ต้องเป็นห่วงข้าหรอก” นิลกาฬลูบหัวของหลินอย่างอ่อนโยน
“ท่านพี่ค๊าให้หนูช่วยไหมค่ะ และก็ได้โปรดมอบความรุนแรงให้แก่หนูด้วยค๊าาา!!” รินเห็นนิลกาฬลูบหัวหลิน นางจึงพยายามอ้อนนิลกาฬบ้าง
“อ..เออ~” นิลกาฬทำอะไรถูกเลยทีเดียวเมื่อรินพูดมาแบบนี้ เขาจึงเอามืออีกข้างไปลูบหัวของริน
“ไม่ได้นะริน เป็นเด็กผู้หญิงก็ต้องทำตัวน่ารักๆสิถึงจะถูก” นิลกาฬยิ้มให้รินอย่างอ่อนโยน
“อ้า อ้า~ รอยยิ้มของท่านพี่ค๊าารุมแรงมาก ช่างความอบอุ่นนี้มันอะไรกันค่ะ ม..มันช่าง มันช่างรุนแรงเหลือเกินค่ะ ท่านพี่ค๊า หัวใจของหนูเต้นเร็วมากเลยค๊าาา ขออีกค๊า ขออีกๆ”
นิลกาฬได้แต่ยิ้มแห้งๆออกมาเมื่อได้ยินที่รินพูด เขาไม่สามารถรับมือกันคนประเภทนี้ได้เลยจริงๆ
““ดีจังเลยน้า~ ที่ท่านนิล/นิลกาฬลูบหัวให้แบบนั้นนะ”” ยูกิและเสวียนซินมองดูหลินกับรินด้วยความอิจฉาที่สามารถกล้าแสดงออกแบบนั้น
‘สรุปข้าเข้ามาเพื่อพักหรืออะไรกัน ข้ารู้สึกว่าตอนนี้เหนื่อยกว่าสู้กับมอนสเตอร์เสียอีก เหอ~’ นิลกาฬรู้สึกเหนื่อยใจกับสถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างมาก
หลังจากที่นิลกาฬพักได้ 30 นาทีเขาก็พร้อมที่จะออกไปสู้อีกรอบ เพราะไม่ได้มีจำกัดเวลา ทำให้เขาสามารถจัดการพวกมอนสเตอร์ได้แบบเรื่อยๆ บาดแผลของหลังอานเองก็ยังไม่หายดีจึงทำให้นิลกาฬต้องออกไปสู้เพียงคนเดียว
นิลกาฬต่อสู้ลักษณะนี้มา 2 วันเต็มแล้ว เขาสามารถจัดการมอนสเตอร์หนึ่งหมื่นตัวได้สำเร็จภายใน 2 วัน เขาต่อสู้ 10 ชม. พัก 30 นาที ตลอด 2 วันที่ผ่านมา ก่อนที่จะจัดการมอสเตอร์ครบหนึ่งหมื่นตัว นิลกาฬได้เข้าไปพักในบังเกอร์ก่อนที่จะจัดการมอรสเตอร์ตัวที่หนึ่งหมื่น เขาจะได้สามารถสู้กับบอสได้อย่างเต็มที่
“ท่านสามารถจัดการมอนสเตอร์หมื่นตัวได้สำเร็จ นับถอยหลัง 10 วินาที
10 9 8 … 2 1 0”
จู่ๆมวลไอมารสีดำภายในบ้านมอนก็หมุนรวมกันทางด้านฝั่งตรงข้ามของนิลกาฬ ไอมารค่อยๆรวมตัวกันจนกลายเป็นนักรบสาวสวมชุดซามูไร ผมสีดำตาสีแดง บนหน้าผากมาเขางอกออกมา 2 เขา ถือดาบซามูไร นางปลดปล่อยอ่อราจิตสังหาร และความกระหายเลือดที่รุนแรงเป็นอย่างมากทำให้นิลกาฬถึงกลับถอยหลังไปหลายก้าวเลยทีเดียว
นางไม่รอช้าพุ่งเข้ามาฟันนิลกาฬในทันที ก่อนที่จะเจอกับบอสของบ้านมอนนิลกาฬก็ได้เตรียมพร้อมมาอย่างดี เขาเรียกดาบซามุไรและเกราะทมิฬออกมาก่อนหน้านั้นแล้ว เขาใช้ดาบซามูไรของเขารับดาบที่นางฟันมา แต่แล้วนิลกาฬก็ต้องตกใจทันทีนางสามารถฟันทะลุดาบของเขาและฟังโดนเข้าทีลำตัวอย่างจัง
เคร้ง~ ตูม~
นิลกาฬกระเด็นไปติดกำแพงบ้านมอน ข้างลำตัวของเขามีรอยดาบฟังทะลุเกราะทมิฬ แต่บาดแผลเองก็ไม่ได้ลึกอะไรมาก เขาคิดว่ามอนสเตอร์ตัวนี้หน้ากลัวจริงๆ ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้น นางก็พุ่งเข้ามาหาโจมตีนิลกาฬอีกครั้ง นางไม่ปล่อยให้นิลกาฬได้พักหายใจเลย นางกระหน่ำฟันนิลกาฬแต่คราวนี้นิลกาฬสามารถรับการโจมตีของนางได้ ทำให้เขาสงสัยเป็นอย่างมากทำไมตอนแรกการโจมตีของนางถึงสามารถทะลุการป้องกันของเขาได้
หลังจากทีปะดาบกันไปสักพัก นางได้หายไปจากสายตาของนิลกาฬมาโผล่ที่ด้านพลังแต่นิลกาฬเองก็ใช้สัมผัสจักรวาลอยู่ทำให้สามารถรับรู้ได้ว่านางจะโจมตีด้านหลังของเขา เขาจึงแปลงร่างเป็นมังกรทมิฬทันที
เคร้ง~
ซามูไรสาวตกใจเป็นอย่างมากที่นางไม่สามารถฟันผ่านเกราะของนิลกาฬได้ แต่เมื่นางสังเกตุดูดีๆกลับพบว่าเกราะของนิลกาฬเปลี่ยนไปจากเกราะสีดำกลายเป็นเกล็ดแทน
การโจมตีของนางไม่สามารถโจมตีผ่านเกล็ดของมังกรทมิฬได้
“ดูเหมือนว่าการโจมตีของเจ้าก็ไม่เท่าไหร่นะ” นิลกาฬหันมายิ้มให้แก่นาง
นางดูโมโหเป็นอย่างมาก “ย๊ากกกกก” นางตะโกนออกมาดวงตาของนางค่อยๆเรืองแสงสีแดง เขาของนางก็ยาวขึ้น ผิวสีขาวเนียนของนางค่อยๆกลายเป็นสีแดง ดาบซามูไรของนางเองก็เปลี่ยนกลายเป็นดาบใหญ่สีแดง และมีออร่าสีดำแดงปรากฏออกมาจากตัวของนาง
“ดูเหมือนว่าข้าจะทำให้นางโกรธสินะ”
หลังจากที่นางกลายร่าง นิลกาฬสามารถสัมผัสได้ว่าพลังของนางเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาจ “ย๊ากกกก” นางฟันดาบใหญ่ใส่นิลกาฬเต็มแรง นิลหาฬใช้แขนทั้ง 2 ข้างและหาง ที่คลุมด้วยสสารมืด ป้องกันการโจมตีของนาง
เคร้ง~ ตูม~
สสารมืดที่ปกคลุมหางและแขนทั้ง 2 ข้างขอนิลกาฬแตกทันที และที่หางของเขายังมีลอยบาดจากดาบของนาง
“อะไรจะโจมตีแรงขนาดนั้น แถมนางยังว่องไวอีกตั้งหากขนาดกลายร่างเป็นมังกรทมิฬแล้วนะ ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ไหวแน่ๆ การโจมตีเมื่อกี่สามารถทำลายบังเกอร์ของข้าได้สบายๆเลย ดีที่นางไม่ได้สนใจบังเกอร์”
“ย๊ากกก” นางพุ่งเขามาฟันนิลกาฬต่อทันที
“เป็นไงเป็นกันว่ะ ย๊ากก” นิลกาฬเองตอนนี้ก็เลือดขึ้นหน้าแล้วเช่นกัน มอนสเตอร์ตัวนี้ต่างจากมอนสเตอร์ตัวอื่นๆที่เขาเจอมาจริงๆ
มือของมังกรไม่สามารถทำให้เขาสามารถถือดาบได้ เขาจึงใช้สสารมืดบีบอัดให้กลายเป็นปลอกแขนแทน ส่วนที่ปลายหางเองก็ทำให้เป็นลูกตุ้มหนาม
นางฟันมาที่นิลกาฬอย่างบ้าคลั่ง นิลกาฬพยายามหลบเท่าที่จะหลบได้ ถ้าการโจมตีไหนหลบไม่ได้เขาก็จะต่อยไปที่ดาบใหญ่ทันที การโจมตีของนางไม่สามารถทะลุเกราะของนิลกาฬได้อีกแล้ว เขาลองทดสอบดูหลายๆอย่างเมื่อต่อสู้กับนาง นางสามารถโจมตีผ่านอาวุธได้ทุกชนิด แต่ไม่สามารถโจมตีผ่านหมัดของเขาได้ ทำให้นิลกาฬคิดว่าจะต้องเป็นทักษะของนางแน่ๆที่ทำให้สามารถโจมตีผ่านอาวุธได้ทุกชนิด
ถึงนิลกาฬจะทำความเข้าใจกับทักษะของนางแล้วแต่นิลกาฬก็ไม่สามารถโจมตีนางได้เลยสักครั้ง ทุกครั้งที่เขาจะลอบโจมตีนาง นางสามารถหลบโจมตีของเขาได้ทั้งหมด มอนสเตอร์ตัวนี้มีความว่องไวมากกว่าเขา แต่การโจมตีของนางเองก็ไม่สามารถทำอะไรนิลกาฬได้มากเช่นกันตอนนี้เขาเสียเปรียบเป็นอย่างมาก ตั้งแต่มาที่ก็อตโทเปียมีเพียงราชันย์มังกรทมิฬโบราณเท่านั้นที่ทำให้เขาเกือบตายมาแล้ว แต่ตอนนี้เขาได้ดูดซับพลังจักรวาลมามากมายพลังของเขาเองก็เพิ่มขึ้นมากเช่นกัน แต่เขาก็ยังไม่สามารถเอาชนะนางได้
“ไม่คิดเลยว่าแค่มอนสเตอร์ระดับราชันย์ ถึงกับต้องทำให้ข้าผู้นี้ต้องใช้พลังทั้งหมดเลยยังงั้นหรือ” นิลกาฬยกเลิกการกลายร่างมังกร ตอนนี้ดวงตาของเขาเรืองแสงสีแดงออกมา ผิวของเขาค่อยๆกลายเป็นสีดำ เขาก็ค่อยๆงอกออกมาหน้าผาก มีเขี้ยวงอกออกมา 2 เขี้ยว
เมื่อซามูไรสาวเห็นนิลกาฬเปลี่ยนกลายมาเป็นยักษ์สีดำ นางดูเหมือนจะตื่นกลัวเขา
“อืม~ พลังเพิ่มขึ้นมากจริงๆตอนกลายร่างยักษ์ ในเมื่อเจ้าเอาจริงถ้าข้าไม่เอาจริงมั้งคงเป็นการเสียมารยาทต่อเจ้า”
นิลกาฬตั้งท่ามวยไทย และกวักมือเรียกซามูไรสาว แต่นางดูเหมือนว่าไม่อยากจะโจมตีนิลกาฬก่อน
“ถ้าเจ้าไม่เข้ามา ข้าไปเองก็ได้” นิลกาฬพุ่งไปโผล่ด้านหน้าของนางเขาใช้ศอกซ้ายตีเสยไปทีปลายคางของนาง ซามูไรสาวไม่สามารถตามความเร็วของนิลกาฬได้ทัน ทำให้นางลอยขึ้นทันที เขาจับไปที่ขาของนางและเหวี่ยงลงไปที่พื้น
ตูม~
นางกระอักเลือดออกมาคำโต
นิลกาฬไม่รอช้ากระทืบไปที่หน้าอกเพื่อซ้ำทันที
ตูม ตูม ตูม
หลังจากกระทืบเสร็จเขาเตะซามูไรสาวเข้าใส่กำแพง
ตูม~
“ปิดฉากละนะ”
นิลกาฬกระโดดพุ่งเข้าหาและใช้ท่าฤาษีบดยา
ปัง~
หัวสมองของนางกระจุยกระจาย เลือดสาดกระเด็ด
“ท่านได้ฆ่ามอนสเตอร์ระดับราชันย์เลือดมังกร องหญิงซามูไรคิจิน(โหมดบ้าคลั่ง) ได้รับผลึกวิญญาณ เมื่อท่านดูดซับพลังธาตุท่านสามารถได้รับพลังธาตุไฟและธาตุหยิน 20 - 40 แต้ม”
“ดูเหมือนว่าพอกลายร่างยักษ์แล้วมันจะดึงสัญชาตญาณในการฆ่าออกมาสินะ ทีหลังกลายร่างยักษ์ต้องคิดดีๆซะแล้ว ปกติจะคุมสติไม่ค่อยอยู่ หลังจากบรรลุศาสตรเทวะขั้นที่ 2 เราก็สามารถควบคุมพลังได้ในระดับนึงสินะ”
นิลกาฬกลายร่างับมาเป็นคนเหมือนเดิม ตอนนี้กล้ามเนื้อของเขาอ่อนล้าไปทั้งตัวเลย ทำให้เขาไม่สามารถขยับตัวได้ในตอนนี้
“ยินดีกลับพวกท่านด้วย ที่สามารถพิชิตบ้านมอนพิเศษที่ 1,987,388 ได้สำเร็จ พวกท่านจะได้รับการสุ่มของระดับราชันย์”
ณ เขตแดนอันกว้างใหญ่ ทีเกาะลอยฟ้าที่สวยงามราวกับสรวงสวรรค์
“นายท่านผู้ยิ่งใหญ่ มีกลุ่มคนที่สามารถพิชิตดันเจี้ยนพิเศษที่ 1,987,388 ได้ขอรับ” ชายหนุ่มรายงาน
“พวกมันเป็นใคร”
“พวกเขาเป็นกลุ่มเด็กจากก็อตโทเปียเขต 1 ระดับพลังของพวกเขาเป็นผู้วิวัฒนาการทั้งหมดครับ”
“ถ้าข้าจำไม่ผิดดับเจี้ยนนั้นมีบอสระดับราชันย์เลือดมังกรอยู่ไม่ใช่หรือ พวกนั้นสามารถผ่านบ้านมอนพิเศษได้ยังไงกัน”
“เรียนนายท่านผู้ยิ่งใหญ่ มีเด็กคนนึงที่มาจากดาวเคราะห์สีฟ้าที่ 88 ขอรับ”
“ยังงั้นหรอ จับตาดูเด็กคนนั้นเอาไว้ และมอบฉายาให้แก่เขาด้วย”
“ขอรับนายท่านผู้ยิ่งใหญ่”
ปล.วันนี้ผมจะลงให้ 2 ตอนนะครับ แต่ตอนที่ 40 ผมขอเก็บกำลังใจนะครับ
ปล2.ตอนนี้ผมกำลังเดินทางลงใต้ไปอบรม หลังจาก 5 วันนี้ผมอาจจะไม่ได้ลงนิยายนะครับ ขออภัยมานะที่นี้ด้วยครับ